LOGINผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็มีข้าวมาส่งฉันเลยเอาไปใส่จานส่วนนายนั้นก็ลุกไปอาบน้ำแต่ฉันว่าวิ่งผ่านน้ำมากกว่าไม่ถึงสิบนาทีเขาก็ออกมาเล่นเกมส์ต่อแล้ว แต่จะทำอะไรมันก็สิทธิ์ของเขา ก็อย่างที่เขาพูดนี่มันห้องเขา
“ อ่ะ ของนาย ” ฉันวางจานลงตรงหน้าเขา และดูเหมือนเขาจะเล่นเกมเสร็จพอดีมั้งถึงวางเกมลง แล้วมานั่งกินข้าว จริงๆมันก็มีโต๊ะให้นั่งกินอยู่นะที่โซนครัว แต่ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องมานั่งกินข้าวกันตรงหน้าทีวี
“ นายไม่ชอบกินหรอ ” ฉันถามออกไปเสียงอ่อน
ฉันสั่งคะน้าหมูกรอบไปทั้งสองกล่องเลยก็ไม่รู้จะสั่งอะไรให้เขาดี
ส่วนฉันอยากกินคะน้าหมูกรอบเลยสั่งมา และที่ถามก็เพราะเห็นเขาเอาแต่มองจานแต่ไม่กินสักที แล้วฉันที่เป็นผู้อาศัยจะกล้ากินก่อนได้ไง
“ ..... ” และสิ่งที่ฉันได้ก็คือสายตานิ่งๆที่ตอบกลับคำถามนั้นมา
“ ฉันถามนายแล้วนะว่าจะกินอะไร ” ก่อนหน้านี้ฉันก็พยายามที่จะถามแล้วนะแต่เขาก็เอาแต่ทำหน้าหงุดหงิด แล้วก็บอกว่ารำคาญๆใส่ฉันตลอด พอเรื่องออกมาเป็นแบบนี้คนผิดจะเป็นใครไปได้ ก็ต้องเป็นฉันอีกไงที่ผิด
“ จะบอกว่าฉันผิด ? ” ฉันไม่รู้จะรับมือกับผู้ชายคนนี้ยังไงดีแล้วนะ
“ .... ” ฉันได้แต่นั่งก้มหน้ากัดปากแล้วก็จิกมือของตัวเอง และนี่คงจะเป็นอีกนิสัยนึงของฉันที่เมื่อรู้สึกผิดหรืออะไรที่แย่ๆที่ฉันทำลงไปแบบไม่ตั้งใจ และผลมันก็ออกมาไม่ดี ฉันมักจะก้มหน้าแล้วกัดปากตัวเอง
“ จะกัดปากตัวเองทำไมวะ ” อึก !
“ ฉันพูดสักคำยัง ว่าแดกไม่ได้ ” แล้วเขาก็ตักข้าวพร้อมกับหมูเข้าปากแล้วก็เคี้ยวๆ มันทำให้ฉันยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ฉันเลยตักข้าวเข้าปากตัวเองบ้าง เอิ่มม ร้านนี้เขาทำอร่อยดีแฮะ
“ นายไม่กินผักหรอ ” กินข้าวกันไปสักพักฉันก็แอบเห็นว่าเขาเขี่ยๆผักออกตลอด แต่เขาก็เงียบไม่ตอบอะไรกลับมา ฉันเลยเลิกสนใจแล้วกินของตัวเองต่อ
“ ผักขม ”
“ หื้มม นายเรียกฉันหรอ ” ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัยว่าเขามีอะไรรึเปล่า
“ ฉันบอกว่าผักขม ทำไมเธอชื่อผักขมรึไง ” เขาก็ตอบกลับมาด้วยท่าทีกวนๆ คือเขาแค่จะบอกว่าผักมันขมแต่ไม่ได้เรียกชื่อฉัน
“ อื้ม จริงๆแล้วฉันก็ชื่อผักขมนะ ” ฉันก็ตอบกลับไปยิ้มๆ
“ คนอะไรวะชื่อผักขม แปลกฉิบหาย ”
“ ไม่ต้องมาย้ำ รู้ว่าชื่อฉันมันแปลก ” ฉันรู้ รู้มาตลอดว่ามันแปลกแต่ชื่อนี้แม่ฉันตั้งให้เลยนะ ถึงมันจะแปลกแต่มันก็คงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกว่ามีแม่อยู่ใกล้ๆ
“ จะทำอะไร ” เขานี้ก็แปลกคนนะถามมาได้ก็เห็นๆอยู่ว่าฉันทำอะไร ถ้าฉันจะตอบกลับไปว่ามีตามองไม่รู้หรอว่าฉันกำลังทำอะไร ฉันจะโดนเขาฆ่าแล้วอำพรางศพไว้ในตู้เย็นจริงๆไหมนะ
“ ก็นายไม่กินผักไม่ใช่หรอ ” ฉันพูดไปก็ค่อยๆเขี่ยผักในจานเขาเอามาไว้ในจานตัวเอง
“ อ่ะ แลกกัน : ) ” แล้วฉันก็ตักเอาหมูกรอบในจานฉันไปให้เขา ฉันกินผักได้สบายมากคงจะเพราะฉันชื่อผักขมด้วยมั้งไม่ว่าผักอะไรฉันก็กินได้หมดไม่มีปัญหาชอบกินมากกว่าด้วยซ้ำ
“ ถึงชื่อแปลก แต่ก็...น่ารักดี ”
“ ห้ะ เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ ” ก็เขาพูดเบาเหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่า แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกับมา ฉันไม่อยากเซ้าซี้เลยปล่อยผ่านไปแล้วกัน
“ เออ!! จริงดิ แล้วนายชื่ออะไรอ่ะ ” ฉันกินต่อจนเกือบจะหมดจานแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าฉันยังไม่รู้จักชื่อเขาเลย เจอกันมาตั้งสองครั้ง เขาเสี่ยงชีวิตมาช่วย ได้มานอนกับเขา เอ่อ หมายถึงมานอนห้องเขาแล้วแต่ยังไม่รู้ชื่อเขาเลย
“ บัลลังก์ ” เขาตอบออกมาเสียงเรียบแล้วตักข้าวเข้าปากไป ชื่อบัลลังก์หรอ ชื่อเท่ชะมัด
“ ชื่อนายเท่อ่ะ ” แล้วตัดภาพมาดูชื่อฉัน เห้อออ
“ คิดแบบนั้น ? ” เขาเลิกคิ้วถามฉัน
“ ใช่ มันเท่จริงๆนะ ” จริงๆนะฉันไม่ได้แกล้งอวย
“ หึ ”
หลังจากที่กินข้าวกันเสร็จแล้วฉันก็รับบทเป็นผู้อาศัยที่ดีโดยการเอาจานทั้งของฉันและบัลลังก์ไปล้าง แล้วก็กวาดทำความสะอาดห้องนิดหน่อย จริงๆห้องของเขาก็ค่อยข้างที่จะสะอาด สะอาดจนฉันก็แอบตกใจนิดหน่อยแต่คงจะมีแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดให้ละมั้ง
“ เย็นนี้ไปเก็บของห้องเธอ ” อยู่ ๆบัลลังก์ก็พูดขึ้นมาแต่วันนี้หรอ?
“ วันนี้คงไม่ได้ ฉันต้องทำงาน ” เมื่อวานฉันหยุดแล้ววันนี้มันเลยเป็นเวรของฉัน
“ ทำงาน ? ” บัลลังก์เขาจะทำหน้าสงสัยอะไรหนักหนา
“ จริงๆนายไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้นะ ฉันว่าพวกเขาคงไม่มายุ่งกับฉันแล้วละเจอไปขนาดนั้น ” ฉันว่าฉันไม่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่กับบัลลังก์หรอก พวกนั้นก็เจอไปตั้งขนาดนั้นคงไม่กล้าแล้ว
“ หึ เธอคงรู้จักพวกมันไม่ดีพอ ” ไม่ดีพอคืออะไร
“ แล้วหยุดวันไหน ”
“ วันพุธ ” แล้วฉันจะไปตอบคำถามเขาทำไม
“ งั้นก่อนไปทำงานก็ไปเอาเท่าที่จำเป็นก่อน ” นี่เขาได้ฟังฉันบ้างไหมว่าไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ แล้วจะให้ฉันย้ายมาอยู่กับผู้ชายที่พึ่งเจอกันแค่สองครั้งนี้นะจะต้องให้ฉันรู้สึกยังไง
“ ฉันขอเวลาคิดก่อนได้ไหม ” ในเมื่อมันดูไม่มีทางเลือกอะไรมากฉันก็ขอเวลาคิดก่อนเผื่อจะเจอทางออกอื่น และฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ฉันเจออยู่มันคืออะไร
“ คิด? เธอจะคิดอะไร ” คิดว่านายจะหลอกฉันไหมไง ไอฝั่งนู้นมันก็ดูน่ากลัวนะแต่คนเรามันจะมาทำร้ายกันเพราะอีแค่เห็นเกียร์เส้นเดียวแล้วเอาไปตีเป็นตุเป็นตะแบบนั้นได้เลยรึไง ส่วนบัลลังก์เขาก็มาช่วยฉันเอาไว้แต่นิสัยเขามันก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกนั้นสักเท่าไหร่แล้วจะไม่ให้คิดหน่อยหรอ
“ นายจะไม่ให้ฉันคิดหน่อยรึไง ในเมื่อฉันแทบจะไม่รู้อะไรเลย นอกจากนายกับพวกนั้นตีกัน ” และตีกันเพราะอะไร เพราะฉันที่มีสร้อยเกียร์ของบัลลังก์ หรือเพราะฉันไปทำอะไรที่ไม่พอใจ หรือมันคือเรื่องบ้าอะไร โอ้ย!!! คิดแล้วก็ปวดหัว ชีวิตฉันมันก็ไม่ได้ดีมาตั้งแต่แรกแต่จะให้แย่กว่านี้ฉันก็คงจะรับไม่ไหวเท่าที่เป็นอยู่ฉันก็แทบจะเอาตัวรอดไม่ไหวแล้ว
“ งั้นก็คิดให้ดีแล้วกัน จะรอดหรือตายมันก็อยู่ที่เธอ ” บัลลังก์พูดแล้วก็เดินผ่านหน้าฉันไป นี่มันคือคำอวยพรรึไง คนบ้าอะไร ถ้าพูดอะไรที่มันสร้างสรรค์ไม่ได้ก็ไม่ควรพูด
.
.
.
ฉันตกอยู่ในความคิดที่บัลลังก์พูดทิ้งไว้ จะรอดหรือตาย มันอยู่ที่ฉันหรอ มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือต้นเหตุของเรื่องนี้ ฉันยังประติดประต่อเรื่องไม่ติด ฉันเก็บเกียร์ของบัลลังก์ แล้วไปชนพวกเด็กนักศึกษาวิศวะกลุ่มนั้น แล้วพวกนั้นก็มาหาเรื่องฉัน แล้วบัลลังก์ก็มาช่วย อะไรคือคีย์เวิร์ดของเรื่องนี้ แล้วมันจะร้ายแรงจนทำให้ฉันถึงตายได้เลยจริงๆหรอ
“ หรือแค่ขู่ ” บัลลังก์อาจจะแกล้งขู่ฉันเล่นๆก็ได้มั้ง
“ โต๊ะ 8 มองเธอตลอดเลยว่ะผักขม ” โต๊ะแปด ? ฉันเลยหันไปมองอย่างที่ต้าร์บอก
“ เสน่ห์แรงเหมือนกันนะเธอ ” ต้าร์มันพูดแล้วตบไหล่ฉันเบาๆแล้วเดินเข้าไปรับออเดอร์จากลูกค้าโซนที่มันรับผิดชอบอย่างอารมณ์ดี
ผิดกับฉันที่ตอนนี้แขนขาแทบไม่มีแรง
‘ คิดให้ดีแล้วกัน จะรอดหรือตายมันก็อยู่ที่เธอ ’ ฉันรู้สึกว่าคำพูดของบัลลังก์มันอาจจะไม่ใช่แค่คำขู่แล้วก็ได้
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาการปวดหัวก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ไม่น่าเลยผักขม ไม่น่ากินเข้าไปเลย ปวดหัวชะมัด" อ้ะ " พอเริ่มขยับตัวฉันก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนนั้นและรู้สึกเหมือนมีอะไรอย่าตรงน้องสาวฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาและพบกับภาพบรรยากาศมันแตกต่างไปจากเดิม ฉันพยายามมองไปรอบๆห้องว่าที่นี้มันคือที่ไหนและมันเกิดอะไรขึ้น" ห้องนอนบัลลังก์ " ใช่นี่มันห้องนอนของบัลลังก์ฉันจำได้แล้วทำไม" อื้ออ " ก่อนความคิดของฉันจะไปไหนต่อก็มีเสียงที่ดังมาจากด้านหลังพร้อมกับการกระชับตัวฉันให้แน่นขึ้นและภาพทุกอย่างมันก็ค่อยๆไหลเข้ามา ไม่จริงๆมันอาจจะเป็นความฝันก็ได้ ฉันก้มลงมองตัวเองก็รู้ว่ามันไม่ใช่ความฝัน ทั้งฉันและบัลลังก์กำลังนอนเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่อยู่บนเตียง ฉันพยายามตั้งสติของตัวเองไม่ให้เตลิดไปไกลกว่านี้แล้วพยายามแกะมือของบัลลังก์ออกอย่างเบามือที่สุด ไม่นานมันก็ออกจนได้ ถึงเจ้าตัวจะรู้สึกรำคาญที่มีคนรบกวนเวลานอนก็ตาม" อึก " ฉันกลั้นเสียงไม่ให้มันดังออกมา ทันทีที่เท้าฉันแตะพื้นความเจ็บก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ฉันข่มความเจ็บเอาไว้แล้วเดินไปหยิบเสื้อของบัลลังก
สวบบบ !!! " กรี๊ดดดด "" ไอฉิบหาย "ผมก้มลงมองจุดที่เชื่อมกันอยู่มันมีเลือดสีแดงสดที่ซึมออกมา จริงๆก็แอบคิดนะว่าผักขมอาจจะซิงแต่ก็คิดว่าคงไม่ซิงเหมือนกันเพราะเกิดมาอายุก็ขนาดนี้แล้วจะไม่เคยเลยสักครั้งมันก็ไม่น่าจะใช่ แต่พอมาเจอแบบนี้แม่งไม่อยากจะเชื่อว่าผมจะเป็นคนแรก เกิดมาผมก็พึ่งจะเคยเปิดซิงยัยนี่คนแรก" อะ.... เอาออกไป เจ็บ " ผักขมพยายามจะผลักตัวผมออก แต่โทษทีว้ะ" มาขนาดนี้เอาออกก็โง่ดิว้ะ " เรื่องมันมาถึงขนาดนี้จะให้ผมเอาออกเพื่อฆ่าตัวเองได้ยังไง" ฉันเจ็บบัลลังก์ " ผักขมก็ร้องออกมาอีกครั้ง“ เออ! รู้แล้ว คิดว่าเจ็บคนเดียวรึไง ” " อย่าเกร็งดิว้ะ ฉันขยับไม่ได้ " ผมเข้าใจว่าครั้งแรกมันเจ็บแล้วมาเจอขนาดอย่างผมเข้าไปอีกมันก็ยิ่งเจ็บ แต่มันไม่ใช่แค่เธอไงว้ะ ผมก็เจ็บแม่งเล่นเกร็งจนผมขยับไม่ได้ ลูกชายผมมันก็ปวดตามไปด้วย จนผมต้องโน้มตัวขึ้นไปจูบเพื่อให้ผักขมผ่อนคลายถ้าเธอยังเกร็งอยู่แบบนี้ทั้งผมทั้งเธอจะตายกันหมดจ๊วบ จ๊วบผมใช้ทั้งปากที่ดูดดึงปากของผักขมและมือที่บีบหน้าอกเธอเพื่อให้เธอมีอารมณ์ร่วมกับผมไปด้วย เมื่อเห็นว่าผักขมผ่อนคลายขึ้นผมเลยใช้มือแยกขาเธอออกให้กว้างขึ้นเพื่อให้ผมได้อ
-คอนโดบัลลังก์-“ เดินดีๆดิว่ะ ” ผมก้มลงไปดุคนที่อยู่ในอ้อมกอด แม่งก็เล่นเดินไปข้างหน้าสามก้าวถอยหลังสองก้าวแบบนี้เมื่อไหร่มันจะถึง แล้วตอนนี้ผมก็เริ่มจะหงุดหงิดแล้วด้วย“ อื้อ ดุอีกแล้ว ดุเหมือนหมาเลย ” เหอะ ยัยนี้เมาแล้วกล้าขึ้นเยอะเลยว่ะ กล้าด่าผมว่าเป็นหมาเลย“ แล้วอยากโดนหมากัดไหมละ ” แม่งจะกัดให้ปากเปื่อยเลย“ คิคิ ครายยเขาจะอยากโดนกัด เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย ” ผักขมหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วก็บ่น มันคงจะถึงเหอะเล่นเดินอยู่แบบนี้ ผมเลยตัดสินใจอุ้มผักขมขึ้นแล้วเดินเข้าลิฟท์ไปฟึด ฟึดไม่นานลิฟท์ก็ขึ้นมาถึงชั้นที่ผมอยู่ ผมก็รีบเดินให้ถึงห้องแต่ระหว่างนั้นผักขมก็ใช้จมูกมาดมๆตรงซอกคอผม แม่ง จะรู้ไหมว่ะว่าที่ทำอยู่มันกำลังทำให้ผมหมดความอดทน“ อยู่นิ่งๆดิว่ะ ” ผมว่าผักขมอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆว่าเธอลงบนโซฟา ก็ที่ประจำของผักขมนั้นแหละ จะหาว่าผมใจร้ายให้ผู้หญิงนอนโซฟาก็ได้ เพราะผมก็ไม่ใช่คนใจดีอยู่แล้วที่ยอมให้มาอยู่ด้วยก็ใจดีมากเกินพอแล้ว ปกติผมไม่ชอบให้ใครมาอยู่ในที่ส่วนตัวนอกจากเพื่อนผม“ อ่าาา ปวดหัวจัง ” นิ่งไปได้สักพักผักขมก็บิดตัวแล้วพึมพำออกมา“ แม่งไม่รู้จะโทษใครเลยไอสัส ” จะด่าไอสงคร
“ นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว ” พอเดินมาถึงโต๊ะเสียงของสงครามก็ดังขึ้นมาก่อนเลย“ หึ ไม่มาได้มั้ง มึงเล่นโทรจิกเป็นเมียมันขนาดนั้น ” และเสียงของเก้าทัพก็ตามมา สองคนนี้เถียงกันได้ตลอดจริงๆซินะ“ แต่งตัวมาน่ารักมากเลยผักขม ” “ อ๋อ....เอ่อ ขอบคุณนะ ” ฉันไม่รู้จะตอบกลับสงครามไปยังไงดี ก็เล่นพูดออกมาตรงๆแบบนั้นฉันเลยคิดคำตอบได้แค่นี้แล้วยิ้มให้สงครามไป“ อยากตาย ? ” บัลลังก์พูดแล้วกระตุกให้ฉันนั่งลงข้างๆเขา ฉันไปทำอะไรให้บัลลังก์ไม่พอใจอีกแล้วละ“ อ่ะ ! ” นั่งได้ไม่นานสงครามก็ยื่นแก้วมาที่ฉันและบัลลังก์“ มาช้าก็ต้องโดนลงโทษ หมดแก้วครับ ” สงครามพูดและยิ้มไปด้วย แต่ฉันนี่ซิยิ้มไม่ออก ฉันดื่มได้นะ แต่ฉันไม่ได้คอแข็งอะไรขนาดนั้นไง ปกติฉันจะเป็นสายจิบ ไม่ก็ค็อกเทลสองสามแก้ว หรือไม่ก็ไม่แตะเลย“ เร็วดิ วันเกิดกูนะเว้ยไอสัส ” เหมือนสงครามจะพูดกดดันบัลลังก์นะ แต่มันก็ดูกดดันฉันไปในตัวด้วย“ เออ ” อึก อึก ปึก !บัลลังก์ยกแก้วที่มีน้ำสีอำพันที่เกือบเต็มแก้วลงคอไปไม่นานมันก็หมด แล้วกระแทกแก้วลงบนโต๊ะ เลยทำให้สงครามเลื่อนสายตามามองฉันต่อ เหมือนบอกกลายๆว่าถึงตาฉันต้องดื่มเข้าไปแล้ว เห้อ เอาว่ะผักขมก
“ ให้มันน้อยๆหน่อยไอบรรลัย ”“ หึ ” ฉันหลุดขำออกมากับชื่อที่สงครามใช้เรียกบัลลังก์ ฉันว่ามันก็ฟังดูเข้ากับเขาดีนะ บรรลัย“ ขำอะไร ” แต่คนที่ดูจะไม่ชอบน่าจะเป็นบรรลัย เอ๊ย บัลลังก์ ดูดิมองหน้าฉันเหมือนจะบีบคอให้ฉันตายตรงนี้เลย“ ก็เปล่านิ ” ฉันตอบไปนิ่งๆทั้งที่ในใจยังคงพยายามกลั้นขำอยู่ คิดได้ไงนะสงคราม“ แยกกันเลยไหม ” เก้าทัพถามออกมา“ เออ แยกเลย ” บัลลังก์ก็เป็นคนตอบคำถามนั้นตามด้วยสงคราม แล้วก็ออกศึกที่พยักหน้าตอบรับ ออกศึกเขาจะไม่พูดอะไรออกมาเลยรึไง อยากฟังเสียงเขา“ คืนนี้ห้ามเบี้ยวนัดนะเว้ย ” แต่ก่อนจะแยกย้ายกันก็ไม่วายที่สงครามจะพูดย้ำออกมา คืนนี้พวกเขานัดไปทำอะไรกันละมั้ง“ เออ ย้ำเป็นยาหลังอาหารเลยนะมึง ” เก้าทัพก็เป็นคนตอบกลับไป ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะชอบเถียงกันนะ“ ก็กูกลัวพวกมึงเบี้ยว เธอก็ไปด้วยดิ ผักขม ”“ ฉันหรอ ” ฉันชี้หน้าตัว ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย“ อื้ม ไปด้วยนะ ”“ ฉันว่า .... ”“ เอาเป็นว่าตกลงนะ ส่วนมึงไอออสพามิลินไปด้วยนะ เจอกันคืนนี้ บาย ” แล้วสงครามก็เดินออกไปเลย เดี๋ยวนะฉันยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะไปหรืออะไรเลย“ ไว้เจอกัน ” ตามมาด้วยเก้าทัพแล้วออกศึกที่เดินตามออกไป
วันต่อมา“ อ่ะ ” บัลลังก์ยื่นบางอย่างมาให้ฉัน“ ให้ฉันทำไมอ่ะ ” ฉันก้มลงมองของที่อยู่ในมือตัวเอง มันคือเกียร์ที่ฉันพึ่งคืนบัลลังก์ไป“ ใส่ไว้ ” ใส่ทำไม?“ คนอื่นจะได้รู้ว่าเธอคือ ผู้หญิงของฉัน ” ผู้หญิงของบัลลังก์หรอ ทำไมฉันถึงรู้สึกใจเต้นแปลกๆกับประโยคนี้“ แล้วมันต่างกับคนอื่นยังไง ” มันก็เป็นสัญลักษณ์รูปเกียร์หมด แล้วมันจะต่างจากคนอื่นยังไง“ มันมีรหัสอยู่ ” ฉันก็ก้มลงมองเกียร์ที่อยู่ในมืออีกครั้ง ซึ่งมันมีตัวเลยสลักไว้บนนั้นจริงๆ มันเป็นแบบนี้นี่เองเด็กวิศวะถึงแยกเกียร์กันออกว่าของใครเป็นของใคร จริงๆฉันก็แอบสงสัยมาตั้งนานแล้วละว่าเขาแยกกันยังไง“ อีกอย่างสร้อยเส้นนี้ฉันก็ทำขึ้นมาเอง มันไม่เหมือนใครแน่นอน ” จริงๆสร้อยของบัลลังก์มันก็ดูแปลกตาจริงๆ อย่างที่ฉันบอกไปว่าสร้อยเขามันดูสะดุดตา“ นายใส่ให้หน่อยได้ไหม ” ฉันถามออกไปเสียงเบากลัวจะทำอะไรไม่ถูกใจเขาอีก“ มานี่ ” เพราะฉันกับบัลลังก์นั่งกันคนละฝั่งกัน บัลลังก์เลยให้ฉันขยับไปหาเขาเอง ฉันเลยลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเขา“ อ่ะ ”ตุบ !ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจก็แทนที่บัลลังก์จะใส่ให้ฉันดีๆ เขากลับกระชากตัวฉันให้นั่งลงบนตักเขา มันก็รู้สึกแปลก







