LOGIN“กฎของวังหลวงมีไว้ใช้กับคนข้างนอก... แต่หลังประตูกระจกบานนี้ หน้าที่เดียวของนายคือคุกเข่าและตอบสนองฉัน” กลางวันเขาคือมหาดเล็กผู้เรียบร้อยคอยกลัดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้เจ้าชาย แต่ยามค่ำคืน เสื้อผ้าทุกชิ้นกลับถูกกระชากออกด้วยมือขององค์รัชทายาทผู้เย็นชา ไร้ความปรานี มีเพียงรอยจูบใต้ปกเสื้อและเสียงหอบหายใจที่ต้องกลั้นไว้ไม่ให้ลอดผ่านบานประตู กลางวัน… ยืนก้มหน้ารับใช้อยู่ข้างบัลลังก์ กลางคืน… ถูกกดแนบอยู่ใต้ร่างแกร่งของเจ้าชายผู้เป็นเจ้าของแผ่นดิน เมื่อความสัมพันธ์ลับระหว่าง ‘เจ้าชายรัชทายาท’ กับ ‘คนรับใช้ส่วนพระองค์’ ไม่ได้มีพื้นที่ให้กับความยับยั้งชั่งใจ ทุกซอกมุมในวังหลวงจึงกลายเป็นสถานที่ตีตราความเป็นเจ้าของ “ต่อหน้าคนทั้งอาณาจักร เขาคือองค์รัชทายาทผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง... แต่หลังบานประตูห้องบรรทม เขาคือเจ้าชีวิตผู้ตีตราเป็นเจ้าของร่างกายนี้เพียงผู้เดียว” จากคำสั่งการทำงานแปรเปลี่ยนเป็นสัมผัสแนบชิด และกลายเป็นความสัมพันธ์ลับเร่าร้อนที่ต้องซ่อนไว้ใต้รอยพับของคอเสื้อ ยิ่งแรงกดดันเรื่องการแต่งงานทางการเมืองและสายตาจับผิดของเหล่าขุนนางบีบคั้นเข้ามามากเท่าไร แรงดึงดูดและสิทธิ์ครอบครองที่องค์รัชทายาทมอบให้คนรับใช้ตัวเล็กๆ ก็ยิ่งทวีความบ้าคลั่งจนวังหลวงไม่อาจเงียบสงบได้อีกต่อไป
View Moreตอนที่ 1: ก้าวแรกสู่วังวาเลนเทียร์
ความเงียบในพระราชวังวาเลนเทียร์ไม่เคยแปลว่าความสงบสุข มันคือความเงียบที่เกิดจากความหวาดระแวง กฎระเบียบแน่นหนา และสายตาของผู้คนนับร้อยที่พร้อมจะเหยียบย่ำใครก็ตามที่ก้าวพลาดแม้เพียงเสี้ยววินาที ลานหินแกรนิตเบื้องหน้าทางขึ้นปีกตะวันออกยังคงเย็นเฉียบเมื่อล้อรถม้าหยุดสนิท ลูเซียน เอลเลียต ก้าวลงจากตัวรถ ยืนนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของเสาหินอ่อนสลักลายวิจิตร สายลมหนาวของนครหลวงเอเวอเรนซ์พัดผ่านจนชายเสื้อกั๊กไหวเบาๆ ทว่าแผ่นหลังของเด็กหนุ่มยังคงเหยียดตรงอย่างสำรวม เขาเอื้อมมือปรับรอยพับข้อมือเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองอย่างเงียบเชียบ เครื่องแบบมหาดเล็กใหม่เอี่ยมที่เพิ่งได้รับมอบตัดเย็บจากผ้าฝ้ายเนื้อดี ปกคอตั้งกลัดกระดุมมุกเม็ดเล็กมิดชิดจนถึงลำคอ ทับด้วยเสื้อกั๊กเข้ารูปสีดำสนิทและกางเกงสแล็กที่ช่วยส่งให้สรีระโปร่งบางดูสง่างาม เรือนผมสีบลอนด์สว่างตัดสั้นรับกับใบหน้าเนียน ดวงตาสีฟ้ากระจ่างทอดมองยอดโดมทองคำของปราสาทด้วยแววตานิ่งสนิท ไม่ได้แสดงความตื่นตะหนกออกมาเหมือนคนรับใช้ใหม่ทั่วไป ลูเซียนไม่ใช่ลูกหลานขุนนาง เขาเติบโตมาในย่านตลาดเก่าที่ต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด การผ่านการคัดเลือกเข้ามายังเขตพระราชฐานชั้นในจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเส้นสาย แต่มาจากความสุขุม สายตาที่ช่างสังเกต และความสามารถในการเก็บซ่อนอารมณ์ภายใต้สถานการณ์ตึงเครียด "อย่าเดินเหม่อ ลูเซียน ที่นี่ไม่มีที่ว่างให้เจ้าทำตัวลอยชาย" เสียงแหบต่ำและเฉียบขาดของมิสเตอร์เอ็ดเวิร์ด ฮาร์เปอร์ ดังขึ้นข้างกาย ชายชราวัยหกสิบในชุดเครื่องแบบหัวหน้ามหาดเล็กปรายตามองสำรวจตั้งแต่เรือนผมจรดปลายรองเท้าหนังขัดเงา "เขตพระราชฐานปีกตะวันออกเป็นพื้นที่ส่วนพระองค์ของเจ้าชายอเล็กซานเดอร์" มิสเตอร์ฮาร์เปอร์เริ่มก้าวเดินนำไปตามโถงทางเดินยาวเหยียดที่ปูด้วยพรมกำมะหยี่สีแดงเข้ม "พระองค์ไม่ชอบคนพูดจาเยิ่นเย้อ ไม่ชอบคนทำงานซุ่มซ่าม และเกลียดที่สุดคือพวกที่ชอบสอดรู้สอดเห็น มหาดเล็กห้าคนก่อนหน้านี้ถูกปลดออกเพราะทำตัวรุ่มร่ามและละเลยหน้าที่ เจ้าเพิ่งก้าวเท้าเข้ามาวันแรก จงจำใส่หัวไว้ว่าหน้าที่ของเจ้าคือการอยู่ตรงนั้นเพื่อรับใช้ แต่ต้องทำให้พระองค์รู้สึกเหมือนเจ้าไม่มีตัวตน" "ครับ มิสเตอร์ฮาร์เปอร์" ลูเซียนตอบรับเสียงเรียบ นุ่มนวลแต่หนักแน่น สองข้างทางของโถงทางเดินโอ่อ่าประดับด้วยภาพวาดสีน้ำมันของกษัตริย์ในอดีต กรอบไม้สักปิดทองสะท้อนแสงแดดยามบ่ายที่ส่องลอดผ่านกระจกสีลงมาเป็นแนวยาว ข้าราชบริพารและมหาดเล็กรุ่นพี่หลายคนที่กำลังจัดเตรียมแจกันดอกไม้ต่างพากันหยุดชะงัก สายตานับสิบคู่จับจ้องมายังเด็กหนุ่มหน้าใหม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนริษยา เบนจามิน โคล มหาดเล็กรุ่นพี่ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อน ส่งยิ้มเยาะมุมปากมาให้อย่างเปิดเผยราวกับกำลังรอคอยดูว่าเด็กจากตลาดเก่าคนนี้จะทนแรงกดดันไปได้กี่วัน ลูเซียนไม่แม้แต่จะเหลือบสายตามอง เขาเดินตามหลังหัวหน้ามหาดเล็กขึ้นบันไดวนสู่ชั้นบนสุดอย่างเงียบกริบ ทุกย่างก้าวมีความมั่นคงจนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าบานประตูไม้โอ๊กคู่บานใหญ่ที่มีตราประจำพระองค์รูปอินทรีสยายปีกแกะสลักอย่างประณีต ลอร์ดคาเลบ แอชฟอร์ด หัวหน้าองครักษ์ส่วนพระองค์ยืนรักษาการณ์อยู่หน้าห้อง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบนายทหารสีน้ำเงินเข้มปรายตามองลูเซียนด้วยสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยว ก่อนจะพยักหน้าให้มิสเตอร์ฮาร์เปอร์แล้วผลักบานประตูหนาหนักให้เปิดออกอย่างแผ่วเบา กลิ่นเนื้อไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นหมึกพิมพ์และไอน้ำมันหอมลอยมาปะทะประสาทสัมผัสในทันที ห้องทรงงานส่วนพระองค์กว้างขวาง เพดานสูงโปร่งประดับโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกทรงโค้งบานใหญ่ ทอดเงายาวลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งตัวหนา และตรงนั้นคือร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผู้กุมอำนาจสูงสุดในเขตพระราชฐานแห่งนี้ องค์รัชทายาท อเล็กซานเดอร์ วาเลนเทียร์ เจ้าชายสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมคอสองเม็ด แขนเสื้อพับขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและเส้นเลือดเด่นชัดจากการฝึกซ้อมดาบอย่างหนัก โครงหน้าคมคาย สันกรามเด่นชัด นัยน์ตาสีฮาเซลลึกล้ำกำลังกวาดสายตาอ่านรายงานในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ความรู้สึก อากาศรอบตัวของเขากดดันจนคนทั่วไปแทบไม่กล้าส่งเสียงหายใจ "ฝ่าบาท" มิสเตอร์ฮาร์เปอร์ค้อมตัวลงจนศีรษะเกือบจรดเอว "มหาดเล็กส่วนพระองค์คนใหม่มารายงานตัวพ่ะย่ะค่ะ" ลูเซียนก้าวขึ้นมายืนด้านหน้า ค้อมศีรษะลงทำความเคารพตามธรรมเนียมอย่างประณีต แผ่นหลังเหยียดตรง สองมือประสานไว้ข้างหน้าระดับเอวอย่างสงบ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทรงงาน มีเพียงเสียงปลายปากกาขนนกที่ถูกวางลงบนแท่นรองแก้ว อเล็กซานเดอร์เงยพระพักตร์ขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลงมายังลูเซียนทันที แววตาคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่เรือนผมสีบลอนด์สว่าง วงหน้าขาวเนียน ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ จนกระทั่งหยุดลงตรงลำคอระหงที่ซ่อนอยู่หลังปกเสื้อเชิ้ต เป็นการจ้องมองที่เยือกเย็นแต่กลับสร้างความร้อนวูบวาบใต้ผิวหนังอย่างประหลาด ลูเซียนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล ทว่าเขากลับเลือกที่จะสบตากับดวงตาสีฮาเซลคู่นั้นนิ่ง ไม่หลบสายตาและไม่แสดงความหวั่นไหว "ข้าจำได้ว่าสั่งคัดเลือกคนที่มีสติและทำงานเป็น ไม่ใช่ส่งเด็กหนุ่มหน้าหวานที่พร้อมจะแตกสลายเมื่อโดนดุมาให้" สุรเสียงทุ้มต่ำดังก้อง ราบเรียบแต่เฉียบขาด "กระหม่อมไม่ได้บอบบางอย่างที่ทรงเห็นพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" ลูเซียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นไร้ความลังเล "และกระหม่อมมาที่นี่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ไม่ใช่เพื่อแสวงหาความผ่อนปรน" คำตอบที่ตรงไปตรงมา ปราศจากการประจบสอพลอทำให้อเล็กซานเดอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบางเบาที่แทบมองไม่เห็นผุดขึ้นที่มุมปากของเจ้าชายหนุ่มก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว "งั้นหรือ" อเล็กซานเดอร์เอนแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้บุกำมะหยี่ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะเนิบช้า "หยิบแฟ้มงบประมาณกองทัพของมณฑลทางเหนือบนชั้นที่สามมาให้ข้า" ลูเซียนไม่เสียเวลาลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาค้อมตัวรับคำสั่งแล้วหมุนตัวเดินตรงไปยังตู้หนังสือไม้โอ๊กด้านหลัง กวาดสายตามองสันแฟ้มหนังนับร้อยเล่มอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วเรียวดึงแฟ้มหนังสีน้ำเงินเข้มเล่มที่ถูกต้องออกมา ก่อนจะเดินกลับมาวางลงบนโต๊ะเบื้องหน้าองค์รัชทายาทอย่างนุ่มนวล ปราศจากเสียงกระทบ ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนลดลงเหลือเพียงไม่ถึงสองก้าว กลิ่นกายสะอาด หอมละมุนดั่งสบู่และไอแดดยามเช้าจากตัวลูเซียนลอยผ่านเข้ามากระทบประสาทสัมผัส อเล็กซานเดอร์ชะงักสายตาลงมองข้อมือขาวบางของคนรับใช้หนุ่ม ก่อนจะเลื่อนกลับขึ้นมาสบกับดวงตาสีฟ้าใสที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม บรรยากาศในห้องทรงงานเปลี่ยนไปในพริบตา ความเงียบไม่ได้มีเพียงความกดดันอีกต่อไป หากแต่มีกระแสความตึงเครียดบางอย่างที่มองไม่เห็นเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน มิสเตอร์ฮาร์เปอร์ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านหลังรีบเอ่ยทำลายความเงียบ "หากพระองค์ทรงเห็นสมควร กระหม่อมจะพาลูเซียนไปรับฟังการอบรมกฎระเบียบเพิ่มเติมที่เรือนมหาดเล็ก และจัดตารางเวรให้เริ่มงานในเช้าวันพรุ่งนี้..." "ไม่ต้อง" อเล็กซานเดอร์ตัดบทเสียงเฉียบขาด สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของลูเซียนไม่วางตา "ยกเลิกการอบรมฝ่ายนอกทั้งหมด" เจ้าชายขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร เงาร่างสูงใหญ่กำยำทาบทับลงมาจนลูเซียนต้องแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตา "พรุ่งนี้เช้า เวลาตีห้าครึ่ง มารายงานตัวที่ห้องนี้ เตรียมกาแฟดำและเอกสารฎีกาให้พร้อม ข้าจะดูว่าความจำและไหวพริบของเจ้าจะดีเหมือนปากพูดหรือไม่" มิสเตอร์ฮาร์เปอร์เบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ การยกเลิกขั้นตอนการอบรมของสำนักพระราชวังเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยคัดค้านคำสั่งขององค์รัชทายาท "รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ... ฝ่าบาท" ลูเซียนค้อมศีรษะลงรับคำสั่งอย่างสงบ รับรู้ได้ทันทีว่าชีวิตใหม่ในพระราชวังวาเลนเทียร์แห่งนี้ จะไม่มีสิ่งใดเป็นไปตามกฎเกณฑ์ธรรมดาอีกต่อไปตอนที่ 17: พันธมิตรไม่คาดฝันลมหนาวช่วงพลบค่ำพัดกรูผ่านแนวพุ่มกุหลาบเมืองหนาวที่กำลังผลิดอกสีแดงเข้มสลับขาว ไอเย็นยะเยือกแผ่ปกคลุมทั่วสวนกุหลาบหลวงด้านหลังพระราชวังวาเลนเทียร์ กลิ่นหอมหวานปนฝาดของกลีบดอกไม้ลอยอบอวลปะทะจมูก แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองทอดเงายาวพาดผ่านซุ้มไม้เลื้อยเหล็กดัด ลอร์ดคาเลบ แอชฟอร์ด นำกองกำลังองครักษ์ส่วนพระองค์ปิดล้อมทางเข้าออกทุกจุด สกัดกั้นข้าราชบริพารและสายสืบของฝ่ายขุนนางไม่ให้เข้าใกล้เขตสวนหินแม้แต่คนเดียวคำขอเข้าพบส่วนพระองค์อย่างกะทันหันจากเจ้าหญิงเอเลนอร์ระบุเงื่อนไขชัดเจน พระนางต้องการสนทนากับองค์รัชทายาทและมหาดเล็กประจำพระองค์เพียงลำพังลูเซียนยืนประสานมืออยู่ข้างโต๊ะน้ำชาหินอ่อน สองมือที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวบีบเข้าหากันแน่น เด็กหนุ่มสวมเครื่องแบบมหาดเล็กเรียบร้อยหมดจด ปกเสื้อคอตั้งกลัดกระดุมมุกมิดชิด ความรู้สึกหนักอึ้งของแหวนทองคำสลักตราอินทรีใต้เสื้อกั๊กยังคงเต้นตุบๆ เหนือแผ่นอก ความกังวลฉายชัดในแววตาสีฟ้าใส เขาไม่เข้าใจเจตนาของเจ้าหญิงแห่งมงต์แคลร์ และหวั่นเกรงว่าความสัมพันธ์ลับที่พยายามซ่อนเร้นกำลังจะสร้างความเดือดร้อนให้องค์รัชทายาทอเล็กซานเดอร์ย
ตอนที่ 16: การมาเยือนของเจ้าหญิงเสียงแตรหลวงทองเหลืองดังกังวานกึกก้องไปทั่วนครหลวงเอเวอเรนซ์ ธงทิวประจำราชวงศ์วาเลนเซียและราชอาณาจักรมงต์แคลร์โบกสะบัดเคียงคู่กันบนยอดเสาหินอ่อนตลอดแนวถนนมงกุฎทองคำ ลมหนาวพัดกรูผ่านลานกว้างหน้าพระราชวังวาเลนเทียร์ กองทหารเกียรติยศในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มขลิบทองยืนตั้งแถวตระหง่านสองฝั่งทางเดิน ปืนเล็กยาวติดดาบปลายปืนสะท้อนประกายแดดสีเงินวาววับขบวนรถม้าหลวงปิดทองคำแท้สลักลายกุหลาบหนามเคลื่อนตัวผ่านซุ้มประตูชัยทิศตะวันตก เข้ามาเทียบสนิทตรงบันไดหินอ่อนหน้าท้องพระโรงใหญ่เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในชุดพิธีการเต็มยศและสตรีชั้นสูงต่างพากันยืนเข้าแถวรอต้อนรับด้วยความตื่นเต้น ดยุควิกเตอร์ แบล็ควูด ยืนอยู่แถวหน้าสุด ใบหน้าเหี่ยวย่นฉายรอยยิ้มพึงพอใจอย่างเปิดเผย แผนการเชื่อมสัมพันธ์ทางการเมืองเพื่อดึงกองทัพมงต์แคลร์เข้ามาค้ำจุนอำนาจสภาขุนนางกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบตรงกึ่งกลางลานพักบันได องค์รัชทายาท อเล็กซานเดอร์ ประทับยืนตระหง่านเป็นประธานในพิธีต้อนรับเจ้าชายสวมเครื่องแบบจอมทัพสีดำสนิทขลิบทองคำ สายสะพายสีแดงเพลิงพาดผ่านบ่ากว้าง แผงอกประดับเหรียญตราเกีย
ตอนที่ 15: ประกาศการดูตัวระดับชาติเสียงแตรเดี่ยวดังกังวานก้องจากยอดหอคอยทิศเหนือ ปลุกให้พระราชวังวาเลนเทียร์ที่เพิ่งผ่านพ้นราตรีอันเงียบสงัดตื่นตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ลมหนาวพัดกรูผ่านโถงทางเดินหินอ่อน นำพาความเยือกเย็นแทรกซึมไปทั่วทุกตารางนิ้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิธีการในเครื่องแบบเต็มยศสีน้ำเงินเข้มเดินแถวออกจากหอราชเลขานุการ สองมือประคองม้วนกระดาษสาเนื้อหนาขอบทองคำแท้ ปิดผนึกด้วยครั่งสีแดงชาดรูปตราสิงโตคู่แห่งราชวงศ์วาเลนเซียและตรากุหลาบหนามแห่งมงต์แคลร์ประกาศพระบรมราชโองการกำหนดการเสด็จเยือนของ เจ้าหญิงเอเลนอร์ อเดลีน เดอ มงต์แคลร์ ถูกนำไปติดประกาศบนป้ายประกาศทองเหลืองกลางโถงทางเดินหลักทุกแห่งในพระราชวังข่าวใหญ่แพร่สะพัดรวดเร็วดั่งไฟลามทุ่ง บรรดาข้าราชบริพาร นางกำนัล และขุนนางชั้นผู้ใหญ่ต่างพากันหยุดยืนมุงดูเอกสารด้วยความตื่นเต้นระคนยินดี เสียงซุบซิบสนทนาดังก้องสะท้อนไปตามแนวทางเดินยาว การหมั้นหมายระดับชาติที่คาราคาซังมานานหลายเดือน กำลังจะกลายเป็นความจริงในอีกสามวันข้างหน้าลูเซียนยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะคัดแยกเอกสารในห้องพักงานหน้าห้องทรงงาน สองมือประคองถาดเงินที่มีสำเนาพระบรมราชโองการวาง
ตอนที่ 14: สัญญาใจใต้แสงดาวเสียงสลักทองเหลืองเลื่อนลงกลอนตัดขาดโลกภายนอกออกไปในทันที ลอร์ดคาเลบ แอชฟอร์ด ถอยกลับไปยืนรักษาการณ์อยู่หน้าประตูทางเข้าปีกตะวันออก ปล่อยให้ความเงียบสงบโอบล้อมห้องบรรทมชั้นในขององค์รัชทายาทไว้ตามลำพัง แสงไฟสีส้มสลัวจากเตาผิงมุมห้องทอดประกายอบอุ่นตัดกับความมืดมิด บานหน้าต่างกระจกทรงโค้งสูงเปิดกว้างรับสายลมหนาวและแสงดาวระยิบระยับที่เกลื่อนกลืนอยู่เต็มท้องฟ้าราตรีลูเซียนปลดเสื้อโค้ตตัวยาวพาดไว้บนพนักเก้าอี้ไม้ ไอเย็นจากตลาดเก่ายังคงเกาะอยู่ตามปลายนิ้ว ทว่าไออุ่นภายในห้องบรรทมช่วยคลายความเหน็บหนาวลงอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มหันกลับมาสบสายตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนปลดเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมอยู่กลางห้อง อเล็กซานเดอร์โยนเสื้อผ้าทิ้งลงบนโซฟา เผยให้เห็นแผงอกกว้างกำยำและรอยสักรูปอินทรีสยายปีกเหนือหัวใจ กล้ามเนื้อท่อนแขนและหน้าท้องขยับไหวตามจังหวะก้าวเดินที่มั่นคงเจ้าชายก้าวเข้ามาประชิดตัวลูเซียน สองแขนแกร่งรวบเอวคอดดึงร่างโปร่งบางเข้าสู่อ้อมกอดแนบแน่น"เจ้าตัวเย็นไปหมด" สุรเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดขมับ อเล็กซานเดอร์โน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน สูดดมกลิ่นกายหอมสะอาดผสมไอหนาวอ




![10 Years ago [10 ปีที่แอบรัก] (BL- Mpreg)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
