LOGINโรงพยาบาล
“พี่คชามาแล้วเหรอคะ” เต็มเดือน ญาติผู้น้องที่ยืนอยู่หน้าห้องพักฟื้นผู้ป่วยเดินตรงมาหาคชาเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมาถึงแล้ว
“เดือนพ่อพี่เป็นยังไงบ้าง” ถึงแม้รู้ว่าผู้เป็นพ่อจะปลอดภัยแล้วแต่ชายหนุ่มก็อยากถามไถ่เพื่อความแน่ใจ
“ลุงฤทธิ์ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ แต่คนที่จะเป็นก็เดือนนี่แหละ ถ้าลุงรู้ว่าเดือนเป็นคนบอกพี่คชา เดือนต้องโดนลุงดุแน่ๆ ขอโทษนะคะเดือนรู้ว่านิลนาสำคัญกับพี่มาก แต่คุณลุงเป็นแบบนี้แล้วพี่จะทิ้งพ่อตัวเองไปอยู่กับนิลนาได้ยังไง”
“ไม่ต้องคิดมากหรอก พี่ขอบใจเดือนด้วยซ้ำที่บอกเรื่องพ่อให้พี่รู้ เดือนพูดถูกแล้ว พ่อเป็นขนาดนี้พี่จะทิ้งพ่อไปได้ยังไง”
“แล้วเรื่องนิลนาพี่จะเอายังไงต่อ พี่เองก็พึ่งขอเธอคบเป็นแฟนกำลังจะได้อยู่ด้วยกันแต่กลับมาเป็นแบบนี้ซะก่อน”
“พี่ยังไม่ทันได้ขอนิลเป็นแฟนเลยเดือนก็โทรเข้ามาซะก่อน เรื่องพี่กับนิลค่อยว่ากันอีกที พี่เองก็ไม่อยากให้นิลต้องมาคิดมากเรื่องของพี่ด้วย”
ระหว่างที่ทั้งสองสนทนากันอยู่นั้น วิลัยแม่ของคชาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นผู้เป็นลูกชายอยู่ที่นี่ เพราะเวลานี้ชายหนุ่มควรจะนั่งอยู่บนเครื่องบินมากกว่า
“คชา ทำไมลูกมาอยู่นี่ล่ะ” ถึงแม้จะแปลกใจมากแต่ผู้เป็นแม่ก็น้ำตารื้นด้วยความดีใจที่เห็นลูกชายยังคงอยู่ ในช่วงเวลาคับขันแบบนี้มีลูกชายได้พึ่งพิงเธอก็คลายความกังวลไปได้มาก
“ขอโทษนะครับแม่ มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นแต่ผมไม่รู้อะไรเลย”
“ไม่เป็นไรไม่ต้องโทษตัวเอง พ่อเขาไม่อยากให้คชาต้องคิดมาก แค่อยากให้คชาเลือกเส้นทางชีวิตตัวเอง แต่ใครจะไปรู้ว่าโชคชะตากลับเล่นตลกขนาดนี้ กลัวก็แต่หนูนิลจะไม่เข้าใจคชานี่สิ”
“เรื่องนิลแม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับเดี๋ยวผมจัดการเอง”
“งั้นก็ดี ไว้ให้หนูนิลเรียนจบกลับมาก็ยังไม่สาย" วิลัยสวมกอดผู้เป็นลูกชายเอาไว้ เธอเห็นใจคชาเป็นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์กับผู้เป็นพ่อเช่นนี้ ปัญหาทุกอย่างที่รอสะสางก็ต้องเป็นคชาที่ต้องรับผิดชอบแทนในฐานะผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของครอบครัว
ความตั้งใจของคชาเดิมทีขอเวลา2ปีเพื่อทำตามหัวใจตัวเอง ชายหนุ่มตั้งใจจะไปทำงานกับเพื่อนชายที่เคยเรียนด้วยกันที่ออสเตรเลียระหว่างรอนิลนาเรียนต่อปริญญาโท หลังจากที่หญิงสาวเรียนจบแล้วชายหนุ่มก็จะกลับมาช่วยงานธุรกิจของผู้เป็นพ่ออย่างเต็มตัว โดยจะให้นิลนาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญข้างกาย ทุกอย่างถูกวางแผนมาอย่างดีแต่กลับต้องพังลงเมื่อผู้เป็นพ่อล้มป่วยกะทันหัน
วันต่อมา จังหวัดเพชรบูรณ์
แพรพลอยกลับมาถึงบ้านในช่วงเย็นของวัน หญิงสาวมองดูบ้านที่ไม่เหมือนบ้านของตัวเองอย่างแคลงใจ ตั้งแต่ผู้เป็นแม่จากไปพ่อของเธอก็พาภรรยาใหม่เข้ามาแทนที่ผู้เป็นแม่ บ้านหลังนี้ก็เลยไม่ได้อบอุ่นเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
“คุณแพรกลับมาแล้ว”ใจดี หญิงสาวแม่บ้านเอ่ยต้อนรับผู้เป็นเจ้านายด้วยความตื่นเต้น
“พี่ใจดีเอากระเป๋าไปไว้ที่ห้องแพรหน่อยสิ แล้วตอนนี้พ่อแพรอยู่ที่โรงแรมใช่มั้ยคะ”
“คุณบวรกับคุณปวีณาอยู่ที่โรงแรมค่ะ ส่วนคุณฟ้าก็ออกไปเที่ยวเล่นตามเคย วันๆ ไม่ยอมทำอะไรออกไปใช้เงินอย่างเดียว”
“ก็ฟ้ารดาเป็นลูกสาวคนโปรดของบ้านนี้นี่ พี่ใจดีเองก็อย่าไปวุ่นวายกับพวกเขาให้มากเดี๋ยวจะเดือดร้อนเปล่าๆ ถ้าแพรไม่ติดที่เคยรับปากแม่ไว้ว่าจะดูแลช่วยงานพ่อ แพรก็คงไม่กลับมาที่นี่อีกหรอก ตั้งแต่แม่จากไปบ้านหลังนี้ก็ไม่เหลือความทรงจำอะไรให้แพรแล้ว"
แพรพลอยน้ำตาคลอเมื่อนึกถึงความสุขในช่วงอดีตที่ผ่านมา เดิมทีพริ้มเพราแม่ของเธอก็ป่วยเป็นมะเร็งปอดอยู่แล้ว แต่พอรู้ว่าผู้เป็นสามีนอกใจแอบไปมีบ้านเล็กจนมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน อาการของเธอก็ทรุดหนักลงและจากไปในที่สุด ซึ่งเวลานั้นแพรพลอยเองก็พึ่งจะเรียนอยู่ชั้นม.6เท่านั้น การต้องเสียแม่ผู้เป็นที่พึ่งเพียงคนเดียวไปทำให้เธอทุกข์ใจเป็นอย่างมาก กว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมาได้ก็นานพอสมควร
ช่วงค่ำของวัน
“พี่ใจดีเห็นสร้อยข้อมือของแพรบ้างมั้ย แพรไม่รู้ว่าทำตกไว้ที่ไหน” แพรพลอยถามหญิงแม่บ้านเมื่อพึ่งรู้ตัวว่าสร้อยข้อมือที่สวมใส่ไว้ตลอดได้หายไป
“ไม่เห็นค่ะ เดี๋ยวพี่ช่วยหาให้นะคะ”
“จ้า” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะเดินออกมารับลมเล่นที่หน้าบ้าน
แพรพลอยออกมาจากบ้านก็เห็นฟ้ารดาน้องสาวต่างแม่ของเธอมาถึงบ้านพอดี ผู้เป็นน้องสาวเมื่อเห็นหน้าแพรพลอยก็ยิ้มเยาะอย่างพอใจ เธอไม่รีรอที่จะเดินเข้ามาทักทายผู้เป็นพี่สาว
“ได้เวลากลับมาให้พวกเราใช้งานแล้วสินะพี่สาว อุตส่าห์ดั้นด้นไปเรียนที่กรุงเทพตั้งหลายปีแต่ต้องกลับมาตายรัง น่าสงสารจริงๆ”
“สงสารตัวเองก่อนเถอะ โง่สมองกลวงไร้ประโยชน์แบบเธอเรียนก็ไม่เรียนยังจะกล้าดูถูกฉันอีก ถ้าไม่อาศัยบารมีความเป็นเมียน้อยของแม่เธอ เธอจะได้ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยแบบนี้มั้ย”
“นี่เธอด่าฉันเหรอ”
“ใช่ ฉันด่าไปถึงแม่เธอด้วย”
ฟ้ารดากำมือแน่นด้วยความโกรธที่ถูกแพรพลอยด่าทออย่างไม่ไยดี เมื่อเห็นว่าบวรกับปวีณากำลังเดินมาเธอก็ใจกล้าปั้นเรื่องยั่วยุขึ้น
“พ่อคะแม่คะ พี่แพรตบฟ้า” ฟ้ารดากุมแก้มข้างซ้ายเดินตรงไปหาผู้เป็นพ่อกับแม่ เธอเบะปากแสยะยิ้มมองไปที่แพรพลอยอย่างเย้ยหยัน
“พึ่งมาถึงก็ก่อเรื่องแล้วเหรอแพร น้องไปทำอะไรให้ถึงต้องลงไม่ลงมือ” ปวีณาตวาดไปที่แพรพลอย เธอเอามือลูบไปที่แก้มฟ้ารดาเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
“แล้วพ่อล่ะคะ พ่อเชื่อว่าแพรตบลูกสาวคนโปรดของพ่อหรือเปล่า” แพรพลอยไม่สนใจคำพูดของปวีณา เธอหันไปถามผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงขึงขังแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตาม
“ไม่มีเหตุผลที่ฟ้าต้องโกหก ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้” บวรตะคอกใส่ผู้เป็นลูกสาว ความใจบอดของเขาทำให้แพรพลอยเอือมระอามากนัก
“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับยอมทำตามที่ผู้เป็นพ่อสั่ง
แพรพลอยเดินตรงไปหาฟ้ารดาที่กำลังแสยะยิ้มให้เธออยู่ ไม่ว่าฟ้ารดาพูดจริงหรือเท็จผลสุดท้ายทุกคนก็เชื่อคำพูดเหล่านั้นอยู่ดี เพราะไม่ว่ายังไงลูกสาวที่บวรรักมากที่สุดก็คือฟ้ารดาเท่านั้น
“ฟ้า พี่ขอโทษนะ” แพรพลอยเอ่ยขอโทษต่อฟ้ารดาพร้อมกับง้างมือตบไปที่แก้มของหญิงสาวอย่างเต็มแรง การกระทำของแพรพลอยทำให้ทุกคนตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“นี่เธอตบฉันเหรอ”
“ก็ถ้าฉันไม่ตบเธอแล้วจะขอโทษเธอได้ยังไง อยากให้ฉันขอโทษงั้นเธอก็ต้องเสนอหน้ามาให้ฉันตบตามที่เธอพูดสิ ก็สมเหตุสมผลแล้วนี่ เมื่อกี๊ออกแรงเยอะไปหน่อยรู้สึกเจ็บมือจัง” แพรพลอยลูบมือข้างที่ใช้กำลังไปที่แก้มของฟ้ารดาพร้อมกับยิ้มเย้ยอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเดินเข้าบ้านขึ้นห้องนอนของตัวเอง
“พี่บวรลูกสาวพี่ทำเกินไปแล้วนะ” ปวีณาหันมาดุให้ผู้เป็นสามี
“พ่อต้องจัดการให้ฟ้านะ” ฟ้ารดาเสริมทัพ
“พอได้แล้วทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรือไง อย่าทำอะไรให้มันยุ่งยากไปกว่านี้เลย” บวรตวาดใส่สองแม่ลูกอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
แพรพลอยพอมาถึงห้องนอนก็นั่งลงพิงประตู น้ำใสๆ ของหญิงสาวก็ไหลรินออกจากตา แม้จะทำตัวเข้มแข็งแค่ไหนเธอก็ยังอ่อนไหวอยู่ดี การที่ตัวคนเดียวไม่มีใครให้พึ่งพิงมันอ้างว้างและโดดเดี่ยวมากเหลือเกิน
วันต่อมา กรุงเทพมหานคร
คชานั่งเอนพิงโซฟามองไปที่สร้อยคอจี้ผีเสื้ออย่างอาวรณ์คิดถึงนิลนาหญิงสาวคนในใจ วันนี้ชายหนุ่มแวะมาเก็บของบางส่วนที่คอนโดเพราะจะย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อสะดวกในการดูแลผู้เป็นพ่อมากขึ้น ระหว่างที่นั่งใจลอยอยู่นั้นก็มีสายจากนิลนาโทรเข้ามา
“ถึงแล้วเหรอ”
“ค่ะ พึ่งถึงเมื่อกี๊เอง ทำไมเสียงพี่คชาถึงดูเหนื่อยจัง มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“พี่พึ่งตื่นน่ะก็เลยงัวเงีย นิลเองก็รีบพักผ่อนเถอะเดินทางเป็นเวลานานคงเมื่อยน่าดู”
“แย่จัง พึ่งจะห่างกันไม่ถึงวันเองแต่ทำไมนิลถึงได้คิดถึงพี่มากขนาดนี้” หญิงสาวทำเสียงออดอ้อน
“โตแล้วนะเราอย่าขี้แยสิ”
“พี่คชาล่ะ คิดถึงนิลบ้างมั้ย”
คชานัยน์ตาสั่นไหวเมื่อได้ยินสิ่งที่นิลนาเอ่ยถาม ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปสักครู่จนหญิงสาวปลายสายเริ่มหวั่นใจ แต่พอได้ยินคำตอบของชายหนุ่มก็ทำเธอยิ้มได้อีกครั้ง
“พี่ก็คิดถึงนิลเหมือนกัน” ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มละมุนออกมา
คชาอยู่คุยสายกับนิลนาสักครู่ก่อนจะวางสายไปทำธุระของตัวเองต่อ หลังจากได้ของที่ต้องการชายหนุ่มนำมาเก็บไว้ที่ท้ายรถ เขาจ้องไปที่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่จัดเตรียมเพื่อไปอยู่ที่ออสเตรเลียกับนิลนาตามที่ตั้งใจไว้ก่อนหน้านี้ พอเห็นแบบนี้ก็ทำได้แค่ถอนหายใจออกมา
ระหว่างที่ชายหนุ่มขับรถกลับบ้านก็มีสายโทรเข้ามาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงคนในสายก็ยิ้มกว้างออกมาทันที จากปลายทางที่ต้องกลับบ้านก็เปลี่ยนเป็นสถานที่ใหม่เพื่อจะไปพบภาวี ชายหนุ่มที่เป็นทั้งเพื่อนชายคนสนิทและผู้ร่วมถือหุ้นของเขา
“แพร แต่งงานกันนะ ผมไม่อยากอยู่แยกจากคุณแล้ว ผมอยากใช้ทุกช่วงชีวิตไปพร้อมกับคุณ”“ทำไมใจร้อนจังคะ แต่งหรือไม่แต่งฉันก็ไม่หนีคุณไปไหนสักหน่อย” แพรพลอยลูบไล้ไปที่แก้มคชาเบาๆ“ผมรู้ แต่มันจะดีกว่านี้มั้ยถ้าเราสองคนได้อยู่ด้วยกัน ได้นอนกอดกันทุกคืน ตื่นมาพร้อมกันทุกวัน แค่คิดผมก็มีความสุขแล้ว ผมจะสามสิบแล้วนะเดี๋ยวก็มีลูกไม่ทันใช้หรอก”“แค่สามสิบเอง เดี๋ยวนี้อายุ40พึ่งมีลูกกันก็เยอะแยะไป”“นี่คุณจะให้ผมรอจนถึง40เลยเหรอ”“ก็ไม่ขนาดนั้น รออีกหน่อยได้มั้ยคะ งั้นเอาแบบนี้ก็ได้ฉันจะมาค้างกับคุณให้บ่อยขึ้นดีมั้ยคะ”“ก็ได้ แต่ตอนนี้คุณต้องตามใจผมก่อนนะ” คชาอุ้มแพรพลอยพาไปนั่งที่เตียงนอน คงจะมีแค่สิ่งเดียวในตอนนี้ที่เยียวยาเขาได้บ้าง“ยังหัวค่ำอยู่เลยนะจะรีบนอนไปไหน น้ำก็ยังไม่ได้อาบ”“งั้นเราก็ไปอาบน้ำกัน”คชาเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เขาอุ้มแพรพลอยออกจากเตียงพาไปยังห้องน้ำแทน ชายหนุ่มวางหญิงสาวลงอ่างอาบน้ำก่อนค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเธอออกจนไม่เหลือไว้แม้แต่ชั้นใน ชายหนุ่มมองเรือนร่างของหญิงสาวด้วยความพอใจ“ผมถอดให้คุณแล้วคุณก็ถอดให้ผมบ้างสิ ไม่งั้นผมจะอาบน้ำยังไงล่ะ”“ก็อาบทั้งอย่างนี้แหละ”พูดจบหญิงสาว
“จริงเหรอครับ คุณคชาเป็นแฟนคุณเหรอ” ดาราหนุ่มถามแพรพลอยที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของคชา ถ้าเธอเป็นคนยืนยันเขาถึงจะยอมเชื่อ“ค่ะ ฉันกับคุณคชาเป็นแฟนกัน” คำตอบของหญิงสาวทำคชายิ้มออกมาอย่างพอใจ“งั้นอย่าเลิกกันนะครับ ถ้าเลิกกันผมจะตามจีบคุณทันที” ดาราหนุ่มยักคิ้วให้หญิงสาวก่อนจะเดินจากคนทั้งคู่ไป รอยยิ้มนั้นของเขาเจ้าเล่ห์นักจนทำให้คชาไม่สบอารมณ์ขึ้นมา“คุณได้ยินที่เขาพูดมั้ย นี่เขากำลังแช่งให้เราเลิกกันเหรอ”“เขาบอกไม่ให้เราเลิกกันต่างหากแช่งที่ไหน คุณกัปตันก็แค่ล้อเล่นค่ะ คนแบบเขาไม่มีทางมาจีบฉันหรอกน่า”“คุณรู้มั้ยว่าพวกดาราดังๆ ชอบผู้หญิงแบบไหนมากที่สุด พวกนั้นก็ชอบผู้หญิงแบบคุณนี่แหละ ผู้หญิงที่ธรรมดาไม่ต้องเด่นดังใช้ชีวิตให้ยุ่งยาก”“ถ้าเขาอยากจะชอบก็ให้ชอบไปสิคะ ฉันเองมีแฟนแล้วและฉันก็รักแฟนฉันมากด้วย ฉันไม่สนใจเขาหรอก”“คุณรักผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ วันนี้ดูคุณแปลกๆ นะ มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย”“คือวันนี้ชินจะกลับมาจากฮ่องกง ฉันจะขอคุณไปหาชินได้มั้ย”“ว่าแล้วเชียว อยากไปก็ไปสิแค่เพื่อนเองผมไม่หึงหรอก”“ไม่หึงจริงอะ”“เมื่อก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้ไม่แล้วเพราะอะไรรู้มั้ย ก็เพราะ…คุณเป็นของผมทั้งตัวแ
วันต่อมาแพรพลอยมาตรวจงานในส่วนของโรงแรมเห็นฝูงชนกำลังวิ่งตามใครบางคนอยู่ ที่ส่วนตัวแบบนี้จะให้เกิดความวุ่นวายไม่ได้ หญิงสาวรีบเดินไปดักหน้าคว้าตัวคนที่ถูกกลุ่มคนตามแล้วพามาที่ลับตาคน ก่อนจะหยิบมือถือโทรแจ้งให้รปภ.เข้ามาจัดการให้กลุ่มคนพวกนั้นออกไปจากโรงแรม“คุณปลอดภัยแล้วค่ะ ว่าแต่ทำไมคนพวกนั้นต้องตามคุณด้วย พวกเขาเป็นเจ้าหนี้คุณเหรอ”“คุณคิดว่าไงล่ะ” คนดังกล่าวรีบถอดหมวกถอดแว่นดำที่สวมอยู่ออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง และนั่นถึงทำให้แพรพลอยรู้เหตุผลที่คนพวกนั้นตามเขา ที่แท้ก็เป็นพระเอกดังของวงการบันเทิงนี่เอง ครั้งหนึ่งชายหนุ่มก็เคยมีข่าวซุบซิบกับแพตตี้ด้วย“คุณกัปตัน!”“อย่าพูดดังสิ” ดาราหนุ่มรีบปิดปากหญิงสาวเอาไว้ กลัวว่าเสียงของเธอจะทำให้เหล่าแฟนคลับที่ตามเขามาได้ยินเข้า“ไม่ต้องห่วงป่านนี้น่าจะออกไปกันหมดแล้ว คุณตัวจริงนี่หล่อจังเลยนะคะ ในทีวีว่าหล่อแล้วตัวจริงนี้หล่อคูณสิบไปอีก”“คุณเองก็เป็นพวกคลั่งดาราเหมือนกันเหรอ”“เปล่าค่ะ แต่คุณไปถ่ายหนังเรื่องใหม่ที่ฝรั่งเศสกับคุณแพตตี้ไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมมาอยู่นี่ล่ะ”“รู้ตารางานผมขนาดนี้แล้วยังจะบอกว่าไม่ใช่แฟนคลับผมอีก”“ข่าวคุณออกที
2 วันต่อมา ช่วงค่ำของวันนิลนากวาดสายตามองห้องคอนโดของเธอด้วยความอาวรณ์หวนคิดถึงวันวานที่ผ่านมา ห้องคอนโดนี้เป็นของคชาที่ให้เธอเข้ามาพักอาศัยตั้งแต่ก่อนไปเรียนต่อปริญญาโท พอกลับมาคิดไว้ว่าจะได้พักอยู่ต่ออีกนานๆ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องจากไปอีกครั้ง และคงไม่ได้กลับมาอยู่ที่ห้องนี้อีกแล้วนิลนาค่อยๆ เผยยิ้มออกมาก่อนลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้อง หญิงสาวโทรหาแพรพลอยให้ออกมาเจอกันที่คาเฟ่ก่อนจะเดินทางไปสนามบิน ในเมื่อจะไปแล้วสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยแพรพลอยมาถึงคาเฟ่เห็นกระเป๋าเดินทางวางอยู่ข้างตัวนิลนาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าวันนี้คงเป็นวันที่หญิงสาวจะออกเดินทาง เป็นอย่างที่คชาได้บอกเธอเอาไว้จริงๆ“ขอบคุณนะคะที่ยอมออกมาเจอ และก็ขอโทษกับทุกเรื่องที่ผ่านมา ฉันทำตามข้อตกลงแล้วนะ เมื่อฉันแพ้ฉันก็ต้องจากไปทั้งๆ ที่แอบหวังไว้ว่าคนที่ต้องไปควรเป็นคุณมากกว่า”“แล้วคุณคชารู้มั้ยคะว่าคุณบินวันนี้”“ไม่รู้ค่ะ ฉันโกหกพี่คชาว่าจะบินพรุ่งนี้”“ทำไมคะ?”“ฉันเกลียดการจากลาค่ะ ยิ่งเป็นการจากลาที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกหรือเปล่า คุณแพรคงไม่คิดว่าฉันตัดใจจากพี่คชาได้แล้วหรอกนะคะ”“ฉันรู้
คชาค่อยๆ โน้มหน้าเพื่อเข้าจุมพิตแพรพลอยแต่ไม่ทันจะได้ลิ้มรสก็ถูกปฏิเสธก่อนเมื่อมือของหญิงสาวสัมผัสถูกแผลที่หน้าอกของชายหนุ่ม แม้ว่าแผลไม่ได้ลึกแต่เธอก็รู้สึกผิดอยู่ดีที่ทำให้คชาต้องเจ็บตัว“เจ็บมั้ยคะ คุณไม่กลัวว่าฉันจะแทงคุณจริงๆ หรือไง”“กลัวคุณไม่รักผมมากกว่า แต่อย่างน้อยก็คุ้มค่านะ ผมรู้ว่าคุณไม่มีวันทำร้ายผมหรอก”“เมื่อคืนคุณทำให้ฉันกลัวมาก ต่อไปฉันคงไม่กล้าทำอะไรให้คุณโกรธแล้ว”“เด็กดื้อ ผมไม่มีวันทำร้ายคุณแน่นอน เมื่อคืนผมมีสติทุกอย่างถ้าท้ายที่สุดคุณไม่ยอม…ผมก็จะไม่บังคับคุณ”“คุณนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ คุณหลอกฉันมากี่ครั้งแล้วเนี่ย”“ผมไม่เคยหลอกคุณเลยนะ” ชายหนุ่มเสียงสูง“ไม่เคยหลอกน้อยสิไม่ว่า คุณปล่อยฉันเถอะค่ะฉันจะไปอาบน้ำ ไม่อยากเข้างานสาย”“วันนี้คุณไม่ต้องไปหรอกผมรู้ว่าคุณยังเพลียเรื่องเมื่อคืนอยู่”“ยังจะมาล้อเล่นอีก” หญิงสาวหยิกแขนชายหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ เรื่องแบบนี้ก็เอามาพูดเล่นไม่รู้จักอายบ้างเลย“ผมพูดจริง วันนี้คุณหยุดหนึ่งวันแล้วกัน ผมต่างหากที่ต้องไปเดี๋ยวเดือนจะรอนานน่ะ”“คุณเดือนกลับมาเหรอคะ”“อืม กลับมาถึงเมื่อวาน ผมไปก่อนนะ"คชาจูบลาหญิงสาวก่อนจะลุกออกจากเตียงเด
“คุณเลือกเอาว่าจะแทงผม…หรือจะยอมผม”คชาไม่หวาดหวั่นแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บจากปลายมีดที่แพรพลอยจ่อมาที่เขา ชายหนุ่มยังคงเข้าประชิดตัวหญิงแม้ว่าปลายมีดจะแทงเข้าที่อกจนมีเลือดซึมออกมาแล้วก็ตาม เขายังคงมีท่าทีสงบนิ่งแต่กลับเป็นแพรพลอยเองที่ตระหนกตกใจเมื่อเห็นเลือดของชายหนุ่ม“คุณมันบ้าไปแล้วจริงๆ” แพรพลอยรีบโยนมีดในมือทิ้ง เห็นคชาได้รับบาดเจ็บก็เป็นห่วงมากคชาเองเมื่อเห็นแพรพลอยเลือกที่จะทิ้งมีดก็ไม่รีรอจะทำตามแรงปรารถนาของตัวเอง เพราะนั่นหมายถึงว่าหญิงสาวยอมจำนนต่อเขาแล้ว ชายหนุ่มเข้าประทับจูบไปที่หญิงสาวอีกครั้ง มือข้างหนึ่งก็ปลดเสื้อหญิงสาวออกโยนลงพื้นคงเหลือไว้แต่ชั้นใน ปากอุ่นๆ ก็ลูบไล้ไซร้ตามซอกคอและเนื้อเนินอกของเธอด้วยความเร่าร้อนแพรพลอยไม่อาจต้านไฟราคะของคชาได้ หญิงสาวเข้าใจดีและพร้อมยอมรับ ในเมื่อเธอเลือกที่จะทิ้งมีดไปแล้วก็เท่ากับยินยอมพร้อมใจร่วมรักกับชายหนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การได้หลับนอนกับชายคนรักก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เธอเองก็รู้ดีว่ายังไงวันนี้ต้องมาถึงสักวัน และเธอก็ต้องการเช่นกันคชาเมื่อรับรู้ได้ว่าแพรพลอยสมยอมก็ยิ่งเพิ่มความร้อนแรงขึ้น ชายหนุ่มรีบปลดเสื้อตัวเองถอด







