공유

บทที่ 8

작가: babybunny
last update 게시일: 2026-04-28 22:32:32

วันถัดมา

ประกาศแผ่นใหญ่ถูกติดอยู่หน้าตึกเรียนตั้งแต่เช้า จนนักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนมุงกันอยู่ตรงนั้น

“สัปดาห์คัดเลือกชมรมกีฬา”

ฉันยืนอ่านด้วยสีหน้าว่างเปล่า ข้าง ๆ มีเซร่าที่ดูตื่นเต้นเกินเหตุ

“ในที่สุดก็มีอะไรสนุก ๆ สักที!”

“คำว่า ‘สนุก’ ของเธอกับของฉันไม่เคยแปลเหมือนกัน”

ฉันตอบพลางจ้องรายชื่อชมรมอย่างไม่ไว้ใจ

โรงเรียนนี้นอกจากกฎเยอะแล้ว

ยังบังคับให้นักเรียนทุกคนต้องเข้าชมรมกีฬาอย่างน้อยหนึ่งชมรม

พูดง่าย ๆ คือ

ฉันหนีไม่ได้

ลินกับเอวาเดินเข้ามาสมทบพร้อมน้ำผลไม้คนละแก้ว

ลินชี้ไปที่รายชื่อ

“มีบาส ว่ายน้ำ เทนนิส วอลเลย์ แบดมินตัน แล้วก็ยิงธนู”

เอวาอ่านต่อ

“ถ้าเป็นเธอ ฉันว่าน่าจะเหมาะกับแบดนะ”

ฉันเลิกคิ้ว

“ทำไม”

เซร่าตอบแทนทันที

“เพราะเธอชอบตีคน เอ๊ย ตีลูก”

“ขอบคุณนะ ฟังดูดีมาก”

ฉันกอดอกมองรายชื่ออีกครั้ง

แบดมินตัน…

จริง ๆ ก็ไม่แย่

อย่างน้อยก็ได้ใช้แรงระบายอารมณ์แบบถูกกฎ

ขณะที่พวกเรากำลังคุยกัน เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“ถ้าเธอเล่นแบด คนฝั่งตรงข้ามคงน่าสงสาร”

ฉันหลับตาหนึ่งวินาที

ไม่ต้องหันก็รู้ว่าใคร

“นายสะกดรอยตามฉันอยู่หรือไง”

ฉันหันกลับไปพร้อมสายตาไม่เป็นมิตร

มาร์ชยืนอยู่ตรงนั้น ข้าง ๆ มีขุนเขากับภีมที่ดูพร้อมแซวตลอดเวลา

ขุนเขายิ้มกว้าง

“เปล่า แค่โลกมันกลมเกินไป”

ภีมพยักหน้า

“หรือไม่ก็พรหมลิขิต”

“หยุดเลย”

ฉันกับมาร์ชพูดพร้อมกัน

เงียบ

ทุกคนหันมามอง

แล้วเซร่าก็กรี๊ดเบา ๆ

“โอ๊ย เข้าขากันเกินไปแล้ว”

“เซร่า!”

ฉันแทบจะเอากระดาษประกาศปิดปากเพื่อนตัวเอง

มาร์ชถอนหายใจ ก่อนมองรายชื่อชมรม

“เธอจะเลือกอะไร”

“ยังไม่แน่ใจ แต่แบดมินตันก็น่าสนใจ”

เขาเลิกคิ้วนิดหนึ่ง

“งั้นก็ดี”

ฉันหรี่ตามองทันที

“เดี๋ยวนะ…อย่าบอกนะว่านายอยู่ชมรมแบด”

เขายิ้มบาง ๆ

“กัปตันทีม”

ฉันนิ่งไปสามวินาที

โอเค

นี่มันแผนการชัด ๆ

ขุนเขาตบไหล่มาร์ชเบา ๆ

“เขารอวันนี้มานานมากนะ”

“ขุนเขา”

“โอเค ฉันเงียบ”

แต่ไม่ทันแล้ว

ฉันกอดอกแน่น มองหน้ามาร์ชอย่างจับผิด

“นายวางแผนใช่ไหม”

“ถ้าฉันบอกว่าเปล่า”

“ฉันจะไม่เชื่อ”

เขายักไหล่

“งั้นก็ช่วยไม่ได้”

ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เถียงต่อ เสียงนกหวีดก็ดังขึ้นจากสนามกีฬา

นักเรียนเริ่มทยอยเดินไปที่ลานรวมตัว

อาจารย์ฝ่ายกิจกรรมยืนถือแฟ้มอยู่กลางสนาม

“นักเรียนทุกคน! วันนี้จะเป็นการทดลองเข้าชมรม ใครสนใจชมรมไหน ให้ไปที่โซนของชมรมนั้น!”

เสียงรอบข้างเริ่มคึกคักทันที

เซร่าคว้าแขนฉัน

“ฉันไปวอลเลย์!”

ลินยกมือ

“ฉันเทนนิส”

เอวาพยักหน้า

“ฉันยิงธนู”

แล้วทุกคนก็หันมามองฉัน

“…อะไร”

“แล้วเธอ?”

ฉันมองไปยังป้ายชมรมแบดมินตันที่อยู่ฝั่งสนามในร่ม

นักเรียนหลายคนกำลังรวมตัวอยู่ตรงนั้น

และแน่นอน

มาร์ชกำลังเดินไปทางนั้น

ฉันสูดหายใจลึก

ถ้าเข้าชมรมนี้

แปลว่าต้องเจอหน้าเขาทุกวัน

ฟังดูเหมือนบทลงโทษมากกว่ากิจกรรม

แต่ก็นะ

ฉันยักไหล่

“ก็ได้ ฉันเข้าแบดมินตัน”

เซร่ากรี๊ด

ลินยิ้ม

เอวาพยักหน้าเหมือนรู้อยู่แล้ว

ส่วนขุนเขากับภีม…

“ยินดีต้อนรับสู่หลุมพรางครับ”

ฉันชี้หน้าเขาทันที

“ถ้าฉันตาย พวกนายต้องรับผิดชอบ”

มาร์ชเดินผ่านฉันไป พร้อมพูดเบา ๆ ข้างหู

“ไม่ต้องห่วง”

ฉันชะงัก

“ฉันจะดูแลเอง”

แล้วเขาก็เดินต่อไปหน้าตาเฉย

ทิ้งฉันไว้ตรงนั้น

กับหัวใจที่เต้นแรงเกินเหตุอีกครั้ง

ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นประมาณสามวินาที

ก่อนจะหันไปมองหลังมาร์ชที่เดินนำไปแบบไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย

“…คนนี้เขาชอบทำให้ชาวบ้านหัวใจวายเล่นหรือไง”

เซร่าตบไหล่ฉันเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ไม่รู้สิ แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันเขินตายไปแล้ว”

“ฉันไม่ได้เขิน!”

“หน้าแดงนะ”

“อากาศมันร้อน”

ลินเงยหน้ามองท้องฟ้า

“ตอนนี้อยู่ในร่ม”

“…พวกเธอเลิกเลยนะ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายไปยังชมรมของตัวเอง

และสุดท้าย

ฉันก็ต้องเดินเข้ามาในสนามแบดมินตันจนได้

ในโรงยิมขนาดใหญ่ นักเรียนจำนวนไม่น้อยกำลังรวมตัวกัน บางคนถือไม้แบดมาเอง บางคนยืนคุยกันตื่นเต้น

ส่วนฉัน…

ถือแค่น้ำเปล่าหนึ่งขวดกับความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสนามรบ

“มาช้า”

เสียงเรียบ ๆ ดังขึ้นจากด้านหน้า

แน่นอน

มาร์ช

เขายืนอยู่กลางสนามในชุดชมรมกีฬา เสื้อสีขาวกับกางเกงวอร์มสีดำธรรมดา ๆ แต่กลับดูดีจนน่าหงุดหงิด

นี่มันไม่แฟร์เลยจริง ๆ

ฉันกอดอก

“ฉันมาตรงเวลา”

“สำหรับเธอ ถือว่าปาฏิหาริย์”

“ขอบคุณนะ”

ขุนเขากับภีมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หลุดขำทันที

ภีมยกมือขึ้นเหมือนพิธีกร

“ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ของชมรมแบดมินตัน—มิล่า ผู้มีประวัติการใช้กำลังโดดเด่น”

“เฮ้!”

ขุนเขาพยักหน้าอย่างจริงจัง

“ฉันเชื่อว่าเธอจะใช้ไม้แบดได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก”

“พวกนายจะหยุดแซวฉันตอนไหน”

“ไม่มีวัน”

“…ซึ้งมาก”

มาร์ชส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนหยิบไม้แบดหนึ่งอันยื่นมาให้

“เอาไป”

ฉันรับมาอย่างระวัง

“…ใหม่?”

“ของฉัน”

ฉันเงยหน้าขึ้นทันที

“เดี๋ยว นี่ของนาย?”

“อืม”

“แล้วนายจะใช้อะไร”

“ฉันมีอีกอัน”

ขุนเขารีบแทรกทันที

“โอ้โห ของรักเลยนะนั่น”

ภีมพยักหน้าแรงมาก

“ปกติไม่มีใครแตะได้”

ฉันค่อย ๆ หันไปมองมาร์ช

เขานิ่งไปนิด ก่อนตอบสั้น ๆ

“พวกมันพูดมาก”

โอเค

แต่ไม่ได้ปฏิเสธ

หัวใจฉันเริ่มทำงานผิดปกติอีกแล้ว

ฉันรีบหันไปมองไม้แบดแทน

“งั้น…ขอบคุณ”

“อย่าทำหักก็พอ”

“…ขอคืนได้ไหม ฉันเริ่มอยากหักแล้ว”

เขาหลุดยิ้มบาง ๆ

แล้วเสียงนกหวีดก็ดังขึ้น

นักเรียนทุกคนเงียบลงทันที

มาร์ชก้าวออกไปยืนกลางสนาม สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที

“วันนี้เป็นวันทดลอง ใครอยากอยู่ชมรมนี้ ต้องผ่านการทดสอบพื้นฐานก่อน”

เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบ ๆ

ฉันเริ่มมีลางไม่ดี

มาก ๆ

“เริ่มจากการจับคู่แข่งเดี่ยว”

โอเค

แย่แล้ว

“และ…”

เขาก้มดูรายชื่อในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองตรงมาที่ฉัน

ดวงตาคมคู่นั้นนิ่งเกินไป

“มิล่า”

ฉันชี้หน้าตัวเอง

“ฉัน?”

“คู่แรก”

“…กับใคร”

มาร์ชพับกระดาษลงช้า ๆ

ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบที่สุด

“กับฉัน”

เงียบ

ทั้งโรงยิมเงียบสนิท

ขุนเขาปิดหน้า

ภีมหันหนี

ฉันอยากยื่นใบลาออกทันที

เซร่าที่แอบโผล่มาดูจากอีกฝั่งสนามกรี๊ดเบา ๆ

“โอ๊ย นี่มันการคัดชมรมหรือเดตแบบใช้ความรุนแรง!”

“โอ๊ย นี่มันการคัดชมรมหรือเดตแบบใช้ความรุนแรง!”

เสียงเซร่าดังมาจากอีกฝั่งสนาม ทำเอาฉันอยากจะเอาไม้แบดปาใส่เพื่อนตัวเองทันที

แต่ตอนนี้มีปัญหาใหญ่กว่านั้น

ฉันต้องแข่งกับมาร์ช

ต่อหน้าทุกคน

ฉันหมุนไม้แบดในมือเบา ๆ แล้วเงยหน้ามองเขา

“…นายแน่ใจนะ”

มาร์ชยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม สีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม

“ควรเป็นฉันมากที่สุด”

“ฟังดูเหมือนนายดูถูกฉัน”

“เปล่า”

เขายิ้มมุมปากนิด ๆ

“ฉันรู้ว่าเธอเล่นเป็น”

เงียบไปหนึ่งวินาที

ขุนเขาหันมามองทันที

“เดี๋ยวนะ เธอเล่นเป็น?”

ภีมก็พยักหน้าแรงมาก

“แล้วทำไมทำหน้าเหมือนจะตายเมื่อกี้”

ฉันยักไหล่

“ฉันแค่ไม่ชอบตื่นเต้นต่อหน้าคนเยอะ ๆ”

เซร่าตะโกนสวนมา

“โกหก เธอชอบชนะต่างหาก!”

“…เพื่อนแบบนี้เลิกคบได้ไหม”

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบสนาม

ฉันเดินไปประจำฝั่งตัวเอง สูดหายใจเข้าลึก ๆ

จริง ๆ แล้วฉันเล่นกีฬาได้ดีแทบทุกอย่าง

โดยเฉพาะกีฬาใช้ความเร็วกับการตอบสนอง

ตอนเด็ก ๆ พี่มาร์ตินเคยบังคับให้ฉันลองเล่นหลายอย่าง

เพราะบอกว่า “อย่างน้อยถ้ามีเรื่อง จะได้หนีทัน”

ฟังดูไม่ค่อยเป็นคำสอนที่ดีเท่าไหร่

แต่ก็ได้ผล

มาร์ชหมุนลูกแบดในมือ มองฉันนิ่ง ๆ

“พร้อมไหม”

ฉันตั้งท่า จับไม้แน่นขึ้น

“นายอย่าร้องไห้ก็แล้วกัน”

ขุนเขาแทบสำลักน้ำ

ภีมพึมพำเบา ๆ

“โอเค ฉันชอบผู้หญิงคนนี้”

เสียงนกหวีดดังขึ้น

เริ่มเกม

มาร์ชเสิร์ฟก่อน

ลูกแรกพุ่งมาเร็วและแม่นยำ ราวกับตั้งใจทดสอบกันตั้งแต่เริ่ม

ฉันรับได้ทันที ตีสวนกลับไปแรงพอ ๆ กัน

ปึก!

ปึก!

ปึก!

เสียงลูกแบดกระทบไม้ดังต่อเนื่องรวดเร็วเกินกว่าคนดูจะกระพริบตา

ทั้งสนามเริ่มเงียบลง

จากที่คิดว่าจะเป็นการแข่งขำ ๆ

ตอนนี้ทุกคนเริ่มมองจริงจัง

ขุนเขาค่อย ๆ ลดแก้วน้ำลง

“…เดี๋ยวนะ”

ภีมพยักหน้าช้า ๆ

“นี่มันไม่ใช่มือสมัครเล่นแล้ว”

ฉันพุ่งไปรับลูกหน้าตาข่ายก่อนจะดีดกลับอย่างเฉียบคม

มาร์ชรับทัน แต่ฉันไม่ปล่อยโอกาสนั้น

ก้าวเดียว

กระโดด

ฟาดเต็มแรง

ปึก!

ลูกตกลงฝั่งเขาพอดี

แต้มแรก

ทั้งสนามเงียบไปหนึ่งวินาที

ก่อนเซร่าจะกรี๊ดลั่น

“นั่นเพื่อนฉัน!!”

ลินกับเอวาปรบมือทันที

ฉันยืนหอบเบา ๆ แล้วชูไม้แบดขึ้นนิดหนึ่งอย่างผู้ชนะ

“เป็นไงล่ะ กัปตัน”

มาร์ชมองฉันนิ่ง ๆ

ก่อนจะยิ้มออกมาชัดเจนกว่าทุกครั้ง

ไม่ใช่ยิ้มแกล้ง

ไม่ใช่ยิ้มกวนประสาท

แต่เป็นยิ้มของคนที่กำลังสนุกจริง ๆ

“ดี”

เขาพูดเบา ๆ

“งั้นฉันคงต้องเอาจริงแล้ว”

ฉันชะงัก

เดี๋ยวนะ

เมื่อกี้นี้

ยังไม่จริงจังอีกเหรอ!?

ฉันชะงักค้างอยู่กลางสนาม

เดี๋ยวนะ

เมื่อกี้นี้ยังไม่จริงจังอีกเหรอ!?

ขุนเขาเอามือปิดหน้าเหมือนรู้อยู่แล้ว

“จบแล้ว”

ภีมพยักหน้าอย่างสงบ

“ขอไว้อาลัยล่วงหน้า”

ฉันหรี่ตามองทั้งคู่

“พวกนายช่วยให้กำลังใจได้แย่มาก”

มาร์ชหมุนไม้แบดในมือเบา ๆ ก่อนขยับมายืนตรงเส้นกลางสนาม

สายตาเขาเปลี่ยนไปนิดเดียว

แต่มันพอให้รู้ว่า…ต่างจากเดิมแน่นอน

“พร้อมนะ”

ฉันกำไม้แน่นขึ้น

“พูดมาก”

เสียงนกหวีดดังขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้ มาร์ชเสิร์ฟแรงกว่าเดิมชัดเจน

ลูกแบดพุ่งเร็วราวกับตั้งใจไม่ให้ฉันมีเวลาคิด

ปึก!

ฉันรับทันแบบเฉียด ๆ แต่แรงปะทะทำให้ข้อมือชาไปหมด

โอเค

หมอนี่เอาจริงแล้วจริง ๆ

เขาไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัวเลย

ซ้าย ขวา หน้า หลัง

ฉันต้องวิ่งแทบทั้งสนาม รับลูกต่อเนื่องจนเริ่มหอบ

เสียงเชียร์รอบสนามดังขึ้นเรื่อย ๆ

“มิล่า สู้!”

“อย่าแพ้นะ!”

“ถ้าชนะฉันเลี้ยงชาไข่มุก!”

อันสุดท้ายนั่นน่าสนใจมาก

ฉันกัดฟันแล้วพุ่งไปรับลูกอีกครั้ง ก่อนดีดกลับแบบเฉียงสุดมุมสนาม

มาร์ชวิ่งทัน

แต่ฉันยิ้ม

เพราะนั่นคือสิ่งที่ตั้งใจไว้

ทันทีที่เขาตีสวนกลับมา ฉันก็กระโดดขึ้นเต็มแรง

ฟาด!

เสียงไม้กระทบลูกดังชัด

ลูกแบดพุ่งลงตรงหน้าเขาเร็วเกินจะรับ

แต้ม

ทั้งสนามเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงเฮจะดังขึ้น

เซร่ากระโดดแทบขึ้นโต๊ะ

“ฉันบอกแล้วว่าเพื่อนฉันโหด!”

ลินตะโกนเสริม

“เอาอีก!”

ฉันหอบเบา ๆ เหงื่อเริ่มซึมตามหน้าผาก แต่ยังยิ้มอย่างท้าทาย

“ไงล่ะ กัปตัน”

มาร์ชมองฉันอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ตาข่าย

ใกล้เกินไปนิดหน่อย

“เธอเก่งกว่าที่คิด”

ฉันเลิกคิ้ว

“นายคิดว่าฉันอ่อนแอ?”

“เปล่า”

เขาก้มลงเล็กน้อย เสียงต่ำลงจนเหมือนมีแค่ฉันที่ได้ยิน

“ฉันแค่ลืมไปว่า ตอนเด็กเธอก็ชอบชนะฉันเหมือนกัน”

หัวใจฉันสะดุดไปหนึ่งจังหวะ

“…นายตั้งใจแพ้หรือเปล่า”

เขายิ้มบาง ๆ

“เธอคิดว่าไง”

โอเค

อันตรายมาก

ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว

ฉันรีบถอยหลังหนึ่งก้าว พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แข่งต่อเถอะ อย่ามาใช้คำพูดเบี่ยงเบนสมาธิ”

ขุนเขาตะโกนจากข้างสนามทันที

“ฟาวล์ครับกรรมการ! ใช้เสน่ห์นอกเกม!”

ภีมยกมือเห็นด้วย

“ใบเหลืองไปเลย!”

ฉันอยากหายตัวอีกครั้ง

มาร์ชหัวเราะเบา ๆ ก่อนถอยกลับไปประจำตำแหน่ง

เกมดำเนินต่อ

แต้มสูสีจนทุกคนลุ้นแทบหยุดหายใจ

และสุดท้าย…

แต้มสุดท้าย

ฉันพุ่งไปรับลูกสุดแรง

มาร์ชเองก็เช่นกัน

ลูกแบดลอยสูงกลางอากาศ

นี่คือจังหวะตัดสิน

ฉันกระโดดขึ้นพร้อมเขา

ฟาดพร้อมกัน

ปึก!

ลูกพุ่งข้ามตาข่ายไป

ตกลงพื้น

ทุกคนเงียบ

กรรมการมองตาม ก่อนเป่านกหวีดยาว

“ผู้ชนะ…”

ฉันกลั้นหายใจ

“…มาร์ช”

เสียงรอบสนามดังขึ้นทันที

ฉันยืนหอบอยู่กับที่ ก่อนจะเอามือเท้าเอว

แพ้

แต่แพ้แบบเฉียดมาก

มาร์ชเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า แล้วยื่นมือมาให้

“ยินดีต้อนรับ กัปตันรอง”

ฉันเงยหน้าขึ้นทันที

“เดี๋ยวนะ อะไรนะ?”

ขุนเขาหัวเราะลั่น

“ชมรมเรามีกฎ ใครที่สู้กับกัปตันได้ขนาดนี้ ต้องโดนลากเข้าตำแหน่งสำคัญ”

ภีมพยักหน้า

“ยินดีด้วย เธอหนีไม่พ้นแล้ว”

ฉันมองมือของมาร์ช

แล้วมองหน้าเขา

ก่อนถอนหายใจยาว

“…ชีวิตฉันนี่มัน”

แต่สุดท้าย

ฉันก็ยอมจับมือเขา

พร้อมกับเสียงเชียร์รอบสนาม

และหัวใจที่เต้นแรงเกินความจำเป็นอีกครั้ง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 16

    ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีในโรงยิม ความเป็นจริงที่น่ากลัวก็พุ่งเข้าใส่ **มิล่า** ทันทีที่เธอสบตากับ **มาสเตอร์สาย** ซึ่งยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงมุมประตู สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเตือนสติเธอว่า... ที่นี่ไม่ใช่สนามรัก แต่มันคือโรงเรียนที่มีกฎเหล็ก "ห้ามคบหากัน" **มาร์ช** ยังคงกุมมือเธอแน่น แต่เขาก็รับรู้ถึงรังสีอำมหิตนั้นได้เช่นกัน “จบงานแล้ว นักกีฬาไปพักผ่อน ส่วนมิล่าและมาร์ช... มาหาฉันที่ห้องพักครูเดี๋ยวนี้” เสียงมาสเตอร์สายเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนความเงียบเข้าปกคลุมสนามทันที **เซร่า** กับ **ณิชา** หน้าเสีย รีบเข้ามาดึงมือมิล่า “ซวยแล้วมิล่า... มาสเตอร์เอาจริงแน่รอบนี้” **ในห้องพักครูที่เงียบสงัด** มาสเตอร์สายนั่งลงช้า ๆ โดยมี **โค้ชคิม** ยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้าง มิล่าและมาร์ชยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้า เหมือนนักโทษที่รอฟังคำตัดสิน “มาร์ช เธอประกาศตัวกลางสนามว่ามิล่าคือแฟน... เธอรู้ใช่ไหมว่านั่นคือการเหยียบย่ำกฎที่ฉันพยายามรักษามาตลอด” มาสเตอร์สายเอ่ยขึ้น “ผมทราบครับมาสเตอร์ แต่ผมไม่อยากให้มิล่าต้องโดนรังแกจากข่าวลือฝ่ายเดียว” มาร์ชตอบเสียงหนักแน่น “เจตนาดีไม่ได้หมายความว่าทำถูก” มาส

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 15

    เย็นวันนั้น ท้องฟ้ากลายเป็นสีม่วงอมส้ม บรรยากาศหน้าประตูโรงเรียนดูพลุกพล่านเป็นพิเศษ แต่มิล่ากลับรู้สึกว่าทางเดินไปที่จอดรถมันช่างยาวไกลเหลือเกิน เพราะข้างกายเธอมี มาร์ช เดินถือกระเป๋าเรียนให้เธออย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนด้านหน้า... มาร์ติน ยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์คันโปรด สายตาจ้องเขม็งมาที่มือของมาร์ชที่เฉียดไปมากับมือน้องสาวเขา ​“ไอ้กัปตัน...” มาร์ตินกัดฟันพูดเมื่อทั้งคู่เดินมาหยุดตรงหน้า “ฉันให้นายช่วยงานน้อง ไม่ได้ให้มาช่วยถือกระเป๋าประกาศความเป็นเจ้าของแบบนี้” ​“ถือให้แฟนครับ ไม่ได้ถือให้คนอื่น นายจะหวงทำไมมาร์ติน” มาร์ชตอบเสียงเรียบ แต่แววตาท้าทาย ​“แฟน!? ใครอนุญาต!” มาร์ตินแทบจะกระโดดเข้าใส่เพื่อนสนิท ถ้ามิล่าไม่รีบเอาตัวเข้าขวาง ​“พี่มาร์ติน! เบา ๆ หน่อย คนมองกันทั้งโรงเรียนแล้วนะ” มิล่าปรามพลางหันไปมองรอบ ๆ ซึ่งก็จริงอย่างที่ว่า เซร่า กับ ณิชา ยืนเกาะเสาไฟฟ้าถัดไปไม่ไกล กำลังแอบถ่ายรูปพร้อมทำหน้าฟินสุดขีด ส่วน ภีม กับ ขุนเขา ก็ยืนหัวเราะอยู่ข้างรถอีกคัน ​“เออ! วันนี้ฉันจะปล่อยไปก่อนเพราะเห็นแก่ที่นายช่วยกันยัยพราวฟ้าออกไป” มาร์ตินชี้หน้ามาร์ช “แต่พรุ่งนี้เช้า นายต้องมาซ้อมวิ

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 14

    **เช้าวันถัดมา ณ ห้องอำนวยการ** บรรยากาศหน้าห้องอำนวยการตึงเครียดจนนักเรียนที่เดินผ่านไปมาต้องรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงไปทางอื่น **มิล่า** ยืนอยู่ท่ามกลาง **มาร์ช** และ **มาร์ติน** โดยมี **เซร่า** และ **ณิชา** ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง “ถ้าพวกนั้นทำอะไรเธอ ฉันจะขโมยแฟ้มประวัติพราวฟ้ามาแฉให้หมดเลย!” เซร่ากระซิบเสียงเขียว ขณะที่ณิชาคอยลูบแขนมิล่าให้ใจเย็น ทันใดนั้นเอง **น้ำใส** และ **ผักกาด** เพื่อนสนิทของพราวฟ้าก็เดินเชิดหน้าเข้ามา พร้อมกับเจ้าตัวที่มองมิล่าด้วยสายตาผู้ชนะ “ดูซิ... มากันครบแก๊งเลยนะ” พราวฟ้าเยาะเย้ย “เตรียมตัวเก็บของย้ายโรงเรียนหรือยังมิล่า?” “เก็บปากไว้กินข้าวเถอะพราวฟ้า” มาร์ตินสวนกลับทันควันจนพราวฟ้าหน้าตึง ประตูห้องอำนวยการเปิดออก **ผู้อำนวยการ** นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ โดยมี **มาสเตอร์สาย** และ **โค้ชคิม** โค้ชแบดมินตันจอมดุของมาร์ชยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าของโค้ชคิมดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด “มาร์ช... นายรู้ใช่ไหมว่าปีนี้เรามีแข่งชิงแชมป์ระดับเขต” โค้ชคิมเปิดประเด็นเสียงเข้ม “แต่ชื่อนายกลับไปอยู่ในแฟ้มคดีชู้สาวในห้องสมุด!” “ผมยอมรับผิดเรื่องการ

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 13

    มิล่ากำด้ามไม้ขนไก่ในมือแน่น สายตาจ้องมองชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ที่เรียงรายเหมือนกำแพงเมืองจีน “มาสเตอร์สายนะมาสเตอร์สาย... ไหนบอกว่าให้เลิกหนี พอไม่หนีก็โดนขังรวมเฉยเลย” เธอพึมพำกับตัวเอง “บ่นอะไร” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง มิล่าสะดุ้งตัวโยนจนเกือบทำไม้ในมือฟาดโดนสันหนังสือ มาร์ชยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดไปรเวทที่ดูผ่อนคลายแต่กลับดึงดูดสายตาอย่างประหลาด เขาถือปึกเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ในมือ “นายมาได้ไง กุญแจอยู่ที่ฉันคนเดียวไม่ใช่เหรอ” มาร์ชชูกุญแจอีกดอกในมือขึ้นมา “มาสเตอร์บอกว่างานมันด่วน กลัวเธอทำคนเดียวแล้วจะ ‘แอบหลับ’ จนข้ามคืน” “ฉันไม่เคยแอบหลับในห้องสมุด!” “เหรอ วันก่อนใครน้ำลายยืดใส่หนังสือแคลคูลัสที่โต๊ะริมหน้าต่างล่ะ” มิล่าหน้าแดงซ่าน “เงียบไปเลยนะ!” เธอกระแทกตัวลงนั่งบนบันไดลิงสำหรับหยิบหนังสือชั้นสูง พยายามหลบสายตาคมกาจที่จ้องมองมา แต่มาร์ชกลับไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้น เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ระยะห่างที่เคยตกลงกันไว้สามเมตร ตอนนี้เหลือไม่ถึงสามเซนติเมตรด้วยซ้ำ “มิล่า” “อะไร” “ที่พูดไปในโรงยิม... ฉันจริงจังนะ” บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุน เส

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 12

    เช้าวันถัดมา เสียงระฆังแรกยังไม่ทันดังทั่วโรงเรียน มิล่าก็เดินเร็วเกือบจะวิ่งอยู่บนทางเดินหอพักหญิง ในมือมีหนังสือเรียนสามเล่ม กับขนมปังที่ยังไม่ได้กิน เมื่อคืนกลับจากช่วยเก็บห้องชมรมก็ดึก พอตื่นเช้ามา ชีวิตก็ยังไม่ปรานี “ถ้าวันนี้ฉันรอดโดยไม่โดนมาสเตอร์สายเรียกเพิ่ม ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์” เธอบ่นกับตัวเอง พลางรีบเลี้ยวตรงมุมตึก— แล้วก็ชนเข้ากับใครบางคนเต็มแรง “โอ๊ย!” หนังสือเกือบหล่นหมด แต่มีมืออีกคู่คว้าไว้ทัน มิล่าเงยหน้าขึ้น แล้วก็อยากย้อนเวลากลับไปเมื่อห้าวินาทีก่อน มาร์ช แน่นอน ต้องเป็นเขาอีกแล้ว “เช้า” เขาพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมยังเปียกนิด ๆ เหมือนเพิ่งซ้อมวิ่งมา และนั่นน่าหงุดหงิดมาก เพราะแม้แต่ตอนเจ็ดโมงเช้าเขาก็ยังดูดีเกินไป “ไม่เช้า” มิล่าดึงหนังสือกลับมา “มันคือการซุ่มโจมตี” “เธอเดินชนฉัน” “รายละเอียดไม่สำคัญ” มาร์ชหลุดยิ้มบาง ๆ ซึ่งยิ่งน่าหมั่นไส้ เขายื่นกล่องนมมาให้ “กินก่อน” มิล่ามองมันอย่างระแวง “อะไร” “นม” “ฉันมองออก” “งั้นก็ดี” “นายจะวางยาฉันหรือไง” “ถ้าทำแบบนั้น มาร์ตินคงฆ่าฉันก่อน” …ก็จริง

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 11

    เย็นวันเดียวกัน ห้องสมุดของโรงเรียนเงียบสงบเกินไปสำหรับคนอย่างมิล่า เธอนั่งคุกเข่าอยู่หน้าชั้นหนังสือสูงเกือบถึงเพดาน มือหนึ่งถือผ้า อีกมือกำลังเช็ดชั้นวางอย่างหมดอาลัยตายอยาก เวรห้องสมุดเพิ่มอีกสองวัน เพราะเถียงมาสเตอร์สายสี่ครั้ง ชีวิตช่างยุติธรรม “ถ้าฉันเถียงครั้งที่ห้า จะโดนอะไรนะ” เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ “น่าจะโดนย้ายไปอยู่ห้องสมุดถาวร” เสียงหนึ่งตอบกลับมาจากด้านหลัง มิล่าสะดุ้งจนเกือบหัวโขกชั้นหนังสือ เธอหันขวับ แล้วก็ถอนหายใจแรง “พี่อีกแล้ว” มาร์ตินยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ไม่ไกล ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่ง สีหน้าสบายเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งสร้างความปั่นป่วนในชีวิตน้องสาว “คำทักทายของเธอไม่เคยพัฒนาเลย” “พี่มาทำอะไรที่นี่” “ห้องสมุด” “อันนั้นฉันมองออก” มาร์ตินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนหยุดมองกองหนังสือที่วางอยู่ข้าง ๆ “โดนเพิ่มเวร?” “เพราะเถียงอาจารย์” “สมเหตุสมผล” “พี่อยู่ฝั่งไหนกันแน่” “ฝั่งความจริง” น่าหมั่นไส้ที่สุด มิล่ากลับไปเช็ดชั้นหนังสือต่อ เงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มาร์ตินจะพูดขึ้นเบา ๆ “มาร์ชจริงจังนะ” มือของเธอหยุดทันที โอเค

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 3

    "ปัง....!!" เป็นเสียงแห่งความสิ้นหวังที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยิน ฉันนั่งทุบประตูห้องน้ำขอความช่วยเหลือจากคนด้านนอกนี้มาเป็นชั่วโมงแล้ว ทั้งตัวเปียกโชก ฉันได้แต่นั่งคุดคู้ด้วยความเหน็บหนาว ถามจริงจะไม่มีใครมาเข้าห้องน้ำเลยหรอวะ? คงสิ้นหวังจริงๆแล้วสินะ พระเจ้าจงโปรดช่วยลูกด้วยเถิด ลูกไม่อยากติดอยู่

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 2

    โรงเรียนเซนต์อาเรียแห่งความหวัง 06.00 น. "กริ๊งงง" เสียงออดดังขึ้น เป็นสัญญาณให้ทุกคนลุกจากที่นอนและจัดการธุระส่วนตัว อาบน้ำและแต่งตัว ใช้เวลาไปสักพัก ทุกคนก็อยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนและออกมาตั้งแถวเรียงกัน เผื่อช่วยกันถักเปียให้เพื่อนตรงหน้า แล้วใส่ถุงเท้า รองเท้าตามลำดับ 08.00 น. หลังจ

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 1

    Mila Talks ทุกคนน่าจะรู้จักฉันแล้ว ฉันมิล่า อายุ 18 ปี ยอมรับตรงๆ เลยว่าปีนี้เป็นปีที่ห่วงแตกสุดๆ ฉันโดนพ่อให้มาเรียนโรงเรียนประจำที่เคร่งศาสนาสุดๆ ซึ่งมันอยู่ไกลบ้านฉันมาก แต่ฉันคงระบุไม่ได้หรอกว่าจังหวัดอะไร แต่อยู่ในโซนภาคใต้ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งรถ ที่ในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด และความเศร้า พี่ชายฉ

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทนำ

    " บรืนนน~ บรืนๆๆ ~ " เสียงท่อรถที่ดังกระหน่ำอยู่หน้าบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง หญิงสาวในชุดนอน สีชมพูลายคิดตี้ รีบลุกขึ้นพลวดจากโต๊ะอาหาร ช้อนซ้อมได้ถูกวางไว้ข้างจานอย่างรีบๆ ทุกคนที่ร่วมโต๊ะอาหารทุกสายตาจ้องมองไปที่เธอเป็นตาเดียว ก่อนจะมีเสียงเอ่ย ทุ่มต่ำดังขึ้นจนเธอต้องนั่งลง " นี่! ไอเพื่อนเหลวไ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status