Masukผมถอนหายใจออกมาพร้อมกับขยับมือที่ถือโทรศัพท์ออกเล็กน้อยเมื่อเสียงที่พูดออกมามันกำลังทำให้หูผมดับ
“ต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้เจอกัน”
รอบนี้กลับเป็นผมที่พูดโกหกน้องมันออกไปว่ายังไม่เคยเจอน้ำขิงต่อหน้า เพียงแต่แค่ได้ยินมาจากคนอื่นก็เท่านั้น
ทำไมผมถึงต้องโกหก ? นั่นก็เพราะเรื่องของเราสองคนเกิดมาจากตัวผมและตัวเธอไงผมจึงไม่ชอบให้คนในครอบครัวเข้ามายุ่งสักเท่าไหร่ พ่อแม่ผมท่านปล่อยให้ผมเป็นคนกำหนดชีวิตเองว่าจะเดินหน้าต่อหรือจะจมปลักอยู่ที่เดิม
แต่สำหรับน้องสาวผม ที่มีนิสัยไม่ยอมใครเธอกลับไม่เป็นอย่างที่ผมคิด ผมเข้าใจว่าเธอคงเป็นห่วงและกังวลกลัวว่าผมจะกลับไปโง่เหมือนเดิมเพราะเธอคนนั้นมีเล่ห์เหลียมที่จะใช้เล่นกับผมเยอะ
น้องสาวก็คงกลัวว่าผมจะตามเธอคนนั้นไม่ทัน ก็เลยเอ่ยเตือนอย่างที่พูดออกมา
แต่ผมในตอนนี้กับแต่ก่อนมันไม่เหมือนกันแล้ว ไม่ว่าเธอจะมาเหลี่ยมอะไรกับผม ผมก็ไม่มีทางหลงกลเธอเป็นรอบที่สองหรอกนะ
กลับเป็นเธอเสียอีกที่จะโดนผมปั่นหัวกลับไป
“ให้มันจริงเถอะ เพราะถ่านที่ยังไม่มอดมันก็มีโอกาสก่อไฟติดขึ้นมาอีกครั้งได้อยู่แล้ว”
ผมยกยิ้มนึกขำกับคำพูดของน้องสาวที่มักจะไม่ค่อยเล่นคำกับผมสักเท่าไหร่ตอนนี้กลับพูดได้อย่างเก่งกาจ แสดงว่าซ้อมมาดี
“แค่นี้นะ พี่จะนอนแล้ว”
ผมทิ้งท้ายไว้แค่นั้นและกดตัดสายไปโดยที่ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอบรับอะไรเลย
ถ่านที่ยังไม่มอด... หึ น่าเสียดายที่ผมดันกวาดกองถ่านพวกนั้นทิ้งลงแม่น้ำไปหมดแล้ว
“ขอดูหน่อยแล้วกันว่าจะทำตัวน่าสงสารไปได้อีกสักกี่น้ำ”
ผมก้มหน้าลงมองแผลของตัวเองที่ถูกทำการรักษาจากคนที่ผมเกลียด แอบตกใจอยู่เหมือนกันไม่คิดว่าจะเจอเธอเข้า
แต่นั้นแหละก็คงเป็นแผนของครัวครอบเจ้าเล่ห์อยู่แล้ว ส่งคนมาทำร้ายผม จากนั้นก็ให้ลูกสาวออกมารับช่วงต่อ ช่างเป็นครอบครัวที่ทำงานเป็นทีมกันเก่งเหลือเกิน
“ไม่เจอกันตั้งนานแสดงละครตบตาเก่งขึ้นเยอะเลย”
คิดย้อนกลับไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตลก ผู้หญิงคนนั้นเดินตาแดงก่ำออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่ได้รับฟังคำพูดที่ไม่แคร์จากผมไป ถึงกลับต้องมาแสดงบทเจ้าน้ำตาให้ผมเห็น
อยากจะบอกว่ามันไม่ได้ผลเลยสักนิด เพราะคำพูดพวกนั้นมันยังเจ็บน้อยกว่าสิ่งที่เธอได้กระทำไว้กับผมเสียอีก
เช้าวันต่อมา
น้ำขิง Talk
“เป็นอะไรไปวันนี้ดูไม่ร่าเริงเลยนะขิง” เสียงพี่คิวเทเอ่ยทักขึ้นมาพร้อมกับตบลงที่บ่าของฉันแบบที่เขาชอบทำ
“นอนไม่เต็มอิ่ม”
ฉันตอบออกไปแบบไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่ อันที่จริงไม่ใช่เพราะนอนไม่เต็มอิ่มหรอก แต่เพราะช่วงนี้มีเรื่องให้เครียดหลายอย่างก็เพียงเท่านั้น
“เด็กขี้เซา”
พี่คิวเทตรงเข้ามาบีบจมูกของฉันอย่างแรงจนฉันรู้สึกเจ็บจมูกไปหมด พี่บ้านี่เล่นแรงชะมัด
“ขิงเจ็บนะ!”
ฉันเอื้อมมือขึ้นไปแตะลงที่ปลายจมูกของตัวเองอย่างเบามือ หลังจากที่โดนแรงผู้ชายร่างใหญ่อย่างพี่คิวเทกระทำมากับร่างกายที่แสนจะบอบบางของฉัน -,.-
“โทษที ไหนพี่ดูหน่อยสิ”
พี่คิวเทจับคางของฉันให้เข้าไปใกล้เพื่อที่จะตรวจดูว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า ส่วนฉันที่ไม่ได้ตั้งตัวและไม่ได้คิดอะไรก็เลยปล่อยให้พี่เขาตรวจดูไป
แต่ใครมันจะไปคิดเล่าว่าพอได้สติขึ้นมาถึงจะค่อยมารู้ตัวว่าใบหน้าของเราสองคนมันอยู่ใกล้กันมากแค่ไหน
แถมสายตาของพี่คิวเทกลับไม่ได้จ้องมองไปที่ปลายจมูกแต่กับกลายเป็นว่าพี่เขาจ้องเข้ามาที่นัยน์ตาของฉันแทนมากกว่า
ตอนนี้เราสองคนนั่งอยู่ในห้องพักของพี่คิวเทเพราะงั้นคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงมีเพียงฉันและพี่เขา แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ในห้องของพี่คิวเทได้ ก็เพราะฉันจะต้องมาเตรียมเอกสารที่ไปดูแลคนไข้มาไว้ให้กับหมอยังไงเล่า
ก็เลยทำให้ฉันต้องมานั่งรอพี่เขาที่ห้องอยู่แบบนี้เพราะพี่เขาก่อนหน้านั้นติดเคสอยู่
“…”
ทั้งฉันและพี่เขาไม่มีใครพูดอะไรเลยพวกเราสองคนเอาแต่จ้องหน้ากันอยู่แบบนั้น แต่สิ่งที่ผิดปกติเลยก็คือใบหน้าทางฝั่งของพี่คิวเทมันกำลังขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น...และมากขึ้น
ดวงตาของพี่เขาไม่ได้จ้องมาที่นัยน์ตาของฉันแล้วแต่กลับจดจ่อไปที่ริมฝีปากของฉันแทน
รอบนี้เป็นพี่ราเดลที่ขมวดคิ้วแทน“ใครบอกว่าแหวนวงนี้เป็นของลูกค้า ?”“อ้าว ถ้าไม่ใช่แล้วมันจะเป็นของใครกันล่ะ เอามาให้ขิงใส่เล่นได้ไง คืนเลย!” ฉันรีบบอกคนตรงหน้าต่อ พี่เขาเป็นบ้าอะไรเนี่ยเอาของใครก็ไม่รู้มาให้ฉันใส่เฉย“จะเป็นใครไปล่ะในเมื่อทั้งร้านมีแค่พี่กับขิง”พนักงานผู้หญิงมองมาทางเราด้วยท่าทางเขินอายที่พี่ราเดลพูดออกมาแบบนั้น ส่วนพี่พนักงานผู้ชายเพียงแค่ส่งยิ้มมาให้กับเราสองคนแทน“ก็ใช่ไง แล้ว...” ฉันกำลังจะพูดต่อแต่มันดันฉุดคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในร้านมีแค่เราสองคนถ้างั้นแหวนก็...“แหวนนี้เป็นของขิง เพื่อใช้เป็นของขวัญในวันแต่งงานของเราสองคนไง” พี่ราเดลอาจจะไม่อายที่พูดแบบนี้ออกมา และมันก็ผนวกกับพนังงานอีกคนเดินถือถาดสุดหรูมาด้วยเช่นกันคาดว่าในกล่องนั้นคงเป็นแหวนสำหรับพี่ราเดลแต่ว่าแหวนตะ...แต่งงานงั้นเหรอ“ล้อขิงเล่นปะเนี่ย” ฉันพูดออกไปด้วยใจสั่งและเต้นแรง ในใจคิดไว้อยู่แล้วว่าพี่เขาคงไม่ได้พูดเล่นเพียงแต่ฉันอายจนไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดีต่างหาก“แต่งงานกับพี่นะครับ” และพี่ราเดลก็เริ่มทำให้สิ่งที่ฉันคิดเอาไว้โดยการที่ลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าฉันและมีพนักงานทุกคนยืนเป็นพยานมองเ
“นี่เรากำลังจะไปไหนอะพี่ราเดล ขิงมีของที่ต้องจัดการต่ออยู่นะ” ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในรถได้สักพักละโดยที่ไม่รู้เลยว่าคนข้าง ๆ จะพาไปไหนเราสองคนกลับมาจากที่นั้นได้สักพักแล้วอันที่จริงฉันกะว่าจะไปหาซื้อคอนโดอยู่โดยใช้เงินเก็บของตัวเองนี่แหละ เพราะสมบัตินอกนั้นก็โดนยึดไปหมดแล้วหลังจากที่พ่อเข้าคุกแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่ได้ เนื่องจากแต่ละที่มีราคาที่สูงมากจนสุดท้ายฉันเลยต้องอยู่กับพี่ราเดลไปก่อนฉันก็เกรงใจนะที่ต้องไปอยู่กับพี่เขา แถมมันยังไม่เหมาะอีกด้วยถ้าฉันจะอยู่กับผู้ชาย ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่ไปอยู่กับมิรานั้นก็เพราะคุณมิราเองก็ย้ายไปอยู่กับพี่แดนแล้วฉันเลยต้องยอมรับความเป็นจริงที่ต้องอยู่กับพี่เขานี่แหละ อย่างน้อยพี่เขาก็คือแฟนเราดีกว่าไปอยู่ในที่ที่เราไม่รู้จักอีก“ไม่ต้องรีบจัดหรอกของมันไม่มีขานะ มันไม่หนีไปไหนหรอกน่า” เชื่อพี่เขาเลยสิ“นี่แหนะ!”“โอ๊ย! พี่เจ็บนะขิง” พี่ราเดลร้องออกมาเมื่อเขาโดนฉันหยิกเข้าไปเต็ม ๆ มันเขี้ยวอะแถมยังมาพูดกับฉันแบบกวนโอ๊ยอีกก็เลยต้องสั่งสอนให้รู้จักบ้าง“แบร่!” ฉันแลบลิ้นใส่พร้อมกับรีบเปิดประตูลงจากรถไปเมื่อรถขับเข้ามาจอดที่ร้านแห่งหนึ่งเป็นร้านที่ดูหรูหรา
มันก็จริงแบบที่พี่เขาพูด เพราะ...ขนาดฉันเองก็รู้สึกไม่อยากอยู่ห่างพี่เขาเลย“ก็ได้ แต่ว่าขิงต้องไปคุยกับพี่คิวเทก่อน”ฉันกลับไปได้ตลอดแหละเพราะที่ฉันมาที่นี่เนื่องจากฉันต้องการหนีพี่เขานั้นเอง และเมื่อเรื่องทุกอย่างเคลียร์แล้ว ฉันก็สามารถกลับไปได้ตลอดส่วนอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ฉันอยากกลับไปก็เพราะฉันสามารถเดินทางไปเยี่ยมพ่อได้ตลอด“พี่หึงได้ไหม พี่ไม่อยากให้เราไปยุ่งกับมันเลย ขิงรู้ตัวหรือเปล่าว่ามันไม่ได้คิดกับขิงแค่น้องสาว” ฉันอมยิ้มเมื่อคนตรงหน้าพูดออกมาพร้อมกับใบหน้าไม่พอใจแถมยังมาขออนุญาตหึงกับฉันอีกน่ารักอะไรแบบนี้“รู้สิ แต่ขิงปฏิเสธไปแล้วเพราะในใจของขิงมีเพียงแค่พี่คนเดียวนะ” พูดเองก็เขินเองให้ตายเถอะ น้ำขิงเธอไปได้ความกล้านี่มาจากนั้น“พูดดีแบบนี้พี่จะหึงต่อได้ไงล่ะเนี่ย”พี่ราเดลบีบจมูกของฉันอย่างมันเขี้ยวและก็ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อที่จะกลับไปขับรถต่อส่วนฉันเองก็ทำการส่งข้อความหาพี่คิวเทแทนการโทรไปเพราะอาชีพหมอไม่ได้ว่างตลอดเพราะงั้นการส่งข้อความไปแทนนี่แหละน่าจะดีและไม่ไปกวนสมาธิของพี่เขามากที่สุดหลายวันต่อมาในเมืองบ้านครอบครัวราเดล“ขิงขอโทษคุณลุงคุณป้านะคะ ที่ขิงทำเรื่อง
บทที่ 20 END“เพราะขิงไม่ได้รักพี่แล้วใช่ไหม ถึงได้ลังเลแบบนี้”พี่ราเดลพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ฉันสามารถอ่านออกเป็นครั้งแรกหลังจากที่เราพบหน้ากันเป็นสีหน้าของคนที่กำลังเจ็บปวด“ไม่ใช่แบบนั้น...”“พี่ขอโทษนะที่ทำให้ขิงหนักใจ”พี่เขาไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลย จากนั้นก็หันกลับไปจับพวงมาลัยต่อเพื่อจะขับรถ“ที่ขิงให้คำตอบไม่ได้ในทันทีนั้นเพราะว่าพะ...พี่ราเดลเองก็มีผู้หญิงของพี่อยู่แล้วไม่ใช่ระ...เหรอ”ฉันรีบเอื้อมมือเข้าไปจับแขนของพี่ราเดลเอาไว้อย่างไวและกลัวว่าอีกคนจะเข้าใจฉันผิดไป จากนั้นฉันก็พูดตามที่ตัวเองคิดออกไปให้อีกคนได้รับรู้“พี่ไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงพวกนั้นมานานแล้วนะ ที่ขิงเห็นส่วนมากเป็นคนที่พี่จ้างมาทั้งนั้น” จ้าง ?“หมายความว่ายังไง ?”ฉันมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่เขาพูด“จ้างมาทำให้ขิงเจ็บ แบบที่พี่เคยเป็นในตอนที่พี่ยังเข้าใจขิงผิดอยู่” ฉันพยักหน้าเข้าใจเมื่อพี่เขาอธิบายออกมาตามตรง“…” ซึ่งมันก็ได้ผลอย่างที่พี่เขาต้องการนั้นแหละ เพราะฉันเองก็รู้สึกเจ็บมากอยู่เหมือนกันนั้นก็เพราะฉันยังรักพี่เขาอยู่ไง มันเลยรู้สึก“พี่ขอโทษนะ ขิงจะเกลียดพี่ก็ได้เพราะสิ่งที่พี่ทำม
จากนั้นก็โยนแปรงดังกล่าวลงในตะกร้าที่ฉันถือเอาไว้อยู่อย่างแม่นยำ และก็เดินผิวปากดูของในร้านต่อโดยไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย“เอ๊ะ! เดี๋ยวสิ” ฉันเองก็รีบเดินตามไปอย่างไว เหตุผลเพราะอะไรฉันเองก็ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็เดินตามพี่เขามาติด ๆ แล้วฉันกำลังทำอะไรเนี่ย ตอนนี้เราเหมือนคู่รักกันเลยที่แบบมาเดินซื้อของเข้าบ้านไรงี้ภายในรถ“เงียบไปตั้งแต่เมื่อกี้นี่แล้วเป็นอะไรหรือเปล่าขิง ?”พี่ราเดลเอ่ยถามออกมาพลางหันมามองฉันเพียงแป๊บเดียวแล้วก็หันกับไปมองที่ท้องถนนต่อหลังจากที่เลือกซื้อของกันเสร็จแล้วพี่ราเดลก็พาฉันมาที่รถและก็ให้ฉันนั่งออกไปด้วยกัน โดยที่ฉันเองก็ลำบากใจที่จะทำแต่เพราะของที่ซื้อมามันเยอะและหนักเกินไปจึงทำให้ฉันไม่สามารถมายืนคิดได้ว่าจะกลับเองหรือให้พี่เขาไปส่งดีอีกอย่างพี่เขาก็เร่งฉันหนักมากจนไม่มีเวลามาคิด และเผลอตอบตกลงจนมาจบแบบนี้เนี่ย“พี่ทำแบบนี้ทำไม” ฉันไม่อยากคิดไปเองและต้องการคำตอบที่ชัดเจน มาทำให้ฉันรู้สึกดีแบบนี้ทำไมกัน“พี่ทำอะไรคะ ?” อีกแล้ว มันเหมือนกับว่าฉันได้ย้อนกลับไปสมัยที่เรายังคบกันอยู่เลย“ต้องการอะไรจากขิงกันแน่” ฉันนั่งกำมือพูดออกไปเสียงเบา พี่เขามาทำให้ใจฉันเต
บทที่ 19น้ำขิง Talkห้องนอนของน้ำขิงฉันนั่งใช้มือแตะลงที่ปากของตัวเองพลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เป็นเรื่องที่ฉันไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้พี่ราเดลเขาจูบฉัน...และหลังจากนั้นฉันก็ทำงานไม่รู้เรื่องอีกเลยจนเกือบจะโดนรุ่นพี่พยาบาลวีนใส่แล้วแถมระหว่างนั้นใจของฉันมันก็สั่นไม่หยุดเลยเหมือนกับเครื่องยนต์ที่ทำงานไม่หยุดพักพี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ก่อนหน้านั้นยังทำท่าทางเกลียดฉันอยู่เลย แต่ทำไมตอนนี้พี่เขาถึงได้เปลี่ยนไปแล้ว มันเป็นเพราะจดหมายที่ฉันส่งไปงั้นเหรอที่ฉันเล่าถึงความจริงทุกอย่างให้พี่เขาและแรนด้าเข้าใจเจตนาของฉันไม่ได้ต้องการให้ตัวของฉันเองได้กลับไปคบใครหรอกนะ แต่เพียงฉันอยากพูดความจริงและไม่อยากให้เราต้องมาเข้าใจผิดและเกลียดกันจนถึงวินาทีสุดท้ายก็เท่านั้นและฉันก็คิดว่าพี่ราเดลเองก็คงหมดใจกับฉันไปนานแล้วฉันเลยไม่ได้หวังว่าเราจะได้กลับมาคบกันอีกเพราะเรื่องมันก็เกิดขึ้นมานานมากเลยนะ“เลิกคิดมากได้แล้ว”ฉันยีหัวของตัวเองด้วยความสับสน ทั้งไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงและไหนจะเรื่องของพี่เขาอีก ทำไมพี่เขาถึงยังอยู่ที่นี่ต่ออีกนะ“บ้าที่สุด”ฉันยกยิ้มขึ้นมาและก็ยังคงจับ







