INICIAR SESIÓNบทที่ 2
คอนโดของน้ำขิง
ช่วงเวลาเลิกงาน
“คุณมิรายังไม่นอนอีกเหรอคะ ?”
ฉันที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาก็เจอกับคุณมิราที่กำลังนั่งถือถ้วยอะไรสักอย่างอยู่บนโซฟาของห้องโดยมีทีวีเปิดไว้อยู่ด้วยเช่นกัน
เวลาที่ฉันกลับมาจากที่ทำงานทีไรฉันก็จะมักเห็นว่าเธอเข้าห้องนอนไปแล้ว อาจด้วยเพราะเราสองคนเวลาทำงานแตกต่างกันจึงทำให้ไม่ค่อยเจอหน้ากันเท่าไหร่ถึงแม้จะอยู่ห้องเดียวกันก็เถอะ
“อืม อันที่จริงก่อนหน้านั้นก็หลับไปแล้วแหละ แต่เกิดฝันขึ้นมาก่อน มันก็เลยทำให้มิราไม่กล้านอนต่อน่ะ”
ฉันพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่เธอกำลังพูดด้วยใจที่รู้สึกผิด พร้อมกับเดินไปเก็บรองเท้าให้เข้าที่ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้างเธอ
“น้ำขิงขอโทษนะคะ” เมื่อนั่งลงเสร็จฉันก็หันไปมองหน้าเธอพร้อมกับเอ่ยขอโทษ ฉันพูดแบบนี้มาตลอดหลายปีแล้วที่เราอยู่กันมาโดยที่เธอไม่เคยเข้าใจเลยว่าฉันกำลังขอโทษเธอเรื่องอะไร เธอรู้เพียงแต่ว่าที่ฉันชอบขอโทษเธอมันก็เพราะ…
“ขอโทษอีกแล้ว มันไม่ใช่ความผิดของน้ำขิงสักหน่อย มิราไม่ใช่เด็กนะที่จะต้องค่อยให้คนมาอยู่เป็นเพื่อนทุกเวลาน่ะ บอกไม่รู้กี่รอบแล้วว่าอย่ามาขอโทษมิราเรื่องนี้ไง”
ตามที่เห็น เธอมักจะคิดว่าฉันขอโทษเธอเพราะฉันทำงานตลอดหรือไม่ก็ปล่อยให้เธอเผชิญอยู่กับความฝันอันเลวร้ายนั้นคนเดียว
แต่อันที่จริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยสักนิด...
ความหมายที่แท้จริงของมันคือสิ่งที่ฉันเก็บไว้ภายในใจมาตลอดหลายปีต่างหาก ถ้าเกิดเธอรู้ความจริงขึ้นมาแค่คำว่า ‘ขอโทษ’ ถึงเวลานั้นเธอก็คงไม่อยากได้ยินมันจากปากผู้หญิงที่นิสัยแย่แบบฉันหรอก
“ค่ะ” ฉันยิ้มตอบรับเธอไปเมื่อเธอเริ่มทำหน้างอเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจขึ้นมา ด้านนี้มันไม่ใช่ด้านที่แย่ของเธอหรอกนะ ถึงแม้ฉันจะบอกว่าเธอทำหน้างอแต่มันก็เป็นเพียงสิ่งที่เธอทำขึ้นมาเพื่อให้ฉันเลิกขอโทษเธอแบบนั้นมากกว่า
อันที่จริงเราสองคนยังไม่เคยทะเลาะกันเพราะเรื่องนิสัยของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลยด้วยซ้ำ
“อ้อ! มิราถามอะไรหน่อยสิ นี่ว่าจะถามน้ำขิงหลายรอบแล้วแต่เราก็ไม่เจอกันสักทีเลย”เธอนั่งคาบช้อนพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบรีโมตขึ้นมาเพื่อหรี่เสียงทีวีให้เบาลง จากนั้นเธอก็ขยับตัวนั่งหันมามองที่ฉันแทน
“คุณมิรามีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ ?”
ฉันเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอฟังคำถามจากเธอเช่นกัน ดูเหมือนว่าเธอจะจริงจังกับคำถามดังกล่าวมากน่าดู
“อย่าว่ามิรางั้นงี้เลยนะ น้ำขิงกับ...กับพี่ราเดลรู้จักกันมาก่อนเหรอ ?” จบคำถาม ฉันก็เงียบไปสักพักแต่ก็พยายามประคับประคองใบหน้าให้เกิดพิรุธน้อยที่สุด เรื่องของเราสองคนมันเกิดขึ้นนานแล้วตั้งแต่สมัยที่ฉันยังเป็นเด็กวัยรุ่น
“ไม่นะคะ น้ำขิงไม่เคยรู้จักกับเขามาก่อน” ฉันแกล้งตีหน้าซื่อให้แนบเนียนที่สุดว่าฉันนั้นไม่เคยรู้จักกับผู้ชายที่ชื่อราเดลมาก่อน
“งั้นแสดงว่ามิราคงมองพลาดไปเอง พออายุมากขึ้นเซนส์ต่าง ๆ ก็อ่อนลงไปตามกาลเวลาสินะ”
เธอพูดพร้อมกับจับที่คางและพยักหน้าประมาณว่าเธอพูดคนเดียวมากกว่าต้องการความคิดเห็นจากฉันเสียอีก
“ดึกแล้วคุณมิรารีบเข้าไปพักผ่อนเถอะค่ะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีกเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะคะ”
ฉันเอ่ยเตือนเธอด้วยความเป็นห่วงเห็นว่าช่วงนี้เธอทำงานหนักน่าดูเพื่อเอาใจประธานบริษัทที่เธอทำงานอยู่มันจะได้ง่ายต่อแผนการที่เธอได้วางเอาไว้
“พรุ่งนี้บริษัทมิราหยุดอะ แต่ต้องไปกับยัยแรนด้าอยู่ดี เฮ้อ~ มิราก็เริ่มง่วงละ เอาเป็นว่าน้ำขิงเองก็รีบเข้านอนนะ” เธอพูดเองตอบเองเรียบร้อยแล้วเดินไปเก็บจานที่ห้องครัวจากนั้นก็ตรงไปยังห้องนอนต่อ
“พรุ่งนี้ฉันก็หยุดนี่น่า”
เมื่อได้ยินมิราพูดถึงวันหยุดฉันก็เกือบจะลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าตัวฉันเองก็มีวันหยุดกับเขาเหมือนกันก็คือวันพรุ่งนี้ยังไงล่ะ แต่วันหยุดสำหรับฉันไม่ค่อยทำอะไรมากนอกจากนอนอย่างเดียว หรือไม่ก็ต้องออกไปซื้อของเข้าห้องอะไรแบบนั้นด้วย
เช้าวันต่อมา
ติ๊ด ~
ฉันเริ่มตาตื่นขึ้นมาด้วยความยากลำบาก หลังจากที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของมือถึงที่ดังขึ้นจากโต๊ะข้างหัวเตียง ซึ่งเป็นตำแหน่งของมือถือที่ฉันได้วางชาร์จแบตไว้อยู่
“ใครส่งอะไรมาแต่เช้าเนี่ย หาว~” ฉันเอื้อมมือขึ้นไปเหนือหัวเล็กน้อยพร้อมกับบิดขี้เกียจไปในตัวด้วยจากนั้นก็ดึงสายชาร์จออกจากก้นของมือถือ ก่อนจะใช้หลังมือถูเบา ๆ ไปที่เบ้าตาทั้งสอง ก่อนจะปัดหน้าจอเพื่อให้มันแสดงถึงข้อความที่ถูกส่งเข้ามา
“บ่ายนี้มาเจอกันที่สนามกอล์ฟX”
ฉันนอนอ่านข้อความดังกล่าวด้วยใบหน้านิ่งและรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายมีเหตุผลอะไรถึงได้เรียกฉันออกไปเจอ
รอบนี้เป็นพี่ราเดลที่ขมวดคิ้วแทน“ใครบอกว่าแหวนวงนี้เป็นของลูกค้า ?”“อ้าว ถ้าไม่ใช่แล้วมันจะเป็นของใครกันล่ะ เอามาให้ขิงใส่เล่นได้ไง คืนเลย!” ฉันรีบบอกคนตรงหน้าต่อ พี่เขาเป็นบ้าอะไรเนี่ยเอาของใครก็ไม่รู้มาให้ฉันใส่เฉย“จะเป็นใครไปล่ะในเมื่อทั้งร้านมีแค่พี่กับขิง”พนักงานผู้หญิงมองมาทางเราด้วยท่าทางเขินอายที่พี่ราเดลพูดออกมาแบบนั้น ส่วนพี่พนักงานผู้ชายเพียงแค่ส่งยิ้มมาให้กับเราสองคนแทน“ก็ใช่ไง แล้ว...” ฉันกำลังจะพูดต่อแต่มันดันฉุดคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในร้านมีแค่เราสองคนถ้างั้นแหวนก็...“แหวนนี้เป็นของขิง เพื่อใช้เป็นของขวัญในวันแต่งงานของเราสองคนไง” พี่ราเดลอาจจะไม่อายที่พูดแบบนี้ออกมา และมันก็ผนวกกับพนังงานอีกคนเดินถือถาดสุดหรูมาด้วยเช่นกันคาดว่าในกล่องนั้นคงเป็นแหวนสำหรับพี่ราเดลแต่ว่าแหวนตะ...แต่งงานงั้นเหรอ“ล้อขิงเล่นปะเนี่ย” ฉันพูดออกไปด้วยใจสั่งและเต้นแรง ในใจคิดไว้อยู่แล้วว่าพี่เขาคงไม่ได้พูดเล่นเพียงแต่ฉันอายจนไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดีต่างหาก“แต่งงานกับพี่นะครับ” และพี่ราเดลก็เริ่มทำให้สิ่งที่ฉันคิดเอาไว้โดยการที่ลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าฉันและมีพนักงานทุกคนยืนเป็นพยานมองเ
“นี่เรากำลังจะไปไหนอะพี่ราเดล ขิงมีของที่ต้องจัดการต่ออยู่นะ” ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในรถได้สักพักละโดยที่ไม่รู้เลยว่าคนข้าง ๆ จะพาไปไหนเราสองคนกลับมาจากที่นั้นได้สักพักแล้วอันที่จริงฉันกะว่าจะไปหาซื้อคอนโดอยู่โดยใช้เงินเก็บของตัวเองนี่แหละ เพราะสมบัตินอกนั้นก็โดนยึดไปหมดแล้วหลังจากที่พ่อเข้าคุกแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่ได้ เนื่องจากแต่ละที่มีราคาที่สูงมากจนสุดท้ายฉันเลยต้องอยู่กับพี่ราเดลไปก่อนฉันก็เกรงใจนะที่ต้องไปอยู่กับพี่เขา แถมมันยังไม่เหมาะอีกด้วยถ้าฉันจะอยู่กับผู้ชาย ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่ไปอยู่กับมิรานั้นก็เพราะคุณมิราเองก็ย้ายไปอยู่กับพี่แดนแล้วฉันเลยต้องยอมรับความเป็นจริงที่ต้องอยู่กับพี่เขานี่แหละ อย่างน้อยพี่เขาก็คือแฟนเราดีกว่าไปอยู่ในที่ที่เราไม่รู้จักอีก“ไม่ต้องรีบจัดหรอกของมันไม่มีขานะ มันไม่หนีไปไหนหรอกน่า” เชื่อพี่เขาเลยสิ“นี่แหนะ!”“โอ๊ย! พี่เจ็บนะขิง” พี่ราเดลร้องออกมาเมื่อเขาโดนฉันหยิกเข้าไปเต็ม ๆ มันเขี้ยวอะแถมยังมาพูดกับฉันแบบกวนโอ๊ยอีกก็เลยต้องสั่งสอนให้รู้จักบ้าง“แบร่!” ฉันแลบลิ้นใส่พร้อมกับรีบเปิดประตูลงจากรถไปเมื่อรถขับเข้ามาจอดที่ร้านแห่งหนึ่งเป็นร้านที่ดูหรูหรา
มันก็จริงแบบที่พี่เขาพูด เพราะ...ขนาดฉันเองก็รู้สึกไม่อยากอยู่ห่างพี่เขาเลย“ก็ได้ แต่ว่าขิงต้องไปคุยกับพี่คิวเทก่อน”ฉันกลับไปได้ตลอดแหละเพราะที่ฉันมาที่นี่เนื่องจากฉันต้องการหนีพี่เขานั้นเอง และเมื่อเรื่องทุกอย่างเคลียร์แล้ว ฉันก็สามารถกลับไปได้ตลอดส่วนอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ฉันอยากกลับไปก็เพราะฉันสามารถเดินทางไปเยี่ยมพ่อได้ตลอด“พี่หึงได้ไหม พี่ไม่อยากให้เราไปยุ่งกับมันเลย ขิงรู้ตัวหรือเปล่าว่ามันไม่ได้คิดกับขิงแค่น้องสาว” ฉันอมยิ้มเมื่อคนตรงหน้าพูดออกมาพร้อมกับใบหน้าไม่พอใจแถมยังมาขออนุญาตหึงกับฉันอีกน่ารักอะไรแบบนี้“รู้สิ แต่ขิงปฏิเสธไปแล้วเพราะในใจของขิงมีเพียงแค่พี่คนเดียวนะ” พูดเองก็เขินเองให้ตายเถอะ น้ำขิงเธอไปได้ความกล้านี่มาจากนั้น“พูดดีแบบนี้พี่จะหึงต่อได้ไงล่ะเนี่ย”พี่ราเดลบีบจมูกของฉันอย่างมันเขี้ยวและก็ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อที่จะกลับไปขับรถต่อส่วนฉันเองก็ทำการส่งข้อความหาพี่คิวเทแทนการโทรไปเพราะอาชีพหมอไม่ได้ว่างตลอดเพราะงั้นการส่งข้อความไปแทนนี่แหละน่าจะดีและไม่ไปกวนสมาธิของพี่เขามากที่สุดหลายวันต่อมาในเมืองบ้านครอบครัวราเดล“ขิงขอโทษคุณลุงคุณป้านะคะ ที่ขิงทำเรื่อง
บทที่ 20 END“เพราะขิงไม่ได้รักพี่แล้วใช่ไหม ถึงได้ลังเลแบบนี้”พี่ราเดลพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ฉันสามารถอ่านออกเป็นครั้งแรกหลังจากที่เราพบหน้ากันเป็นสีหน้าของคนที่กำลังเจ็บปวด“ไม่ใช่แบบนั้น...”“พี่ขอโทษนะที่ทำให้ขิงหนักใจ”พี่เขาไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลย จากนั้นก็หันกลับไปจับพวงมาลัยต่อเพื่อจะขับรถ“ที่ขิงให้คำตอบไม่ได้ในทันทีนั้นเพราะว่าพะ...พี่ราเดลเองก็มีผู้หญิงของพี่อยู่แล้วไม่ใช่ระ...เหรอ”ฉันรีบเอื้อมมือเข้าไปจับแขนของพี่ราเดลเอาไว้อย่างไวและกลัวว่าอีกคนจะเข้าใจฉันผิดไป จากนั้นฉันก็พูดตามที่ตัวเองคิดออกไปให้อีกคนได้รับรู้“พี่ไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงพวกนั้นมานานแล้วนะ ที่ขิงเห็นส่วนมากเป็นคนที่พี่จ้างมาทั้งนั้น” จ้าง ?“หมายความว่ายังไง ?”ฉันมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่เขาพูด“จ้างมาทำให้ขิงเจ็บ แบบที่พี่เคยเป็นในตอนที่พี่ยังเข้าใจขิงผิดอยู่” ฉันพยักหน้าเข้าใจเมื่อพี่เขาอธิบายออกมาตามตรง“…” ซึ่งมันก็ได้ผลอย่างที่พี่เขาต้องการนั้นแหละ เพราะฉันเองก็รู้สึกเจ็บมากอยู่เหมือนกันนั้นก็เพราะฉันยังรักพี่เขาอยู่ไง มันเลยรู้สึก“พี่ขอโทษนะ ขิงจะเกลียดพี่ก็ได้เพราะสิ่งที่พี่ทำม
จากนั้นก็โยนแปรงดังกล่าวลงในตะกร้าที่ฉันถือเอาไว้อยู่อย่างแม่นยำ และก็เดินผิวปากดูของในร้านต่อโดยไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย“เอ๊ะ! เดี๋ยวสิ” ฉันเองก็รีบเดินตามไปอย่างไว เหตุผลเพราะอะไรฉันเองก็ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็เดินตามพี่เขามาติด ๆ แล้วฉันกำลังทำอะไรเนี่ย ตอนนี้เราเหมือนคู่รักกันเลยที่แบบมาเดินซื้อของเข้าบ้านไรงี้ภายในรถ“เงียบไปตั้งแต่เมื่อกี้นี่แล้วเป็นอะไรหรือเปล่าขิง ?”พี่ราเดลเอ่ยถามออกมาพลางหันมามองฉันเพียงแป๊บเดียวแล้วก็หันกับไปมองที่ท้องถนนต่อหลังจากที่เลือกซื้อของกันเสร็จแล้วพี่ราเดลก็พาฉันมาที่รถและก็ให้ฉันนั่งออกไปด้วยกัน โดยที่ฉันเองก็ลำบากใจที่จะทำแต่เพราะของที่ซื้อมามันเยอะและหนักเกินไปจึงทำให้ฉันไม่สามารถมายืนคิดได้ว่าจะกลับเองหรือให้พี่เขาไปส่งดีอีกอย่างพี่เขาก็เร่งฉันหนักมากจนไม่มีเวลามาคิด และเผลอตอบตกลงจนมาจบแบบนี้เนี่ย“พี่ทำแบบนี้ทำไม” ฉันไม่อยากคิดไปเองและต้องการคำตอบที่ชัดเจน มาทำให้ฉันรู้สึกดีแบบนี้ทำไมกัน“พี่ทำอะไรคะ ?” อีกแล้ว มันเหมือนกับว่าฉันได้ย้อนกลับไปสมัยที่เรายังคบกันอยู่เลย“ต้องการอะไรจากขิงกันแน่” ฉันนั่งกำมือพูดออกไปเสียงเบา พี่เขามาทำให้ใจฉันเต
บทที่ 19น้ำขิง Talkห้องนอนของน้ำขิงฉันนั่งใช้มือแตะลงที่ปากของตัวเองพลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เป็นเรื่องที่ฉันไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้พี่ราเดลเขาจูบฉัน...และหลังจากนั้นฉันก็ทำงานไม่รู้เรื่องอีกเลยจนเกือบจะโดนรุ่นพี่พยาบาลวีนใส่แล้วแถมระหว่างนั้นใจของฉันมันก็สั่นไม่หยุดเลยเหมือนกับเครื่องยนต์ที่ทำงานไม่หยุดพักพี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ก่อนหน้านั้นยังทำท่าทางเกลียดฉันอยู่เลย แต่ทำไมตอนนี้พี่เขาถึงได้เปลี่ยนไปแล้ว มันเป็นเพราะจดหมายที่ฉันส่งไปงั้นเหรอที่ฉันเล่าถึงความจริงทุกอย่างให้พี่เขาและแรนด้าเข้าใจเจตนาของฉันไม่ได้ต้องการให้ตัวของฉันเองได้กลับไปคบใครหรอกนะ แต่เพียงฉันอยากพูดความจริงและไม่อยากให้เราต้องมาเข้าใจผิดและเกลียดกันจนถึงวินาทีสุดท้ายก็เท่านั้นและฉันก็คิดว่าพี่ราเดลเองก็คงหมดใจกับฉันไปนานแล้วฉันเลยไม่ได้หวังว่าเราจะได้กลับมาคบกันอีกเพราะเรื่องมันก็เกิดขึ้นมานานมากเลยนะ“เลิกคิดมากได้แล้ว”ฉันยีหัวของตัวเองด้วยความสับสน ทั้งไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงและไหนจะเรื่องของพี่เขาอีก ทำไมพี่เขาถึงยังอยู่ที่นี่ต่ออีกนะ“บ้าที่สุด”ฉันยกยิ้มขึ้นมาและก็ยังคงจับ







