เกี้ยวเจ้าสาวสลับตัวของท่านจอมมาร

เกี้ยวเจ้าสาวสลับตัวของท่านจอมมาร

last updateLast Updated : 2026-10-20
By:  พิมพ์ใจUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
4Chapters
7views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมื่อราชโองการบังคับให้คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่ต้องแต่งงานกับ “ท่านจอมมาร” เพื่อยุติสงครามระหว่างสองเผ่า ทุกคนต่างเชื่อว่านี่คือการส่งนางไปตาย มู่ชิงเหยา คุณชายรองผู้ถูกตราหน้าว่าไร้พรสวรรค์ ยอมสวมชุดเจ้าสาวสีแดงขึ้นเกี้ยวแทนพี่สาว โดยหวังเพียงใช้ชีวิตอันไร้ค่าของตนแลกกับความปลอดภัยของครอบครัว แต่เมื่อก้าวเข้าสู่แดนมาร ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด… จอมมารผู้เลื่องชื่อว่าโหดเหี้ยมไม่ได้คิดฆ่าเขา ซ้ำยังดูแลเอาใจใส่ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า ทั้งสร้างตำหนักใหม่ พาเที่ยวทั่วแดนมาร และตามใจจนเหล่าปีศาจต่างพากันอิจฉา ทว่าเบื้องหลังความอ่อนโยนนั้น กลับซ่อนความลับที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้… เพราะท่านจอมมารรู้ตั้งแต่แรกว่าเจ้าสาวถูกสลับตัว และคนที่เขาเฝ้ารอมาหลายร้อยปี…ไม่ใช่คุณหนูใหญ่ หากแต่เป็นคุณชายรองผู้แสนธรรมดาคนนี้ เมื่ออดีตที่ถูกลืมค่อย ๆ เปิดเผย และสงครามระหว่างฝ่ายเซียนกับแดนมารกำลังปะทุขึ้น ความรักที่เริ่มต้นจาก “เจ้าสาวตัวปลอม” จะเปลี่ยนชะตาของทั้งสามภพได้หรือไม่…

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1: เกี้ยวแดงแทนคุณ

ตอนที่ 1: เกี้ยวแดงแทนคุณ

บรรยากาศภายในจวนตระกูลมู่แห่งเมืองเมฆาครามหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยขุนเขา กลิ่นอายมงคลสีชาดที่ประดับประดาไปทั่วทั้งโถงเรือนไม่ได้ช่วยให้ความโศกเศร้าเบาบางลง ตรงกันข้าม มันกลับคล้ายกับลานประหารที่ถูกย้อมด้วยสีเลือด เสียงสะอื้นไห้ของบ่าวไพร่ดังระงมมาตั้งแต่รุ่งสาง สลับกับเสียงกรีดร้องปานจะขาดใจของสตรีผู้หนึ่ง

"ไม่... ข้าไม่แต่ง! เหตุใดต้องเป็นข้า!"

เพล้ง!

แจกันหยกเนื้อดีถูกปัดตกแตกกระจายเต็มพื้นห้องหอ มู่ชิงเยว่—หญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองเมฆาครามในชุดเจ้าสาวสีแดงปักลวดลายหงส์ทองงดงาม ล้มพับอยู่บนเตียงกว้าง เนื้อตัวสั่นเทาจนเครื่องประดับทองบนศีรษะส่งเสียงกระทบกันกรุ๋งกริ๋ง ใบหน้าที่เคยหมดจดงดงามบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

ราชโองการทมิฬจากหุบเขารัตติกาลวางนิ่งอยู่บนโต๊ะอักษร ตัวอักษรสีทองแกมโลหิตเด่นชัดจนน่าขวัญผวา จอมมารเยี่ยนอวี้เซวียน ผู้มีฉายาจอมมารโลหิตประกาศกร้าว สั่งให้ตระกูลมู่ส่งตัวบุตรสาวคนโตไปเป็นเจ้าสาวคนที่สิบ เพื่อเป็นข้อตกลงในการสงบศึกระหว่างฝ่ายเซียนและแดนมาร ข่าวลือเรื่องเจ้าสาวทั้งเก้าคนก่อนหน้านี้ที่ถูกทรมานและฆ่าตายอย่างทารุณในคืนเข้าหอกระจายไปทั่วหล้า ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาแม้แต่คนเดียว

"ชิงเยว่ เจ้าต้องเห็นแก่ส่วนรวม" มู่เจิ้งเทียน ผู้นำตระกูลมู่ยืนเอามือไพล่หลัง ใบหน้าเฒ่าชรานิ่งสนิท ดวงตาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ "หากเจ้าไม่ไป ตระกูลมู่จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ทำลายสัญญาสงบศึก และคนที่จะต้องตายไม่ใช่แค่เจ้า แต่เป็นทุกคนในเมืองนี้"

"ท่านพ่อ! ท่านรักชื่อเสียงของตระกูลมากกว่าชีวิตของข้าหรือ!" มู่ชิงเยว่ตวาดลั่น "นั่นมันจอมมารโลหิตนะเจ้าคะ! ข้าไปก็มีแต่ตายกับตาย!"

จ้าวซูหลัน แม่เลี้ยงของนางแสร้งยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับหางตาพลางบีบน้ำตาคลอ "โถ... คุณหนูใหญ่ ข้าเข้าใจความกลัวของเจ้านะ แต่อวิ๋นหานลูกชายข้าก็ต้องนำทัพไปตรึงกำลังที่ชายแดน หากแดนมารอาละวาดขึ้นมา ทุกคนก็ต้องตายอยู่ดี เจ้าคิดเสียว่าเสียสละเพื่อตระกูลเถิด"

มู่อวิ๋นหาน พี่ชายต่างมารดายืนกอดอกอยู่มุมห้อง มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันเล็กน้อยก่อนจะปรับเป็นสีหน้าเห็นใจอย่างรวดเร็ว "พี่หญิง ท่านอย่าทำให้ท่านพ่อต้องลำบากใจเลย ราชโองการนี้ระบุชื่อท่านชัดเจน เลี่ยงไม่ได้หรอก"

"พวกเจ้า... พวกเจ้ามันสารเลว!" มู่ชิงเยว่ระเบิดอารมณ์ ร่างกายระทดระทวยจนเกือบจะล้มพับลงกับพื้น

ข้ารับใช้และบ่าวไพร่ต่างก้มหน้าเงียบ ไม่มีใครกล้าสอดปาก มีเพียงร่างโปร่งในชุดผ้าป่านสีซีดคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาประคองร่างของหญิงงามเอาไว้ทันท่วงที

"พี่หญิง..."

มู่ชิงเหยา คุณชายรองแห่งตระกูลมู่เอ่ยเรียกเสียงเบา มือเรียวบางที่ค่อนข้างซีดขาวเนื่องจากร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เยาว์วัยกระชับไหล่ของพี่สาวไว้แน่น เขาคือผู้ที่ถูกตราหน้าจากคนทั้งตระกูลว่าเป็นคนไร้พรสวรรค์ เป็นสวะที่ทำลายชื่อเสียงของหนึ่งในห้าตระกูลเซียนอย่างย่อยยับ มีเพียงมารดาผู้ล่วงลับที่เคยบอกว่าเขาไม่ใช่คนไร้ค่า และมีเพียงมู่ชิงเยว่ พี่สาวคนนี้เท่านั้นที่คอยกางปีกปกป้องเขาจากการถูกทุบตีและกลั่นแกล้งจากแม่เลี้ยงและพี่ชายต่างมารดามาโดยตลอด

"ชิงเหยา... พี่กลัว..." มู่ชิงเยว่ซุกหน้าลงกับไหล่ของน้องชาย ร่างกายสั่นสะท้านราวนกปีกหัก "พี่ไม่อยากตาย..."

มู่ชิงเหยามองใบหน้าที่ซูบซีดของพี่สาว ดวงตาเรียวรีฉายแววเจ็บปวดลึกซึ้ง เขารู้ดีว่าหากพี่สาวของเขาต้องไปที่หุบเขารัตติกาล นางไม่มีทางรอดชีวิตกลับมาแน่ ความอ่อนโยนและบอบบางของนางจะถูกกลืนกินในดินแดนที่เต็มไปด้วยซากศพแห่งนั้น

เขากวาดสายตามองบิดาที่ยืนนิ่งเฉย มองแม่เลี้ยงที่แอบยิ้มสะใจ และมองมู่อวิ๋นหานที่สายตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ความรู้สึกบางอย่างตกผลึกในอกอย่างรวดเร็ว

ชีวิตของข้า... ร่างกายที่อ่อนแอไร้ค่านี้ หากไม่มีพี่หญิงคอยปกป้อง คงตายไปนานแล้ว

"พี่หญิง ท่านดื่มน้ำชาสักหน่อยเถิด" มู่ชิงเหยายื่นจอกชาอุ่น ๆ ที่บ่าวเพิ่งยกมาวางให้แก่พี่สาว น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด

มู่ชิงเยว่ที่กำลังสติหลุดลอยรับจอกชาไปดื่มรวดเดียวด้วยความกระหายและเหนื่อยอ่อน โดยไม่ได้สังเกตเห็นประกายตาบางอย่างของน้องชาย

ไม่ถึงครึ่งก้านธูป ดวงตาของหญิงงามก็เริ่มปรือปรอย ร่างกายของนางโอนเอนก่อนจะพิงซบลงบนอกของมู่ชิงเหยาแล้วหลับสนิทไป น้ำชาจอกนั้นถูกผสมด้วยผงยานอนหลับชั้นดีที่มู่ชิงเหยาแอบเก็บสะสมไว้

"ชิงเหยา! เจ้าทำอะไรของเจ้า!" มู่เจิ้งเทียนตวาดลั่นเมื่อเห็นบุตรสาวสลบไป

มู่ชิงเหยาไม่ได้ตอบบิดา เขาวางร่างของพี่สาวลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม จัดแจงห่มผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนในตระกูล ดวงตาที่เคยดูอ่อนแอเด็ดเดี่ยวขึ้นมาอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น

"ราชโองการระบุว่าให้ส่ง 'บุตรของผู้นำตระกูลมู่' ไปสมรสเพื่อสงบศึกใช่หรือไม่" มู่ชิงเหยาเอ่ยถาม น้ำเสียงเรียบเรื่อย

"ใช่ แต่ในนั้นหมายถึงชิงเยว่!" จ้าวซูหลันแหวขึ้นมา

"ในราชโองการไม่ได้สลักชื่ออย่างเจาะจง มีเพียงคำว่าบุตรคนโตที่เกิดจากฮูหยินเอก" มู่ชิงเหยาสบตากับบิดาตรง ๆ "ข้ากับพี่หญิงเป็นฝาแฝด คลอดตามกันมาไม่ถึงหนึ่งเค่อ ข้าสวมชุดเจ้าสาว ปิดบังใบหน้า เดินขึ้นเกี้ยวไป ดินแดนมารย่อมแยกแยะไม่ออกในทันที"

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มู่เจิ้งเทียนเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง

"เจ้า... เจ้าจะแต่งแทนพี่สาวเจ้าหรือ?" มู่อวิ๋นหานถามพลางขมวดคิ้ว "เจ้าเป็นบุรุษ!"

"บุรุษแล้วอย่างไร? จอมมารต้องการตัวประกันเพื่อกดขี่ตระกูลมู่และฝ่ายเซียน ไม่ได้ต้องการสืบทอดทายาท" มู่ชิงเหยายกยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มปลงตกที่ดูงดงามแต่กลับชวนให้ใจหาย "หากข้าไป พี่หญิงรอด ตระกูลมู่รอด ฝ่ายเซียนได้ความสงบสุข ส่วนตัวข้า... ชีวิตที่พวกท่านตราหน้าว่าไร้ค่านี้ ยอมตายแทนพี่สาว ถือเป็นการตอบแทนค่าน้ำนมของตระกูลมู่"

มู่เจิ้งเทียนนิ่งอึ้งไป นัยน์ตาของผู้นำตระกูลสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความชั่งใจ หากส่งมู่ชิงเยว่ไป ตระกูลมู่จะสูญเสียหญิงงามที่เป็นตัวหมากสำคัญในการเกี่ยวดองกับสำนักใหญ่ แต่หากส่งมู่ชิงเหยาที่เป็นเพียงเศษสวะไร้ค่าไป... นอกจากจะไม่เสียดายแล้ว ยังสามารถรักษาข้อตกลงได้เช่นกัน

"ท่านพี่... แผนนี้ก็ไม่เลวนะเจ้าคะ" จ้าวซูหลันรีบกระซิบบอกสามี "กำจัดเสี้ยนหนามไปได้คนหนึ่ง แถมชิงเยว่ยังอยู่ช่วยตระกูลเราได้อีก"

มู่เจิ้งเทียนหลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยความเด็ดขาด "ขัดสีฉวีวรรณให้เขา เปลี่ยนชุดซะ อย่าให้พวกมารจับพิดได้ก่อนออกจากเมือง"

ไม่มีคำคัดค้าน ไม่มีคำลาอันอบอุ่นจากผู้เป็นพ่อ มู่ชิงเหยาถูกบ่าวรับใช้พยุงตัวไปที่ห้องข้าง ๆ ชุดเจ้าสาวสีแดงชาดตัวหนาหนักถูกสวมทับลงบนเรือนร่างโปร่งบาง เครื่องประดับทองคำแท้และหยกแดงถูกจัดแต่งลงบนเส้นผมสีดำขลับที่รวบขึ้นอย่างประณีต ใบหน้าของเขาถูกแต้มแต่งด้วยเครื่องประทินผิวจนดูงดงามล่มเมือง แม้จะเป็นบุรุษ แต่โครงหน้าของเขาที่ละม้ายคล้ายมารดาและพี่สาวทำให้เมื่อสวมผ้าคลุมหน้าสีแดงปักลายมงคลแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดให้จับผิดได้เลย

เมื่อแต่งกายเสร็จสิ้น มู่ชิงเหยายืนส่องกระจกเงาทองเหลือง เขามองภาพสะท้อนของตัวเองในชุดสีชาดจัดจ้า มือเรียวหยิบขลุ่ยหยกขาว—สิ่งดูต่างหน้าชิ้นเดียวของมารดา ซ่อนไว้ในแขนเสื้อกว้างอย่างมิดชิด

"คุณชายรอง... เกี้ยวปีศาจมารอที่หน้าประตูจวนแล้วขอรับ" เสียงบ่าวรับใช้สั่นเครือด้วยความกลัวแจ้งขึ้นที่หน้าห้อง

"อืม"

มู่ชิงเหยาสูดหายใจเข้าลึก หมุนตัวเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย

ด้านนอกจวนตระกูลมู่ ท้องฟ้าเหนือนครเมฆาครามกลับมืดสลัวลงอย่างกะทันหัน ลมพายุหมุนพัดกรรโชกพาเอากลิ่นอายทมิฬสีดำสนิทลอยล่อง เกี้ยวหลังใหญ่สีแดงสดราวกับย้อมด้วยโลหิตมนุษย์ลอยอยู่เหนือพื้นดินเล็กน้อย โดยมีข้ารับใช้แดนมารในชุดเกราะทมิฬสี่ตนยืนนิ่งเป็นผู้แบกเกี้ยว ดวงตาของพวกมันส่องประกายสีแดงก่ำไร้ความรู้สึก

มู่ชิงเหยาก้าวข้ามธรณีประตูจวน ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดง เขามองเห็นเพียงพื้นดินและปลายรองเท้าของตนเอง ลมหนาวจากแดนมารพัดผ่านร่างจนเขาสั่นสะท้าน แต่ฝีเท้ากลับยังคงมั่นคง

"เชิญฮูหยินน้อยขึ้นเกี้ยว" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของข้ารับใช้มารดังขึ้น

มู่ชิงเหยาไม่ได้พูดสิ่งใด เขาเอื้อมมือเรียวบางไปจับขอบประตูเกี้ยวแล้วก้าวขึ้นไปนั่งด้านในอย่างสงบ ทันทีที่เขานั่งลง ม่านเกี้ยวสีแดงหนาทึบก็ปิดสนิทลงทันที พร้อมกับตัวเกี้ยวที่ยกตัวขึ้นสูงและเคลื่อนที่ออกไปด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ

ฟู่... วู้ว...

เสียงลมหวีดหวิวบาดแก้วหูดังประสานกับเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณเร่ร่อนภายนอก บ่งบอกว่าเกี้ยวหลังนี้ได้ก้าวข้าม "ประตูสามภพ" เข้าสู่เขตแดนของหุบเขารัตติกาลแล้ว อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนกลายเป็นหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก

ภายในเกี้ยวที่มืดสลัว มู่ชิงเหยานั่งนิ่งราวกับรูปสลัก มือเรียวทั้งสองข้างประสานกันอยู่บนตัก กระชับผ้าคลุมหน้าสีแดงแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว หัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำในอกด้วยความกลัวตามสัญชาตญาณมนุษย์ ความอ้างว้างและกลิ่นอายแห่งความตายรอบตัวทำให้เขาหายใจลำบาก

จอมมารโลหิต... ผู้ฆ่าคนไม่กระพริบตา

ข้าจะถูกทรมานอย่างไรบ้างนะ? จะถูกตัดหัว หรือถูกควักดวงวิญญาณมาหลอมเป็นอาวุธมารกันแน่?

ความคิดฟุ้งซ่านประดังประเดเข้ามา ทว่าเมื่อนึกถึงใบหน้าร่ำไห้ของพี่สาว มู่ชิงเหยาก็ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกซ้ำ ๆ เขากำขลุ่ยหยกขาวในแขนเสื้อแน่นขึ้น ความกลัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความปลงตก หากต้องตายในคืนนี้ อย่างน้อยเขาก็ได้ทำประโยชน์ให้แก่ผู้ที่มีพระคุณที่สุดในชีวิตแล้ว

"ท่านแม่... ลูกกำลังจะไปหาท่านแล้ว" เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ในความมืด

เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบได้ ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของพายุคลั่ง เกี้ยวปีศาจพลันกระตุกวูบก่อนจะหยุดลงกะทันหันอย่างรุนแรงจนร่างของมู่ชิงเหยาเกือบจะถลันไปข้างหน้า

ตึง!

เสียงอาวุธหนักกระแทกพื้นดินดังสนิท ตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องอย่างทรงพลังของทหารมารภายนอก

"น้อมรับท่านจอมมาร!"

หัวใจของมู่ชิงเหยากระตุกวูบ ตัวแข็งทื่อในทันที เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งกำลังก้าวเดินตรงมายังเกี้ยวที่เขานั่งอยู่ กลิ่นอายกดดันมหาศาลปานจะถล่มฟ้าทลายดินแผ่ซ่านเข้ามาในเกี้ยวจนมู่ชิงเหยารู้สึกเหมือนมีศิลานับหมื่นชั่งทับอยู่บนอก ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุม

เขามาแล้ว... จอมมารเยี่ยนอวี้เซวียน

มู่ชิงเหยาสูดหายใจเข้าลึก หลับตาลงภายใต้ผ้าคลุมหน้า มือเรียวปล่อยออกจากขลุ่ยหยกขวาง เปลี่ยนมากำหมัดแน่น เตรียมใจรับดาบหรือพลังมารที่จะแทงทะลุเกี้ยวเข้ามาปลิดชีวิตตนในวินาทีนี้

ทว่า... ไม่มีเสียงอาวุธตัดผ่านอากาศ

ฟุ่บ...

ผ้าม่านเกี้ยวสีแดงชาดกลับถูกเลิกขึ้นอย่างแผ่วเบาและเงียบเชียบ สายลมหนาวภายนอกพัดโชยเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายหอมจาง ๆ ของดอกโบตั๋นรัตติกาล และกลิ่นอายโลหิตอ่อน ๆ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

ผ่านผ้าคลุมหน้าสีแดงผืนบาง มู่ชิงเหยามองเห็นรองเท้าบูตหนังสีดำปักดลวดลายมังกรทองขยับเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเกี้ยวอย่างเงียบงัน ก่อนที่มือใหญ่หนาที่เต็มไปด้วยร่องรอยของศึกสงครามจะยื่นเข้ามาในเกี้ยว หงายฝ่ามือขึ้นตรงหน้าเขาคล้ายกับกำลังรอคอย...

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
4 Chapters
ตอนที่ 1: เกี้ยวแดงแทนคุณ
ตอนที่ 1: เกี้ยวแดงแทนคุณบรรยากาศภายในจวนตระกูลมู่แห่งเมืองเมฆาครามหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยขุนเขา กลิ่นอายมงคลสีชาดที่ประดับประดาไปทั่วทั้งโถงเรือนไม่ได้ช่วยให้ความโศกเศร้าเบาบางลง ตรงกันข้าม มันกลับคล้ายกับลานประหารที่ถูกย้อมด้วยสีเลือด เสียงสะอื้นไห้ของบ่าวไพร่ดังระงมมาตั้งแต่รุ่งสาง สลับกับเสียงกรีดร้องปานจะขาดใจของสตรีผู้หนึ่ง"ไม่... ข้าไม่แต่ง! เหตุใดต้องเป็นข้า!"เพล้ง!แจกันหยกเนื้อดีถูกปัดตกแตกกระจายเต็มพื้นห้องหอ มู่ชิงเยว่—หญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองเมฆาครามในชุดเจ้าสาวสีแดงปักลวดลายหงส์ทองงดงาม ล้มพับอยู่บนเตียงกว้าง เนื้อตัวสั่นเทาจนเครื่องประดับทองบนศีรษะส่งเสียงกระทบกันกรุ๋งกริ๋ง ใบหน้าที่เคยหมดจดงดงามบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดราชโองการทมิฬจากหุบเขารัตติกาลวางนิ่งอยู่บนโต๊ะอักษร ตัวอักษรสีทองแกมโลหิตเด่นชัดจนน่าขวัญผวา จอมมารเยี่ยนอวี้เซวียน ผู้มีฉายาจอมมารโลหิตประกาศกร้าว สั่งให้ตระกูลมู่ส่งตัวบุตรสาวคนโตไปเป็นเจ้าสาวคนที่สิบ เพื่อเป็นข้อตกลงในการสงบศึกระหว่างฝ่ายเซียนและแดนมาร ข่าวลือเรื่องเจ้าสาวทั้งเก้าคนก่อน
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 2: ผิดบทบาทที่หุบเขารัตติกาล
ตอนที่ 2: ผิดบทบาทที่หุบเขารัตติกาลเสียงล้อเกี้ยวบดไปกับกรวดหินหยุดลงชะงัก พร้อมกับความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหวีดหวิวภายนอกมู่ชิงเหยานั่งนิ่งอยู่ภายในเกี้ยวเจ้าสาว มือทั้งสองข้างที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อชุดสีมงคลกำเข้าหากันจนปลายนิ้วซีดขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบา คอยเงี่ยหูฟังเสียงภายนอกอย่างระแวดระวัง ในหัวจินตนาการถึงภาพความโหดร้ายของหุบเขารัตติกาลตามที่เคยได้ยินมา ซากศพมนุษย์ที่กองเป็นพะเนิน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง และจอมมารโลหิตเยี่ยนอวี้เซวียนผู้กระหายเลือดคนนั้น...เขากำลังจะถูกลากลงไปฉีกเนื้อเป็นชิ้น ๆ หรือไม่?ตระกูลมู่ผลักไสเขามาที่นี่เพื่อเป็นตัวตายตัวแทนของพี่ใหญ่ มู่ชิงเยว่... หญิงงามอันดับหนึ่งที่จอมมารเจาะจงเลือก แต่ในเมื่อเขาเป็นเพียงคนไร้ค่าของตระกูล การตายเพื่อรักษาชีวิตอัจฉริยะของตระกูลไว้ ย่อมเป็นสิ่งที่บิดาเห็นชอบมู่ชิงเหยาสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงยอมรับชะตากรรมฟุ่บ.ผ้าม่านเกี้ยวถูกเลิกขึ้นอย่างแรงจนลมสายหนึ่งพัดเข้ามาปะทะใบหน้ามู่ชิงเหยาสะดุ้งเล็กน้อย ร่างกายเกร็งโดยสัญชาตญาณ เขารอคอยกลิ่นคาวเลือดหรือเสียงคำรามของสัตว์ร้าย... ทว่า สิ่งที่พัดเข้ามากลั
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 3: ราตรีสีชาด
ตอนที่ 3: ราตรีสีชาดภายในห้องหออันกว้างขวางของตำหนักอสูรทมิฬ เงียบสงัดจนได้ยินเสียงถ่านในกระถางอุ่นโชยกลิ่นกำยานหอมจาง กลิ่นของมงคลปนเปกับกลิ่นอายมารอันเข้มข้นที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ มู่ชิงเหยานั่งนิ่งอยู่บนเตียงกว้าง ร่างโปร่งในชุดมงคลสีแดงปักลวดลายเมฆามารดิ้นทองสั่นเทาเล็กน้อย มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นอยู่บนตักจนข้อนิ้วขาวซีด ผ้าคลุมหน้าสีแดงสดบดบังทัศนียภาพทั้งหมด มีเพียงแสงเทียนมงคลคู่หนาที่ส่องทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาเป็นสีส้มสลัวเสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าราบเรียบดังขึ้นจากหน้าประตู แต่ละก้าวที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทำให้น้ำหนักบนแผ่นอกของมู่ชิงเหยาเพิ่มขึ้นจนแทบหายใจไม่ออกเยี่ยนอวี้เซวียนหยุดยืนเบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่กำยำทอดเงาทาบทับร่างที่เล็กกว่าจนมิด นัยน์ตาสีแดงฉานดั่งโลหิตคู่นั้นกวาดมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนที่มือหนาจะยื่นออกไปจับขอบผ้าคลุมหน้า แล้วเลิกมันขึ้นช้า ๆมู่ชิงเหยาหลับตาปี๋ทันที ใบหน้าหวานซีดเผือด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ความหวาดกลัวต่อเกียรติศัพท์ของ ‘จอมมารโลหิต’ ผู้ล่มสวรรค์ทำให้เขาสติแทบหลุดลอย ความเงียบที่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้าคล้ายลิ่มที่ตอกลึกซ้ำ ๆ ใ
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 4: สามีสายเปย์และสวนผักจำแลง
ตอนที่ 4: สามีสายเปย์และสวนผักจำแลงแสงสว่างยามเช้าของแดนมารไม่ได้เจิดจ้าเหมือนเมืองเมฆาคราม มันเป็นเพียงแสงสีเงินสลัวที่ลอดผ่านม่านหมอกหนาทึบเข้ามาทางหน้าต่างบานโต มู่ชิงเหยาขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกระบมไปทั้งร่าง บาดแผลและรอยช้ำจากการเคี่ยวกรำเมื่อคืนวานทำให้เขานิ่วหน้า ค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้าง ทว่าเมื่อเขาก้มลงสำรวจตัวเองกลับต้องเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจร่องรอยบาดเจ็บจากการลงทัณฑ์และไอระเหยของพลังมารที่เคยกัดเซาะผิวเนื้อจนแสบร้อน บัดนี้กลับเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรโบราณที่ซึมซาบอยู่บนผิว กายที่เคยหนักอึ้งกลับเบาสบายอย่างน่าอัศจรรย์มู่ชิงเหยาหันไปมองข้างกาย ที่ว่างบนฟูกนอนยังคงหลงเหลือไออุ่นจาง ๆ แต่ไร้เงาของจอมมารผู้เป็นเจ้าของตำหนัก เยี่ยนอวี้เซวียนไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว และไม่มีการบังคับขู่เข็ญให้เขาต้องออกไปปรนนิบัติในฐานะฮูหยินอย่างที่เคยหวาดหวั่น มีเพียงชุดผ้าไหมเนื้อดีสีฟ้าครามที่พับวางไว้ให้อย่างเรียบร้อยที่หัวเตียงหลังจากจัดการแต่งกายและล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย มู่ชิงเหยาก็ก้าวเดินออกไปด้านนอกตำหนักอสูรทมิฬ บรรยากาศรอบกายเงีย
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status