LOGINสไตล์ทุกอย่างของพี่เขาเหมือนเดิมคือเรียบง่ายและไม่รกอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์หลายอย่างถูกจัดวางให้ลงตัวเข้ากับพื้นที่ของห้องทุกสัดส่วน และสุดท้ายสิ่งของทุกอย่างที่อยู่ภายในห้องมีราคาและเป็น แบรนด์ดังทั้งนั้น
พี่เขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ไม่ใช่ว่าเพราะพี่เขาติด แบรนด์หรืออวดรวยอะไร เพียงแค่พี่เขาเป็นประเภทที่จะซื้ออะไรสักอย่างก็ซื้อของที่มันดีและพังยากมาเลยดีกว่าที่จะต้องค่อยมาซื้อใหม่ทุกเดือน
“สำรวจจนพอใจหรือยัง”ฉันหลุบสายตาลงมองต่ำแทนเมื่อเจ้าของห้องอย่างพี่เขาเอ่ยตำหนิถึงพฤติกรรมของฉัน
ก่อนหน้านั้นพี่เขาเข้าไปหยิบอุปกรณ์ที่ต้องใช้ออกมาจากห้องครัว ฉันที่นั่งรอโดยไม่มีอะไรทำก็เลยถือโอกาสตอนนั้นมองรอบห้องฆ่าเวลาแทนเฉย ๆ
ไม่ได้มีเจตนาจะสำรวจอย่างที่พี่เขาพูดสักหน่อย
“เดี๋ยวค่ะ!”
ฉันรีบลุกขึ้นยืนอย่างไว เมื่อเห็นว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังยืนแกะกระดุมเสื้อทีละเม็ดโดยใช้สายตาคมดุมองฉันไปด้วย
พี่เขาคิดจะทำอะไรของเขากัน
“ทำไม” เสียงห้วนตอบกลับมาแบบไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่
“จะ...จะทำอะไรคะ” เสียงของฉันสั่นเครือไปด้วยความประมาทและเขินอายเมื่อเห็นแผงอกขาวที่มีขนรำไรอยู่บนหน้าอกโชว์เด่นอยู่ จากการที่พี่เขาแกะกระดุมออกในตอนแรกมันส่งผลให้ฉันรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลย
“หึ ทำไมกลัวเหรอ”
มุมปากของผู้ชายหน้าไม่อายยกขึ้นเล็กน้อย บงบอกได้เป็นอย่างดีว่าพี่เขามีความคิดอย่างไรในตอนนี้
สองขาของฉันก้าวเดินถอยหลังอัตโนมัติแต่ก็เดินได้ไม่ถึงก้าวก็ต้องเสียหลักล้มนั่งลงบนโซฟาเสียก่อน
“อย่านะ” ฉันใช้มือดันแผงอกแกร่งนั้นเอาไว้เมื่อผู้ชายตรงหน้าอย่างพี่เขาใช้มือค้ำกดลงตรงที่วางแขนของโซฟา จากนั้นใบหน้าของพี่เขาก็ก้มต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนใบหน้าของฉันมันสามารถรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนของอีกฝ่าย
นัยน์ตาของเราสองคนจ้องมองกันโดยไม่มีฝ่ายไหนพูดอะไร นัยน์ตาของเขามันช่างว่างเปล่าซะเหลือเกิน
“ไม่ต้องกลัวไปหรอก เพราะผมไม่ชอบยุ่งกับของสกปรกสักเท่าไหร่” มือหนาลูบลงที่แก้มของฉันอย่างเบาพร้อมกับพ่นคำพูดที่ดูไม่น่าฟังออกมาด้วยใบหน้านิ่ง ที่ไม่ได้รู้สึกผิดหรือรู้สึกไม่ดีต่อคำพูดของตัวเองเลยสักนิด
“…” แต่คนฟังอย่างฉันมันกลับเจ็บจนจุกและพูดอะไรไม่ออกแทน
“จะเริ่มกันได้หรือยัง ?”
เขาขยับตัวถอยห่างออกไปนั่งลงบนโซฟายาวอีกตัวที่อยู่ใกล้กัน พร้อมกับถอดเสื้อด้านนอกออกเผยให้เห็นส่วนบนที่เปลือยเปล่าและรอยแผลที่พี่เขาได้รับบาดเจ็บมาจากก่อนหน้านี้
“สักครู่นะคะ” ฉันดึงสติของตัวเองกลับมาแล้วจัดการลุกขึ้นเพื่อเดินไปล้างทำความสะอาดมือของตัวเองในห้องน้ำก่อนที่จะเริ่มทำการล้างแผลให้กับคนเจ็บ
เมื่อเข้ามาถึงในห้องน้ำฉันก็ใช้มือที่สั่นเทาทั้งสองจับลงตรงขอบอ่างล้างมือแน่นและพยายามกันเสียงไม่ได้คนด้านนอกได้ยินว่า ฉันนั้นกำลังร้องไห้อยู่
แค่ต้องกั้นอารมณ์ความรู้สึกตอนที่อยู่ตรงหน้าพี่เขาไม่ให้ร้องไห้ออกมามันก็ยากเย็นแค่ไหนแล้ว
“ถ้าทนไม่ไหวให้รีบบอกเลยนะคะ”
ฉันพูดพร้อมกับเตรียมอุปกรณ์เย็บแผลที่ฉีกของพี่เขา โดยการเตรียมอุปกรณ์เท่าที่มีแต่น่าแปลกใจเหมือนกันที่ห้องของพี่เขากลับมีอุปกรณ์พร้อมไปเกือบหมดเลย
อันที่จริงการเย็บแผลมันควรเป็นหน้าที่ของแพทย์หรือพยาบาลที่เชียวชาญ แต่กรณีของฉันมันจำเป็นเนื่องจากผู้ชายตรงหน้าไม่ยอมไปโรงพยาบาล เพราะงั้นฉันที่ทำได้เลยต้องลงมือเอง
เห็นฉันแบบนี้แต่ตอนที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาล ฉันก็มีโอกาสได้เย็บแผลเหมือนกันนะแต่แค่น้อยครั้งเท่านั้นเอง
จะได้ทำก็ต่อเมื่อกรณีมีเคสเข้ามามาก มากจนคุณพี่หมอดูแลไม่ทันนั้นแหละ
แต่มันต่างตรงที่ว่ากรณีของคนทั่วไปเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์จะต้องฉีดยาชา แต่ของพี่เขากลับต้องทำสดแทนเท่านั้น เพราะที่นี่ไม่มียาชานั่นเอง
“สักทีเหอะ”
ฉันเม้มปากแน่นและนึกเจ็บแทนก่อนจะขยับตัวลงไปนั่งกับพื้นห้องและจัดการกับแผลตรงหน้าต่อ
หลายปีที่ผ่านมาพี่เขาดูเปลี่ยนไปมากไม่ว่าจะเป็นแววตาอารมณ์และรูปร่าง
สมัยก่อนพี่เขาเป็นผู้ชายที่อบอุ่นจะตายแถมยังใจเย็นมากไม่เคยพูดไม่ดีกับฉันเลย ทุกคำพูดของพี่เขาจะจบลงด้วยคำว่า ‘ครับ’ ตลอด
ส่วนรูปร่างไม่ได้บึกบึนมีกล้ามซิกซ์แพ็กอย่างตอนนี้หรอกนะ ก็ออกไปทางผู้ชายทั่วไปที่ไม่ผอมและอ้วนเกินไปแต่แค่ไม่ได้มีกล้ามเนื้อแน่นขนาดปัจจุบันก็เท่านั้นเอง
รอบนี้เป็นพี่ราเดลที่ขมวดคิ้วแทน“ใครบอกว่าแหวนวงนี้เป็นของลูกค้า ?”“อ้าว ถ้าไม่ใช่แล้วมันจะเป็นของใครกันล่ะ เอามาให้ขิงใส่เล่นได้ไง คืนเลย!” ฉันรีบบอกคนตรงหน้าต่อ พี่เขาเป็นบ้าอะไรเนี่ยเอาของใครก็ไม่รู้มาให้ฉันใส่เฉย“จะเป็นใครไปล่ะในเมื่อทั้งร้านมีแค่พี่กับขิง”พนักงานผู้หญิงมองมาทางเราด้วยท่าทางเขินอายที่พี่ราเดลพูดออกมาแบบนั้น ส่วนพี่พนักงานผู้ชายเพียงแค่ส่งยิ้มมาให้กับเราสองคนแทน“ก็ใช่ไง แล้ว...” ฉันกำลังจะพูดต่อแต่มันดันฉุดคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในร้านมีแค่เราสองคนถ้างั้นแหวนก็...“แหวนนี้เป็นของขิง เพื่อใช้เป็นของขวัญในวันแต่งงานของเราสองคนไง” พี่ราเดลอาจจะไม่อายที่พูดแบบนี้ออกมา และมันก็ผนวกกับพนังงานอีกคนเดินถือถาดสุดหรูมาด้วยเช่นกันคาดว่าในกล่องนั้นคงเป็นแหวนสำหรับพี่ราเดลแต่ว่าแหวนตะ...แต่งงานงั้นเหรอ“ล้อขิงเล่นปะเนี่ย” ฉันพูดออกไปด้วยใจสั่งและเต้นแรง ในใจคิดไว้อยู่แล้วว่าพี่เขาคงไม่ได้พูดเล่นเพียงแต่ฉันอายจนไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดีต่างหาก“แต่งงานกับพี่นะครับ” และพี่ราเดลก็เริ่มทำให้สิ่งที่ฉันคิดเอาไว้โดยการที่ลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าฉันและมีพนักงานทุกคนยืนเป็นพยานมองเ
“นี่เรากำลังจะไปไหนอะพี่ราเดล ขิงมีของที่ต้องจัดการต่ออยู่นะ” ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในรถได้สักพักละโดยที่ไม่รู้เลยว่าคนข้าง ๆ จะพาไปไหนเราสองคนกลับมาจากที่นั้นได้สักพักแล้วอันที่จริงฉันกะว่าจะไปหาซื้อคอนโดอยู่โดยใช้เงินเก็บของตัวเองนี่แหละ เพราะสมบัตินอกนั้นก็โดนยึดไปหมดแล้วหลังจากที่พ่อเข้าคุกแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่ได้ เนื่องจากแต่ละที่มีราคาที่สูงมากจนสุดท้ายฉันเลยต้องอยู่กับพี่ราเดลไปก่อนฉันก็เกรงใจนะที่ต้องไปอยู่กับพี่เขา แถมมันยังไม่เหมาะอีกด้วยถ้าฉันจะอยู่กับผู้ชาย ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่ไปอยู่กับมิรานั้นก็เพราะคุณมิราเองก็ย้ายไปอยู่กับพี่แดนแล้วฉันเลยต้องยอมรับความเป็นจริงที่ต้องอยู่กับพี่เขานี่แหละ อย่างน้อยพี่เขาก็คือแฟนเราดีกว่าไปอยู่ในที่ที่เราไม่รู้จักอีก“ไม่ต้องรีบจัดหรอกของมันไม่มีขานะ มันไม่หนีไปไหนหรอกน่า” เชื่อพี่เขาเลยสิ“นี่แหนะ!”“โอ๊ย! พี่เจ็บนะขิง” พี่ราเดลร้องออกมาเมื่อเขาโดนฉันหยิกเข้าไปเต็ม ๆ มันเขี้ยวอะแถมยังมาพูดกับฉันแบบกวนโอ๊ยอีกก็เลยต้องสั่งสอนให้รู้จักบ้าง“แบร่!” ฉันแลบลิ้นใส่พร้อมกับรีบเปิดประตูลงจากรถไปเมื่อรถขับเข้ามาจอดที่ร้านแห่งหนึ่งเป็นร้านที่ดูหรูหรา
มันก็จริงแบบที่พี่เขาพูด เพราะ...ขนาดฉันเองก็รู้สึกไม่อยากอยู่ห่างพี่เขาเลย“ก็ได้ แต่ว่าขิงต้องไปคุยกับพี่คิวเทก่อน”ฉันกลับไปได้ตลอดแหละเพราะที่ฉันมาที่นี่เนื่องจากฉันต้องการหนีพี่เขานั้นเอง และเมื่อเรื่องทุกอย่างเคลียร์แล้ว ฉันก็สามารถกลับไปได้ตลอดส่วนอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ฉันอยากกลับไปก็เพราะฉันสามารถเดินทางไปเยี่ยมพ่อได้ตลอด“พี่หึงได้ไหม พี่ไม่อยากให้เราไปยุ่งกับมันเลย ขิงรู้ตัวหรือเปล่าว่ามันไม่ได้คิดกับขิงแค่น้องสาว” ฉันอมยิ้มเมื่อคนตรงหน้าพูดออกมาพร้อมกับใบหน้าไม่พอใจแถมยังมาขออนุญาตหึงกับฉันอีกน่ารักอะไรแบบนี้“รู้สิ แต่ขิงปฏิเสธไปแล้วเพราะในใจของขิงมีเพียงแค่พี่คนเดียวนะ” พูดเองก็เขินเองให้ตายเถอะ น้ำขิงเธอไปได้ความกล้านี่มาจากนั้น“พูดดีแบบนี้พี่จะหึงต่อได้ไงล่ะเนี่ย”พี่ราเดลบีบจมูกของฉันอย่างมันเขี้ยวและก็ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อที่จะกลับไปขับรถต่อส่วนฉันเองก็ทำการส่งข้อความหาพี่คิวเทแทนการโทรไปเพราะอาชีพหมอไม่ได้ว่างตลอดเพราะงั้นการส่งข้อความไปแทนนี่แหละน่าจะดีและไม่ไปกวนสมาธิของพี่เขามากที่สุดหลายวันต่อมาในเมืองบ้านครอบครัวราเดล“ขิงขอโทษคุณลุงคุณป้านะคะ ที่ขิงทำเรื่อง
บทที่ 20 END“เพราะขิงไม่ได้รักพี่แล้วใช่ไหม ถึงได้ลังเลแบบนี้”พี่ราเดลพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ฉันสามารถอ่านออกเป็นครั้งแรกหลังจากที่เราพบหน้ากันเป็นสีหน้าของคนที่กำลังเจ็บปวด“ไม่ใช่แบบนั้น...”“พี่ขอโทษนะที่ทำให้ขิงหนักใจ”พี่เขาไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลย จากนั้นก็หันกลับไปจับพวงมาลัยต่อเพื่อจะขับรถ“ที่ขิงให้คำตอบไม่ได้ในทันทีนั้นเพราะว่าพะ...พี่ราเดลเองก็มีผู้หญิงของพี่อยู่แล้วไม่ใช่ระ...เหรอ”ฉันรีบเอื้อมมือเข้าไปจับแขนของพี่ราเดลเอาไว้อย่างไวและกลัวว่าอีกคนจะเข้าใจฉันผิดไป จากนั้นฉันก็พูดตามที่ตัวเองคิดออกไปให้อีกคนได้รับรู้“พี่ไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงพวกนั้นมานานแล้วนะ ที่ขิงเห็นส่วนมากเป็นคนที่พี่จ้างมาทั้งนั้น” จ้าง ?“หมายความว่ายังไง ?”ฉันมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่เขาพูด“จ้างมาทำให้ขิงเจ็บ แบบที่พี่เคยเป็นในตอนที่พี่ยังเข้าใจขิงผิดอยู่” ฉันพยักหน้าเข้าใจเมื่อพี่เขาอธิบายออกมาตามตรง“…” ซึ่งมันก็ได้ผลอย่างที่พี่เขาต้องการนั้นแหละ เพราะฉันเองก็รู้สึกเจ็บมากอยู่เหมือนกันนั้นก็เพราะฉันยังรักพี่เขาอยู่ไง มันเลยรู้สึก“พี่ขอโทษนะ ขิงจะเกลียดพี่ก็ได้เพราะสิ่งที่พี่ทำม
จากนั้นก็โยนแปรงดังกล่าวลงในตะกร้าที่ฉันถือเอาไว้อยู่อย่างแม่นยำ และก็เดินผิวปากดูของในร้านต่อโดยไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย“เอ๊ะ! เดี๋ยวสิ” ฉันเองก็รีบเดินตามไปอย่างไว เหตุผลเพราะอะไรฉันเองก็ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็เดินตามพี่เขามาติด ๆ แล้วฉันกำลังทำอะไรเนี่ย ตอนนี้เราเหมือนคู่รักกันเลยที่แบบมาเดินซื้อของเข้าบ้านไรงี้ภายในรถ“เงียบไปตั้งแต่เมื่อกี้นี่แล้วเป็นอะไรหรือเปล่าขิง ?”พี่ราเดลเอ่ยถามออกมาพลางหันมามองฉันเพียงแป๊บเดียวแล้วก็หันกับไปมองที่ท้องถนนต่อหลังจากที่เลือกซื้อของกันเสร็จแล้วพี่ราเดลก็พาฉันมาที่รถและก็ให้ฉันนั่งออกไปด้วยกัน โดยที่ฉันเองก็ลำบากใจที่จะทำแต่เพราะของที่ซื้อมามันเยอะและหนักเกินไปจึงทำให้ฉันไม่สามารถมายืนคิดได้ว่าจะกลับเองหรือให้พี่เขาไปส่งดีอีกอย่างพี่เขาก็เร่งฉันหนักมากจนไม่มีเวลามาคิด และเผลอตอบตกลงจนมาจบแบบนี้เนี่ย“พี่ทำแบบนี้ทำไม” ฉันไม่อยากคิดไปเองและต้องการคำตอบที่ชัดเจน มาทำให้ฉันรู้สึกดีแบบนี้ทำไมกัน“พี่ทำอะไรคะ ?” อีกแล้ว มันเหมือนกับว่าฉันได้ย้อนกลับไปสมัยที่เรายังคบกันอยู่เลย“ต้องการอะไรจากขิงกันแน่” ฉันนั่งกำมือพูดออกไปเสียงเบา พี่เขามาทำให้ใจฉันเต
บทที่ 19น้ำขิง Talkห้องนอนของน้ำขิงฉันนั่งใช้มือแตะลงที่ปากของตัวเองพลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เป็นเรื่องที่ฉันไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้พี่ราเดลเขาจูบฉัน...และหลังจากนั้นฉันก็ทำงานไม่รู้เรื่องอีกเลยจนเกือบจะโดนรุ่นพี่พยาบาลวีนใส่แล้วแถมระหว่างนั้นใจของฉันมันก็สั่นไม่หยุดเลยเหมือนกับเครื่องยนต์ที่ทำงานไม่หยุดพักพี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ก่อนหน้านั้นยังทำท่าทางเกลียดฉันอยู่เลย แต่ทำไมตอนนี้พี่เขาถึงได้เปลี่ยนไปแล้ว มันเป็นเพราะจดหมายที่ฉันส่งไปงั้นเหรอที่ฉันเล่าถึงความจริงทุกอย่างให้พี่เขาและแรนด้าเข้าใจเจตนาของฉันไม่ได้ต้องการให้ตัวของฉันเองได้กลับไปคบใครหรอกนะ แต่เพียงฉันอยากพูดความจริงและไม่อยากให้เราต้องมาเข้าใจผิดและเกลียดกันจนถึงวินาทีสุดท้ายก็เท่านั้นและฉันก็คิดว่าพี่ราเดลเองก็คงหมดใจกับฉันไปนานแล้วฉันเลยไม่ได้หวังว่าเราจะได้กลับมาคบกันอีกเพราะเรื่องมันก็เกิดขึ้นมานานมากเลยนะ“เลิกคิดมากได้แล้ว”ฉันยีหัวของตัวเองด้วยความสับสน ทั้งไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงและไหนจะเรื่องของพี่เขาอีก ทำไมพี่เขาถึงยังอยู่ที่นี่ต่ออีกนะ“บ้าที่สุด”ฉันยกยิ้มขึ้นมาและก็ยังคงจับ







