Home / วาย / Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก / บทที่ 11 ผลลัพธ์ของการยอมฟังกัน

Share

บทที่ 11 ผลลัพธ์ของการยอมฟังกัน

Author: Phamm Mori
last update publish date: 2026-08-05 09:08:38

ผู้จัดการให้เวลาทีมจนถึงเช้าวันถัดไป ถ้ารอบทดลองครั้งใหม่ยังทำให้พนักงานสับสน Pause Point และ Choice Point จะถูกถอดออกจากงานนำเสนอ

ครั้งนี้ไม่มีใครเถียงเรื่องว่าใครเป็นต้นเหตุ เซนส่งรายการสิ่งที่เขาเปลี่ยนให้ผมก่อนแตะอุปกรณ์ทุกชิ้น ผมเลิกบังคับให้ทุกเหตุการณ์ต้องกลับเข้าสู่เส้นทางหลัก และเพิ่มจุดที่ทีมสามารถหยุดเพื่อฟังคนตรงหน้าได้จริง

เช้าวันถัดมา แขกคนแรกเลือกกิจกรรมทันที คนที่สองขอพัก และคนที่สามเปลี่ยนใจหลังเริ่มโปรแกรม ทีมไม่แตกออกเป็นสองคำสั่งเหมือนวันก่อน เพราะทุกเส้นทางมีเจ้าของงานและภาษาที่ใช้ตรงกัน

ผู้จัดการไม่ได้ชมยาว เขาเพียงเปิดแฟ้มอีกครั้งและบอกให้ใส่ Pause Point ลงในสไลด์นำเสนอฉบับจริง

ผมจดประโยคนั้นไว้ใต้ผังงาน ไม่ใช่ในฐานะชัยชนะ แต่เป็นหลักฐานว่าแผนที่ดีไม่ใช่แผนที่ไม่มีใครเปลี่ยน มันคือแผนที่ทุกคนรู้ว่าจะเปลี่ยนอย่างไรโดยไม่ทำให้คนอื่นหลงทาง

POV: Aiden

เวลาผ่านไปเร็วกว่าที่ทุกคนคิด จากวันแรกที่เดินเข้ามาใน Wellness by the Sea พร้อมกระเป๋าเดินทางและความไม่คุ้นเคย วันนี้ปฏิทินบนโต๊ะทำงานของทีมถูกขีดฆ่าไปเดือนกว่าแล้ว Destiny Project เดินทางมาไกลกว่าที่คาดไว้

ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกผมได้รับมอบหมายงานมากมายจากพี่เลี้ยงและทีมงานของรีสอร์ต ตั้งแต่ช่วยออกแบบกิจกรรม Wellness สำหรับแขกกลุ่มเล็ก วางเส้นทางการดูแลลูกค้า ปรับปรุงพื้นที่บริการ ไปจนถึงทดลองจัด Workshop และกิจกรรมพิเศษในช่วงสุดสัปดาห์

มีทั้งวันที่วุ่นวาย มีทั้งวันที่ผิดพลาด และมีหลายครั้งที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันจนเกือบกลายเป็นการทะเลาะจริงจัง แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปได้ ทีละน้อย เหมือนคลื่นทะเลที่ค่อย ๆ กัดเซาะหินแข็งให้กลายเป็นรูปร่างใหม่

ผลลัพธ์ของงานทุกชิ้นออกมาดีกว่าที่หลายคนคาดไว้ จนแม้แต่ผู้จัดการรีสอร์ตยังเริ่มปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจด้วยตัวเองมากขึ้น

และบางที... สิ่งที่เปลี่ยนไปมากกว่าผลการทำงาน อาจเป็นความสัมพันธ์ของคนในทีม

จากคนแปลกหน้าสี่คนที่ถูกจับมาทำงานร่วมกัน วันนี้ผมรู้แล้วว่าใครชอบดื่มกาแฟแบบไหน ใครนอนดึก ใครขี้บ่น ใครชอบเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว และใครเป็นคนที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดที่สุดในทีมได้ภายในสามวินาที

เสียงหัวเราะเริ่มเกิดขึ้นบ่อยกว่าช่วงแรก การแซวกันกลายเป็นเรื่องปกติ และระยะห่างที่เคยมีในวันแรก ก็ค่อย ๆ หายไปโดยไม่มีใครรู้ตัว

ช่วงเย็น แสงแดดของวันใกล้หมดลงแล้ว ผิวน้ำในสระสะท้อนสีทองระยิบระยับเหมือนมีเศษแสงลอยอยู่เต็มไปหมด ผมลงสระไปแล้วรอบหนึ่ง ตอนนี้เลยขึ้นมานั่งห้อยขาอยู่ริมสระ ปล่อยให้น้ำเย็น ๆ แตะปลายเท้าไปเรื่อย ๆ ก็ว่าจะนั่งเฉย ๆ ...ถ้าไม่เผลอเห็นใครบางคนเดินมา

ภาม

จากเสื้อคลุมบาง ๆ กับผ้าขนหนูในมือ ดูก็รู้ว่าเขาคงมาว่ายน้ำเหมือนกัน ผมขยับตัวนิดหนึ่งแล้วตบพื้นที่ข้าง ๆ

"มานั่งดิ"

ภามมองผมแวบหนึ่ง ไม่ได้ตอบ แต่ก็นั่งลงข้าง ๆ เงียบ ๆ

โอเค ใจเย็นเอเดน อย่าทำตัวเหมือนเพิ่งเห็นของน่ารักครั้งแรก

ผมนั่งนิ่งไปได้ประมาณสามวินาที ก่อนจะแพ้ตัวเอง

"วันนี้มึงโคตรเท่เลยนะ"

ภามหันมามอง "ตรงไหน"

ผมหัวเราะเบา ๆ เอนตัวไปด้านหลัง มือแตะขอบสระไว้หลวม ๆ "ตอนบรีฟงาน"

ผมหยุดนิดหนึ่ง พยายามหาคำที่ตรงกับภาพในหัว "มึงพูดไม่ถึงสิบประโยคด้วยซ้ำ" ผมหันไปมองเขา "แต่ทั้งทีมเข้าใจตรงกันหมด"

ภามไม่ได้ตอบ แสงสะท้อนจากผิวน้ำไหวอยู่บนแก้มเขา ทำให้ใบหน้านิ่ง ๆ นั้นดูอ่อนลงกว่าปกติ ผมกลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วดึงสายตากลับมาที่สระ ตั้งใจมาก ตั้งใจสุด ๆ

"เหมือนมึงไม่ได้สั่ง... แต่มึงทำให้คนอยากทำตามเอง"

ภามเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบสั้น ๆ "ก็แค่พูดตามที่คิด"

"ไม่ใช่แค่นั้นดิ" ผมหันกลับไปมองเขาอีกครั้ง "คนบางคนพูดเยอะ แต่ไม่มีใครอยากฟัง แต่มึงพูดน้อย แล้วทุกคนหยุดฟัง"

ภามก้มมองผิวน้ำ ปลายเท้าของเขาแตะน้ำเบา ๆ จนเกิดวงคลื่นเล็ก ๆ "เวอร์"

"ไม่ได้เวอร์"

"มึงชอบพูดเกินจริง"

"บางเรื่องกูพูดตรงนะ"

เขาเหลือบมองผม "เรื่องอะไร"

ผมยิ้ม "เรื่องมึง"

ภามเงียบไปเสี้ยววินาที แค่นั้นก็พอให้ผมรู้ว่าเขาได้ยินชัด

ผมหัวเราะเบา ๆ แล้วหันไปมองผิวน้ำ ทำเหมือนตัวเองไม่ได้เพิ่งพูดอะไรเกินเพื่อนไปหนึ่งก้าว

"แล้วคินล่ะ"

ผมถามขึ้นหลังจากปล่อยให้ความเงียบอยู่ระหว่างเราสักพัก น้ำในสระกระเพื่อมเบา ๆ ตามจังหวะที่ปลายเท้าของเราขยับอยู่ใต้น้ำ

ภามหันมามองนิดหนึ่ง

"อะไร"

"มึงตามใจมันตลอด"

คิ้วสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยทันที เหมือนกำลังพยายามประมวลผลว่าผมกำลังพูดเรื่องอะไร

"ตอนไหน"

"หลายตอน"

"นี่มึงพูดเหมือนดูซีรีส์"

ผมหัวเราะ

"กูกำลังดูอยู่"

"..."

"เรื่องชื่อ ภามกับคิน"

ภามกลอกตาทันที ผมชอบอย่างหนึ่ง คือเวลาภามรำคาญ เขาจะไม่ได้ด่าทันที แต่จะมองเหมือนกำลังชั่งใจว่า ควรปล่อยผมลอยทะเลไปเลยดีไหม

"เพ้อเจ้อ"

"จริงนะ"

ผมยกนิ้วนับ

"คินลืมกินข้าว มึงรู้"

"คินเครียด มึงรู้"

"คินหงุดหงิด มึงก็รู้"

ภามถอนหายใจ ส่วนผมยังไม่หยุด

"กูปวดใจจะตาย มึงยังไม่รู้เลย"

คราวนี้ภามหันขวับมาเลย

"มึงปวดใจอะไร"

ผมหลุดหัวเราะ ก่อนชี้นิ้วกลับไปที่เจ้าตัว

"นั่นไง"

"..."

"ไม่รู้จริงด้วย"

ลมทะเลพัดผ่านพอดี ปอยผมสีเข้มด้านหน้าปลิวลงมานิดหนึ่ง ภามยกมือขึ้นเสยกลับอย่างเสียไม่ได้

"มึงนี่มัน..."

"อิจฉาไง"

ผมตอบหน้าตาเฉย

ภามนิ่งไปหนึ่งจังหวะ มองสบตาผมอยู่เงียบ ๆ จนผมเริ่มไม่แน่ใจว่าควรหัวเราะต่อดีไหม

"พูดง่ายดี"

"ก็ง่ายจริง"

ผมเอนตัวพิงขอบสระ เงยหน้ามองท้องฟ้าสีส้มที่กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนสี

"กูอยากเป็นคนที่มึงสังเกตเห็นบ้าง"

พอพูดออกไปแล้ว ผมก็แอบรู้สึกว่ามันจริงเกินไปนิด แต่ก็ช่างเถอะ ดีกว่าโกหก

ผมหันกลับไปมองคนข้าง ๆ ภามกำลังมองทะเล นิ้วเรียวยาวแตะผิวน้ำเล่นเบา ๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ สักพักเขาถึงพูดขึ้น

"มึงก็เด่นจะตาย"

ผมหันขวับทันที

"อ้าว"

"..."

"นี่ชมปะ"

"เปล่า"

"ชมแหละ"

"เอเดน"

"ครับ"

"เก็บคำชมไว้ให้คนอื่นพูดเถอะนะ ขอร้องล่ะ"

ผมหัวเราะลั่น จนภามต้องส่ายหน้าอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นที่จะทำให้อากาศดีเป็นพิเศษ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 4

    ถุงข้าวยังวางอยู่ข้างเตียงโดยไม่มีใครแตะ เซนหยิบขึ้นมาเปิดแล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้ว่ามีอยู่“ข้าวเย็นแล้วมึง”“ไมโครเวฟไม่มีเหรอ”“มีที่ครัวรวมชั้นล่าง”“ไปอุ่นกัน”เซนลุกขึ้นถือถุงข้าวเดินนำ ผมเดินตามครึ่งก้าวด้านหลัง ระยะเดิมที่เคยเดินมาตลอดสองเดือนแต่วันนี้เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือผมไว้ระหว่างลงบันได ไม่พูดอะไร แค่จับไว้เฉย ๆครัวรวมชั้นล่างว่างเปล่า มีเพียงแสงจากไมโครเวฟกะพริบอยู่ในความเงียบ กลิ่นอาหารเก่าจากตู้เย็นรวมลอยจาง ๆ เซนยืนพิงโต๊ะยาวกลางห้อง มือยังไม่ยอมปล่อยข้อมือผม“เดี๋ยวมึงต้องกลับแล้วใช่ไหม ขับรถดี ๆ ถึงคอนโดแล้วบอกกูด้วย”“กูอยู่ต่อได้อีกชั่วโมง”“อ๋อ ดีเลย”ผมหันไปมองเซนรีบเปลี่ยนคำ “หมายถึง...มึงยังไม่ได้กินอะไรเลย”“มึงก็ยังต้องอ่านหนังสือสอบพรุ่งนี้”เขาถอนหายใจ “เออ จริงด้วย ลืมเลยว่ามีสอบ”“ห้ามลืม”“ครับ”คำตอบหลุดออกมาเร็วจนเจ้าตัวชะงัก แก้มแดงขึ้นทันทีผมเลิกคิ้ว“กูไม่ได้ตั้งใจ”“กูยังไม่ได้พูดอะไร”“หน้าม

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 3

    ห้องของเซนเรียบร้อยกว่าที่คิด หนังสือกองอยู่บนโต๊ะสองสามเล่ม เตียงเก็บผ้าห่มเป็นระเบียบ มีแก้วกาแฟวางข้างโน้ตบุ๊กกับกระดาษโน้ตเต็มผนังผมนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวในห้อง ส่วนเซนนั่งตรงขอบเตียง ถุงข้าววางอยู่ข้างตัวโดยยังไม่เปิดเสียงแอร์ดังอยู่เหนือความเงียบ“มึงเลี่ยงกูอยู่” ผมพูดเซนไม่เงยหน้า “กูไม่ได้เลี่ยง กูแค่ยุ่ง ใกล้สอบ แถมต้องทำสรุปจบอีก”“มึงรู้ใช่ไหมว่ากูถามเอเดนได้ มึงสองคนเรียนที่เดียวกัน” ผมจับต้นแขนเขาไว้เมื่อเขาทำท่าจะหลบ“มองหน้ากู แล้วพูดอีกที”เขาเงยขึ้น แต่พอสบตากันจริง ๆ คำพูดกลับหายไปเซนถอนหายใจแรงครู่หนึ่ง มือบีบถุงข้าวแน่นกว่าเดิม ผมรอโดยไม่เร่ง เขาอ้าปากสองครั้งแล้วเงียบทั้งสองครั้ง“กูไม่ได้กลัวแค่ว่า มึงจะไม่ชอบกู” เขาพูดในที่สุดผมนิ่งฟัง“กูกลัวว่าที่มึงเริ่มหันมาใส่ใจกู เป็นเพราะคนที่มึงมองมาตลอดเลือกเอเดนไปแล้ว”ประโยคนั้นเป็นคำถามที่ผมเองเคยถามตัวเองเช่นกันเซนหัวเราะสั้น ๆ แต่เสียงไม่ขำ“กูไม่อยากเป็นคนที่อยู่ใกล้พอดี ตอนมึงกำลังต้องการใครสักคน”“มึง

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 2

    มหาวิทยาลัยของเซนอยู่ห่างออกไปประมาณชั่วโมงครึ่งตลอดสองเดือนที่ทำโปรเจกต์ด้วยกัน เราเจอกันแทบทุกวัน เซนเคยชวนให้ผมแวะมาที่มหาวิทยาลัยเขาหลายครั้ง ผมตอบว่า “เดี๋ยวว่าง ๆ” ทุกครั้ง แล้วก็ไม่เคยมาคืนนี้ผมไม่รอให้ตัวเองว่างผมแวะซื้อข้าวกล่องจากร้านที่เซนเคยบอกว่าอร่อย เปิดโลเคชันหอที่เขาเคยส่งไว้ตอนบ่นว่ารถติดจนเกือบเข้าประชุมไม่ทัน แล้วขึ้นรถโดยไม่บอกล่วงหน้าเพราะถ้าบอก เขาคงหาเหตุผลให้ผมไม่ต้องมาก่อนออกรถ ผมเปิดแชตเก่าขึ้นมาไล่อ่านตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน... รูปแมวข้างทาง คลิปตลกที่ไม่ตลก และคำถามตอนตีสองว่าถ้าเป็ดตัวหนึ่งพูดได้ มันจะเลือกพูดภาษาอะไรตอนนั้นผมตอบไปว่ามันเป็นเป็ด ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีสิทธิ์เรียนหลายภาษาเซนส่งสติกเกอร์หัวเราะกลับมาสองตัว แล้วเอาเรื่องนี้ไปล้อผมต่ออีกสามวันผมเคยคิดว่าข้อความพวกนั้นไร้สาระแต่ทุกคืนที่งานหนัก ผมกลับเปิดมันอ่านซ้ำเสมอผมขับรถมาตามปกติ ไม่เร่งเกินกว่าสภาพถนนจะอำนวย แม้ความรู้สึกจะทำให้ระยะทางยาวนานกว่าความเป็นจริง ฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง ไอฝ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 1

    (ช่วงเทอมสุดท้ายของมหาวิทยาลัย หลังจบโปรเจกต์ฝึกงานที่ Wellness by the Sea)POV: คิน─── ✦ ✦ ✦ ───กลุ่มไลน์ “Destiny Project (ห้ามลบ)” มีข้อความใหม่แทบทุกวัน เอเดนส่งรูปอาหารกลางวัน ภามแชร์บทความเรื่องจิตวิทยาลูกค้าที่อ่านแล้วนึกถึงงาน บางวันมีรูปแมว มีมไร้สาระ หรือข้อความบ่นเรื่องอาจารย์ที่ไม่มีใครตอบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นกลุ่มที่ไม่มีใครตั้งใจให้จริงจัง แต่ก็ไม่มีใครออกจากมันสักคนเช้านี้ภามส่งสติกเกอร์แก้วกาแฟ เอเดนพิมพ์ตามมาว่า “หิวอะ” แล้วส่งรูปข้าวมันไก่ติดกันสามรูปเซนไม่มีอะไรเลยผมมองหน้าจออยู่นานกว่าที่ควร ก่อนเลื่อนไปเปิดแชตส่วนตัว ข้อความล่าสุดที่ผมส่งเมื่อสองวันก่อนยังค้างอยู่ตรงคำว่าอ่านแล้ว ไม่มีคำตอบผมไม่ใช่คนชอบนับเรื่องที่ไม่มีเหตุผล แต่พอสังเกตเห็นครั้งแรกก็หยุดนับไม่ได้วันแรกหลังกลับมาเปิดเทอม เซนยังทักมาตอนเกือบเที่ยงคืน บ่นว่าอาจารย์คุมสอบเดินวนเหมือนผู้คุมเรือนจำ ส่งสติกเกอร์มาสิบกว่าอันรวด วันที่ห้า ข้อความเหลือแค่ “เออ” กับ “กูนอนก่อนนะ”วันที่สิบ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   บทที่ 25 ตามใจ... โปรเจกต์ที่เพิ่งเริ่มต้น

    เซนหรี่ตา"มือมึงลั่นเป็นคนแก่จับได้ว่าลูกสาวมีแฟนเลยนะ""หุบปาก""ก็แม่นอยู่ดี"ผมก้มหน้ามองมือตัวเอง เสียงเพลงในหูฟังดังขึ้นเบา ๆ เป็นเพลงช้ากว่าที่คิด ไม่หวานจนเลี่ยน แต่มีจังหวะนุ่ม ๆ เหมือนแดดตอนเย็นบนถนนเอเดนไม่ได้มองผมตลอดเวลา เขาแค่นั่งอยู่ข้าง ๆ ปล่อยให้เพลงเดียวกันอยู่ระหว่างเรา เหมือนพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่ต้องอธิบายให้ใครเข้าใจ"โอเคไหม"เขาถามเบา ๆ ผมพยักหน้า"อือ""ดีแล้ว"ผมหันไปมองเขาทันที"เลิกพูดดีแล้วแบบนั้นได้ไหม""แบบไหน""แบบที่เซนจะหันมาแซว"เซนยกมือจากเบาะหน้า"กูยังไม่ได้พูด!"คินตอบแทน"แต่มึงคิด""ทุกคนในรถนี้รู้จักกูดีเกินไปแล้ว"ขับออกมาได้พักหนึ่ง บรรยากาศในรถเริ่มเงียบลง เซนยังทำหน้าที่ดีเจ แต่เสียงพูดน้อยลงอย่างน่าประหลาด อาจเพราะคินขู่จะตัดบลูทูธสามครั้ง หรืออาจเพราะเขาเริ่มง่วง แดดบ่ายไหลผ่านกระจกเป็นแถบยาว ถนนทอดออกไปไกล เสียงเพลงในหูฟังเบาลงเมื่อเอเดนขยับตัวผมเหลือบมองจากหางตา เขานั่งพิงเบาะ หลับตา นิ่งผิดปกติ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   บทที่ 24 มือที่ลั่นเอง

    เอเดนหันไปมอง"ช่วยอยู่ข้างกูบ้างก็ได้"ผู้จัดการหัวเราะเบา ๆ"แต่ความจริงคือคุณจำรายละเอียดลูกค้าได้ดี สังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้าม และดึงจังหวะทีมให้กลับมานิ่งได้"รอยยิ้มของเอเดนเบาลง"ขอบคุณครับ"ผมเหลือบมองเขา คนที่ดูเหมือนชิลกับทุกอย่าง จริง ๆ แล้วจำได้มากกว่าที่พูด ใส่ใจกว่าที่แสดง และบางครั้งก็จริงจังในแบบที่ทำให้คนข้าง ๆ รับรู้โดยไม่ต้องพูดเยอะ เหมือนเมื่อคืน เหมือนตอนถามว่า "อนุญาตไหม""คุณภาม กฤตภาส หนุ่มลูกครึ่งคนเดียวของทีม"ผมสะดุ้งนิดหนึ่งตอนชื่อของตัวเองถูกเรียก ผู้จัดการหันมามองผม"ภาม คุณเป็นคนพูดน้อยที่สุดในทีม"เซนขยับปาก คินยกปากกาขึ้นเตือน เซนเงียบ"แต่หลายครั้ง คุณเห็นความรู้สึกของลูกค้าชัดที่สุด คุณไม่ได้รีบแก้ ไม่ได้รีบสรุป แต่ฟังนานพอจะรู้ว่าคนตรงหน้าต้องการอะไรจริง ๆ""ขอบคุณครับ"ผมตอบเสียงเบา แต่คราวนี้ไม่ได้ก้มหน้าหนีผู้จัดการพยักหน้า ก่อนปิดแฟ้มลง"โดยรวม Destiny Project ผ่านได้ดีมากค่ะ ทั้งในเชิงออกแบบโปรแกรม การทำงานเป็นทีม และการรับมือก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status