หน้าหลัก / วาย / Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก / บทที่ 8 ทีมที่ดีไม่ใช่ทีมที่คิดเหมือนกัน

แชร์

บทที่ 8 ทีมที่ดีไม่ใช่ทีมที่คิดเหมือนกัน

ผู้เขียน: Phamm Mori
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-02 00:10:05

ผมยืนอยู่ตรงกลางระหว่าง Flow ของคิน ความยืดหยุ่นของเซน และสีหน้าของลูกค้าที่ยังไม่พร้อม ก่อนเสียงหนึ่งจะดังขึ้น

"เปลี่ยนได้"

ภาม เขาไม่ได้แม้แต่จะลุกขึ้น แต่น้ำเสียงนิ่ง ๆ นั้นกลับทำให้ทุกคนหยุดฟัง

"ปรับเป็น Optional IV"

คินหันไปมอง ภามพูดต่อ

"คิน เพิ่ม Protocol สำหรับกรณีเลื่อน IV"

"เซน ดู Transition ว่าเปลี่ยนไปพักโซนไหนแล้วไม่สะดุด"

"เอเดน พาลูกค้าไปต่อ"

คำสั่งนั้นสั้นและชัด ผมพยักหน้าทันที

"ได้ครับ"

ไม่มีใครถามซ้ำ ไม่มีใครเถียง คินก้มลงจด เซนขยับไปคุยกับทีมสปา ส่วนผมหันไปหาลูกค้าแล้วยิ้ม

"งั้นตอนนี้เราไปนั่งพักตรงโซนวิวทะเลก่อนดีไหมครับ"

เธอเงยหน้าขึ้นมองผม แววตายังไม่โล่งทั้งหมด แต่ดีขึ้นกว่าก่อนหน้า

"ได้ค่ะ"

ผมเดินนำเธอออกไปจากห้อง ผมหันกลับไปมองผ่านกระจกห้องฟื้นฟู คินก้มจดบางอย่างลงในแฟ้ม เซนคุยกับทีมสปา พี่พยาบาลเก็บถาดอุปกรณ์ออกไป เมื่อกี้ทุกอย่างยังเหมือนจะชนกันอยู่กลางห้อง แล้วภามก็พูดแค่ไม่กี่ประโยค ทุกคนก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง

โซนพักวิวทะเลอยู่ถัดจากห้องฟื้นฟูออกมาไม่ไกล เป็นระเบียงกว้าง มีเก้าอี้ไม้บุผ้านุ่มวางหันหน้าออกสู่ผืนน้ำ ลมทะเลพัดผ่านม่านสีขาวให้เคลื่อนไหวช้า ๆ จนทั้งพื้นที่ดูเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อให้คนสูดหายใจได้ยาวขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ลูกค้านั่งลง ผมยื่นน้ำอุ่นให้

"ไม่ต้องกังวลนะครับ วันนี้ไม่มีอะไรที่พี่ต้องฝืนทำ"

เธอรับแก้วไปถือไว้

"จริงเหรอคะ"

คำถามนั้นเบามาก แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนมันหนักกว่าที่คิด

"จริงครับ"

ผมนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ เว้นระยะพอดี

"โปรแกรมมีไว้ช่วยพี่ ไม่ใช่บังคับพี่"

เธอมองทะเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ

"ฟังแล้วสบายใจกว่าตอนเห็นเข็มเยอะเลยค่ะ"

ผมหัวเราะตาม

"ผมก็กลัวเข็มเหมือนกันครับ"

เธอหันมามอง

"จริงเหรอคะ"

"จริงครับ แต่ผมแกล้งทำเท่เก่ง"

คราวนี้เธอหัวเราะจริง ไม่ใช่หัวเราะสุภาพ และนั่นทำให้ผมโล่งใจแบบแปลก ๆ

บางทีงานของผมอาจไม่ได้เริ่มจากการขายโปรแกรม แต่อาจเริ่มจากการทำให้ใครบางคนรู้สึกว่าเขาไม่ต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้

หลังจากนั่งพักอยู่พักหนึ่ง เธอยอมเล่าให้ฟังว่า ลูกสาวเป็นคนซื้อแพ็กเกจให้ เพราะเห็นว่าเธอทำงานหนักมานาน

"ลูกบอกว่า แม่ควรดูแลตัวเองบ้าง"

เธอยิ้มบาง ๆ

"แต่พอมาอยู่ที่นี่จริง ๆ พี่กลับรู้สึกผิดแปลก ๆ ค่ะ เหมือนตัวเองกำลังเสียเวลา ทั้งที่งานยังรออยู่เต็มไปหมด"

ผมไม่ได้รีบตอบ เพราะบางประโยคไม่ต้องการคำปลอบทันที แค่ต้องการคนฟัง

"พี่ทำงานด้านไหนครับ"

"บัญชีค่ะ"

"อ๋อ งั้นชีวิตพี่คงมีแต่ตัวเลข"

"ใช่ค่ะ"

เธอหัวเราะเบา ๆ

"ตัวเลข กำหนดส่ง ภาษี รายงาน แล้วก็โทรศัพท์จากลูกค้า"

"ฟังแล้วเหนื่อยแทนเลยครับ"

"เหนื่อยค่ะ"

คราวนี้เธอตอบตรงมาก และหลังจากพูดคำนั้นออกมา สีหน้าของเธอกลับดูเบาลงนิดหนึ่ง เหมือนแค่ยอมรับว่าเหนื่อย ก็เป็นการพักแบบหนึ่งแล้ว

ผมมองทะเลตรงหน้า คลื่นค่อย ๆ ซัดเข้าฝั่ง บางทีคนเราก็อาจต้องการจังหวะแบบนั้น ไม่ใช่ Flow ที่สมบูรณ์ที่สุด แต่เป็นจังหวะที่ทำให้ตัวเองไปต่อได้

หลังจบเคส ทั้งสี่คนกลับมานั่งล้อมโต๊ะอีกครั้งในห้องประชุมเล็ก เอกสารถูกเปิดออก แก้วกาแฟถูกวางข้างโน้ตบุ๊ค และบรรยากาศที่ควรผ่อนคลายหลังจบงาน กลับมีความจริงจังแฝงอยู่ชัดเจน

คินเป็นคนเริ่มก่อน

"ลูกค้าต้องการความยืดหยุ่นมากกว่าที่เราคิด"

เขาจดลงในเอกสาร

"ถ้า Optional IV จะต้องมีเงื่อนไขชัดเจน เช่น เลื่อนขั้นตอนได้กี่ครั้ง เลื่อนไปช่วงไหน กระทบห้องพักฟื้นไหม และต้องมีใครอนุมัติ"

เซนพยักหน้า

"ใช่ แต่ต้องไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเขากำลังสร้างปัญหาให้ทีม"

คินเงยหน้าขึ้น

"ถ้าไม่มีระบบ ทีมจะสับสน"

"ถ้ามีแต่ระบบ ลูกค้าจะเครียด"

ผมมองสองคนนั้นสลับกัน คราวนี้ไม่ได้ตีกันเล่น ๆ แล้ว ทั้งคู่พูดถูกทั้งคู่ นั่นแหละที่ยาก

คินไม่ได้ผิดที่อยากให้ระบบชัด เพราะถ้าไม่มีเขา ทุกอย่างอาจกลายเป็นความวุ่นวายได้ง่ายมาก แต่เซนก็ไม่ได้ผิดที่มองว่าความรู้สึกของลูกค้าเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เพราะถ้า Wellness ทำให้คนเครียดกว่าเดิม มันก็โคตรย้อนแย้ง

IV Therapy ในรีสอร์ต นักศึกษารับผิดชอบเฉพาะการออกแบบเส้นทางบริการและประสบการณ์ลูกค้า ส่วนการคัดกรองและหัตถการอยู่ภายใต้ทีมพยาบาลหรือบุคลากรวิชาชีพของสถานที่

ภามนั่งฟังอยู่เงียบ ๆ มาตลอด ปลายนิ้วแตะขอบแฟ้มเบา ๆ ก่อนจะปิดแฟ้มลง

เสียงนั้นไม่ได้ดัง แต่ทุกคนหันไปมอง

"เพิ่ม Choice Point"

เซนเลิกคิ้ว

"คือ?"

"บางขั้นตอนเลือกได้"

ภามพูดช้า ๆ

"แต่ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม"

คินนิ่งไป เหมือนกำลังประมวลผล

ภามเลื่อนกระดาษมาตรงกลางโต๊ะ

"ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเดินเส้นทางเดียวกันทุกคน"

"แต่เราต้องออกแบบให้ทุกเส้นทางพาไปถึงเป้าหมายเดียวกัน"

ผมนั่งมองเขา อีกแล้ว ภามไม่ได้พูดเยอะ แต่พอพูดที เหมือนเขารวบรวมความคิดของทุกคนให้กลายเป็นประโยคเดียวได้

"Assessment เหมือนเดิม"

เขาแตะคำแรก

"Release เลือกได้ว่าจะเป็นนวด หายใจ หรือเดินพัก"

"Restore เลือกได้ว่าจะทำ IV ตอนนั้น หรือเลื่อนไปหลังพัก"

"Reconnect ปิดท้ายด้วยกิจกรรมที่ทำให้ลูกค้ารู้ว่าเขาจะกลับไปดูแลตัวเองต่อยังไง"

ห้องเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเซนจะยิ้ม

"กูชอบ"

ผมยกมือทันที

"กูก็ชอบ"

คินมองกระดาษอีกครั้ง คราวนี้สายตาไม่ได้ขวางเหมือนตอนแรก แต่เป็นสายตาของคนที่เริ่มเห็นระบบใหม่ในหัวแล้ว

"ทำได้"

นั่นน่าจะเป็นคำชมระดับสูงสุดของเขาแล้ว ภามพยักหน้า

"งั้นมึงทำระบบ"

คินหลุดหัวเราะเบา ๆ

"มึงสั่งกูเก่งขึ้นนะ"

"มึงทำได้น่า"

คำตอบสั้น ๆ ของภามทำให้คินเงียบไปนิดหนึ่ง บางทีคำชมของภาม ถึงจะสั้น ก็มีผลกับคินมากกว่าที่เจ้าตัวอยากยอมรับ

เซนเอนตัวพิงเก้าอี้

"สรุปวันนี้เราได้บทเรียนว่า ลูกค้าไม่ได้ซื้อโปรแกรม"

ผมต่อทันที

"เขาซื้อความรู้สึก"

คินพยักหน้า

"และทีมต้องมีระบบพอให้ยืดหยุ่นได้โดยไม่พัง"

ภามมองกระดาษตรงหน้า ก่อนพูดเรียบ ๆ

"ทีมที่ดีไม่ใช่ทีมที่คิดเหมือนกัน"

ผมหันไปมองเขา ภามเงยหน้าขึ้น

"แต่คือทีมที่ยังไปต่อด้วยกันได้"

ประโยคนั้นทำให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งวันเหมือนลงล็อกพอดี ผมมองเพื่อนร่วมทีมทั้งสามคน คินที่จริงจังกับระบบจนบางครั้งลืมว่าคนไม่ได้เป็นเส้นตรง เซนที่มองเห็นทางเลือกใหม่ก่อนใคร แต่ชอบพูดเหมือนกวนประสาท ภามที่เงียบจนเหมือนไม่สนใจ แต่จริง ๆ แล้วฟังทุกอย่าง แล้วก็ผม คนที่บางทีอาจไม่ได้เก่งที่สุดในห้อง แต่พอเป็นเรื่องคน ผมอยากเชื่อว่าตัวเองช่วยอะไรได้บ้าง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 4

    ถุงข้าวยังวางอยู่ข้างเตียงโดยไม่มีใครแตะ เซนหยิบขึ้นมาเปิดแล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้ว่ามีอยู่“ข้าวเย็นแล้วมึง”“ไมโครเวฟไม่มีเหรอ”“มีที่ครัวรวมชั้นล่าง”“ไปอุ่นกัน”เซนลุกขึ้นถือถุงข้าวเดินนำ ผมเดินตามครึ่งก้าวด้านหลัง ระยะเดิมที่เคยเดินมาตลอดสองเดือนแต่วันนี้เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือผมไว้ระหว่างลงบันได ไม่พูดอะไร แค่จับไว้เฉย ๆครัวรวมชั้นล่างว่างเปล่า มีเพียงแสงจากไมโครเวฟกะพริบอยู่ในความเงียบ กลิ่นอาหารเก่าจากตู้เย็นรวมลอยจาง ๆ เซนยืนพิงโต๊ะยาวกลางห้อง มือยังไม่ยอมปล่อยข้อมือผม“เดี๋ยวมึงต้องกลับแล้วใช่ไหม ขับรถดี ๆ ถึงคอนโดแล้วบอกกูด้วย”“กูอยู่ต่อได้อีกชั่วโมง”“อ๋อ ดีเลย”ผมหันไปมองเซนรีบเปลี่ยนคำ “หมายถึง...มึงยังไม่ได้กินอะไรเลย”“มึงก็ยังต้องอ่านหนังสือสอบพรุ่งนี้”เขาถอนหายใจ “เออ จริงด้วย ลืมเลยว่ามีสอบ”“ห้ามลืม”“ครับ”คำตอบหลุดออกมาเร็วจนเจ้าตัวชะงัก แก้มแดงขึ้นทันทีผมเลิกคิ้ว“กูไม่ได้ตั้งใจ”“กูยังไม่ได้พูดอะไร”“หน้าม

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 3

    ห้องของเซนเรียบร้อยกว่าที่คิด หนังสือกองอยู่บนโต๊ะสองสามเล่ม เตียงเก็บผ้าห่มเป็นระเบียบ มีแก้วกาแฟวางข้างโน้ตบุ๊กกับกระดาษโน้ตเต็มผนังผมนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวในห้อง ส่วนเซนนั่งตรงขอบเตียง ถุงข้าววางอยู่ข้างตัวโดยยังไม่เปิดเสียงแอร์ดังอยู่เหนือความเงียบ“มึงเลี่ยงกูอยู่” ผมพูดเซนไม่เงยหน้า “กูไม่ได้เลี่ยง กูแค่ยุ่ง ใกล้สอบ แถมต้องทำสรุปจบอีก”“มึงรู้ใช่ไหมว่ากูถามเอเดนได้ มึงสองคนเรียนที่เดียวกัน” ผมจับต้นแขนเขาไว้เมื่อเขาทำท่าจะหลบ“มองหน้ากู แล้วพูดอีกที”เขาเงยขึ้น แต่พอสบตากันจริง ๆ คำพูดกลับหายไปเซนถอนหายใจแรงครู่หนึ่ง มือบีบถุงข้าวแน่นกว่าเดิม ผมรอโดยไม่เร่ง เขาอ้าปากสองครั้งแล้วเงียบทั้งสองครั้ง“กูไม่ได้กลัวแค่ว่า มึงจะไม่ชอบกู” เขาพูดในที่สุดผมนิ่งฟัง“กูกลัวว่าที่มึงเริ่มหันมาใส่ใจกู เป็นเพราะคนที่มึงมองมาตลอดเลือกเอเดนไปแล้ว”ประโยคนั้นเป็นคำถามที่ผมเองเคยถามตัวเองเช่นกันเซนหัวเราะสั้น ๆ แต่เสียงไม่ขำ“กูไม่อยากเป็นคนที่อยู่ใกล้พอดี ตอนมึงกำลังต้องการใครสักคน”“มึง

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 2

    มหาวิทยาลัยของเซนอยู่ห่างออกไปประมาณชั่วโมงครึ่งตลอดสองเดือนที่ทำโปรเจกต์ด้วยกัน เราเจอกันแทบทุกวัน เซนเคยชวนให้ผมแวะมาที่มหาวิทยาลัยเขาหลายครั้ง ผมตอบว่า “เดี๋ยวว่าง ๆ” ทุกครั้ง แล้วก็ไม่เคยมาคืนนี้ผมไม่รอให้ตัวเองว่างผมแวะซื้อข้าวกล่องจากร้านที่เซนเคยบอกว่าอร่อย เปิดโลเคชันหอที่เขาเคยส่งไว้ตอนบ่นว่ารถติดจนเกือบเข้าประชุมไม่ทัน แล้วขึ้นรถโดยไม่บอกล่วงหน้าเพราะถ้าบอก เขาคงหาเหตุผลให้ผมไม่ต้องมาก่อนออกรถ ผมเปิดแชตเก่าขึ้นมาไล่อ่านตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน... รูปแมวข้างทาง คลิปตลกที่ไม่ตลก และคำถามตอนตีสองว่าถ้าเป็ดตัวหนึ่งพูดได้ มันจะเลือกพูดภาษาอะไรตอนนั้นผมตอบไปว่ามันเป็นเป็ด ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีสิทธิ์เรียนหลายภาษาเซนส่งสติกเกอร์หัวเราะกลับมาสองตัว แล้วเอาเรื่องนี้ไปล้อผมต่ออีกสามวันผมเคยคิดว่าข้อความพวกนั้นไร้สาระแต่ทุกคืนที่งานหนัก ผมกลับเปิดมันอ่านซ้ำเสมอผมขับรถมาตามปกติ ไม่เร่งเกินกว่าสภาพถนนจะอำนวย แม้ความรู้สึกจะทำให้ระยะทางยาวนานกว่าความเป็นจริง ฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง ไอฝ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 1

    (ช่วงเทอมสุดท้ายของมหาวิทยาลัย หลังจบโปรเจกต์ฝึกงานที่ Wellness by the Sea)POV: คิน─── ✦ ✦ ✦ ───กลุ่มไลน์ “Destiny Project (ห้ามลบ)” มีข้อความใหม่แทบทุกวัน เอเดนส่งรูปอาหารกลางวัน ภามแชร์บทความเรื่องจิตวิทยาลูกค้าที่อ่านแล้วนึกถึงงาน บางวันมีรูปแมว มีมไร้สาระ หรือข้อความบ่นเรื่องอาจารย์ที่ไม่มีใครตอบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นกลุ่มที่ไม่มีใครตั้งใจให้จริงจัง แต่ก็ไม่มีใครออกจากมันสักคนเช้านี้ภามส่งสติกเกอร์แก้วกาแฟ เอเดนพิมพ์ตามมาว่า “หิวอะ” แล้วส่งรูปข้าวมันไก่ติดกันสามรูปเซนไม่มีอะไรเลยผมมองหน้าจออยู่นานกว่าที่ควร ก่อนเลื่อนไปเปิดแชตส่วนตัว ข้อความล่าสุดที่ผมส่งเมื่อสองวันก่อนยังค้างอยู่ตรงคำว่าอ่านแล้ว ไม่มีคำตอบผมไม่ใช่คนชอบนับเรื่องที่ไม่มีเหตุผล แต่พอสังเกตเห็นครั้งแรกก็หยุดนับไม่ได้วันแรกหลังกลับมาเปิดเทอม เซนยังทักมาตอนเกือบเที่ยงคืน บ่นว่าอาจารย์คุมสอบเดินวนเหมือนผู้คุมเรือนจำ ส่งสติกเกอร์มาสิบกว่าอันรวด วันที่ห้า ข้อความเหลือแค่ “เออ” กับ “กูนอนก่อนนะ”วันที่สิบ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   บทที่ 25 ตามใจ... โปรเจกต์ที่เพิ่งเริ่มต้น

    เซนหรี่ตา"มือมึงลั่นเป็นคนแก่จับได้ว่าลูกสาวมีแฟนเลยนะ""หุบปาก""ก็แม่นอยู่ดี"ผมก้มหน้ามองมือตัวเอง เสียงเพลงในหูฟังดังขึ้นเบา ๆ เป็นเพลงช้ากว่าที่คิด ไม่หวานจนเลี่ยน แต่มีจังหวะนุ่ม ๆ เหมือนแดดตอนเย็นบนถนนเอเดนไม่ได้มองผมตลอดเวลา เขาแค่นั่งอยู่ข้าง ๆ ปล่อยให้เพลงเดียวกันอยู่ระหว่างเรา เหมือนพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่ต้องอธิบายให้ใครเข้าใจ"โอเคไหม"เขาถามเบา ๆ ผมพยักหน้า"อือ""ดีแล้ว"ผมหันไปมองเขาทันที"เลิกพูดดีแล้วแบบนั้นได้ไหม""แบบไหน""แบบที่เซนจะหันมาแซว"เซนยกมือจากเบาะหน้า"กูยังไม่ได้พูด!"คินตอบแทน"แต่มึงคิด""ทุกคนในรถนี้รู้จักกูดีเกินไปแล้ว"ขับออกมาได้พักหนึ่ง บรรยากาศในรถเริ่มเงียบลง เซนยังทำหน้าที่ดีเจ แต่เสียงพูดน้อยลงอย่างน่าประหลาด อาจเพราะคินขู่จะตัดบลูทูธสามครั้ง หรืออาจเพราะเขาเริ่มง่วง แดดบ่ายไหลผ่านกระจกเป็นแถบยาว ถนนทอดออกไปไกล เสียงเพลงในหูฟังเบาลงเมื่อเอเดนขยับตัวผมเหลือบมองจากหางตา เขานั่งพิงเบาะ หลับตา นิ่งผิดปกติ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   บทที่ 24 มือที่ลั่นเอง

    เอเดนหันไปมอง"ช่วยอยู่ข้างกูบ้างก็ได้"ผู้จัดการหัวเราะเบา ๆ"แต่ความจริงคือคุณจำรายละเอียดลูกค้าได้ดี สังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้าม และดึงจังหวะทีมให้กลับมานิ่งได้"รอยยิ้มของเอเดนเบาลง"ขอบคุณครับ"ผมเหลือบมองเขา คนที่ดูเหมือนชิลกับทุกอย่าง จริง ๆ แล้วจำได้มากกว่าที่พูด ใส่ใจกว่าที่แสดง และบางครั้งก็จริงจังในแบบที่ทำให้คนข้าง ๆ รับรู้โดยไม่ต้องพูดเยอะ เหมือนเมื่อคืน เหมือนตอนถามว่า "อนุญาตไหม""คุณภาม กฤตภาส หนุ่มลูกครึ่งคนเดียวของทีม"ผมสะดุ้งนิดหนึ่งตอนชื่อของตัวเองถูกเรียก ผู้จัดการหันมามองผม"ภาม คุณเป็นคนพูดน้อยที่สุดในทีม"เซนขยับปาก คินยกปากกาขึ้นเตือน เซนเงียบ"แต่หลายครั้ง คุณเห็นความรู้สึกของลูกค้าชัดที่สุด คุณไม่ได้รีบแก้ ไม่ได้รีบสรุป แต่ฟังนานพอจะรู้ว่าคนตรงหน้าต้องการอะไรจริง ๆ""ขอบคุณครับ"ผมตอบเสียงเบา แต่คราวนี้ไม่ได้ก้มหน้าหนีผู้จัดการพยักหน้า ก่อนปิดแฟ้มลง"โดยรวม Destiny Project ผ่านได้ดีมากค่ะ ทั้งในเชิงออกแบบโปรแกรม การทำงานเป็นทีม และการรับมือก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status