Masukเขาย้อนเวลากลับมา...เพื่อแก้ไขอดีตที่เคยพังด้วยมือตัวเอง ครั้งนี้คนเดียวที่เขาจะไม่ยอมปล่อยมือ... คือแด๊ดดี้ขาใหญ่ ผู้ที่จะพาเขาออกจากเงามืด...
Lihat lebih banyakเสียงไซเรน ของรถตำรวจแสบแก้วหู แสงไฟสีแดงกระพริบวูบวาบ สะท้อนเงาของคีตะบนกระจกตู้ร้านสะดวกซื้อ
ภาพที่สะท้อนกลับมา คือใบหน้าของเขา เปื้อนเลือด ริมฝีปากแตกจนรับรู้ถึงรสสนิม กลิ่นคาวคละคลุ้งติดจมูก
เสียงตะโกนจากคนรอบข้างประสานกันอย่างโกลาหล มีทั้งเสียงตำหนิ เสียงด่าทอ เสียงร้องไห้ และเสียงถ่ายคลิป ทุกอย่างดังเข้ามาในหู แต่คีตะไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น
สิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในหัว มีเพียงคำเดียว...
“พวกมึง... พวกมึงทำกับกูแบบนี้เหรอ?!”
ภาพอดีตฉายย้อนกลับมา
ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ มือของคีตะยังเปื้อนเลือดของเหยื่อ คนที่นอนจมกองเลือด เกิดจากการลงมือของเขาเอง คนที่เคยอ้อนวอนขอให้เขาหยุด แต่เขาไม่เคยสนใจ
คีตะชอบความรู้สึกเหนือกว่า ชอบความรู้สึกที่ทำให้คนอื่นต้องกลัว
แต่ตอนนี้ คนที่กำลังถูกเหยียบย่ำ...
คือเขาเอง !
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะคุณตำรวจ!”
เสียงทุ้มถูกดัดให้นุ่มหวานของแซมมี่ สาวออแกนิก ที่ตัดแต่งพันธุกรรมมาแล้วยกเซ็ต สวยราวกับตุ๊กตานางโชว์ ผมยาว ดวงตากลมโตหรือกะเทยร่างสอง ดังขึ้นในห้องสอบ2สวน
คีตะเงยหน้าขึ้นมองร่างของคนที่เคยเป็นเพื่อนสนิท
ดวงตาที่เคยทอประกายสนุกตอนเชียร์ให้เขาลงมือ ตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยน้ำตาจอมปลอม !!
อีเพื่อนสารเลว !
“ฉันแค่เดินผ่านไปเจอเหตุการณ์ค่ะ! อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงกรี๊ด แล้วก็เห็นคีตะทำร้ายคนนั้น... ฉันตกใจมากเลยยืนมองเฉยๆ ค่ะ!”
“โกหก! อีแซมมี่ มึงเป็นตัวชี้เป้า!!”
คีตะทำได้แค่ตะโกนออกไป ทั้งที่เขาอยากกระชากคอเสื้อแซมมี่แล้วเขย่าให้มันพูดความจริง! แต่มือของเขาถูกล็อกไว้ ไหล่ขอเขาก็ถูกมือของสารวัตรขจรเดชบีบไว้แน่น ทำอะไรไม่ได้เลย
“ฉันมีหลักฐานค่ะ!”
แซมมี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดคลิปวิดีโอ คลิปที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก เสียงเชียร์ให้เขาลงมือหนักขึ้น
แต่ในคลิปนั้น ไม่มีมันเลย มีแต่คีตะเพียงคนเดียวที่เป็นฝ่ายลงมือ
“ฉันแค่ถ่ายไว้เป็นหลักฐานค่ะ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย” แซมมี่ยังคงเน้นย้ำอีกครั้งให้ตัวเองดูน่าสงสาร
“มึงมันเลว! มึงก็อยู่ตรงนั้น! มึงก็หัวเราะ! มึงคือพวกเดียวกับกู! มึงก็ด้วย ไอ้ฟิวส์ ไอ้โอม!!”
คีตะร้องลั่น แต่ไม่มีใครฟังเสียงผู้ร้ายฆ่าคนอย่างเขาอีกแล้ว…
“กูแค่พูดเฉยๆ มึงเป็นคนทำ มึงเลือกจะทำเอง คีตะ”
เสียงเนือยๆ ของกาฟิวส์ดังขึ้น ชายหนุ่มตัวเล็กที่ดูใสซื่อ ริมฝีปากบาง ยิ้มบางๆ เหมือนไม่มีพิษภัย แต่ใครจะรู้ มันคือมันสมองของกลุ่ม
มันคือตัวต้นเรื่อง มันคือคนที่กระซิบข้างหูคีตะตลอดเวลา ให้ออกหน้าแทนมัน
‘มึงต้องทำ ถ้ามึงไม่ทำ พวกมันจะไม่กลัวมึง!’
แต่ตอนนี้ไอ้เชี่ยฟิวส์ กลับนั่งไขว่ห้าง ยกมือไหว้ตำรวจ เหมือนสาวไฮโซที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
“คีตะเป็นคนเลือกทำเองครับ... ผมไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไร”
“ไอ้ฟิวส์! มึงแม่ง!”
“จริงค่ะ หนูไม่เคยเห็นด้วยกับสิ่งที่คีตะทำเลยค่ะ พวกเราไม่เกี่ยวข้องกันเลย หนูร้องห้ามตลอด” เสียงจากแซมมี่ดังขึ้นสับทับอีกครั้ง
“ผมก็เป็นแค่ผู้บันทึกภาพเหตุการณ์เฉยๆครับ ไม่รู้ต้นเหตุอะไรเลย แค่ชาวบ้านผ่านมาเห็นเหตุการณ์น่าสนใจเลยถ่ายคลิปเก็บไว้”
“ไอ้เชี่ยโอมม!!”
เสียงของโอมดังขึ้น มันเป็นไบที่ได้หมดทั้งหน้าทั้งหลังขอแค่เอามัน หน้าตาหล่อเข้ม ขี้เล่น ดูไม่มีพิษภัย แต่มันกลับเป็นคนถ่ายคลิปทุกเหตุการณ์เพราะชอบเก็บเรื่องสนุกๆเหตุการณ์รุนแรงไว้ดูย้อนหลัง
และตอนนี้มันก็หักหลังคีตะ ส่งคลิปทุกเหตุการณ์ให้ตำรวจ เพื่อให้ตัวเองรอด เป็นเพียงผู้บริสุทธิ์!
“อืม เธอกำลังทำอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของธัชภพกระซิบชิดข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ กระทบกับต้นคอสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดคีตะยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่ยังคงมองออกไปยังท้องทะเลที่ไกลสุดสายตา“ที่นี่อากาศดีมากเลยครับ… เหมาะแก่การฝึกวิชา”“ฝึกวิชา?” ธัชภพเลิกคิ้ว ก่อนจะกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง เมื่อได้ยินเสียงคีตะอธิบายเพิ่มให้“ผมกำลังรวบรวมพลังฟ้าดินอยู่”ธัชภพที่ยืนกอดซ้อนอยู่ด้านหลัง หัวเราะเบาๆจนหัวไหล่กว้างสั่นไหว ขณะลูบหน้าท้องของเด็กหนุ่มที่มีเนื้อน้อยๆนุ่มมือ“เธอชอบดูหนังจีนด้วยเหรอ?”“อาจจะติดเลยก็ได้ครับ ผมชอบดูแนวมาเฟีย เลยหลงคิดไปว่าตัวเองจะยิ่งใหญ่แบบนั้น”คำพูดที่หลุดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสนิททันที ธัชภพชะงักไปเล็กน้อย แววตาคมกริบมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา แกล้งพูดเหมือนกำลังจะสอบสวนว่า“มีอะไรจะสารภาพไหม?” เสียงของธัชภพต่ำลงเล็กน้อย “หรือว่าต้องการทนายต่อสู้ในชั้นศาล?”เพียงเสี้ยววินาทีที่เด็กแสบหันกลับมา ธัชภพเห็นบางอย่างในดวงตาของคีตะ… ดวงตาที่ไร้แสงราวกับตายด้าน เหมือนกับเคยได้ยินประโยคนี้มานับพันครั้งแต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ม
“ใช่ คนอย่างไอ้โง่นั่นน่ะ ไม่มีทางเปลี่ยนตัวเองได้หรอก โง่แล้วยังอวดฉาด อยากเป็นผู้นำกลุ่ม เดี๋ยวพอมันมา อ้อนนิดอ้อนหน่อย ก็ยอมกลับมา เป็นโล่ให้พวกเราแล้ว เชื่อสิ พวกรักเพื่อนแบบโง่ๆน่ะ มันทิ้งเพื่อนได้ไม่จริงหรอก”โอมใช้เสียงเหยียดต่ำ“พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะให้มันออกหน้า ยังไงก็ต้องทำให้มันกลับมา”“แต่มันไม่เล่นด้วยแล้วไง มึงจะทำยังไงล่ะไอ้โอม”แซมมี่พูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย เขาอยากเห็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นอีก ถ้าคีตะจะกลายเป็นคนดีก็แปลว่าเขาจะไม่ได้เห็นอีกแล้วน่ะสิ“จะไปยากอะไร กูมีอีกหลายคลิป เดี๋ยวพอมันมา ก็ขู่มันว่าจะปล่อยคลิปหลุดให้แด๊ดมันดู ดูดิ๊ว่ามันจะกล้าหือกล้าอืออะไรไหม?”“ใช่ ดีๆ ก็ต้องให้มันกลับมาให้ได้ แล้วกูจะได้หาโอกาสโฉบแด๊ดของมันมาซุกนมกู” แซมมี่ตาสว่างขึ้นมาทันที“มึงสองคนอย่าลืม ต่อให้ไอ้คีตะ จะทำเป็นเด็กดีแค่ไหน… มันก็หนีความจริงของตัวเองไม่ได้” ไอ้โอมยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ที่มุมปากฟิวส์ ที่นั่งไขว่ห้างอยู่อีกฝั่ง ขยับตัวพิงเก้าอี้ช้าๆ ดวงตาใสซื่อดูไร้พิษสง แต่ถ้าคนที่เคยรู้จักมันดีจะรู้ว่า… นี่แหละ คือตัวอันตรายที่สุดริมฝีปากบางกระตุกยิ้ม ดวงตาฉายแววสนุกสนานกับแผ
โรงอาหาร ของมหาวิทยาลัย ยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและจอแจของนักศึกษาที่มานั่งกินข้าวกันเป็นกลุ่ม เสียงช้อนกระทบจาน เสียงหัวเราะคิกคักของสาวๆ เสียงบ่นของหนุ่มๆ ที่รออาหารคิวแน่นขนัดแต่ถึงอย่างนั้น... ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดโต๊ะที่อยู่ริมสุดของโรงอาหารโต๊ะที่มี “สามหมา” นั่งรวมตัวกันแซมมี่ สาวออแกนิคร่างอรชร ผมยาวสวย แต่งหน้าจัดเต็มเหมือนนางโชว์ นั่งไขว่ห้าง ขยับเล็บปลายแหลมที่เคลือบสีแดงเข้มเคาะโต๊ะเบาๆ จังหวะเคาะนิ่งเรียบเหมือนกำลังกลั้นอารมณ์บางอย่างโอม หนุ่มร่างสูงที่ดูหล่อเนี้ยบ แต่จิตใจเลวทราม นั่งเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มือหมุนโทรศัพท์เล่นไปมา ใบหน้ากรุ้มกริ่มเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องสนุกๆฟิวส์ หนุ่มตัวเล็ก หน้าตาใสซื่อ แต่ลิ้นร้ายเหมือนงูพิษ กำลังจิบน้ำจากแก้ว เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังกริ๊กๆ สายตาของฟิวส์เหลือบไปมองรอบๆ อย่างระแวดระวังก่อนจะก้มหน้ากระซิบกับพวกตัวเอง“กูยังไม่เชื่อ…” เสียงของฟิวส์เบา แต่เต็มไปด้วยความไม่อยากยอมรับ “ไอ้คีตะ มันกล้าตัดพวกเราจริงๆ?”แซมมี่ ชะงักนิ้วที่กำลังเคาะโต๊ะ ก่อนจะจิกปลายเล็บลงไปกับผิวโต๊ะไม้ ดวงตาที่ถูกกรีดอายไลน์เนอร์เฉี่ยวๆ ฉายแววขุ่นเคือ
“ไม่กิน”“อ้าปากก่อน”“เธอกินเองเถอะ”“งั้น… ถ้าพี่ไม่กินจากส้อมผม” คีตะยักคิ้ว ก่อนจะเอาแซลมอนเข้าปากตัวเองช้าๆ แล้ว…“งั้นพี่ต้องรับจากปากผมแทน”ธัชภพถึงกับชะงัก มองเด็กหนุ่มที่เล่นเกมอันตรายตั้งแต่เช้า“อย่าลองดี”“ลองอะไรเหรอครับ?” คีตะกระพริบตาปริบๆ ทำหน้าใสซื่อ แต่ริมฝีปากยังคงยื่นแซลมอนให้ยั่วเย้าไม่หยุดบ้าจริง… เด็กนี่มันแสบจริงๆธัชภพ ตักข้าวต้มทะเลขึ้นมา แล้วดันไปตรงหน้าคีตะ“กินเยอะๆ”หนุ่มใหญ่ดันช้อนเข้าไปชนกับแซลมอนให้กลับเข้าไปในปากแล้วตามด้วยช้อนข้าวต้มอุ่นๆอีกช้อน คีตะต้องอ้าปากรับให้กว้างขึ้นอีกเพื่อที่จะไม่ให้หกเลอะเทอะ รีบเคี้ยว รีบกลืน จะได้รีบโวยวาย“พี่ธัช! ผมแค่หยอกเล่นเองนะ! ไม่ต้องป้อนข้าวต้มให้ผมคำใหญ่ขนาดนี้ก็ได้!”“ก็เธอเล่นเยอะเกินไป”“แหม…” คีตะหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยิ้มหวาน “งั้นพี่ก็ตักให้ผมอีกสิครับ จะได้กินเยอะๆ อย่างที่พี่ต้องการ”“อืม”ธัชภพ ตักข้าวต้มขึ้นมาอีกคำ แล้วป้อนให้เด็กหนุ่มตรงหน้า“อ้าปาก”“อ้า~”บ้าจริง… น่ารักเกินไปแล้วธัชภพมองเด็กหนุ่มที่เคี้ยวข้าวต้มตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย เขาไม่เคยคิดเลยว่าแค่พาใครบางคนมากินบุฟเฟ่ต์แบบนี้ จะทำให้เช้าวันนี้เ