คุณขากลับมาทำสวน

คุณขากลับมาทำสวน

last updateLast Updated : 2026-05-30
By:  นรกสร้างCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
28Chapters
7views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เลขาหนุ่มชาวสวนที่อยากอยู่ในเมือง : ไม่อยากทำสวนมันร้อนเหนื่อยกินแต่ผักผลไม้มันดูไม่ไฮโซ แมงปอหนุ่มชาวสวนอินโทรเวิร์ต: ทำสวนเหมือนมีขุมทรัพย์มหาศาลมีของให้กินตลอดชีวิต

View More

Chapter 1

บทที่ 1

เมื่อพิษเศรษฐกิจทำใครๆ ชักหน้าไม่ถึงหลังหลายคนหันหลังให้เมืองศิวิไลเก็บกระเป๋ากลับไปอยู่บ้านเกิดที่ค่าครองชีพต่ำกว่าเมืองกรุงเพราะอยู่เมืองหลวงไปเงินก็ไม่พอใช้ แม้แต่คนทำงานมีเงินเดือนครึ่งแสนก็โดนผลกระทบส่งผลให้เงินไม่พอใช้เช่นกัน

ใช่..ไม่พอใช้

ผมนี่แหละ..

ผมชื่อ เลขา วุฒิวัฒณา ชื่อเล่นกับชื่อจริงเดียวกันบางทีเพื่อนก็เรียกเลบางครั้งก็โดนเรียกว่าขาไม่ซีเรียสอยู่แล้ว

ตอนนี้อายุยี่สิบห้าปีเบญจเพศพอดีเด๊ะ

ผมนั่งจ้องบิลค่าน้ำค่าไฟค่าเช่าคอนโดค่าผ่อนรถผ่อนบัตรเครดิตรสลับกับเงินเดือนในแอปธนาคารตัวเองพยายามใช้เครื่องคิดเลขเข้าช่วยก็แล้วปัดเศษก็แล้วยังไม่รวมค่าอาหารที่ต้องซื้อกินในแต่ละวันแล้วอยากจะเป็นลม...

ไม่พอ...ห้าหมื่น...ไม่เหลือเลย..สักบาท

มันมาอยู่ในจุดนี้ได้อย่างไร? คนเงินเดือนห้าหมื่นอาศัยในใจกลางกรุงเงินไม่พอใช้

ได้ฟังผ่านๆ มาบ้างว่าพิษเศรษกิจจะรุนแรงขึ้นรัฐประกาศขึ้นค่าครองชีพทุกสิ่งอย่างหุ้นตกน้ำมันแพงบลาๆๆ ไม่เคยสนใจเลยกระทั่งตอนนี้ที่พอเงินเดือนออกแล้วไม่ดีใจแม้แต่นิดเดียว

ใครมันจะไปรู้ว่าเงินจะเฟ้อได้ถึงขนาดนี้ คุณย่าอุตส่าส่งเสียให้เรียนโรงเรียนอินเตอร์มาตั้งแต่อ้อนแต่ออกเพื่อจะได้มีงานที่เงินเดือนสูงๆ แต่สังคมระดับเด็กอินเตอร์ทำงานบริษัทการค้าระหว่างประเทศรสนิยมสูงย่อมต้องใช้เงินมากตามไปด้วย

แค่ค่าผ่อนคอนโดก็ปาไปหมื่นห้าบวกค่าน้ำค่าไฟที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำตลอดเวลาอีกเดือนละห้าพัน

ค่างวดรถอีกหนึ่งหมื่น ค่าน้ำมันห้าพัน รวมค่าล้างกับซ่อมบำรุงอีกหลายบาท

ค่ากาแฟแบรนด์ดังแก้วละร้อยกว่าเดือนละสี่พันไหนจะสังสรรค์กับเพื่อน ซื้ออุปกรณ์เสริมใหม่ๆ ของแบรนด์เนม ภาษีสังคม ใส่ซองผ้าป่า/แต่งงาน/งานบวช/เพื่อนคลอดลูก...

เบิ้ดคำสิเว่า..

ขอเงินคุณย่าได้ไหมนะ?..

ไม่ได้ๆ ตั้งแต่ทำงานมาสามปีจำได้ว่าส่งให้ย่าแค่..ปีละครั้งเองถ้าคนอื่นรู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

ย่าบอกว่าขายผลไม้ในสวนได้ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินเรื่องกินบ้านก็อยู่ฟรีข้างบ้านก็มีลำธาร ค่าไฟก็น้อยเพราะติดแผงโซล่าเซล

คุณย่าไม่เคยทวงบุญคุญที่เลี้ยงมาไม่เคยขอเงินสักครั้งทั้งที่พ่อกับแม่ทำเจ็บแสบไว้กับท่านด้วยการเอาผมมาทิ้งให้ท่านเลี้ยงตั้งแต่เล็กแล้วหายไป

ย่าเป็นคนใจดีใจกว้างที่สุดแล้ว..อาจเพราะย่าเป็นคนง่ายๆ จึงทำให้พ่อแม่ผมรวมทั้งผมไม่ค่อยสนใจท่านเพราะคิดว่ายังไงท่านก็อยู่ได้

ตั้งแต่เรียนจบมีงานทำผมก็ไม่กลับไปบ้านสวนอีกแค่จันทบุรีก็ไม่คิดจะกลับไป ความเคยชินกับงานเอกสารในห้องแอร์เย็นฉ่ำทำให้จินตนาการว่าบ้านไม้เก่ากลางสวนผลไม้ของย่าคือป่าดงดิบที่มีแต่ความลำบากน่าหวาดกลัวและอาจจะมีปีศาจโผล่ออกมา..เป็นจินตนาการที่เอาไว้ใช้หลอกตัวเองเพื่อไม่ให้กลับไป

ย่าจึงต้องมาเยี่ยมบ่อยครั้งทุกครั้งที่มาก็หอบผลไม้จากสวนมาเต็มไปหมด..ไม่ได้กินเอาไปแจกเพื่อนกับเจ้านายหมดเพราะเบื่อ

เอาจริงๆพอนึกย้อนกลับไปทำไมผมต้องขวนขวายมาเป็นคนเมืองน่ะเหรอ?

สิบปีที่แล้ว

กรุงเทพฯเมืองในฝัน ที่นี่คือศูนย์รวมความเจริญก้าวหน้าชีวิตดีๆ ที่ลงตัวความพิเศษเหนือจินตนาการ ทุกอย่างที่นี่จะเปลี่ยนให้คุณเป็นคนพิเศษดหนือใคร

โฆษณาชวนเชื่อในวัยสิบห้าปีของวัยรุ่นที่เบื่อหน่ายชีวิตเรียบง่ายตากแดดตากลมตื่นเช้ากินอาหารธรรมดาๆ ทำสวนเหงื่อซกกรีดร้องเมื่อเจอหนอน เผลอเปรียบเทียบชีวิตในตอนนั้นกับภาพโฆษณาของทางเมืองกรุงที่มีตึกลามบ้านช่อง ดาราหล่อสวย พนักงานออฟฟิศสวมสูทสุดเท่ อาหารหน้าตาอลังการสวยสดบนตึกสูงวิวดีมีคลาส ดูสูงส่ง ผู้คนตัวขาวสะอาดแต่งกายด้ววแฟชั่นแปลกตาละลานผิวขาวราวกับอาบน้ำทาแป้งทุกนาที

นั่นกระมังจุดเริ่มต้นที่ขอย่าเข้าเรียนโรงเรียนอินเตอร์เมื่อขึ้นมอสี่

แล้วพอเข้าสังคมอินเตอร์ความคิดเปิดกว้างของเพื่อนต่างชาติและเพื่อนคนรวยก็ถูกยัดเข้ามาแทนที่ความคิดเดิมๆ

ความภาคภูมิใจในการเป็นลูกหลานชาวสวนก็ลดลงมีเป้าหมายใหม่ว่าจะต้องทำงานให้ได้เงินเยอะเพื่อพาตัวเองเข้ามาอยู่ใจกลางเมืองหลวงให้จงได้

และมันก็สำเร็จ

จบเกียรตินิยมมีคนจองตัวมาทำงานบริษัทชั้นนำสตาทเงินเดือนเด็กจบใหม่สูงลิ่ว สิ่งนั้นทำให้ลื่นไหลไปในวังวนชนชั้นสูง กลายเป็นคนที่ต้องทำตามสังคมเมืองไม่ว่าจะดูไร้สาระมากเพียงใดก็ตาม

และวันที่คิดว่าได้เป็นคนกรุงโดยสมบูรณ์ก็มาถึงเมื่อเลือกเป็นหนี้ด้วยการตัดสินใจตั้งรกรากใจกลางกรุงที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในประเทศด้วยการผ่อนคอนโดผ่อนรถพร้อมกันในปีที่สองของการทำงาน

เป็นวันเดียวกันกับที่รัฐออกมาประกาศรัดเข็มขัดเพราะค่าเงินบาทเฟ้อมากที่สุดในรอบหลายสิบปี...นั่นแหละหายนะหลังจากวันนั้นทวความแรงขึ้นไม่หยุดหย่อน

เงินที่เคยใช้สุรุ่ยสุร่ายเที่ยวกินสังสรรค์กว่าครึ่งกลายมาเป็นค่าผ่อนของ ทุกคนการเงินแย่ไปตามๆ กันรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคนจนในคราบผู้ดีเสียแล้ว

ถ้าย่ารู้ว่าไม่มีเงินต้องชวนกลับไปอยู่สวนที่จันทบุรีแน่ๆ

ถ้าจ่ายบิลทั้งหมดเงินห้าหมื่นก็ไม่เหลือเงินไว้ใช้อีกยี่สิบเก้าวัน

...จะใช้ชีวิตยังไงให้พ้นเดือนกันละเนี่ย!

ตู้ดดด ตู้ดดดด

"ฮัลโหล" เสียงหญิงชราใจดีปลายสายอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้น

"คุณย่า..เลขานะครับ"

เสียงออดอ้อนยามคุยกับผู้ปกครองหนึ่งเดียวกรอกเสียงตามสายด้วยความไร้ที่พึ่งอย่างน้อยก็ขอกำลังใจซักหน่อยก็ยังดี

ร่างบางในชุดนอนแขนขายาวนอนแผ่กลางเตียงวางโทรศัพท์ข้างหูเปิดไฟสลัวข้างเตียงหลับตาลงขยับปากบางๆ เจื้อยแจ้วกับผู้ปกครองที่เหลือเพียงคนเดียวด้วยความคิดถึง

"ว่าไงลูกทำไมเสียงอ่อนระโหยแบบนั้น"

ย่าก็คือย่าคนที่เป็นทุกอย่างให้หลานมาตั้งแต่จำความได้คนอื่นมีพ่อแม่ญาติเยอะแยะแต่บ้านผมมีแค่ย่าแต่เพราะท่านเลี้ยงดูมาอย่างดีอะไรๆที่เคยสงสัยเกี่ยวกับคนอื่นก็ไม่อยากรู้เพราะไม่มีประโยชน์อะไร

"ย่า..เลเหนื่อยจัง"

"มีอะไรหรือเปล่าลูก?"

"เลเรียนจบมาตั้งสามปีแล้วมีคอนโดมีรถมีงานดีๆ ทำแต่ไม่รู้ทำไมมันรู้สึกเหนื่อยขึ้นหนักขึ้นทุกวันเลไม่มีแรงเลย"

"เลอยากมีแฟนเหรอลูก?"

"เปล่า..เลไม่มีเวลาให้ใครเลยทำงานหนักทุกวันตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลยครับจะดูแลใครได้"

"วันนี้วันเงินเดือนออกไม่ใช่เหรอลูก ไม่รู้สึกหายเหนื่อยสักนิดเลยเหรอหลานย่า"

"เห้อ~ถ้าเลสารภาพบางอย่างย่าอย่าดุเลนะ"

"ย่าเคยดุด่าเราด้วยหรือไงเด็กคนนี้~"

"ตอนนี้เลได้เงินเดือนเดือนละห้าหมื่นบาทหักภาษีแล้วคุณย่าพอจะทราบใช่ไหมครับ"

"อื้ม~ย่ารู้สมกับที่เลพยายามเรียนให้ได้เกรดดีเลยใช่ไหมล่ะเงินเดือนสูงกว่าใครเพื่อนเลย"

"ตอนแรกเลก็รู้สึกแบบนั้นอุตส่าเชิดหน้าชูคอมาตลอดแถมยังอัปเกรดตัวเองเพราะเป็นพนักงานบริษัทดังด้วยการผ่อนคอนโดผ่อนรถพร้อมกันทีเดียวให้ใครๆ อิจฉาเล่นด้วย..แต่"

"เงินไม่พอใช้เหรอลูก?"

"ย่ารู้ได้ไงอ้ะ?"

"ย่าดูข่าวเศรษกิจประเทศเราเห็นว่าเลอยู่ในย่านใจกลางเมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดใช่ไหม แล้วตอนนี้เงินก็เฟ้อหนัก ลูกหลานคนจังหวัดเรากลับมาอยู่บ้านกันเยอะมากเลยไม่มีเงินเก็บกลับมาสักบาททั้งที่ทำงานมาเป็นสิบปี"

"...เลอยากอยู่ในเมืองย่าก็รู้เลไม่ชอบแดดไม่ชอบหนอน เล...ไม่อยากเป็นชาวสวน"

"ย่าก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ถ้าเลอยู่ตรงนั้นไม่ไหวก็ลองปล่อยภาระที่แบกไว้ลงบ้างนะไม่อย่างนั้นมันอาจจะทำลายความสุขความหวังความฝันของเล ย่าไม่อยากเห็นเลเป็นผีดิบ"

"คุณย่าหมายถึงโรคจิตเหรอครับ?

"ย่าเป็นห่วง เห็นข่าวคนฆ่าตัวตายเพราะเงินแล้วใจคอไม่ดี ย่ามีเลคนเดียวนะอยากให้เลมีความสุขเหมือนตอนที่อยู่ด้วยกัน"

"คุณย่า...อย่าพูดแบบนี้..เลประสบความสำเร็จมาครึ่งนึงแล้วเหลืออีกครึ่งเดียวเอง มันจะต้องดีขึ้นสิ"

"ก็ถ้า..เงินเดือนมากกว่าครึ่งของเลหายไปกับภาระที่มี เลควรต้องคิดจริงจังได้แล้วนะว่าจะแบกมันไปได้อีกนานแค่ไหน การเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่แค่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างให้ได้นะลูก แต่ต้องมีความสุขระหว่างการเติบโตด้วย ยิ้มสวยของหลานย่าค่อยๆหายไปนะรู้ตัวไหม?"

"....คุณย่า"

"ถ้าไม่ไหวก็กลับมาหาย่านะเล..บ้านสวนมันอาจจะร้อนไปบ้างชื้นบ้างไม่สวยเท่าเมืองกรุงแต่ที่นี่มีรากเหง้าของเล มีความรักที่ย่าให้ไม่เคยหมด มีผักผลไม้สดสะอาดให้เลกิน อยากให้ย่าส่งไปให้ไหม~"

"...ย่า"

"ย่ารักเลนะหลานรักของย่า"

...

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
28 Chapters
บทที่ 1
เมื่อพิษเศรษฐกิจทำใครๆ ชักหน้าไม่ถึงหลังหลายคนหันหลังให้เมืองศิวิไลเก็บกระเป๋ากลับไปอยู่บ้านเกิดที่ค่าครองชีพต่ำกว่าเมืองกรุงเพราะอยู่เมืองหลวงไปเงินก็ไม่พอใช้ แม้แต่คนทำงานมีเงินเดือนครึ่งแสนก็โดนผลกระทบส่งผลให้เงินไม่พอใช้เช่นกันใช่..ไม่พอใช้ผมนี่แหละ..ผมชื่อ เลขา วุฒิวัฒณา ชื่อเล่นกับชื่อจริงเดียวกันบางทีเพื่อนก็เรียกเลบางครั้งก็โดนเรียกว่าขาไม่ซีเรียสอยู่แล้วตอนนี้อายุยี่สิบห้าปีเบญจเพศพอดีเด๊ะผมนั่งจ้องบิลค่าน้ำค่าไฟค่าเช่าคอนโดค่าผ่อนรถผ่อนบัตรเครดิตรสลับกับเงินเดือนในแอปธนาคารตัวเองพยายามใช้เครื่องคิดเลขเข้าช่วยก็แล้วปัดเศษก็แล้วยังไม่รวมค่าอาหารที่ต้องซื้อกินในแต่ละวันแล้วอยากจะเป็นลม...ไม่พอ...ห้าหมื่น...ไม่เหลือเลย..สักบาทมันมาอยู่ในจุดนี้ได้อย่างไร? คนเงินเดือนห้าหมื่นอาศัยในใจกลางกรุงเงินไม่พอใช้ได้ฟังผ่านๆ มาบ้างว่าพิษเศรษกิจจะรุนแรงขึ้นรัฐประกาศขึ้นค่าครองชีพทุกสิ่งอย่างหุ้นตกน้ำมันแพงบลาๆๆ ไม่เคยสนใจเลยกระทั่งตอนนี้ที่พอเงินเดือนออกแล้วไม่ดีใจแม้แต่นิดเดียวใครมันจะไปรู้ว่าเงินจะเฟ้อได้ถึงขนาดนี้ คุณย่าอุตส่าส่งเสียให้เรียนโรงเรียนอินเตอร์มาตั้งแต่อ้อนแต่ออกเพื่
last updateLast Updated : 2026-05-30
Read more
บทที่ 2
เช้ากรุบ กรุบ กรุบกลางวันกร๊วม~ กร๊วม~ กร๊วม~เย็นโครกกก~ ครากกกก~โอยยย.. พึ่งวันที่สิบเองทำไมมันทรมาณแบบนี้ อยากกินเนื้อ อยากกินกุ้งอยากกินแซลมอลโว้ยยย!การต้องนั่งตัวแห้งกินผักผลไม้ที่ย่าส่งมาให้หลายถุงแทนอาหารทุกมื้อจนแทบจะสังเคราะห์แสงได้เป็นความกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูกจากที่เคยนัดดินเนอร์ในเลาจ์หรูหรือเข้าร้านที่มีโอมากาเสะบ่อยๆ ก็กลายเป็นคนเก็บตัวเพื่อนชวนไปไหนก็ไม่ไป ช๊อปปิ้งไม่ได้ ขับรถไปเที่ยวไม่ได้ วันหยุดนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในห้องสามเดือนแล้วหลังจากการคุยกันกับคุณย่าวันนั้นที่เคยพูดหนักแน่นไว้กับท่านตอนนี้ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับคำว่าดีขึ้นสักนิดชีวิตขัดสนถึงเพียงนี้คุณย่าก็คล้ายจะรู้ส่งเสบียงเป็นของแห้งผักผลไม้แยมที่กวนเองมาให้ พักหลังๆ ย่าเริ่มส่งของใช้ยังชีพที่สวนผลิตเองอย่างแฟซ่าสบู่น้ำยาล้างจานมาให้แต่ไม่ได้ส่งเงินมานี่แหละวิธีสอนการใช้ชีวิตโดยไม่ใช้เงินของท่านย่าคงกำลังลุ้นว่าผมจะไหวไหมกับการเดินคอตั้งสับขาหน้าเชิดราวกับลูกคุณหนูดูดีมีชาติตระกูลในเมืองหลวงแม้ภายในร่างกายจะอ่อนแรงเต็มทีก็ตามเมื่อก่อนกินแต่เนื้อดีๆ จนติดนิสัยพอมากินผักผลไม้สดๆ คลีนๆ กลับรู้สึกเ
last updateLast Updated : 2026-05-30
Read more
บทที่ 3
"...นายเป็นใคร?""คุณย่าปราณีวานให้ผมเอาของมาให้ผมโทรไปเบอร์คุณมีคนรับเป็นคนในบริษัทคุณมั้ง เขาให้ผมตามไปที่โรงพยาบาลเพราะคุณหมดสติวันนั้นพอดี..อ้อ~ ผมลืมแนะนำตัวไปผมชื่อแมงปอทำงานอยู่ข้างสวนคุณย่าปราณี คุณนั่งรถไหวไหมผมจะอยู่กรุงเทพฯ แค่อีกสองวันนะ""นายเป็นคนสวนที่จันทรบุรีเหรอ?""หือ? ...จะว่างั้นก็ได้""แล้วกลับอะไรทำไมต้องกลับฉันมีงานค้างอีกเพียบใครบอกว่าฉันจะกลับ""อ้าว? ก็ทางบริษัทบอกว่าต้องให้คุณพ้นสภาพพนักงานเพราะคุณป่วยหนัก""ป่วย! ป่วยอะไร? ฉันป่วยอะไรตรงไหนฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าป่วย ทำไม ถึงโดนให้ออกฉับพลันแบบนี้!""คุณจำได้ไหมครับว่าหมดสติหลังจากผู้บริหารเรียกพบ""..เออ""แล้วก็หลับไปสามวันเต็มๆ ต้องให้น้ำเกลือวิตามินมากมายหลายตัวตลอดสามวันเพราะคุณขาดสารอาหารเครียดลงกระเพาะ และเป็นโรคกระเพาะรุนแรงเนื่องจากกินอาหารน้อยเกินไป""อะไรกันเนี่ย ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้...''"ผมยังไม่ได้บอกคุณย่าปราณีนะเพราะถ้าท่านรู้คงลำบากลำบนแบกสังขารคนชราแถมยังป่วยมาดูแลคนหนุ่มแน่ๆ""อย่าบอกนะ! ห้ามบอก! ไม่ต้องให้ย่ามา ไม่ต้องให้รู้เดี๋ยวฉันก็ดีขึ้นเอง""ท่านห่วงคุณมากนะครับพูดถึงคุณให้ฟังทุกวันบ
last updateLast Updated : 2026-05-30
Read more
บทที่ 4
ตื๊ดด~มาม่าดีไหม ทำไมหมอนั่นไม่ซื้ออะไรเข้ามาใส่ตู้เย็นให้บ้างนะ ไม่มีความอ่อนโยนสักนิดตื๊ดดด~ ตื๊ดดด~ใครมันส่งข้อความอะไรมาอยู่ได้น่ารำคาญ!? : หิวไหม?เบอร์ใครวะเนี่ยไม่มีชื่อขึ้นติ๊ดด ติ๊ดดเลขา: ใคร?? : ผมเองเลขา: เองไหน?? : คนสวนเลขา:...แมง?? : แมงปอครับคุณหนูขาเลขา: เลขาเว่ย!? : ผมพักอยู่ใกล้คอนโดคุณเนี่ยกำลังจะหาอะไรกินคุณรู้ไหมว่าแถวนี้ร้านไหนอร่อยเลขา:ตาไม่มีเหรอร้านในกรุงเทพตั้งติดๆ กันขนาดนี้? : ก็ไม่รู้ไงว่าร้านไหนอร่อย แล้วไม่หิวหรือไงเลขา: มะ.. โครกกกก ~ครากกกก~? : ลงมาสิรอหน้าคอนโดวันนี้ยามไม่ให้เข้าไปเลขา: ก็รู้ว่าหน้าตาเหมือนโจรก็อย่าแต่งตัวให้เหมือนโจรจะได้ไหม แล้วใครมันจะอยากเดินด้วยไม่ทราบ? : ถ้าอายก็ใส่หมวกใส่แมสปิดหน้าลงมาสิพิมพ์ข้อความคุยกันยังสัมผัสได้ถึงความห่าม ไอ้บ้าเอ๊ย หิวก็หิวยังจะมายั่วโมโหอยู่ได้!? : เดี๋ยวเลี้ยงข้าวเอามะ?ไอ้ห่ามเหมือนเอาจุดอ่อนมาต่อรองกับผมโครกกก~ ครากกก~...ไอ้ท้องบ้านี่ก็ร้องอยู่ได้ หิวววว!เลขา: เออ! เปลี่ยนเสื้อแป๊ปร่างบางยืนคิดครู่หนึ่งใจไม่อยากไปแต่ร่างกายประท้วงหนักขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ ต้องแย่แน่สงสัยโรคก
last updateLast Updated : 2026-05-30
Read more
บทที่ 5
คนห่ามมองกองเศษซากอารยธรรมอาหารเกลี้ยงจานท้วงขึ้นเมื่อทุกอย่างสงบลง ต่อหน้าคนอื่นก็ไม่กล้ากินแบบนี้เพราะมันดูไม่ดีดูโลว์คลาสแม้แต่อาหารราคาแพงจานละหลายพันเราก็ต้องกินเหมือนสั่งมาชิม ต้องกินให้เหลือเพื่อรักษาหน้า... แล้วก็กลับมาต้มมาม่ากินต่อที่บ้าน พอนึกดูดีๆ เราพยายามทำอะไรแบบนั้นมาตลอดไปเพื่ออะไร? นานแค่ไหนแล้วที่ไม่รู้สึกกินอิ่มนอนหลับได้จริงๆ ยิ่งหลังการรักษาเหมือนร่างกายมีปฏิกริยาบางอย่างมันหิวโซตลอดเวลามันอยากนอนวันละหลายชั่วโมงไม่ต่างจากคล้ายซอมบี้คล้ายปอป..อะไรทำนองนั้น "อิ่มแล้ว" "จ้า~ไม่อิ่มก็ไม่มีตังจ่ายแล้วมั้ง หึหึ" คนห่ามหัวเราะร่าด้วยเสียงห้าวอาจจะฟังดูเย้ยหยันไปสักหน่อยแต่ยังดีที่มาต่อชีวิตให้คนบางคนในช่วงนี้ วันนี้ผ่านไปได้แล้วต่อไปล่ะจะกินจะนอนยังไงเงินเก็บก็ไม่มีจะเอาเงินไหนผ่อนรถผ่อนคอนโด..ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปแล้วถูกยึข้าวของไปหมดแล้วจะอยู่อย่างไร? โอยปวดหัว! "นี่..ทำหน้าอะไรแบบนั้นปวดขี้เหรอ?" คำถามห่ามๆ ของคนห่ามทำคนตัวขาวเบะปากคว่ำหรี่ตาเป็นเส้นตรง "ฉันถามอะไรหน่อยสิ" "ว่าไง?" "ที่สวนเป็นยังไงบ้าง?" "นึกว่าจะไม่ถามถึงเสียอีก" "เออน่าตอบมา" "ก็..
last updateLast Updated : 2026-05-30
Read more
บทที่ 6
ไม่ชอบหมอนี่เลยพูดเหมือนรู้ดีไปเสียหมดไม่รู้อายุเท่าไหร่แต่ท่าทางน่าจะอายุไม่มากเสียงก็ยังดูหนุ่มอยู่ คำพูดคำจากวนบาทาแบบนี้คงไม่ต้องเคารพหรอกมั้งเราออกจากกรุงเทพฯสายไปหน่อยรถติดเป็นชั่วโมงกว่าจะขึ้นทางด่วนได้ขับไปอีกชั่วโมงหมอนี่ก็แวะปั๊มผมจึงลงไปยืดเส้นยืดสาย รถขนผลไม้ทั้งเล็กทั้งแคบแถมคนขับยังกวนโอ้ยจะไม่ให้อารมณ์เสียได้อย่างไรฟึ่บ!"อ้ะ~น้ำหวานดื่มดับฮอร์โมนอันพลุ่งพล่านสักหน่อย เอ๊ะหรือว่า..จะเป็นเมนส์?"ไอ้บ้า!ไอ้ห่าม!ไอ้คนชนบท! ไม่อยากคุยด้วยแล้วแต่ร่างกายต้องการน้ำหวานเย็นจริงๆ ก็อยากอากาศร้อนแบบนี้ชาไทยใส่นมตรงหน้าอาจทำให้รู้สึกดีขึ้นก็ได้ดูดให้หมดแม่งซะเลย!หมั่บบ!ซู้ดดดดดด~"โอ้~สงสัยจะเป็นเมนส์จริงๆ ปะเดินทางต่อกันเถอะครับคุณหนูขา~ปึ้งงง!แตงโม แซนวิช ไส้กรอก ลูกชิ้น น้ำ ชาเย็น หมอนั่นซื้อมาเยอะเลยไม่รู้ว่าจะกินด้วยไหมเห็นหยิบกาแฟไปกระป๋องเดียวแล้วไม่ขออะไรอีกก็เลย..ยัดทุกอย่างลงกระเพาะทั้งหมดแต่..มันก็ยังไม่อิ่ม .. นี่มันอาการคนเป็นโรคกระเพาะหรือคนไส้รั่วกันแน่ จิตสำนึกการกินน้อยแบบผู้ดีมันเขื่อนแตกหรือไง?เห้อ~แย่แน่ๆ ถ้ากลับไปทำงานกรุงเทพฯ ครั้งนี้เงินเดือนห้าหมื่น
last updateLast Updated : 2026-05-30
Read more
บทที่ 7
ตึก ตึก ตึกเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นกับคนคุ้นเคย"ต่อไปคุณย่าคงมีแรงต่อสู้กับโรคชราแล้วนะครับในที่สุดเขาก็กลับมา"ร่างสูงใหญ่ของเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นยาที่หญิงชราต้องกินประจำมาให้"ขอบคุณปอมากเลยนะย่าไม่เคยทำให้แกรู้สึกอยากกลับมาที่สวนได้เลยสักครั้ง บางทีเราอาจจะได้อยู่ด้วยกันจนถึงวาระสุดท้ายก็ได้""ย่าณียังแข็งแรงไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกครับผมว่าหลานย่าคนนี้จะกลับมาทำให้คุณย่ามีความสุขเสียจนโรคภัยไข้เจ็บทำอะไรไม่ได้แน่นอน""ปอ..""ครับ?""ปอเคยบอกว่าอยากให้ที่ดินของเรารวมกันตอนนี้ยังสนใจอยู่ไหม?""ย่าหมายความว่ายังไงครับย่ายืนยันมาตลอดว่าจะไม่ขาย""สวนตรงนี้มันติดแม่น้ำด้านหลังเป็นวิวเขาเห็นพระอาทิตย์ตกดินพอดีเป็นที่สวยทอดยาวติดกับรีสอร์ทบ้านไร่ชายตะวันเขามาขอซื้อ""ไอ้หมอนั่นมันทำรีสอร์ทกับสนามกอล์ฟนี่ครับจะเอาสวนผลไม้รวมไปทำไม""ย่าพอจะรู้ว่าถ้าขายให้เขาสวนตรงนี้คงไม่มีผลไม้เหลืออีกต่อไป เลกับตะวันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ตะวันอาจะอยู่ที่นี่เพราะพ่อแม่เขาให้อยู่แต่เลไม่ได้อยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่และเลเป็นหลานคนเดียวของย่าถึงอย่างไ
last updateLast Updated : 2026-05-30
Read more
บทที่ 8
"ย่าณีสวัสดีครับ ทำไม..ยังออกมาดูคนงานเองล่ะวันนี้แดดแรงลมแรงด้วย""ก็.. ปกติก็ทำอยู่แล้วไม่เห็นจะแปลกเลยแล้วปอล่ะเป็นยังไงบ้างวันนี้ไปประชุมมา""สบายมากครับเรื่องเพิ่มผลผลิตด้วยการใช้ของเหลือของจากธรรมชาติพวกเราถนัดกันอยู่แล้วมีก็แต่ไม่สบายตาที่ไอ้ตะวันมันมาเสนอปุ๋ยชีวภาพกลางที่ประชุมนี่แหละ มันน่ารำคาญนักตัวเองไม่ได้ทำสวนจะเสนอหน้ามาทำไม""ปอกับตะวันไม่ค่อยลงรอยกันเลยนะตั้งแต่เจอกันวันแรกจนตอนนี้""ครับผมน่ะไม่อยากอยู่ใกล้มันแต่เลี่ยงไม่ได้เพราะพ่อมันใหญ่ ถ้าผมรู้ว่ามีคุณย่าใจดีอยู่ข้างสวนคงมาทำความรู้จักนานแล้ว""ไม่เป็นไรหรอกปอย่ารู้จักเราจากปากพ่อกับแม่ปอตลอด เป็นเด็กเก็บตัวอยู่กับต้นไม้ใบหญ้าในโรงเพาะชำ ไม่ค่อยพูดค่อยจาแต่เรียนเก่งอย่าบอกใคร ได้เรียนในสิ่งที่ชอบไกลถึงเมืองนอกกลับมายังมาสร้างประโยชน์ให้แผ่นดินบ้านเกิดเป็นเด็กดีมากเลยทำให้เพื่อนบ้านอย่างย่าพลอยได้อานิสงไปด้วย..ผิดกับเลขาลิบลับตอนเด็กเป็นคนยิ้มง่ายใจดีเข้ากับทุกคน เลขาตอนนั้นทำให้ย่ารักและเอ็นดูจนลืมสิ่งที่พ่อแม่หลานทำไว้จนหมด""คุณขาไม่ออกมาจากบ้านใช่ไหมครับย่าถึงต้องออกมาดูงานแบบนี้?"". .อื้อ""ย่าณีครับผมอาจจะม
last updateLast Updated : 2026-05-30
Read more
บทที่ 9
"อ้อ~แล้วมึงเจอไอ้ปลิงนั่นหรือยังไอ้ลูกกำพร้าพ่อแม่ท่าทางสกปรกที่ดินติดกับสวนฝั่งโน้นของมึง"''ปลิง?""เออ มันชื่อแมงปอแต่กูเรียกปลิงมันมาเกาะย่ามึงเหมือนปลิงสงสัยอยากซื้อที่ดินย่ามึงถูกๆ ก็ที่ดินย่ามึงสวยสุดแพงสุดในย่านนี้นี่หว่า""เออกูเจอแล้วกูก็ไม่ชอบท่าทางเหมือนโจรผมเผ้ารุงรังท่าทางสกปรกพูดมากปากหมาเดินเข้าออกบ้านกูเหมือนบ้านตัวเองไม่รู้ย่าจะเอ็นดูอะไรนักหนาว่าแต่มันอายุเท่าไหร่วะ?""ยี่สิบสามคนละรุ่นกับเราไม่ได้เรียนในตัวจังหวัดเหมือนเรามันเรียนโรงเรียนวัดใกล้บ้านเผลอฟลุ๊คได้ทุนไปเรียนออสเตรเลียเห็นว่าจบปุ๊บก็เดินทางดูต้นไม้รอบโลกอยู่ปีนึงจนพ่อแม่มันรถคว่ำมันก็เลยไม่ไปไหนติดแหง่กอยู่สวนมันไม่คุยกับกูหรอกมันคุยแค่กับย่ามึงกับคนสวน"''อ้าว.. หน้าตาแบบนั้นเด็กกว่าเราเหรอวะ?""เออได้ข่าวว่ามันโรคจิตตั้งแต่เด็กคุยกับหนอนกับต้นไม้เป็นตุเป็นตะอย่าไปใกล้มันมากนะเดี๋ยวมันคลั่งบีบคอมึงหมกสวนทุเรียนฮ่าฮ่าฮ่า""เออไอ้เหี้ยขนลุกกูเกลียดหนอน!""ไปหาพ่อแม่กูกันเดี๋ยวกินข้าวเที่ยงกันคิดถึงมึงอยากคุยกับมึงทั้งวันเลย"ตะวันลูกชายอดีตส.สเขตนี้ลูกชายคนโตของท่านวิรัชที่มาแต่งงานกับสาวชาวสวนผลไม้ที่ส
last updateLast Updated : 2026-05-30
Read more
บทที่ 10
คนตัวขาวเดินทอดน่องเลาะขอบสวนผลไม้เดินชมพระอาทิตย์ตกดินหลังกลับจากเดินไปส่งน้องสาวเพื่อนบ้าน ลมยามเย็นพัดเอื่อยผ่านร่างบางสูงโปร่งขาวซีดของคนเมืองระลอกแล้วละลอกเล่าตึกตึกตึกตึก!!กำลังเพลิดเพลินอยู่ดีๆ ความรู้สึกคล้ายมีเสียงซ้อนทับฝีเท้าตนเองดังขึ้นทำเอาชะงักเท้าลงเพื่อเงี่ยหูฟังตึก! ตึก! ตึก! ตึก! กึก...ควั่บบบ!ใกล้ค่ำเงาต้นไม้ในสวนผลไม้ตัวเองกลับกลายเป็นเรื่องสยองสองนาทีได้ไม่ยาก เรียวขายาวก้าวฉับเร็วสลับกับหันซ้ายขวาท่าทีลนลานสวนคุณย่ากว้างเกินไปควรจะขายไปบ้าง..ไม่สิควรจะขายทั้งสวนเลยดูสิตกเย็นมาน่ากลัวขนาดไหนตึก!!ๆๆๆๆๆๆๆความรู้สึกคล้ายมีเงาไล่หลังมาทำให้ต้องออกวิ่งสุดแรงสับขาเร็ว เร็วขึ้น แล้วก็...ปึ้กกก! อ๊ะ!!สะดุดรากไม้เต็มเเรงปลายเท้าชาหนึบตัวลอยละลิ่วหน้าคะมำ..ตรงหน้าเป็นก้อนหิน!แย่แล้วหน้าแหก!หมั่บบบบ!แฮ่กกกๆๆตัวลอยไม่ติดพื้น..นี่เรา"จะวิ่งทำบ้าอะไรเร็วขนาดนี้ต้นไม้เต็มไปหมดเห็นทางหรือไง! " สัมผัสรัดแน่นใต้ท้องกับอุณภูมิอุ่นไที่แนบขนาบหลังตัวเองเสียงห้าวข้างหูสบถใส่ให้สะดุ้งเสียงนี้..ไอ้ห่ามแมงปอ!ท่อนแขนแกร่งรวบใต้เอวบางลอยหวือแนบอกกว้างทำคนในอ้อมกอดค้างกลางอ
last updateLast Updated : 2026-05-30
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status