LOGINซวยแล้ว ต้องโดนไล่ออกแน่ๆเลยเรา เอ๊ะ? ถ้าโดนไล่ออกก็ดีน่ะสิ เอาวะ เราทำขนาดนี้แล้วมาสเตอร์ต้องไล่เราออกแน่ๆ เย้!
"ปล่อยเพื่อนเดี๋ยวนี้" มาสเตอร์สายพูดด้วยสีหน้าดุดัน (ไม่เกรงใจใคร) ฉันก็ปล่อยทันที โดยอัตโนมัติ พอทั้งคู่หลุดออกมาได้ ก็ยืนลูบๆแขนตัวเองด้วยความเจ็บปวด "มิล่า เธอตามฉันมา เดี๋ยวนี้!" ห้องมาสเตอร์สาย "เธอชักจะมีปัญหามากแล้วนะ ฉันควรลงโทษอะไรเธอดี" "มาสเตอร์คะ..." "ไม่ต้องพูด!!" ฉันหุบปากแถบไม่ทัน แค่นี้เองไม่ต้องเสียงดังก็ได้ มิสเตอร์สายเดินไปหยิบไม้เท้าที่ดูแล้วเหมือนไม้หน้าสามดีๆนี่เอง มันทั้งยาวและหนา มอสเตอร์ก็หยิบมันมาและเดินตรงมาที่ฉัน "ปกติที่นี่จะไม่ให้ลงโทษด้วยการตี แต่...!" สะดุ้ง! "ยกเว้นเธอ" อ้าว ทำไมถถึงยกเว้นฉันได้ล่ะ ฉันถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก “เดี๋ยวก่อนนะคะมาสเตอร์! เราคุยกันดี ๆ ก็ได้ไม่ใช่เหรอ” “เธอคิดว่าหลังจากก่อเรื่องทั้งวัน ฉันยังควรใจเย็นกับเธออีกงั้นหรือ” น้ำเสียงเย็นเฉียบของเขาทำเอาฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก โอเค...นี่ไม่ใช่การขู่เล่นแน่ ๆ ฉันรีบเปลี่ยนโหมดทันที จากนักสู้สายบวกเป็นนักเรียนสายอ้อน “คือหนูแค่ป้องกันตัวเองนะคะ พวกนั้นหาเรื่องก่อน แล้วก็—” “แล้วเธอเลยเลือกใช้กำลังตอบโต้” “…ก็ประมาณนั้นค่ะ” “มิล่า” “คะ” “เธอคิดว่าที่นี่คือสนามประลอง?” “…ไม่ค่ะ” “ดี เพราะถ้าใช่ เธอคงได้แชมป์ไปแล้ว” ฉันเผลอหลุดขำออกมาเบา ๆ แต่พอเห็นสายตานิ่ง ๆ ของมาสเตอร์ก็รีบหุบปากแทบไม่ทัน เขาวางไม้เท้าลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปึก’ “ฉันจะให้โอกาสเธอครั้งสุดท้าย” ฉันเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกาย “จริงเหรอคะ!?” “เงียบ แล้วฟังให้ดี” “…ค่ะ” “หนึ่ง อาทิตย์นี้เธอต้องไปช่วยงานที่โบสถ์หลังเลิกเรียนทุกวัน” รอยยิ้มฉันเริ่มจาง “สอง ห้ามมีเรื่องกับใครอีก ถ้ามีอีกแม้แต่ครั้งเดียว ฉันจะส่งเรื่องถึงผู้ปกครองทันที” โอเค…เริ่มไม่สนุกแล้ว “และสาม” ฉันมีลางสังหรณ์แปลก ๆ มาสเตอร์สายจ้องฉันตรง ๆ ก่อนพูดช้า ๆ “มาร์ชจะเป็นคนคุมความประพฤติเธอ” “…อะไรนะคะ?” “ตั้งแต่พรุ่งนี้ เธอจะอยู่ภายใต้การดูแลของเขา” โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุนไปสามวินาที ไม่ ไม่ ไม่ แบบนี้ไม่ได้ ให้โดนไล่ออกยังฟังดูง่ายกว่าอีก! “มาสเตอร์คะ ขอเปลี่ยนเป็นโดนตีเถอะค่ะ” “ไม่” “หนูยอมคัดพระคัมภีร์พันรอบเลยนะคะ” “ไม่” “งั้นไล่ออก—” “ออกไป” “แต่ว่า—” “เดี๋ยวนี้” ฉันเดินคอตกออกจากห้องอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ทันทีที่เปิดประตูออกมา ก็พบกับคนที่ฉันไม่อยากเจอที่สุดในตอนนี้ มาร์ชยืนพิงกำแพงอยู่ตรงนั้น ราวกับรออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคมคู่นั้นมองมาที่ฉัน ก่อนจะยกยิ้มมุมปากนิด ๆ “ดูเหมือนว่า…จากนี้เราต้องเจอกันบ่อยขึ้นนะ มิล่า” ฉันยืนนิ่งเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว ไม่จริง…นี่ต้องเป็นฝันร้ายแน่ ๆ มาร์ชยังคงยืนพิงกำแพงอย่างสบาย ๆ ราวกับเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยสักนิด ต่างจากฉันที่อยากจะวิ่งกลับเข้าไปคุกเข่าขอให้มาสเตอร์เปลี่ยนใจอีกรอบ “นายรู้อยู่แล้วใช่ไหม” ฉันหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด “เรื่องอะไร” “เรื่องที่นายจะมาเป็นคนคุมความประพฤติฉัน” เขายักไหล่เบา ๆ “พึ่งรู้ก่อนเธอออกมาสักครู่” “โกหก” “เธอชอบกล่าวหาคนอื่นแบบนี้ตลอดเลยหรือเปล่า” “เฉพาะกับคนที่น่าสงสัย” มาร์ชหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วเดินเข้ามาใกล้อีกก้าว จนฉันต้องเผลอถอยหลัง “งั้นเธอก็ควรระวังให้มาก เพราะจากนี้ฉันจะอยู่ใกล้เธอกว่าที่คิด” ใจฉันเต้นแรงขึ้นอย่างน่าหงุดหงิด เขาพูดแบบนี้ทำไมกันนะ “นายไม่ต้องทำเหมือนสนุกมากก็ได้ ฉันไม่ได้อยากให้นายมาคุมสักหน่อย” “บังเอิญเหมือนกัน เพราะฉันก็ไม่ได้อาสา” “…งั้นก็ดี เราจะได้ต่างคนต่างอยู่” ฉันรีบพูดสรุปก่อนจะหันหลังเตรียมเดินหนี แต่เสียงเขาก็ดังขึ้นข้างหลัง “พรุ่งนี้หกโมงเช้า” ฉันหยุดฝีเท้าทันที “อะไรนะ” “ลานสวนด้านหลังโบสถ์” ฉันหันกลับไปมองอย่างไม่อยากเชื่อ “หกโมงเช้าเนี่ยนะ!? คนปกติเขานอนกันอยู่!” “เธอไม่ใช่คนปกติ” “…ขอบคุณนะ” “ยินดี” ฉันกำมือแน่น อยากปาอะไรใส่หน้าเขาสักอย่าง “ไปทำไม” “เริ่มงานคุมความประพฤติวันแรก” “ฉันป่วย” “ยังไม่ถึงพรุ่งนี้” “งั้นพรุ่งนี้ฉันจะป่วย” “ฉันจะไปรับถึงห้อง” เงียบ หมอนี่มันปีศาจชัด ๆ ฉันจ้องหน้าเขาอย่างเคียดแค้น ส่วนเขากลับมองนิ่ง ๆ แบบที่ยิ่งทำให้หงุดหงิดกว่าเดิม ก่อนจะพูดเสียงเบาลง “มิล่า” “…อะไรอีก” “อย่าก่อเรื่องเพิ่ม” น้ำเสียงนั้นต่างจากเมื่อกี้ มันจริงจังจนฉันเผลอนิ่งไป “ฉันไม่ได้อยากเห็นเธอโดนไล่ออก” ประโยคนั้นทำให้หัวใจฉันสะดุดอย่างประหลาด ฉันรีบหลบสายตา “นายพูดเหมือนเป็นห่วง” “ก็อาจจะ” “…นายชอบทำให้คนอื่นสับสนแบบนี้ตลอดหรือไง” เขาไม่ตอบ แค่ยิ้มบาง ๆ แบบที่อ่านไม่ออก แล้วเดินผ่านฉันไป ทิ้งฉันไว้ตรงนั้นกับหัวใจที่เต้นแรงเกินเหตุ ให้ตายเถอะ คนที่ควรถูกลงโทษจริง ๆ น่าจะเป็นมาร์ชมากกว่า ไม่ใช่ฉัน ฉันอยากจะกรีดร้องดัง ๆ ตรงโถงทางเดินตรงนั้นเลย ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน บรรยากาศในหอพักหญิงยังคงวุ่นวายเหมือนทุกวัน ฉันกำลังเดินกลับห้องพร้อมเซร่า มือหนึ่งถือหนังสือ อีกมือกำลังแกะลูกอมที่แอบซ่อนไว้จากโรงอาหาร “วันนี้เธอเงียบผิดปกตินะ” เซร่ามองฉันอย่างสงสัย “ถ้าเธอต้องตื่นหกโมงเช้าเพื่อไปเจอปีศาจ เธอก็จะเงียบเหมือนกัน” “หมายถึงมาร์ช?” “ห้ามพูดชื่อนั้นตอนพระอาทิตย์ยังไม่ตก” เซร่าหัวเราะออกมา แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้บ่นต่อ เสียงรองเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหน้า พราวฟ้า น้ำใส ผักกาด สามคนนี้อีกแล้ว พวกเธอยืนขวางทางเหมือนตั้งใจรออยู่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะพราวฟ้าที่กอดอก มองฉันด้วยสายตาไม่เป็นมิตรสุด ๆ “เดินเก่งจังนะ วันนี้ยังไม่โดนไล่ออกอีกเหรอ” ฉันถอนหายใจยาว “ขอโทษนะ พอดีสวรรค์ยังไม่พร้อมรับฉัน” น้ำใสหัวเราะหยัน “ปากดีเหมือนเดิมเลยนะ” ผักกาดก้าวเข้ามาใกล้ “ได้ข่าวว่ามาร์ชต้องมาคุมความประพฤติเธอ สนิทกันดีนี่” อ้อ…สาเหตุอยู่ตรงนี้เอง ฉันพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ “อิจฉาเหรอ” สีหน้าพราวฟ้าเปลี่ยนทันที “มิล่า!” “อะไร ฉันถามดี ๆ” เซร่าข้าง ๆ เริ่มขยับเข้ามาเหมือนเตรียมพร้อม ส่วนฉันเองก็วางหนังสือลงช้า ๆ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ พราวฟ้าผลักไหล่ฉันแรงหนึ่งที “เธอคิดว่าตัวเองสำคัญมากหรือไง” ฉันมองมือตัวเองที่เกือบจะเผลอกำหมัด ใจเย็นมิล่า อย่ามีเรื่อง อย่ามีเรื่อง อย่ามี— “ถอยออกไปจากเพื่อนฉัน” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ฉันหันไปทันที ลินและณิชา—เพื่อนอีกสองคนของฉันเดินตรงเข้ามา สีหน้าจริงจังสุด ๆ ลินดึงฉันไปยืนข้างหลังเล็กน้อย “ถ้าจะหาเรื่อง ก็เลือกคนที่พร้อมเล่นด้วยหน่อย” ณิชายืนกอดอก มองสามคนนั้นแบบไม่เกรงใจ “หรืออยากมีเรื่องกับพวกเราทั้งหมด” เซร่ายิ้มมุมปาก “วันนี้ครบทีมพอดีเลยนะ” ฉันแทบอยากปรบมือให้เพื่อนตัวเอง พราวฟ้ามองพวกเราอย่างไม่พอใจ แต่ยังไม่ยอมถอย “พวกเธอปกป้องคนแบบนี้เนี่ยนะ” ฉันโผล่หน้าออกไปนิดหนึ่ง “คนแบบนี้ที่เธอแพ้ประจำ?” “มิล่า!” คราวนี้พราวฟ้าพุ่งเข้ามาจริง ๆ แต่ยังไม่ทันถึงตัวฉัน ก็มีมือหนึ่งคว้าแขนเธอไว้ก่อน ทุกคนชะงัก มาร์ช เขายืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าเรียบนิ่ง แต่บรรยากาศรอบตัวเย็นจนเหมือนอุณหภูมิลดลงไปหลายองศา “พอได้แล้ว” เสียงเขาไม่ดัง แต่ทำให้ทุกคนเงียบสนิท พราวฟ้าชะงักไปเล็กน้อย “มาร์ช ฉันแค่—” “ฉันเห็นทั้งหมด” ประโยคนั้นสั้น ๆ แต่หนักพอจะทำให้ไม่มีใครกล้าเถียง เขาปล่อยแขนพราวฟ้าช้า ๆ แล้วหันมามองฉัน “ส่วนเธอ” ฉันชี้หน้าตัวเอง “ฉันอีกแล้ว?” “ใช่” “…ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” “แต่สีหน้าเธอบอกว่ากำลังจะทำ” “…ก็แม่นเกินไปไหม” เซร่าหลุดขำเบา ๆ ส่วนลินกับณิชาพยายามกลั้นยิ้ม มาร์ชถอนหายใจเหมือนคนเหนื่อยใจ “กลับหอ” ฉันเลิกคิ้ว “สั่งฉัน?” “ใช่” “ถ้าไม่กลับล่ะ” เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด ลดเสียงลงจนมีแค่ฉันที่ได้ยิน “งั้นพรุ่งนี้ฉันจะไปรับตั้งแต่ตีห้า” ฉันนิ่งไปสองวินาที “…ฉันกลับเองก็ได้” มาร์ชพยักหน้าอย่างพอใจ ด้านหลัง ฉันได้ยินเสียงณิชากระซิบกับเซร่าเบา ๆ “นี่มันคุมความประพฤติ หรือคุมหัวใจ” “ฉันก็สงสัยเหมือนกัน” “ได้ยินนะ!” ฉันหันไปโวยทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ ส่วนมาร์ช…เขาแค่ยิ้มบาง ๆ แบบเดิม แบบที่ทำให้ฉันหงุดหงิดทุกครั้ง และใจเต้นทุกครั้งเหมือนกันท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีในโรงยิม ความเป็นจริงที่น่ากลัวก็พุ่งเข้าใส่ **มิล่า** ทันทีที่เธอสบตากับ **มาสเตอร์สาย** ซึ่งยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงมุมประตู สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเตือนสติเธอว่า... ที่นี่ไม่ใช่สนามรัก แต่มันคือโรงเรียนที่มีกฎเหล็ก "ห้ามคบหากัน" **มาร์ช** ยังคงกุมมือเธอแน่น แต่เขาก็รับรู้ถึงรังสีอำมหิตนั้นได้เช่นกัน “จบงานแล้ว นักกีฬาไปพักผ่อน ส่วนมิล่าและมาร์ช... มาหาฉันที่ห้องพักครูเดี๋ยวนี้” เสียงมาสเตอร์สายเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนความเงียบเข้าปกคลุมสนามทันที **เซร่า** กับ **ณิชา** หน้าเสีย รีบเข้ามาดึงมือมิล่า “ซวยแล้วมิล่า... มาสเตอร์เอาจริงแน่รอบนี้” **ในห้องพักครูที่เงียบสงัด** มาสเตอร์สายนั่งลงช้า ๆ โดยมี **โค้ชคิม** ยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้าง มิล่าและมาร์ชยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้า เหมือนนักโทษที่รอฟังคำตัดสิน “มาร์ช เธอประกาศตัวกลางสนามว่ามิล่าคือแฟน... เธอรู้ใช่ไหมว่านั่นคือการเหยียบย่ำกฎที่ฉันพยายามรักษามาตลอด” มาสเตอร์สายเอ่ยขึ้น “ผมทราบครับมาสเตอร์ แต่ผมไม่อยากให้มิล่าต้องโดนรังแกจากข่าวลือฝ่ายเดียว” มาร์ชตอบเสียงหนักแน่น “เจตนาดีไม่ได้หมายความว่าทำถูก” มาส
เย็นวันนั้น ท้องฟ้ากลายเป็นสีม่วงอมส้ม บรรยากาศหน้าประตูโรงเรียนดูพลุกพล่านเป็นพิเศษ แต่มิล่ากลับรู้สึกว่าทางเดินไปที่จอดรถมันช่างยาวไกลเหลือเกิน เพราะข้างกายเธอมี มาร์ช เดินถือกระเป๋าเรียนให้เธออย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนด้านหน้า... มาร์ติน ยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์คันโปรด สายตาจ้องเขม็งมาที่มือของมาร์ชที่เฉียดไปมากับมือน้องสาวเขา “ไอ้กัปตัน...” มาร์ตินกัดฟันพูดเมื่อทั้งคู่เดินมาหยุดตรงหน้า “ฉันให้นายช่วยงานน้อง ไม่ได้ให้มาช่วยถือกระเป๋าประกาศความเป็นเจ้าของแบบนี้” “ถือให้แฟนครับ ไม่ได้ถือให้คนอื่น นายจะหวงทำไมมาร์ติน” มาร์ชตอบเสียงเรียบ แต่แววตาท้าทาย “แฟน!? ใครอนุญาต!” มาร์ตินแทบจะกระโดดเข้าใส่เพื่อนสนิท ถ้ามิล่าไม่รีบเอาตัวเข้าขวาง “พี่มาร์ติน! เบา ๆ หน่อย คนมองกันทั้งโรงเรียนแล้วนะ” มิล่าปรามพลางหันไปมองรอบ ๆ ซึ่งก็จริงอย่างที่ว่า เซร่า กับ ณิชา ยืนเกาะเสาไฟฟ้าถัดไปไม่ไกล กำลังแอบถ่ายรูปพร้อมทำหน้าฟินสุดขีด ส่วน ภีม กับ ขุนเขา ก็ยืนหัวเราะอยู่ข้างรถอีกคัน “เออ! วันนี้ฉันจะปล่อยไปก่อนเพราะเห็นแก่ที่นายช่วยกันยัยพราวฟ้าออกไป” มาร์ตินชี้หน้ามาร์ช “แต่พรุ่งนี้เช้า นายต้องมาซ้อมวิ
**เช้าวันถัดมา ณ ห้องอำนวยการ** บรรยากาศหน้าห้องอำนวยการตึงเครียดจนนักเรียนที่เดินผ่านไปมาต้องรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงไปทางอื่น **มิล่า** ยืนอยู่ท่ามกลาง **มาร์ช** และ **มาร์ติน** โดยมี **เซร่า** และ **ณิชา** ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง “ถ้าพวกนั้นทำอะไรเธอ ฉันจะขโมยแฟ้มประวัติพราวฟ้ามาแฉให้หมดเลย!” เซร่ากระซิบเสียงเขียว ขณะที่ณิชาคอยลูบแขนมิล่าให้ใจเย็น ทันใดนั้นเอง **น้ำใส** และ **ผักกาด** เพื่อนสนิทของพราวฟ้าก็เดินเชิดหน้าเข้ามา พร้อมกับเจ้าตัวที่มองมิล่าด้วยสายตาผู้ชนะ “ดูซิ... มากันครบแก๊งเลยนะ” พราวฟ้าเยาะเย้ย “เตรียมตัวเก็บของย้ายโรงเรียนหรือยังมิล่า?” “เก็บปากไว้กินข้าวเถอะพราวฟ้า” มาร์ตินสวนกลับทันควันจนพราวฟ้าหน้าตึง ประตูห้องอำนวยการเปิดออก **ผู้อำนวยการ** นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ โดยมี **มาสเตอร์สาย** และ **โค้ชคิม** โค้ชแบดมินตันจอมดุของมาร์ชยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าของโค้ชคิมดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด “มาร์ช... นายรู้ใช่ไหมว่าปีนี้เรามีแข่งชิงแชมป์ระดับเขต” โค้ชคิมเปิดประเด็นเสียงเข้ม “แต่ชื่อนายกลับไปอยู่ในแฟ้มคดีชู้สาวในห้องสมุด!” “ผมยอมรับผิดเรื่องการ
มิล่ากำด้ามไม้ขนไก่ในมือแน่น สายตาจ้องมองชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ที่เรียงรายเหมือนกำแพงเมืองจีน “มาสเตอร์สายนะมาสเตอร์สาย... ไหนบอกว่าให้เลิกหนี พอไม่หนีก็โดนขังรวมเฉยเลย” เธอพึมพำกับตัวเอง “บ่นอะไร” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง มิล่าสะดุ้งตัวโยนจนเกือบทำไม้ในมือฟาดโดนสันหนังสือ มาร์ชยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดไปรเวทที่ดูผ่อนคลายแต่กลับดึงดูดสายตาอย่างประหลาด เขาถือปึกเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ในมือ “นายมาได้ไง กุญแจอยู่ที่ฉันคนเดียวไม่ใช่เหรอ” มาร์ชชูกุญแจอีกดอกในมือขึ้นมา “มาสเตอร์บอกว่างานมันด่วน กลัวเธอทำคนเดียวแล้วจะ ‘แอบหลับ’ จนข้ามคืน” “ฉันไม่เคยแอบหลับในห้องสมุด!” “เหรอ วันก่อนใครน้ำลายยืดใส่หนังสือแคลคูลัสที่โต๊ะริมหน้าต่างล่ะ” มิล่าหน้าแดงซ่าน “เงียบไปเลยนะ!” เธอกระแทกตัวลงนั่งบนบันไดลิงสำหรับหยิบหนังสือชั้นสูง พยายามหลบสายตาคมกาจที่จ้องมองมา แต่มาร์ชกลับไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้น เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ระยะห่างที่เคยตกลงกันไว้สามเมตร ตอนนี้เหลือไม่ถึงสามเซนติเมตรด้วยซ้ำ “มิล่า” “อะไร” “ที่พูดไปในโรงยิม... ฉันจริงจังนะ” บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุน เส
เช้าวันถัดมา เสียงระฆังแรกยังไม่ทันดังทั่วโรงเรียน มิล่าก็เดินเร็วเกือบจะวิ่งอยู่บนทางเดินหอพักหญิง ในมือมีหนังสือเรียนสามเล่ม กับขนมปังที่ยังไม่ได้กิน เมื่อคืนกลับจากช่วยเก็บห้องชมรมก็ดึก พอตื่นเช้ามา ชีวิตก็ยังไม่ปรานี “ถ้าวันนี้ฉันรอดโดยไม่โดนมาสเตอร์สายเรียกเพิ่ม ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์” เธอบ่นกับตัวเอง พลางรีบเลี้ยวตรงมุมตึก— แล้วก็ชนเข้ากับใครบางคนเต็มแรง “โอ๊ย!” หนังสือเกือบหล่นหมด แต่มีมืออีกคู่คว้าไว้ทัน มิล่าเงยหน้าขึ้น แล้วก็อยากย้อนเวลากลับไปเมื่อห้าวินาทีก่อน มาร์ช แน่นอน ต้องเป็นเขาอีกแล้ว “เช้า” เขาพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมยังเปียกนิด ๆ เหมือนเพิ่งซ้อมวิ่งมา และนั่นน่าหงุดหงิดมาก เพราะแม้แต่ตอนเจ็ดโมงเช้าเขาก็ยังดูดีเกินไป “ไม่เช้า” มิล่าดึงหนังสือกลับมา “มันคือการซุ่มโจมตี” “เธอเดินชนฉัน” “รายละเอียดไม่สำคัญ” มาร์ชหลุดยิ้มบาง ๆ ซึ่งยิ่งน่าหมั่นไส้ เขายื่นกล่องนมมาให้ “กินก่อน” มิล่ามองมันอย่างระแวง “อะไร” “นม” “ฉันมองออก” “งั้นก็ดี” “นายจะวางยาฉันหรือไง” “ถ้าทำแบบนั้น มาร์ตินคงฆ่าฉันก่อน” …ก็จริง
เย็นวันเดียวกัน ห้องสมุดของโรงเรียนเงียบสงบเกินไปสำหรับคนอย่างมิล่า เธอนั่งคุกเข่าอยู่หน้าชั้นหนังสือสูงเกือบถึงเพดาน มือหนึ่งถือผ้า อีกมือกำลังเช็ดชั้นวางอย่างหมดอาลัยตายอยาก เวรห้องสมุดเพิ่มอีกสองวัน เพราะเถียงมาสเตอร์สายสี่ครั้ง ชีวิตช่างยุติธรรม “ถ้าฉันเถียงครั้งที่ห้า จะโดนอะไรนะ” เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ “น่าจะโดนย้ายไปอยู่ห้องสมุดถาวร” เสียงหนึ่งตอบกลับมาจากด้านหลัง มิล่าสะดุ้งจนเกือบหัวโขกชั้นหนังสือ เธอหันขวับ แล้วก็ถอนหายใจแรง “พี่อีกแล้ว” มาร์ตินยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ไม่ไกล ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่ง สีหน้าสบายเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งสร้างความปั่นป่วนในชีวิตน้องสาว “คำทักทายของเธอไม่เคยพัฒนาเลย” “พี่มาทำอะไรที่นี่” “ห้องสมุด” “อันนั้นฉันมองออก” มาร์ตินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนหยุดมองกองหนังสือที่วางอยู่ข้าง ๆ “โดนเพิ่มเวร?” “เพราะเถียงอาจารย์” “สมเหตุสมผล” “พี่อยู่ฝั่งไหนกันแน่” “ฝั่งความจริง” น่าหมั่นไส้ที่สุด มิล่ากลับไปเช็ดชั้นหนังสือต่อ เงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มาร์ตินจะพูดขึ้นเบา ๆ “มาร์ชจริงจังนะ” มือของเธอหยุดทันที โอเค
เช้าวันถัดมา ในขณะที่มิล่ากำลังใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวังอยู่กับไม้กวาดและกองใบไม้หน้าลานโบสถ์ อีกด้านหนึ่งของโรงเรียน รถสีดำคันหนึ่งค่อย ๆ เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าอาคารอำนวยการ ชายหนุ่มร่างสูงในชุดนักเรียนใหม่เอี่ยมก้าวลงจากรถอย่างเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดเรียบกริบ เนกไทถูกจัดไว้อย่างพอดี สีห
วันถัดมา ประกาศแผ่นใหญ่ถูกติดอยู่หน้าตึกเรียนตั้งแต่เช้า จนนักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนมุงกันอยู่ตรงนั้น “สัปดาห์คัดเลือกชมรมกีฬา” ฉันยืนอ่านด้วยสีหน้าว่างเปล่า ข้าง ๆ มีเซร่าที่ดูตื่นเต้นเกินเหตุ “ในที่สุดก็มีอะไรสนุก ๆ สักที!” “คำว่า ‘สนุก’ ของเธอกับของฉันไม่เคยแปลเหมือนกัน” ฉันตอบพลางจ้
หลังเลิกเรียนในวันนั้น ฉันนั่งอยู่ที่ม้านั่งหลังโบสถ์คนเดียว มือหมุนปากกาไปมาอย่างคนใช้ความคิด ลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ แต่หัวฉันกลับวุ่นวายกว่านั้นมาก มาร์ช ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งรู้สึกแปล
เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นห้องตอนตีห้าครึ่ง ฉันคว้าหมอนฟาดใส่มันทันทีโดยไม่ลืมตา “เกลียดโลกนี้…” เซร่าที่นอนอีกฝั่งของห้องงัวเงียลืมตาขึ้นมามอง “หกโมงแล้วเหรอ”







