Masuk“คุณจะเสพติดฉันมากเกินไปแล้วนะคะ” “นั่นนะสิ ผมเองก็พึ่งรู้ตัวนะว่าตัวเองเป็นคนคลั่งรักขนาดนี้”
Lihat lebih banyak“คุณคะ! รอก่อนค่ะ”
แพรพลอยหญิงสาวในลุคกระโปรงยีนยาวคลุมเข่าสวมเสื้อยืดสีขาวแขนสั้นมัดผมหางม้า ตะโกนตามหลังคชาชายหนุ่มตัวสูงที่กำลังเร่งฝีเท้าตรงไปหาคนสำคัญที่รออยู่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมแห่งหนึ่ง เสียงตะโกนเรียกของเธอไม่ได้รับความสนใจจากชายหนุ่มที่กำลังเร่งรีบเลยแม้แต่น้อย
“ฉันเรียกคุณไม่ได้ยินเหรอ” แพรพลอยวิ่งเข้ามาคว้าแขนคชาเอาไว้ เธอหอบเล็กน้อยเพื่อจะเร่งฝีเท้าตามชายหนุ่มให้ทัน
“อะไรของคุณเนี่ย!” คชาชักสีหน้าอย่างสงสัยพร้อมสะบัดแขนออกจากมือของแพรพลอย แต่ไม่ทันได้คำตอบน้ำเสียงสดใสของนิลนาก็เอ่ยแทรกขึ้นมาพอดี
“พี่คชา มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก รีบไปสนามบินดีกว่าเดี๋ยวรถติด” ชายหนุ่มยิ้มตอบหญิงสาวคนในใจก่อนจะหันกลับมาขมวดคิ้วมองแพรพลอยอีกครั้ง เขาจูงมือนิลนาเดินจากไปโดยไม่สนใจหญิงสาวที่วิ่งตามเขามาเลยสักนิด
“งั้นก็ตามใจ ตกเครื่องมาอย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน” แพรพลอยหน้างอมองไปที่คชาอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่คิดว่าความหวังดีของเธอจะได้ผลตอบรับเช่นนี้
10นาทีก่อนหน้านี้ คชาที่นั่งอยู่ในคาเฟ่ได้วางพาสปอร์ตของตัวเองไว้บนโต๊ะใกล้กับแก้วเครื่องดื่มที่พนักงานนำมาเสิร์ฟให้ สายตาของชายหนุ่มจดจ่ออยู่กับสร้อยคอจี้ผีเสื้อเผยยิ้มหวานออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าของนิลนาหญิงสาวที่เขามีใจ
ช่วงค่ำวันนี้เป็นวันที่นิลนาต้องบินไปเรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลีย คชาเองตั้งใจจะทำเซอร์ไพรส์โดยที่จะร่วมเดินทางไปออสเตรเลียกับหญิงสาวในครั้งนี้ด้วย และจะขอเธอคบเป็นแฟนอย่างเปิดเผยเพราะคิดว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วหลังจากที่อดทนรอมานาน
ระหว่างที่คชาจ้องไปที่สร้อยคอด้วยความหวานซึ้งนั้นก็มีสายจากนิลนาโทรเข้ามา ชายหนุ่มรีบรับสายเดินออกจากคาเฟ่เพื่อตรงไปหานิลนาที่รออยู่หน้าโรงแรมอย่างไม่รีรอ ด้วยความตื่นเต้นและเร่งรีบเลยลืมที่จะหยิบเอาพาสปอร์ตที่วางอยู่บนโต๊ะไปด้วย แพรพลอยที่นั่งรอเพื่อนไม่ไกลจากคชาก็เห็นเข้าพอดี เธอจึงรีบเดินมาหยิบพาสปอร์ตและตามชายหนุ่มออกไปจากคาเฟ่ แต่ดูเหมือนว่าความหวังดีของหญิงสาวจะเสียเปล่าเสียแล้ว
“แพร หาใครอยู่เหรอ?” ชินกรเพื่อนชายคนสนิทเอ่ยถามแพรพลอยด้วยความสงสัย ชายหนุ่มไปถึงคาเฟ่ก็เห็นท่าทีเร่งรีบออกจากคาเฟ่ของหญิงสาวจึงตามออกมาเพื่อถามไถ่ด้วยความอยากรู้
“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่ทำไมมาช้าจัง ถ้าอีก5นาทีนายยังไม่มาฉันกลับจริงๆ ด้วย” หญิงสาวงอแงไปที่เพื่อนชายที่มาสายปล่อยให้เธอต้องรอนาน
แพรพลอยกับชินกรเป็นเพื่อนสนิทร่วมมหาลัยเดียวกัน หลังจากที่ทั้งคู่เรียนจบปริญญาตรีต่างก็มีเส้นทางชีวิตของตัวเอง แพรพลอยตั้งใจจะกลับไปที่บ้านเกิดจังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อช่วยผู้เป็นพ่อบริหารธุรกิจโรงแรม ส่วนชินกรเพื่อนชายก็ต้องบินไปเรียนต่อกฎหมายที่ฮ่องกงตามความประสงค์ของครอบครัว วันนี้ทั้งสองจึงนัดเจอกันเพื่อเป็นการเลี้ยงส่งและบอกลากันชั่วคราวจนกว่าจะได้พบกันอีกครั้ง
แพรพลอยกลับมาถึงคาเฟ่ก็เอาแต่นั่งเหม่อครุ่นคิดถึงเรื่องพาสปอร์ตที่อยู่กับตัวเอง หญิงสาวรู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาเมื่อคิดว่าคชาต้องตกเครื่องเพราะพาสปอร์ตของเขาอยู่กับเธอ หญิงสาวคิดไปต่างๆ นานา ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน เธอเองก็ไม่ใช่คนไร้น้ำใจสักหน่อยจะปล่อยผ่านไปแบบนี้คงไม่ได้
“ทำไมฉันต้องเป็นคนดีขนาดนี้ด้วยนะ”
“บ่นอะไร ไอศกรีมเธอละลายหมดแล้ว”
“ชิน ฉันมีธุระต้องไปทำก่อน ไว้เสร็จธุระฉันโทรหานายนะ” เอ่ยจบแพรพลอยก็รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากคาเฟ่ไปโดยไม่ได้สนใจเพื่อนชายที่ตะโกนทักท้วงตามหลังเธอเลยสักนิด
สนามบิน
“ขอบคุณนะคะพี่คชาที่มาส่งนิล” นิลนายิ้มหวานมองไปที่คชา เธอเองก็ใจหายเช่นกันที่ต้องจากชายหนุ่มไป ไม่ใช่เพราะชีวิตเธอต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้ทุนเรียนต่อให้อนาคตตัวเองคู่ควรกับคชา ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาก็คงชัดเจนไปนานแล้ว ไม่ใช่แค่คชาที่รู้สึกพิเศษกับเธอ แต่เธอเองก็มีใจให้ชายหนุ่มเช่นกัน
“นิล พี่….”
คชายิ้มกว้างมองไปที่นิลนาอย่างเป็นประกาย แววตาหวานซึ้งของเขาทำให้หญิงสาวอดที่จะคาดหวังไม่ได้ แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้บอกเรื่องเซอร์ไพรส์ก็มีสายโทรเข้ามาก่อน สักครู่รอยยิ้มหวานของคชาก็ค่อยๆ คลายลง ชายหนุ่มวางสายปลายทางด้วยสีหน้าตึงเครียดก่อนจะฝืนยิ้มออกมามองไปที่นิลนาอีกครั้ง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของคชาหญิงสาวก็อดเป็นกังวลไม่ได้
“เรื่องงานน่ะไม่มีอะไรมากหรอก”
“ค่อยโล่งใจหน่อย เห็นพี่คชาหน้าบึ้งแบบนี้นิลก็นึกว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นซะอีก แล้วเมื่อกี๊พี่คชาจะบอกอะไรนิลเหรอคะ” หญิงสาวทักท้วงด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะค่อยๆ คลายยิ้มลงเมื่อได้ยินคำตอบจากชายหนุ่ม
“พี่จะบอกว่าเดินทางปลอดภัยนะ ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ” แววตาคชาเลื่อนลอยนัก เรื่องเซอร์ไพรส์ที่ตั้งใจก่อนหน้านี้คงทำไม่ได้แล้ว
"ค่ะ งั้นรับปากนิลได้มั้ยว่าพี่คชาจะโทรหานิลบ่อยๆ”
“ได้สิ” ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มรับพร้อมคว้าตัวหญิงสาวเข้ามาสวมกอดเพื่อบอกลา เขามองดูเธอเดินจากไปจนลับตาก่อนจะหันหลังกลับเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อของเขาจากแพรพลอย
“คุณคชา!”
“นี่คุณตามผมมาถึงนี่เลยเหรอ แถมยังรู้ชื่อผมอีกด้วย” คชารู้สึกประหลาดใจที่เห็นแพรลอยตามเขามาถึงที่สนามบิน ไหนจะชื่อของเขาที่หญิงสาวรู้อีก
“ฉันก็รู้ชื่อคุณมาจากพาสปอร์ตไง คนอุตส่าห์หวังดีแท้ๆ เอาไปสิ!” แพรพลอยพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ยื่นพาสปอร์ตคืนให้กับเจ้าของเดิม
“พาสปอร์ตผมไปอยู่กับคุณได้ไง”
“ก็คุณลืมไว้ที่คาเฟ่ ทีนี้รู้แล้วใช่มั้ยว่าฉันตามคุณมาทำไม ฉันแค่ไม่อยากติดค้างในใจที่ทำให้คุณต้องตกเครื่องก็แค่นั้น”
“ไม่ทันแล้วล่ะ แต่ก็ขอบใจนะ”
“หมายความว่าไง? นี่ฉันมาช้าไปเหรอ” แพรพลอยรู้สึกตกใจเมื่อได้ยินคำตอบของคชา ถ้าเธอมาให้เร็วกว่านี้ก็คงดี
“ทำไมคุณทำหน้าแบบนั้น มันต้องเป็นผมที่เศร้าไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มหลุดขำออกมาเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของหญิงสาว
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อ งั้นก็ซื้อตั๋วใหม่สิ ไปถึงช้าหน่อยไม่เป็นไรมั้ง”
“สายไปแล้วล่ะ ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว แล้วนี่คุณมายังไง”
“ก็นั่งแท็กซี่มานะสิ ขืนมารถเมล์ตอนนี้ก็คงนั่งติดไฟแดงอยู่มั้ง แต่ยังไงก็ไม่ทันอยู่ดี"
“งั้นผมไปส่งคุณแล้วกัน ถือว่าตอบแทนน้ำใจที่คุณดั้นด้นเอาพาสปอร์ตมาให้ผมถึงสนามบินแม้จะไม่มีประโยชน์ก็ตาม” คชาเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเดินนำแพรพลอยออกไปก่อน หญิงสาวเองก็ไม่รีรอที่จะตามหลังชายหนุ่มไปเช่นกัน ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าแท็กซี่กลับเองคนมัธยัสถ์แบบเธอมีหรือจะปฏิเสธ
ระหว่างทางแพรพลอยก็เอาแต่จ้องหน้าของคชาเป็นพักๆ พอชายหนุ่มมองกลับก็รีบหลบสายตา ท่าทีของหญิงสาวอดที่จะทำให้คชาเอ่ยถามไม่ได้
“มีอะไรหรือเปล่า คุณเอาแต่จ้องหน้าผมไม่หยุดเลย”
“ฉันแค่สงสัยว่าทำไมคุณไม่รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนเลยที่ตกเครื่อง มันไม่สำคัญกับคุณเหรอ”
“สำคัญมากเลยล่ะ แต่บางเรื่องผมก็ทำตามใจตัวเองไม่ได้”
ระหว่างสนทนาอยู่นั้นคชาเหลือบเห็นชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังจะเดินตัดหน้ารถของเขาก่อนจะถูกคนแถวนั้นดึงตัวกลับมาอยู่ทางฟุตบาทตามเดิม ชายหนุ่มเลยเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน เขารีบยื่นมือไปป้องหน้าผากของแพรพลอยก่อนที่ตัวหญิงสาวจะถลาไปข้างหน้า
“คุณไม่เป็นไรนะ”
“ฉันไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ” มืออุ่นๆ ความเอาใจใส่ ไหนจะสายตาที่คชามองเธอด้วยความเป็นห่วงนั้นทำให้แพรพลอยใจสั่นโดยไม่รู้ตัว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะหวั่นไหวให้กับชายหนุ่มทั้งที่พึ่งเจอกัน
“แต่คุณหน้าแดงมากเลย ไม่เป็นไรแน่นะ”
“ฉันไม่เป็นไรจริงๆ งั้นฉันลงตรงนี้ก็แล้วกันพอดีนัดเพื่อนไว้แถวๆ นี้” หญิงสาวน้ำเสียงตะกุกตะกัก ยิ่งถูกทักเรื่องหน้าแดงก็ยิ่งทำให้ว้าวุ่นมากกว่าเดิม การหนีจากคชาในตอนนี้คงเป็นเรื่องที่เธอควรจะทำ
“จะลงตรงนี้จริงเหรอ”
“ค่ะ คุณเองก็ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น”
“คุณรู้ด้วยเหรอว่าผมกำลังเจอปัญหาอยู่”
“ไม่รู้หรอก แต่ฉันเห็นคุณเหม่อลอยตั้งแต่อยู่สนามบินแล้ว ฉันก็เลยคิดว่าคุณคงมีเรื่องในใจ”
“งั้นคุณคิดว่าผมควรจัดการปัญหานี้ยังไง ผมควรทำตามหน้าที่หรือทำตามใจตัวเองดี”
“แล้วเลือกสองทางไปพร้อมๆ กันไม่ได้เหรอ หน้าที่ของคุณมันสำคัญน้อยพอจะทำให้คุณละเลยไปได้มั้ยล่ะ ถ้าคุณเลือกทำตามหัวใจแล้วปล่อยผ่านเรื่องหน้าที่ได้ งั้นคุณก็ทำตามใจคุณเถอะ”
“ผมเข้าใจแล้ว คุณนี่เก่งนะขนาดไม่รู้ว่าปัญหาของผมคืออะไรยังให้คำปรึกษาได้เลย”
“ฉันก็พูดไปเรื่อยนั่นแหละ คุณไม่ต้องจริงจังก็ได้”
“เอามือถือคุณมาหน่อยสิ ผมจะบันทึกเบอร์ผมไว้ ต่อไปถ้าคุณติดขัดอะไรก็โทรให้ผมช่วยได้”
“ไม่ต้องหรอก หรือต่อให้ฉันเกิดปัญหาขึ้นจริงคุณก็คงช่วยฉันไม่ได้”
“ยังไม่ถึงตอนนั้นเลยคุณรู้ได้ไงว่าผมช่วยคุณไม่ได้ ผมทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิดนะ อีกอย่างเบอร์ผมไม่ได้ให้ใครง่ายๆ ด้วย”
“คุณนี่ประหลาดคนจริงๆ อ๊ะ..เอาไปสิ” หญิงสาวยื่นมือถือตัวเองให้ชายหนุ่มอย่างไม่เต็มใจ ถ้าเธอไม่ทำตามคำขอมีหวังคชาได้รบเร้าเธอมากกว่านี้แน่ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยหญิงสาวก็เปิดประตูลงจากรถ เธอยิ้มและมองไปที่คชาอีกครั้งเพื่อเป็นการบอกลา และต่อไปเขาและเธอคงจะไม่ได้เจอกันอีก
“ยังไงก็ขอบใจนะคะที่มาส่ง ที่ฉันมั่นใจว่าคุณคงช่วยฉันไม่ได้เพราะต่อจากนี้ฉันกับคุณคงไม่ได้เจอกันอีก พรุ่งนี้ฉันต้องกลับไปอยู่ในที่ที่ของฉันแล้ว"
“เหรอ งั้นผมขอให้คุณโชคดีนะ แต่ผมยังยืนยันคำเดิมถ้ามีอะไรให้ผมช่วย คุณก็โทรหาผมได้ตลอด”
“ลาก่อนค่ะคุณคชา ฉันแพรพลอยค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หญิงสาวเผยยิ้มเล็กน้อยก่อนเดินจากชายหนุ่มไป
คชามองตามแพรพลอยจนสุดสายตาก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาเมื่อนึกถึงปัญหาที่รอเขาอยู่ ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเดินทางไปหาผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล
ตอนอยู่สนามบินคชาได้รับสายจากญาติผู้น้องว่าผู้เป็นพ่อของเขาเข้ารับการผ่าตัดหัวใจเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งชายหนุ่มเองก็อาศัยอยู่ที่คอนโดส่วนตัวเลยไม่ได้รับรู้เรื่องราวของผู้เป็นพ่อในทันที และเชื่อว่าผู้เป็นพ่อคงกำชับคนสนิทใกล้ตัวไม่ให้บอกเรื่องนี้กับเขาเช่นกัน เพราะไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้ผู้เป็นลูกชายต้องคิดมากเรื่องของเขาแล้วปล่อยโอกาสที่จะทำตามหัวใจของตัวเองหลุดลอยไป
ถึงแม่ว่าตอนนี้ผู้เป็นพ่อจะปลอดภัยแล้วแต่คชาก็ยังกังวลอยู่ดี และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจล้มเลิกความคิดที่จะสารภาพรักกับนิลนาและบินไปออสเตรเลียพร้อมกับเธอ ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือเรื่องของผู้เป็นพ่อ
“แพร แต่งงานกันนะ ผมไม่อยากอยู่แยกจากคุณแล้ว ผมอยากใช้ทุกช่วงชีวิตไปพร้อมกับคุณ”“ทำไมใจร้อนจังคะ แต่งหรือไม่แต่งฉันก็ไม่หนีคุณไปไหนสักหน่อย” แพรพลอยลูบไล้ไปที่แก้มคชาเบาๆ“ผมรู้ แต่มันจะดีกว่านี้มั้ยถ้าเราสองคนได้อยู่ด้วยกัน ได้นอนกอดกันทุกคืน ตื่นมาพร้อมกันทุกวัน แค่คิดผมก็มีความสุขแล้ว ผมจะสามสิบแล้วนะเดี๋ยวก็มีลูกไม่ทันใช้หรอก”“แค่สามสิบเอง เดี๋ยวนี้อายุ40พึ่งมีลูกกันก็เยอะแยะไป”“นี่คุณจะให้ผมรอจนถึง40เลยเหรอ”“ก็ไม่ขนาดนั้น รออีกหน่อยได้มั้ยคะ งั้นเอาแบบนี้ก็ได้ฉันจะมาค้างกับคุณให้บ่อยขึ้นดีมั้ยคะ”“ก็ได้ แต่ตอนนี้คุณต้องตามใจผมก่อนนะ” คชาอุ้มแพรพลอยพาไปนั่งที่เตียงนอน คงจะมีแค่สิ่งเดียวในตอนนี้ที่เยียวยาเขาได้บ้าง“ยังหัวค่ำอยู่เลยนะจะรีบนอนไปไหน น้ำก็ยังไม่ได้อาบ”“งั้นเราก็ไปอาบน้ำกัน”คชาเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เขาอุ้มแพรพลอยออกจากเตียงพาไปยังห้องน้ำแทน ชายหนุ่มวางหญิงสาวลงอ่างอาบน้ำก่อนค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเธอออกจนไม่เหลือไว้แม้แต่ชั้นใน ชายหนุ่มมองเรือนร่างของหญิงสาวด้วยความพอใจ“ผมถอดให้คุณแล้วคุณก็ถอดให้ผมบ้างสิ ไม่งั้นผมจะอาบน้ำยังไงล่ะ”“ก็อาบทั้งอย่างนี้แหละ”พูดจบหญิงสาว
“จริงเหรอครับ คุณคชาเป็นแฟนคุณเหรอ” ดาราหนุ่มถามแพรพลอยที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของคชา ถ้าเธอเป็นคนยืนยันเขาถึงจะยอมเชื่อ“ค่ะ ฉันกับคุณคชาเป็นแฟนกัน” คำตอบของหญิงสาวทำคชายิ้มออกมาอย่างพอใจ“งั้นอย่าเลิกกันนะครับ ถ้าเลิกกันผมจะตามจีบคุณทันที” ดาราหนุ่มยักคิ้วให้หญิงสาวก่อนจะเดินจากคนทั้งคู่ไป รอยยิ้มนั้นของเขาเจ้าเล่ห์นักจนทำให้คชาไม่สบอารมณ์ขึ้นมา“คุณได้ยินที่เขาพูดมั้ย นี่เขากำลังแช่งให้เราเลิกกันเหรอ”“เขาบอกไม่ให้เราเลิกกันต่างหากแช่งที่ไหน คุณกัปตันก็แค่ล้อเล่นค่ะ คนแบบเขาไม่มีทางมาจีบฉันหรอกน่า”“คุณรู้มั้ยว่าพวกดาราดังๆ ชอบผู้หญิงแบบไหนมากที่สุด พวกนั้นก็ชอบผู้หญิงแบบคุณนี่แหละ ผู้หญิงที่ธรรมดาไม่ต้องเด่นดังใช้ชีวิตให้ยุ่งยาก”“ถ้าเขาอยากจะชอบก็ให้ชอบไปสิคะ ฉันเองมีแฟนแล้วและฉันก็รักแฟนฉันมากด้วย ฉันไม่สนใจเขาหรอก”“คุณรักผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ วันนี้ดูคุณแปลกๆ นะ มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย”“คือวันนี้ชินจะกลับมาจากฮ่องกง ฉันจะขอคุณไปหาชินได้มั้ย”“ว่าแล้วเชียว อยากไปก็ไปสิแค่เพื่อนเองผมไม่หึงหรอก”“ไม่หึงจริงอะ”“เมื่อก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้ไม่แล้วเพราะอะไรรู้มั้ย ก็เพราะ…คุณเป็นของผมทั้งตัวแ
วันต่อมาแพรพลอยมาตรวจงานในส่วนของโรงแรมเห็นฝูงชนกำลังวิ่งตามใครบางคนอยู่ ที่ส่วนตัวแบบนี้จะให้เกิดความวุ่นวายไม่ได้ หญิงสาวรีบเดินไปดักหน้าคว้าตัวคนที่ถูกกลุ่มคนตามแล้วพามาที่ลับตาคน ก่อนจะหยิบมือถือโทรแจ้งให้รปภ.เข้ามาจัดการให้กลุ่มคนพวกนั้นออกไปจากโรงแรม“คุณปลอดภัยแล้วค่ะ ว่าแต่ทำไมคนพวกนั้นต้องตามคุณด้วย พวกเขาเป็นเจ้าหนี้คุณเหรอ”“คุณคิดว่าไงล่ะ” คนดังกล่าวรีบถอดหมวกถอดแว่นดำที่สวมอยู่ออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง และนั่นถึงทำให้แพรพลอยรู้เหตุผลที่คนพวกนั้นตามเขา ที่แท้ก็เป็นพระเอกดังของวงการบันเทิงนี่เอง ครั้งหนึ่งชายหนุ่มก็เคยมีข่าวซุบซิบกับแพตตี้ด้วย“คุณกัปตัน!”“อย่าพูดดังสิ” ดาราหนุ่มรีบปิดปากหญิงสาวเอาไว้ กลัวว่าเสียงของเธอจะทำให้เหล่าแฟนคลับที่ตามเขามาได้ยินเข้า“ไม่ต้องห่วงป่านนี้น่าจะออกไปกันหมดแล้ว คุณตัวจริงนี่หล่อจังเลยนะคะ ในทีวีว่าหล่อแล้วตัวจริงนี้หล่อคูณสิบไปอีก”“คุณเองก็เป็นพวกคลั่งดาราเหมือนกันเหรอ”“เปล่าค่ะ แต่คุณไปถ่ายหนังเรื่องใหม่ที่ฝรั่งเศสกับคุณแพตตี้ไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมมาอยู่นี่ล่ะ”“รู้ตารางานผมขนาดนี้แล้วยังจะบอกว่าไม่ใช่แฟนคลับผมอีก”“ข่าวคุณออกที
2 วันต่อมา ช่วงค่ำของวันนิลนากวาดสายตามองห้องคอนโดของเธอด้วยความอาวรณ์หวนคิดถึงวันวานที่ผ่านมา ห้องคอนโดนี้เป็นของคชาที่ให้เธอเข้ามาพักอาศัยตั้งแต่ก่อนไปเรียนต่อปริญญาโท พอกลับมาคิดไว้ว่าจะได้พักอยู่ต่ออีกนานๆ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องจากไปอีกครั้ง และคงไม่ได้กลับมาอยู่ที่ห้องนี้อีกแล้วนิลนาค่อยๆ เผยยิ้มออกมาก่อนลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้อง หญิงสาวโทรหาแพรพลอยให้ออกมาเจอกันที่คาเฟ่ก่อนจะเดินทางไปสนามบิน ในเมื่อจะไปแล้วสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยแพรพลอยมาถึงคาเฟ่เห็นกระเป๋าเดินทางวางอยู่ข้างตัวนิลนาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าวันนี้คงเป็นวันที่หญิงสาวจะออกเดินทาง เป็นอย่างที่คชาได้บอกเธอเอาไว้จริงๆ“ขอบคุณนะคะที่ยอมออกมาเจอ และก็ขอโทษกับทุกเรื่องที่ผ่านมา ฉันทำตามข้อตกลงแล้วนะ เมื่อฉันแพ้ฉันก็ต้องจากไปทั้งๆ ที่แอบหวังไว้ว่าคนที่ต้องไปควรเป็นคุณมากกว่า”“แล้วคุณคชารู้มั้ยคะว่าคุณบินวันนี้”“ไม่รู้ค่ะ ฉันโกหกพี่คชาว่าจะบินพรุ่งนี้”“ทำไมคะ?”“ฉันเกลียดการจากลาค่ะ ยิ่งเป็นการจากลาที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกหรือเปล่า คุณแพรคงไม่คิดว่าฉันตัดใจจากพี่คชาได้แล้วหรอกนะคะ”“ฉันรู้





