LOGIN“คุณคชา ช่วยฉันด้วย?”
“แพรพลอย…นั่นคุณเหรอ” คชารู้สึกคุ้นเคยกับน้ำเสียงที่ได้ยินจึงเอ่ยถามปลายสายเพื่อความแน่ใจ พอหญิงสาวตอบรับตัวตนชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ใช่ฉันเอง คุณอยู่ที่ไหนพอจะมาหาฉันหน่อยได้มั้ย ตอนนี้ฉันอยู่ที่อาฟเตอร์คาเฟ่”
“หมายถึงอาฟเตอร์คาเฟ่ที่อยู่ใกล้ๆ โรงแรมฤทธิราเหรอ”
“ใช่ๆ ถ้าคุณต้องมาหาฉันใช้เวลานานมั้ย ตอนนี้มีใครก็ไม่รู้ตามฉันอยู่ ฉันกลัว”
“คุณไม่ต้องกลัวและก็ห้ามออกนอกคาเฟ่ด้วย ผมจะไปหาคุณเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มวางสายพร้อมรีบเดินออกจากห้องไป พอรู้ว่าแพรพลอยตกอยู่ในอันตรายก็เกิดความกังวลขึ้นมา
แพรพลอยนั่งนิ่งอยู่ที่คาเฟ่ด้วยความหวาดระแวง ตอนนี้หลายๆ คนที่เข้ามาใช้บริการที่คาเฟ่ก็เริ่มทยอยกันกลับ ถ้าเธอยังนั่งอยู่ที่นี่ต่อโดยไร้ผู้คนแบบนี้มีหวังคนที่ตามเธอต้องเข้ามาประชิดตัวเธอแน่ ไม่สู้ใช้จังหวะที่มีคนมากมายกำลังเดินออกจากคาเฟ่ไปพร้อมกับคนเหล่านั้นน่าจะยังดีกว่า เพราะดูท่าว่าคชาคงมาหาเธอไม่ทันคาเฟ่ปิดก่อนอย่างแน่นอน
แพรพลอยเก็บของลุกจากเก้าอี้เดินตรงไปยังประตูคาเฟ่ หญิงสาวเดินก้มหน้าเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ยังไม่ทันเดินไปได้ไกลเท่าไหร่ก็มีมือของใครบางคนเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้ และนั่นทำให้แพรพลอยตกใจเป็นอย่างมาก หญิงสาวใช้ความกล้าทั้งหมดส่งเสียงตะโกนออกไป เวลาจวนตัวแบบนี้เธอคงต้องร้องขอความช่วยเหลือแล้ว
“ปล่อยฉันนะ!”
“คุณ…ผมเอง”
แพรพลอยค่อยๆ เงยหน้ามองชายหนุ่มที่คว้าข้อมือของเธอ เสียงที่คุ้นเคยนั้นทำเธอคลายความกังวลลงได้บ้าง พอเห็นว่าเป็นคชาก็เข่าอ่อนลงในทันที หญิงสาวแค่รู้สึกปลอดภัยไม่ต้องทำตัวเข้มแข็งอีกต่อไปแล้ว
“คุณเป็นอะไรมั้ย” คชาคว้าตัวแพรพลอยที่กำลังจะทรุดลงเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน ชายหนุ่มก้มหน้ามองไปที่หญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แพรพลอยเองเมื่อรู้ตัวว่าอยู่ในอ้อมกอดของคชาก็รีบผละตัวออกห่างจากชายหนุ่มทันที
“ฉันไม่เป็นไรแล้ว”
“คุณคงกลัวมากสินะตัวสั่นไปหมดเลย ก็ผมบอกให้คุณรออยู่ที่คาเฟ่ไงแล้วจะออกมาทำไม”
“ใครจะไปคิดล่ะว่าคุณจะมาถึงเร็วขนาดนี้ ฉันก็กลัวคาเฟ่ปิดไปก่อนที่คุณจะมาถึงนะสิ" คำพูดและใบหน้าที่งอแงของหญิงสาวทำชายหนุ่มเอ็นดูนัก
“ผมไม่คิดเลยว่าจะเจอคุณอีกครั้งในสถานการณ์แบบนี้ แต่ก็ดีใจนะที่คุณโทรหาผม ในที่สุดคุณก็มีเรื่องให้ผมช่วยจนได้” ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจ เขาเองก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกับแพรพลอยเร็วกว่าที่คิดไว้เสียอีก
“ขอบคุณนะคะ เจอกันอีกทีฉันก็เอาความยุ่งยากมาให้คุณซะงั้น ว่าแต่คุณมาเที่ยวแถวนี้เหรอ”
“สภาพผมดูเหมือนคนออกมาเที่ยวหรือไง”
แพรพลอยมองไปที่ผมยุ่งเหยิงของคชา ไหนจะเสื้อผ้าที่ชายหนุ่มสวมใส่อีก ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ เหมือนเขากำลังสวมชุดนอนอยู่ด้วยซ้ำ
“ดูจากการแต่งตัวของคุณก็ไม่น่าจะใช่ งั้นคุณพักอยู่แถวนี้เหรอคะ”
“ใช่ ไม่งั้นผมจะออกมาเจอคุณได้เร็วขนาดนี้ยังไง คุณล่ะมาทำอะไรที่นี่”
“ฉันออกมาซื้อของค่ะ ฉันพักอยู่ที่คอนโดถัดไปนี่เอง พรุ่งนี้ต้องไปสัมภาษณ์งานที่โรงแรมฤทธิราเลยมาพักที่คอนโดเพื่อนก่อนจะได้สะดวกในการเดินทาง”
“โรงแรมฤทธิราเหรอ ดีจัง”
“ดียังไงคะ แล้วทำไมคุณต้องประหลาดใจด้วย”
“ดีสิ…โรงแรมนั้นดีมากเลยนะ ผมเองก็ทำงานอยู่ที่นั่นเหมือนกัน”
“คุณก็ทำงานอยู่ที่นั่นเหรอ แล้วคุณทำอยู่แผนกอะไรคะ”
“ถ้าบอกไปกลัวคุณจะตกใจเอานะสิ พรุ่งนี้ผมต้องประชุมทั้งวันคงแวะไปหาคุณไม่ได้ เอาเป็นว่าวันที่คุณเข้าไปทำงานผมจะไปหาคุณแล้วกัน ตอนนั้นคุณก็จะรู้เองแหละว่าผมทำตำแหน่งอะไร”
“ฉันไม่ได้อยากให้คุณมาหาสักหน่อย อีกอย่างไม่รู้ว่าจะได้งานหรือเปล่าด้วย คุณอย่าพูดเป็นตุเป็นตะขนาดนั้นสิ”
“คุณได้งานแน่นอนเชื่อผมน่า นี่ก็ดึกแล้วกลับเถอะเดี๋ยวผมไปส่ง” คชายิ้มรับอย่างมั่นใจ การเข้าทำงานของแพรพลอยไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาเลยสักนิดถ้าเขาต้องการ
คชาเดินไปส่งแพรพลอยยังคอนโดของเธอ ระหว่างทางทั้งสองก็พูดคุยทำความรู้จักกันให้มากขึ้น คชาเองก็รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวนัก การที่ได้พูดคุยกับแพรพลอยทำให้เขาผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ถ้าจะมีแพรพลอยเพิ่มเข้ามาในชีวิตอีกคนเป็นอะไรที่เขาเองก็ดูจะพอใจอยู่ไม่น้อย
แพรพลอยกลับมาถึงคอนโดก็เอาแต่ยิ้มเมื่อนึกถึงคชา หญิงสาวเองก็ดูจะเพลิดเพลินเป็นอย่างมากที่ได้ทำความรู้จักกับชายหนุ่มมากขึ้น ต่อไปนี้เธอเองก็จะมีเพื่อนใหม่เพิ่มมาอีกคน ยิ่งถ้าได้ทำงานที่เดียวกับชายหนุ่มคงเป็นเรื่องที่ดีมาก
ระหว่างที่ยิ้มพอใจอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นสมุดบัญชีของเธอที่ยังไม่ได้จัดเก็บให้เรียบร้อย หญิงสาวเข้าไปนั่งที่โซฟาหยิบสมุดบัญชีที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูตัวเลขจำนวนเงินมากมายนั้นด้วยความครุ่นคิดในใจ
ย้อนกลับไปเมื่อ1เดือนก่อน
แพรพลอยมาหาบวรที่ห้องทำงานเพื่อให้คำตอบกับผู้เป็นพ่อที่เคยถามเอาไว้ หญิงสาวตัดสินใจแล้วว่าต้องการออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง เพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับปวีณาและฟ้ารดาได้อย่างแน่นอน การที่เธอออกไปใช้ชีวิตของตัวเองคงเป็นคำตอบที่เธอต้องการที่สุดแล้ว
“ที่จริงพ่อก็รู้คำตอบของแพรแล้วล่ะ เงินนี้เป็นเงินในส่วนที่แพรควรจะได้ เดี๋ยวพ่อจะซื้อรถให้คันหนึ่งแพรจะได้ไปไหนมาไหนได้สะดวก” บวรยื่นเช็คเงินสดให้กับผู้เป็นลูกสาว เขาเองก็เตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าทุกอย่างต้องออกมาเป็นเช่นนี้
“เรื่องเงินแพรจะรับไว้ ส่วนเรื่องรถแพรไม่เอาค่ะ ไว้แพรอยากได้เมื่อไหร่เดี๋ยวแพรหาเงินซื้อเอง พ่ออย่าโทษแพรเลยนะที่แพรอดทนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ นอกจากเงินที่พ่อให้แพรก็จะไม่เอาอะไรทั้งนั้นรวมถึงโรงแรมศกุนตลานี้ด้วย พ่อเก็บไว้ให้ฟ้ารดาเถอะค่ะ อย่างน้อยพ่อก็ยังมีครอบครัวของพ่ออยู่ เดี๋ยวพอฟ้ารดาโตขึ้นก็คงคิดได้เอง”
“เรื่องโรงแรมค่อยว่ากันอีกที ว่าแต่แพรเถอะต่อไปจะไปไหน ทำอะไร พ่อว่าแพรไปเรียนต่อก็ได้นะ ไปใช้ชีวิตให้เต็มที่ ถ้าขาดเหลืออะไรพ่อจะจัดการให้เอง”
“ถ้าคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากพ่อให้เร็วกว่านี้แพรคงจะดีใจมาก แต่ตอนนี้แพรเฉยชาแล้วค่ะ แพรไม่รู้สึกยินดีตั้งแต่พ่อพาผู้หญิงคนนั้นมาแทนที่แม่กับแพรแล้ว ถ้าพ่อปล่อยแพรไปแล้วพ่อก็อย่ากังวลเรื่องของแพรอีกเลยค่ะ เพราะแพรชินกับการที่ต้องดิ้นรนด้วยตัวเองแล้ว ไม่ว่ายังไงต่อจากนี้แพรก็จะใช้ชีวิตให้ดีอย่างแน่นอน”
หญิงสาวน้ำตาคลอ คำพูดดูดีจากผู้เป็นพ่อไม่ได้มีความหมายกับเธอแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมาการกระทำของผู้เป็นพ่อทำให้เธอชินชาไปจนหมด และเธอก็ไม่อยากคาดหวังอะไรอีกเพราะยังไงเธอก็ยอมรับปวีณากับฟ้ารดาไม่ได้อยู่ดี
ความเฉยชาของแพรพลอยทำบวรเจ็บปวดใจนัก ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะแก้ไขยังไงก็คงไม่ทำให้ผู้เป็นลูกสาวมองเขาเปลี่ยนไปจากเดิม เขายอมรับผิดทุกอย่างว่าที่ผ่านมาทำตัวเองทั้งนั้น อย่างน้อยในตอนนี้ก็แค่อยากชดเชยให้ผู้เป็นลูกสาวบ้าง
“หลังจากนี้อีกเดือนหนึ่งแพรจะไป ยังไงก็ขอบคุณพ่อนะคะที่ให้แพรได้เลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง” หญิงสาวปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเดินออกจากห้องทำงานของผู้เป็นพ่อไปโดยไม่หันกลับหลัง เธอเองก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกันที่ต้องทำตัวแข็งกระด้างกับบวรเช่นนี้
แพรพลอยหลังจากที่บวรกลับออกจากห้องนอนเธอไปเมื่อครั้งก่อน หญิงสาวก็ค้นหางานจากอินเทอร์เน็ตที่เธอพอจะทำได้ และเธอก็ได้เห็นโรงแรมฤทธิราเปิดรับสมัครพนักงานอยู่พอดีเลยไม่รีรอที่จะส่งใบสมัครไป เธอก็หวังแค่ว่าความสามารถในการบริหารโรงแรมที่ผ่านมาของเธอจะสามารถเข้าทำงานที่โรงแรมฤทธิราได้ เพราะงานดังกล่าวเป็นงานที่เธอรักและคุ้นชินอยู่แล้ว แถมถ้าได้เข้าทำงานที่โรงแรมหรูอย่างโรงแรมฤทธิราอีกคงเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเธอมากอย่างแน่นอน
วันต่อมา
คชาเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศตั้งแต่เช้า วันนี้ชายหนุ่มต้องเข้าประชุมผู้บริหารทั้งวัน ก่อนเข้าประชุมก็อยากฝากฝังบางเรื่องให้เรียบร้อยเสียก่อน
“คุณคชาเรียกพี่เหรอคะ” พนักงานสาวคนหนึ่งเอ่ยทักทายชายหนุ่มทันทีที่เดินเข้ามายังห้องทำงาน
“วันนี้ผมได้ข่าวว่าจะมีการสัมภาษณ์งาน และพี่เกรซก็เป็นหัวหน้าหลักในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ด้วย เอาง่ายๆ เลยนะ…ผมอยากให้พี่เกรซรับผู้หญิงที่ชื่อแพรพลอยเข้ามาทำงาน”
“เอาแบบนี้เลยเหรอคะ”
“แบบนี้นี่แหละเข้าใจง่ายดี”
“แม้ว่าความสามารถของเธอจะไม่ได้มาตรฐานของโรงแรมเราก็ไม่ใช่ปัญหาใช่มั้ยคะ”
“ไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว พี่เกรซก็แค่ลองหางานที่เธอพอจะทำได้ให้เธอทำ หรือว่าผมขอมากไป”
“ไม่มากไปเลยค่ะ สำหรับคุณคชาแล้วต่อให้รับคนมาเป็นร้อยคนพี่ก็เห็นด้วยทั้งนั้น”
“เวอร์ไปแล้วครับ เอาเป็นว่ายังไงก็ฝากเรื่องนี้ด้วย”
“ยินดีค่ะ พี่ชักอยากจะเห็นหน้าคนที่ชื่อแพรพลอยแล้วสิ เป็นคนแบบไหนนะถึงได้อภิสิทธิ์มากขนาดนี้”
“ไม่ต้องคิดไปไกลเลยครับเธอก็แค่เพื่อนผม ไม่มีอะไรแล้วเชิญพี่เกรซกลับไปเตรียมตัวสัมภาษณ์ได้แล้วครับ”
คชาส่ายหน้าเอ็นดูกับความเย้าหยอกของพนักงานสาว และชายหนุ่มนึกขึ้นได้อยู่เรื่องหนึ่งว่าหลายเดือนก่อนเขาเก็บสร้อยข้อมือของแพรพลอยเอาไว้ ชายหนุ่มเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานเพื่อจะหยิบสร้อยข้อมือแต่ต้องสะดุดตากับกล่องสร้อยคอจี้ผีเสื้อที่เขาเคยตั้งใจจะให้นิลนา คชาจ้องไปที่กล่องนั้นอยู่สักครู่ก่อนส่ายหน้าละสายตาออกแล้วหันไปหยิบสร้อยข้อมือของแพรพลอยขึ้นมาดู
“ไว้ตอนคุณเข้ามาทำงานค่อยคืนแล้วกัน” ชายหนุ่มเผยยิ้มเล็กน้อยอย่างพอใจ
ช่วงค่ำของวัน
“คุณว่างมั้ยออกมาเจอผมหน่อย ตอนนี้ผมอยู่หน้าคอนโดคุณน่ะ”
เสียงปลายสายของคชาเอ่ยถามแพรพลอยที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ หญิงสาวหลังจากวางสายก็รีบปิดทีวีแล้วลงไปหาชายหนุ่มที่รออยู่ทันที เธอเองก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เจอกับคชาอีก
“คุณพึ่งเลิกงานเหรอคะ”
“อืม ช่วงนี้จะยุ่งๆ หน่อย ว่าแต่คุณกินข้าวยัง?”
“ยังค่ะ” หญิงสาวรีบตอบกลับโดยไม่ต้องคิด แม้ว่าครึ่งชั่วโมงก่อนเธอจะกินข้าวมาแล้วก็ตาม
“งั้นดีเลยไปกินข้าวกับผมหน่อยสิ แถวนี้มีร้านหนึ่งอร่อยมากคุณน่าจะชอบ”
“ได้สิคะ งั้นคุณรอฉันแป๊บนะฉันขึ้นไปหยิบกระเป๋าตังค์ก่อน”
“ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวผมเลี้ยงเอง ไว้คุณค่อยเลี้ยงคืนผมก็ได้”
“ก็ได้ค่ะ งั้นเราไปกันเลยมั้ย"
หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้ที่จะได้ไปกินข้าวกับคชา ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยใจเต้นแรงแบบนี้กับใคร แต่ทำไมพอเป็นคชาถึงทำให้เธอรู้สึกว้าวุ่นใจไปหมดก็ไม่รู้
“แพร แต่งงานกันนะ ผมไม่อยากอยู่แยกจากคุณแล้ว ผมอยากใช้ทุกช่วงชีวิตไปพร้อมกับคุณ”“ทำไมใจร้อนจังคะ แต่งหรือไม่แต่งฉันก็ไม่หนีคุณไปไหนสักหน่อย” แพรพลอยลูบไล้ไปที่แก้มคชาเบาๆ“ผมรู้ แต่มันจะดีกว่านี้มั้ยถ้าเราสองคนได้อยู่ด้วยกัน ได้นอนกอดกันทุกคืน ตื่นมาพร้อมกันทุกวัน แค่คิดผมก็มีความสุขแล้ว ผมจะสามสิบแล้วนะเดี๋ยวก็มีลูกไม่ทันใช้หรอก”“แค่สามสิบเอง เดี๋ยวนี้อายุ40พึ่งมีลูกกันก็เยอะแยะไป”“นี่คุณจะให้ผมรอจนถึง40เลยเหรอ”“ก็ไม่ขนาดนั้น รออีกหน่อยได้มั้ยคะ งั้นเอาแบบนี้ก็ได้ฉันจะมาค้างกับคุณให้บ่อยขึ้นดีมั้ยคะ”“ก็ได้ แต่ตอนนี้คุณต้องตามใจผมก่อนนะ” คชาอุ้มแพรพลอยพาไปนั่งที่เตียงนอน คงจะมีแค่สิ่งเดียวในตอนนี้ที่เยียวยาเขาได้บ้าง“ยังหัวค่ำอยู่เลยนะจะรีบนอนไปไหน น้ำก็ยังไม่ได้อาบ”“งั้นเราก็ไปอาบน้ำกัน”คชาเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เขาอุ้มแพรพลอยออกจากเตียงพาไปยังห้องน้ำแทน ชายหนุ่มวางหญิงสาวลงอ่างอาบน้ำก่อนค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเธอออกจนไม่เหลือไว้แม้แต่ชั้นใน ชายหนุ่มมองเรือนร่างของหญิงสาวด้วยความพอใจ“ผมถอดให้คุณแล้วคุณก็ถอดให้ผมบ้างสิ ไม่งั้นผมจะอาบน้ำยังไงล่ะ”“ก็อาบทั้งอย่างนี้แหละ”พูดจบหญิงสาว
“จริงเหรอครับ คุณคชาเป็นแฟนคุณเหรอ” ดาราหนุ่มถามแพรพลอยที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของคชา ถ้าเธอเป็นคนยืนยันเขาถึงจะยอมเชื่อ“ค่ะ ฉันกับคุณคชาเป็นแฟนกัน” คำตอบของหญิงสาวทำคชายิ้มออกมาอย่างพอใจ“งั้นอย่าเลิกกันนะครับ ถ้าเลิกกันผมจะตามจีบคุณทันที” ดาราหนุ่มยักคิ้วให้หญิงสาวก่อนจะเดินจากคนทั้งคู่ไป รอยยิ้มนั้นของเขาเจ้าเล่ห์นักจนทำให้คชาไม่สบอารมณ์ขึ้นมา“คุณได้ยินที่เขาพูดมั้ย นี่เขากำลังแช่งให้เราเลิกกันเหรอ”“เขาบอกไม่ให้เราเลิกกันต่างหากแช่งที่ไหน คุณกัปตันก็แค่ล้อเล่นค่ะ คนแบบเขาไม่มีทางมาจีบฉันหรอกน่า”“คุณรู้มั้ยว่าพวกดาราดังๆ ชอบผู้หญิงแบบไหนมากที่สุด พวกนั้นก็ชอบผู้หญิงแบบคุณนี่แหละ ผู้หญิงที่ธรรมดาไม่ต้องเด่นดังใช้ชีวิตให้ยุ่งยาก”“ถ้าเขาอยากจะชอบก็ให้ชอบไปสิคะ ฉันเองมีแฟนแล้วและฉันก็รักแฟนฉันมากด้วย ฉันไม่สนใจเขาหรอก”“คุณรักผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ วันนี้ดูคุณแปลกๆ นะ มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย”“คือวันนี้ชินจะกลับมาจากฮ่องกง ฉันจะขอคุณไปหาชินได้มั้ย”“ว่าแล้วเชียว อยากไปก็ไปสิแค่เพื่อนเองผมไม่หึงหรอก”“ไม่หึงจริงอะ”“เมื่อก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้ไม่แล้วเพราะอะไรรู้มั้ย ก็เพราะ…คุณเป็นของผมทั้งตัวแ
วันต่อมาแพรพลอยมาตรวจงานในส่วนของโรงแรมเห็นฝูงชนกำลังวิ่งตามใครบางคนอยู่ ที่ส่วนตัวแบบนี้จะให้เกิดความวุ่นวายไม่ได้ หญิงสาวรีบเดินไปดักหน้าคว้าตัวคนที่ถูกกลุ่มคนตามแล้วพามาที่ลับตาคน ก่อนจะหยิบมือถือโทรแจ้งให้รปภ.เข้ามาจัดการให้กลุ่มคนพวกนั้นออกไปจากโรงแรม“คุณปลอดภัยแล้วค่ะ ว่าแต่ทำไมคนพวกนั้นต้องตามคุณด้วย พวกเขาเป็นเจ้าหนี้คุณเหรอ”“คุณคิดว่าไงล่ะ” คนดังกล่าวรีบถอดหมวกถอดแว่นดำที่สวมอยู่ออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง และนั่นถึงทำให้แพรพลอยรู้เหตุผลที่คนพวกนั้นตามเขา ที่แท้ก็เป็นพระเอกดังของวงการบันเทิงนี่เอง ครั้งหนึ่งชายหนุ่มก็เคยมีข่าวซุบซิบกับแพตตี้ด้วย“คุณกัปตัน!”“อย่าพูดดังสิ” ดาราหนุ่มรีบปิดปากหญิงสาวเอาไว้ กลัวว่าเสียงของเธอจะทำให้เหล่าแฟนคลับที่ตามเขามาได้ยินเข้า“ไม่ต้องห่วงป่านนี้น่าจะออกไปกันหมดแล้ว คุณตัวจริงนี่หล่อจังเลยนะคะ ในทีวีว่าหล่อแล้วตัวจริงนี้หล่อคูณสิบไปอีก”“คุณเองก็เป็นพวกคลั่งดาราเหมือนกันเหรอ”“เปล่าค่ะ แต่คุณไปถ่ายหนังเรื่องใหม่ที่ฝรั่งเศสกับคุณแพตตี้ไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมมาอยู่นี่ล่ะ”“รู้ตารางานผมขนาดนี้แล้วยังจะบอกว่าไม่ใช่แฟนคลับผมอีก”“ข่าวคุณออกที
2 วันต่อมา ช่วงค่ำของวันนิลนากวาดสายตามองห้องคอนโดของเธอด้วยความอาวรณ์หวนคิดถึงวันวานที่ผ่านมา ห้องคอนโดนี้เป็นของคชาที่ให้เธอเข้ามาพักอาศัยตั้งแต่ก่อนไปเรียนต่อปริญญาโท พอกลับมาคิดไว้ว่าจะได้พักอยู่ต่ออีกนานๆ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องจากไปอีกครั้ง และคงไม่ได้กลับมาอยู่ที่ห้องนี้อีกแล้วนิลนาค่อยๆ เผยยิ้มออกมาก่อนลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้อง หญิงสาวโทรหาแพรพลอยให้ออกมาเจอกันที่คาเฟ่ก่อนจะเดินทางไปสนามบิน ในเมื่อจะไปแล้วสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยแพรพลอยมาถึงคาเฟ่เห็นกระเป๋าเดินทางวางอยู่ข้างตัวนิลนาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าวันนี้คงเป็นวันที่หญิงสาวจะออกเดินทาง เป็นอย่างที่คชาได้บอกเธอเอาไว้จริงๆ“ขอบคุณนะคะที่ยอมออกมาเจอ และก็ขอโทษกับทุกเรื่องที่ผ่านมา ฉันทำตามข้อตกลงแล้วนะ เมื่อฉันแพ้ฉันก็ต้องจากไปทั้งๆ ที่แอบหวังไว้ว่าคนที่ต้องไปควรเป็นคุณมากกว่า”“แล้วคุณคชารู้มั้ยคะว่าคุณบินวันนี้”“ไม่รู้ค่ะ ฉันโกหกพี่คชาว่าจะบินพรุ่งนี้”“ทำไมคะ?”“ฉันเกลียดการจากลาค่ะ ยิ่งเป็นการจากลาที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกหรือเปล่า คุณแพรคงไม่คิดว่าฉันตัดใจจากพี่คชาได้แล้วหรอกนะคะ”“ฉันรู้
คชาค่อยๆ โน้มหน้าเพื่อเข้าจุมพิตแพรพลอยแต่ไม่ทันจะได้ลิ้มรสก็ถูกปฏิเสธก่อนเมื่อมือของหญิงสาวสัมผัสถูกแผลที่หน้าอกของชายหนุ่ม แม้ว่าแผลไม่ได้ลึกแต่เธอก็รู้สึกผิดอยู่ดีที่ทำให้คชาต้องเจ็บตัว“เจ็บมั้ยคะ คุณไม่กลัวว่าฉันจะแทงคุณจริงๆ หรือไง”“กลัวคุณไม่รักผมมากกว่า แต่อย่างน้อยก็คุ้มค่านะ ผมรู้ว่าคุณไม่มีวันทำร้ายผมหรอก”“เมื่อคืนคุณทำให้ฉันกลัวมาก ต่อไปฉันคงไม่กล้าทำอะไรให้คุณโกรธแล้ว”“เด็กดื้อ ผมไม่มีวันทำร้ายคุณแน่นอน เมื่อคืนผมมีสติทุกอย่างถ้าท้ายที่สุดคุณไม่ยอม…ผมก็จะไม่บังคับคุณ”“คุณนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ คุณหลอกฉันมากี่ครั้งแล้วเนี่ย”“ผมไม่เคยหลอกคุณเลยนะ” ชายหนุ่มเสียงสูง“ไม่เคยหลอกน้อยสิไม่ว่า คุณปล่อยฉันเถอะค่ะฉันจะไปอาบน้ำ ไม่อยากเข้างานสาย”“วันนี้คุณไม่ต้องไปหรอกผมรู้ว่าคุณยังเพลียเรื่องเมื่อคืนอยู่”“ยังจะมาล้อเล่นอีก” หญิงสาวหยิกแขนชายหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ เรื่องแบบนี้ก็เอามาพูดเล่นไม่รู้จักอายบ้างเลย“ผมพูดจริง วันนี้คุณหยุดหนึ่งวันแล้วกัน ผมต่างหากที่ต้องไปเดี๋ยวเดือนจะรอนานน่ะ”“คุณเดือนกลับมาเหรอคะ”“อืม กลับมาถึงเมื่อวาน ผมไปก่อนนะ"คชาจูบลาหญิงสาวก่อนจะลุกออกจากเตียงเด
“คุณเลือกเอาว่าจะแทงผม…หรือจะยอมผม”คชาไม่หวาดหวั่นแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บจากปลายมีดที่แพรพลอยจ่อมาที่เขา ชายหนุ่มยังคงเข้าประชิดตัวหญิงแม้ว่าปลายมีดจะแทงเข้าที่อกจนมีเลือดซึมออกมาแล้วก็ตาม เขายังคงมีท่าทีสงบนิ่งแต่กลับเป็นแพรพลอยเองที่ตระหนกตกใจเมื่อเห็นเลือดของชายหนุ่ม“คุณมันบ้าไปแล้วจริงๆ” แพรพลอยรีบโยนมีดในมือทิ้ง เห็นคชาได้รับบาดเจ็บก็เป็นห่วงมากคชาเองเมื่อเห็นแพรพลอยเลือกที่จะทิ้งมีดก็ไม่รีรอจะทำตามแรงปรารถนาของตัวเอง เพราะนั่นหมายถึงว่าหญิงสาวยอมจำนนต่อเขาแล้ว ชายหนุ่มเข้าประทับจูบไปที่หญิงสาวอีกครั้ง มือข้างหนึ่งก็ปลดเสื้อหญิงสาวออกโยนลงพื้นคงเหลือไว้แต่ชั้นใน ปากอุ่นๆ ก็ลูบไล้ไซร้ตามซอกคอและเนื้อเนินอกของเธอด้วยความเร่าร้อนแพรพลอยไม่อาจต้านไฟราคะของคชาได้ หญิงสาวเข้าใจดีและพร้อมยอมรับ ในเมื่อเธอเลือกที่จะทิ้งมีดไปแล้วก็เท่ากับยินยอมพร้อมใจร่วมรักกับชายหนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การได้หลับนอนกับชายคนรักก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เธอเองก็รู้ดีว่ายังไงวันนี้ต้องมาถึงสักวัน และเธอก็ต้องการเช่นกันคชาเมื่อรับรู้ได้ว่าแพรพลอยสมยอมก็ยิ่งเพิ่มความร้อนแรงขึ้น ชายหนุ่มรีบปลดเสื้อตัวเองถอด







