Home / วาย / Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก / บทที่ 2 สี่คน หนึ่งโปรเจกต์

Share

บทที่ 2 สี่คน หนึ่งโปรเจกต์

Author: Phamm Mori
last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-01 22:34:21

"ที่นี่ไม่ธรรมดา ทั้งรีสอร์ต ทั้งโปรเจกต์ ทั้งโอกาสหลังฝึก ถ้าคะแนนไม่ถึง อาจารย์ไม่ดัน กูว่าไม่รอด"

"มึงเก่ง"

ผมสบตากับเขาแค่เสี้ยววินาที แล้วหลบสายตาตัวเองไปที่ทะเล

ภามนิ่งไปนิดเดียว ก่อนหันกลับไปมองน้ำเหมือนเดิม

"น่ารำคาญ"

"เอ้า ก็ชมไง"

ผมหลุดหัวเราะกับคำด่าของเขา

ลมพัดแรงขึ้นจนปลายเสื้อเชิ้ตกระทบลำตัวเบา ๆ เราสองคนยืนเงียบกันอยู่พักหนึ่ง

ผมมองเส้นขอบฟ้า แล้วพูดขึ้นเบา ๆ

"ตอนประกาศชื่อ..."

ภามไม่หันมา แต่ผมรู้ว่าเขาฟัง

"กูคิดนะ ว่าถ้าไม่มีมึง กูจะยังอยากมาที่นี่ไหม"

คำพูดนั้นตรงเกินไป มันคือความจริงทั้งหมดจากใจผม แต่ผมรู้ดีว่าต้องซ่อนมันไว้ในน้ำเสียงของเพื่อน

ภามตอบทันที

"มึงก็ยังได้มาอยู่ดี"

ผมพยักหน้า

"ก็ใช่"

ผมเว้นไปนิดหนึ่ง

"แต่มันก็ดีที่เป็นมึง"

ภามเงียบ ก่อนตอบสั้น ๆ

"อืม"

เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังขึ้น ภามยกข้อมือดูนาฬิกา แสงแดดสะท้อนผ่านกระจกหน้าปัดวูบหนึ่ง

"ได้เวลาแล้ว"

เขาพูดเหมือนสั่งตัวเอง แล้วหมุนตัวเดินออกไป

ผมไม่ได้ตอบ แค่เดินตามครึ่งก้าวด้านหลัง ระยะเดิม

ทางเดินแคบลงนิดหนึ่ง เงาของเราทั้งคู่ซ้อนกันเป็นช่วง ๆ ก่อนแยกออกเมื่อถึงประตูห้องประชุม

ผมเอื้อมมือเปิดประตูให้ภามอย่างเคยชิน เขาเดินผ่านเข้าไป ไหล่เฉียดกันเบามาก แต่ผมรู้สึก และเลือกจะไม่ขยับหนี

ผมก้าวตามเข้าไป เสียงภายนอกถูกตัดขาด เหลือเพียงลมหายใจและจังหวะฝีเท้าที่ก้าวไปพร้อมกัน

POV: Aiden

ห้องประชุมกระจกใสอยู่ติดทะเล แสงแดดสะท้อนผิวน้ำลอดเข้ามากระทบโต๊ะไม้ยาวกลางห้อง เหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

ผมดันเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงแบบไม่คิดอะไร แขนพาดพนักหลัง สายตามองรอบห้องไปเรื่อย

เอกสารถูกจัดวางเรียบร้อยเกินไป เหมือนรอให้พวกเรามาทำให้มันยุ่ง

เซนนั่งข้าง ๆ เหมือนเดิม ผมไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่ามันนั่งท่าไหน

ผมกวาดสายตาไปเรื่อย ๆ ไม่ได้โฟกัสอะไรจริงจัง จนกระทั่ง---

แกร๊ก

ประตูเปิด แสงจากด้านนอกพุ่งเข้ามาแค่เสี้ยววินาที ก่อนถูกเงาของคนที่เดินเข้ามาบดบัง

ผมหยุดมองทันที เหมือนสมองมันเลือกเองว่าจะโฟกัสอะไร

ผู้ชายคนนั้น คนใต้ต้นดอกเกด

ผมเผลอนั่งตัวตรงขึ้นนิดหนึ่ง

ผมสีดำเส้นเล็กปรกหน้าผาก เสื้อเชิ้ตขาวเรียบ สีหน้าธรรมดาเกินไปจนต้องมองซ้ำ

เขาไม่ได้มองใครเป็นพิเศษ แค่เดินเข้ามา เลือกที่นั่ง วางของ ทุกอย่างเงียบ เรียบ ง่าย

แต่สายตาผมดันไม่ยอมไปไหน ตั้งแต่จังหวะที่เขาดึงเก้าอี้ออก ไปจนถึงวินาทีที่เขาวางปากกาลงบนโต๊ะ

ผมมองอยู่แบบนั้น เหมือนคนเสียมารยาท แต่หยุดไม่ได้

ผมต้องเจอคนนี้อีกตั้งสองเดือนกว่า

ผมกลืนน้ำลายเบา ๆ ไหวไหมวะ ไอ้เด้น แล้วก็เผลอยิ้มกับตัวเอง

"ยินดีต้อนรับสู่ Wellness by the Sea นะคะ"

เสียงพี่เลี้ยงดึงผมกลับมา

ผมพยักหน้าเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังเหม่อ

"ก่อนเริ่มงาน แนะนำตัวกับบอกความถนัดสั้น ๆ นะคะ"

ห้องเงียบไปนิดหนึ่ง

ผมยกมือขึ้นก่อน

"สวัสดีครับ ผมเอเดน วรินทรวัฒน์ ศิริเมธา จากมหาวิทยาลัยปราณบุรีครับ"

ผมยิ้มบาง ๆ

"ชื่อจริงกับชื่อเล่นเหมือนกันครับ แต่เพื่อนชอบเรียกไอ้เด้น มันบอกผมเหมือนหมาโกลเด้น"

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นในห้อง

ผมยักไหล่

"ผมถนัดคุยกับลูกค้า อ่านสถานการณ์หน้างาน แล้วก็ปรับตัวไวครับ"

พูดจบ ผมเหลือบมองไปทางเขา แค่แวบเดียว

ผมเห็นเขานั่งนิ่งค้างและกำลังจ้องมองมาที่ผมพอดี มุมปากเขาขยับขึ้นนิด ๆ เหมือนยิ้มผ่านสายตามากกว่า

หัวใจผมสะดุดไปหนึ่งจังหวะ ยิ้มเล็ก ๆ นั้นอันตรายต่อใจผมมาก

เซนเป็นคนต่อ

"สวัสดีครับ เซน ศรัณย์ วชิรานนท์ จากที่เดียวกับเอเดนครับ"

น้ำเสียงมันนิ่ง แต่ติดเล่นนิด ๆ

"ผมถนัดหาทางเลือกใหม่ ๆ ถ้าหน้างานเปลี่ยน ผมปรับได้"

มันเว้นจังหวะ

"แต่จะพยายามไม่ทำให้พังนะครับ"

ผมหัวเราะในลำคอ

แล้วก็เห็นผู้ชายอีกคนที่นั่งข้างภามเหลือบมองมัน

สูง โปร่ง เสื้อเรียบ แว่นเรียบ สีหน้าเรียบ เรียบทุกอย่างจนเหมือนมีคำว่า "มาตรฐาน" แปะอยู่บนหน้าผาก

เซนยิ้มตอบทันที

เออ... เอาเข้าสิ เริ่มแล้ว

บรรยากาศมันตึงนิด ๆ แบบไม่ต้องพูด คนต่อไปคือเขา

"สวัสดีครับ ผมภาม กฤตภาส โมริ จากเซนต์มิคาแอล"

เสียงนิ่ง สั้น แต่ชัดจนทั้งห้องฟัง

"ผมถนัดดูภาพรวม ความต่อเนื่องของงาน และรับฟังทีมครับ"

ไม่มีคำเกิน ไม่มีการขายตัวเองเกินจำเป็น แต่ผมนั่งนิ่งไปเลย

แม่งเอ๊ย เท่ฉิบหาย

ก่อนพี่เลี้ยงจะเอ่ยเรียกคนต่อไป ผมอดใจไม่ไหว ยกมือถามแทรกขึ้นมาทันที

"โมริ?" ผมทวน "นามสกุลญี่ปุ่นเหรอ"

ภามพยักหน้า "พ่อเป็นญี่ปุ่น"

"อ๋อ ลูกครึ่ง"

"เกี่ยวกับงานตรงไหน" ภามถามกลับเรียบ ๆ จนผมยกมือยอมแพ้

คนสุดท้ายคือคนข้างเขา

"ผมคิน ธีรคินทร์ ธนาวัฒนศักดิ์ครับ จากที่เดียวกับภาม"

น้ำเสียงสุภาพกว่าทุกคน

"ผมถนัดวางขั้นตอน ตรวจความชัดเจน และจัดระบบงานครับ ถ้าอะไรไม่ชัด ผมจะขอเช็กก่อน"

ชัดเจนว่า คนนี้เป็นคนประเภทที่ถ้าบอกว่าไฟไหม้ เขาน่าจะถามก่อนว่าจุดเกิดเหตุอยู่ตรงไหน มีทางออกกี่ทาง และใครรับผิดชอบถังดับเพลิง

เซนหันมายิ้มกับผม ผมรู้ทันทีมันคิดอะไร

อย่าเพิ่งแกล้งเขา ไอ้เซน มึงใจเย็นก่อน

พี่เลี้ยงยิ้มบาง ๆ ก่อนเปิดสไลด์แรกบนจอ

"โปรเจกต์ของพวกคุณในสองเดือนนี้ คือออกแบบแพ็กเกจ Wellness Experience ใหม่ให้กับรีสอร์ตค่ะ"

หน้าจอเปลี่ยนเป็นภาพลูกค้าหลายกลุ่ม ทั้งวัยทำงาน คู่รัก และคนที่ต้องการพักฟื้นร่างกายกับใจ

"โจทย์คือ ไม่ใช่แค่ทำสปาแล้วจบ แต่ต้องสร้างประสบการณ์ตั้งแต่การประเมินลูกค้า การดูแลระหว่างเข้าพัก ไปจนถึงความรู้สึกหลังกลับบ้าน"

ผมนั่งตัวตรงขึ้นนิดหนึ่ง

พี่เลี้ยงพูดต่อ

"พวกคุณต้องออกแบบทุกอย่างตั้งแต่ศูนย์ ทั้งชื่อโปรเจกต์ แนวคิดหลัก ขั้นตอนบริการ รายละเอียดแพ็กเกจ และวิธีทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเขาได้กลับไปในเวอร์ชันที่ดีขึ้นกว่าเดิม"

ผมเลิกคิ้ว

"เริ่มจากศูนย์เลยเหรอครับ"

"ใช่ค่ะ ศูนย์แบบที่ยังไม่มีแม้แต่โครงร่าง"

คำตอบนั้นทำให้ผมยิ้มกว้างออกมาทันที แทนที่จะเครียด ผมกลับรู้สึกว่าเลือดในตัวมันสูบฉีด

โอเค งานยากแบบนี้แหละที่น่าสนุก

"ได้ครับพี่ พวกผมจัดเต็มให้อยู่แล้ว"

เซนพยักหน้าช้า ๆ เหมือนเห็นด้วย

ส่วนคิน... ผมเหลือบไปเห็นมือเขากำปากกาแน่นขึ้นนิดหนึ่ง

คนนี้คงแบกความตั้งใจไว้เต็มบ่า

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 4

    ถุงข้าวยังวางอยู่ข้างเตียงโดยไม่มีใครแตะ เซนหยิบขึ้นมาเปิดแล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้ว่ามีอยู่“ข้าวเย็นแล้วมึง”“ไมโครเวฟไม่มีเหรอ”“มีที่ครัวรวมชั้นล่าง”“ไปอุ่นกัน”เซนลุกขึ้นถือถุงข้าวเดินนำ ผมเดินตามครึ่งก้าวด้านหลัง ระยะเดิมที่เคยเดินมาตลอดสองเดือนแต่วันนี้เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือผมไว้ระหว่างลงบันได ไม่พูดอะไร แค่จับไว้เฉย ๆครัวรวมชั้นล่างว่างเปล่า มีเพียงแสงจากไมโครเวฟกะพริบอยู่ในความเงียบ กลิ่นอาหารเก่าจากตู้เย็นรวมลอยจาง ๆ เซนยืนพิงโต๊ะยาวกลางห้อง มือยังไม่ยอมปล่อยข้อมือผม“เดี๋ยวมึงต้องกลับแล้วใช่ไหม ขับรถดี ๆ ถึงคอนโดแล้วบอกกูด้วย”“กูอยู่ต่อได้อีกชั่วโมง”“อ๋อ ดีเลย”ผมหันไปมองเซนรีบเปลี่ยนคำ “หมายถึง...มึงยังไม่ได้กินอะไรเลย”“มึงก็ยังต้องอ่านหนังสือสอบพรุ่งนี้”เขาถอนหายใจ “เออ จริงด้วย ลืมเลยว่ามีสอบ”“ห้ามลืม”“ครับ”คำตอบหลุดออกมาเร็วจนเจ้าตัวชะงัก แก้มแดงขึ้นทันทีผมเลิกคิ้ว“กูไม่ได้ตั้งใจ”“กูยังไม่ได้พูดอะไร”“หน้าม

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 3

    ห้องของเซนเรียบร้อยกว่าที่คิด หนังสือกองอยู่บนโต๊ะสองสามเล่ม เตียงเก็บผ้าห่มเป็นระเบียบ มีแก้วกาแฟวางข้างโน้ตบุ๊กกับกระดาษโน้ตเต็มผนังผมนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวในห้อง ส่วนเซนนั่งตรงขอบเตียง ถุงข้าววางอยู่ข้างตัวโดยยังไม่เปิดเสียงแอร์ดังอยู่เหนือความเงียบ“มึงเลี่ยงกูอยู่” ผมพูดเซนไม่เงยหน้า “กูไม่ได้เลี่ยง กูแค่ยุ่ง ใกล้สอบ แถมต้องทำสรุปจบอีก”“มึงรู้ใช่ไหมว่ากูถามเอเดนได้ มึงสองคนเรียนที่เดียวกัน” ผมจับต้นแขนเขาไว้เมื่อเขาทำท่าจะหลบ“มองหน้ากู แล้วพูดอีกที”เขาเงยขึ้น แต่พอสบตากันจริง ๆ คำพูดกลับหายไปเซนถอนหายใจแรงครู่หนึ่ง มือบีบถุงข้าวแน่นกว่าเดิม ผมรอโดยไม่เร่ง เขาอ้าปากสองครั้งแล้วเงียบทั้งสองครั้ง“กูไม่ได้กลัวแค่ว่า มึงจะไม่ชอบกู” เขาพูดในที่สุดผมนิ่งฟัง“กูกลัวว่าที่มึงเริ่มหันมาใส่ใจกู เป็นเพราะคนที่มึงมองมาตลอดเลือกเอเดนไปแล้ว”ประโยคนั้นเป็นคำถามที่ผมเองเคยถามตัวเองเช่นกันเซนหัวเราะสั้น ๆ แต่เสียงไม่ขำ“กูไม่อยากเป็นคนที่อยู่ใกล้พอดี ตอนมึงกำลังต้องการใครสักคน”“มึง

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 2

    มหาวิทยาลัยของเซนอยู่ห่างออกไปประมาณชั่วโมงครึ่งตลอดสองเดือนที่ทำโปรเจกต์ด้วยกัน เราเจอกันแทบทุกวัน เซนเคยชวนให้ผมแวะมาที่มหาวิทยาลัยเขาหลายครั้ง ผมตอบว่า “เดี๋ยวว่าง ๆ” ทุกครั้ง แล้วก็ไม่เคยมาคืนนี้ผมไม่รอให้ตัวเองว่างผมแวะซื้อข้าวกล่องจากร้านที่เซนเคยบอกว่าอร่อย เปิดโลเคชันหอที่เขาเคยส่งไว้ตอนบ่นว่ารถติดจนเกือบเข้าประชุมไม่ทัน แล้วขึ้นรถโดยไม่บอกล่วงหน้าเพราะถ้าบอก เขาคงหาเหตุผลให้ผมไม่ต้องมาก่อนออกรถ ผมเปิดแชตเก่าขึ้นมาไล่อ่านตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน... รูปแมวข้างทาง คลิปตลกที่ไม่ตลก และคำถามตอนตีสองว่าถ้าเป็ดตัวหนึ่งพูดได้ มันจะเลือกพูดภาษาอะไรตอนนั้นผมตอบไปว่ามันเป็นเป็ด ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีสิทธิ์เรียนหลายภาษาเซนส่งสติกเกอร์หัวเราะกลับมาสองตัว แล้วเอาเรื่องนี้ไปล้อผมต่ออีกสามวันผมเคยคิดว่าข้อความพวกนั้นไร้สาระแต่ทุกคืนที่งานหนัก ผมกลับเปิดมันอ่านซ้ำเสมอผมขับรถมาตามปกติ ไม่เร่งเกินกว่าสภาพถนนจะอำนวย แม้ความรู้สึกจะทำให้ระยะทางยาวนานกว่าความเป็นจริง ฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง ไอฝ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 1

    (ช่วงเทอมสุดท้ายของมหาวิทยาลัย หลังจบโปรเจกต์ฝึกงานที่ Wellness by the Sea)POV: คิน─── ✦ ✦ ✦ ───กลุ่มไลน์ “Destiny Project (ห้ามลบ)” มีข้อความใหม่แทบทุกวัน เอเดนส่งรูปอาหารกลางวัน ภามแชร์บทความเรื่องจิตวิทยาลูกค้าที่อ่านแล้วนึกถึงงาน บางวันมีรูปแมว มีมไร้สาระ หรือข้อความบ่นเรื่องอาจารย์ที่ไม่มีใครตอบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นกลุ่มที่ไม่มีใครตั้งใจให้จริงจัง แต่ก็ไม่มีใครออกจากมันสักคนเช้านี้ภามส่งสติกเกอร์แก้วกาแฟ เอเดนพิมพ์ตามมาว่า “หิวอะ” แล้วส่งรูปข้าวมันไก่ติดกันสามรูปเซนไม่มีอะไรเลยผมมองหน้าจออยู่นานกว่าที่ควร ก่อนเลื่อนไปเปิดแชตส่วนตัว ข้อความล่าสุดที่ผมส่งเมื่อสองวันก่อนยังค้างอยู่ตรงคำว่าอ่านแล้ว ไม่มีคำตอบผมไม่ใช่คนชอบนับเรื่องที่ไม่มีเหตุผล แต่พอสังเกตเห็นครั้งแรกก็หยุดนับไม่ได้วันแรกหลังกลับมาเปิดเทอม เซนยังทักมาตอนเกือบเที่ยงคืน บ่นว่าอาจารย์คุมสอบเดินวนเหมือนผู้คุมเรือนจำ ส่งสติกเกอร์มาสิบกว่าอันรวด วันที่ห้า ข้อความเหลือแค่ “เออ” กับ “กูนอนก่อนนะ”วันที่สิบ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   บทที่ 25 ตามใจ... โปรเจกต์ที่เพิ่งเริ่มต้น

    เซนหรี่ตา"มือมึงลั่นเป็นคนแก่จับได้ว่าลูกสาวมีแฟนเลยนะ""หุบปาก""ก็แม่นอยู่ดี"ผมก้มหน้ามองมือตัวเอง เสียงเพลงในหูฟังดังขึ้นเบา ๆ เป็นเพลงช้ากว่าที่คิด ไม่หวานจนเลี่ยน แต่มีจังหวะนุ่ม ๆ เหมือนแดดตอนเย็นบนถนนเอเดนไม่ได้มองผมตลอดเวลา เขาแค่นั่งอยู่ข้าง ๆ ปล่อยให้เพลงเดียวกันอยู่ระหว่างเรา เหมือนพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่ต้องอธิบายให้ใครเข้าใจ"โอเคไหม"เขาถามเบา ๆ ผมพยักหน้า"อือ""ดีแล้ว"ผมหันไปมองเขาทันที"เลิกพูดดีแล้วแบบนั้นได้ไหม""แบบไหน""แบบที่เซนจะหันมาแซว"เซนยกมือจากเบาะหน้า"กูยังไม่ได้พูด!"คินตอบแทน"แต่มึงคิด""ทุกคนในรถนี้รู้จักกูดีเกินไปแล้ว"ขับออกมาได้พักหนึ่ง บรรยากาศในรถเริ่มเงียบลง เซนยังทำหน้าที่ดีเจ แต่เสียงพูดน้อยลงอย่างน่าประหลาด อาจเพราะคินขู่จะตัดบลูทูธสามครั้ง หรืออาจเพราะเขาเริ่มง่วง แดดบ่ายไหลผ่านกระจกเป็นแถบยาว ถนนทอดออกไปไกล เสียงเพลงในหูฟังเบาลงเมื่อเอเดนขยับตัวผมเหลือบมองจากหางตา เขานั่งพิงเบาะ หลับตา นิ่งผิดปกติ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   บทที่ 24 มือที่ลั่นเอง

    เอเดนหันไปมอง"ช่วยอยู่ข้างกูบ้างก็ได้"ผู้จัดการหัวเราะเบา ๆ"แต่ความจริงคือคุณจำรายละเอียดลูกค้าได้ดี สังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้าม และดึงจังหวะทีมให้กลับมานิ่งได้"รอยยิ้มของเอเดนเบาลง"ขอบคุณครับ"ผมเหลือบมองเขา คนที่ดูเหมือนชิลกับทุกอย่าง จริง ๆ แล้วจำได้มากกว่าที่พูด ใส่ใจกว่าที่แสดง และบางครั้งก็จริงจังในแบบที่ทำให้คนข้าง ๆ รับรู้โดยไม่ต้องพูดเยอะ เหมือนเมื่อคืน เหมือนตอนถามว่า "อนุญาตไหม""คุณภาม กฤตภาส หนุ่มลูกครึ่งคนเดียวของทีม"ผมสะดุ้งนิดหนึ่งตอนชื่อของตัวเองถูกเรียก ผู้จัดการหันมามองผม"ภาม คุณเป็นคนพูดน้อยที่สุดในทีม"เซนขยับปาก คินยกปากกาขึ้นเตือน เซนเงียบ"แต่หลายครั้ง คุณเห็นความรู้สึกของลูกค้าชัดที่สุด คุณไม่ได้รีบแก้ ไม่ได้รีบสรุป แต่ฟังนานพอจะรู้ว่าคนตรงหน้าต้องการอะไรจริง ๆ""ขอบคุณครับ"ผมตอบเสียงเบา แต่คราวนี้ไม่ได้ก้มหน้าหนีผู้จัดการพยักหน้า ก่อนปิดแฟ้มลง"โดยรวม Destiny Project ผ่านได้ดีมากค่ะ ทั้งในเชิงออกแบบโปรแกรม การทำงานเป็นทีม และการรับมือก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status