เข้าสู่ระบบผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็มีข้าวมาส่งฉันเลยเอาไปใส่จานส่วนนายนั้นก็ลุกไปอาบน้ำแต่ฉันว่าวิ่งผ่านน้ำมากกว่าไม่ถึงสิบนาทีเขาก็ออกมาเล่นเกมส์ต่อแล้ว แต่จะทำอะไรมันก็สิทธิ์ของเขา ก็อย่างที่เขาพูดนี่มันห้องเขา
“ อ่ะ ของนาย ” ฉันวางจานลงตรงหน้าเขา และดูเหมือนเขาจะเล่นเกมเสร็จพอดีมั้งถึงวางเกมลง แล้วมานั่งกินข้าว จริงๆมันก็มีโต๊ะให้นั่งกินอยู่นะที่โซนครัว แต่ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องมานั่งกินข้าวกันตรงหน้าทีวี
“ นายไม่ชอบกินหรอ ” ฉันถามออกไปเสียงอ่อน
ฉันสั่งคะน้าหมูกรอบไปทั้งสองกล่องเลยก็ไม่รู้จะสั่งอะไรให้เขาดี
ส่วนฉันอยากกินคะน้าหมูกรอบเลยสั่งมา และที่ถามก็เพราะเห็นเขาเอาแต่มองจานแต่ไม่กินสักที แล้วฉันที่เป็นผู้อาศัยจะกล้ากินก่อนได้ไง
“ ..... ” และสิ่งที่ฉันได้ก็คือสายตานิ่งๆที่ตอบกลับคำถามนั้นมา
“ ฉันถามนายแล้วนะว่าจะกินอะไร ” ก่อนหน้านี้ฉันก็พยายามที่จะถามแล้วนะแต่เขาก็เอาแต่ทำหน้าหงุดหงิด แล้วก็บอกว่ารำคาญๆใส่ฉันตลอด พอเรื่องออกมาเป็นแบบนี้คนผิดจะเป็นใครไปได้ ก็ต้องเป็นฉันอีกไงที่ผิด
“ จะบอกว่าฉันผิด ? ” ฉันไม่รู้จะรับมือกับผู้ชายคนนี้ยังไงดีแล้วนะ
“ .... ” ฉันได้แต่นั่งก้มหน้ากัดปากแล้วก็จิกมือของตัวเอง และนี่คงจะเป็นอีกนิสัยนึงของฉันที่เมื่อรู้สึกผิดหรืออะไรที่แย่ๆที่ฉันทำลงไปแบบไม่ตั้งใจ และผลมันก็ออกมาไม่ดี ฉันมักจะก้มหน้าแล้วกัดปากตัวเอง
“ จะกัดปากตัวเองทำไมวะ ” อึก !
“ ฉันพูดสักคำยัง ว่าแดกไม่ได้ ” แล้วเขาก็ตักข้าวพร้อมกับหมูเข้าปากแล้วก็เคี้ยวๆ มันทำให้ฉันยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ฉันเลยตักข้าวเข้าปากตัวเองบ้าง เอิ่มม ร้านนี้เขาทำอร่อยดีแฮะ
“ นายไม่กินผักหรอ ” กินข้าวกันไปสักพักฉันก็แอบเห็นว่าเขาเขี่ยๆผักออกตลอด แต่เขาก็เงียบไม่ตอบอะไรกลับมา ฉันเลยเลิกสนใจแล้วกินของตัวเองต่อ
“ ผักขม ”
“ หื้มม นายเรียกฉันหรอ ” ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัยว่าเขามีอะไรรึเปล่า
“ ฉันบอกว่าผักขม ทำไมเธอชื่อผักขมรึไง ” เขาก็ตอบกลับมาด้วยท่าทีกวนๆ คือเขาแค่จะบอกว่าผักมันขมแต่ไม่ได้เรียกชื่อฉัน
“ อื้ม จริงๆแล้วฉันก็ชื่อผักขมนะ ” ฉันก็ตอบกลับไปยิ้มๆ
“ คนอะไรวะชื่อผักขม แปลกฉิบหาย ”
“ ไม่ต้องมาย้ำ รู้ว่าชื่อฉันมันแปลก ” ฉันรู้ รู้มาตลอดว่ามันแปลกแต่ชื่อนี้แม่ฉันตั้งให้เลยนะ ถึงมันจะแปลกแต่มันก็คงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกว่ามีแม่อยู่ใกล้ๆ
“ จะทำอะไร ” เขานี้ก็แปลกคนนะถามมาได้ก็เห็นๆอยู่ว่าฉันทำอะไร ถ้าฉันจะตอบกลับไปว่ามีตามองไม่รู้หรอว่าฉันกำลังทำอะไร ฉันจะโดนเขาฆ่าแล้วอำพรางศพไว้ในตู้เย็นจริงๆไหมนะ
“ ก็นายไม่กินผักไม่ใช่หรอ ” ฉันพูดไปก็ค่อยๆเขี่ยผักในจานเขาเอามาไว้ในจานตัวเอง
“ อ่ะ แลกกัน : ) ” แล้วฉันก็ตักเอาหมูกรอบในจานฉันไปให้เขา ฉันกินผักได้สบายมากคงจะเพราะฉันชื่อผักขมด้วยมั้งไม่ว่าผักอะไรฉันก็กินได้หมดไม่มีปัญหาชอบกินมากกว่าด้วยซ้ำ
“ ถึงชื่อแปลก แต่ก็...น่ารักดี ”
“ ห้ะ เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ ” ก็เขาพูดเบาเหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่า แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกับมา ฉันไม่อยากเซ้าซี้เลยปล่อยผ่านไปแล้วกัน
“ เออ!! จริงดิ แล้วนายชื่ออะไรอ่ะ ” ฉันกินต่อจนเกือบจะหมดจานแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าฉันยังไม่รู้จักชื่อเขาเลย เจอกันมาตั้งสองครั้ง เขาเสี่ยงชีวิตมาช่วย ได้มานอนกับเขา เอ่อ หมายถึงมานอนห้องเขาแล้วแต่ยังไม่รู้ชื่อเขาเลย
“ บัลลังก์ ” เขาตอบออกมาเสียงเรียบแล้วตักข้าวเข้าปากไป ชื่อบัลลังก์หรอ ชื่อเท่ชะมัด
“ ชื่อนายเท่อ่ะ ” แล้วตัดภาพมาดูชื่อฉัน เห้อออ
“ คิดแบบนั้น ? ” เขาเลิกคิ้วถามฉัน
“ ใช่ มันเท่จริงๆนะ ” จริงๆนะฉันไม่ได้แกล้งอวย
“ หึ ”
หลังจากที่กินข้าวกันเสร็จแล้วฉันก็รับบทเป็นผู้อาศัยที่ดีโดยการเอาจานทั้งของฉันและบัลลังก์ไปล้าง แล้วก็กวาดทำความสะอาดห้องนิดหน่อย จริงๆห้องของเขาก็ค่อยข้างที่จะสะอาด สะอาดจนฉันก็แอบตกใจนิดหน่อยแต่คงจะมีแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดให้ละมั้ง
“ เย็นนี้ไปเก็บของห้องเธอ ” อยู่ ๆบัลลังก์ก็พูดขึ้นมาแต่วันนี้หรอ?
“ วันนี้คงไม่ได้ ฉันต้องทำงาน ” เมื่อวานฉันหยุดแล้ววันนี้มันเลยเป็นเวรของฉัน
“ ทำงาน ? ” บัลลังก์เขาจะทำหน้าสงสัยอะไรหนักหนา
“ จริงๆนายไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้นะ ฉันว่าพวกเขาคงไม่มายุ่งกับฉันแล้วละเจอไปขนาดนั้น ” ฉันว่าฉันไม่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่กับบัลลังก์หรอก พวกนั้นก็เจอไปตั้งขนาดนั้นคงไม่กล้าแล้ว
“ หึ เธอคงรู้จักพวกมันไม่ดีพอ ” ไม่ดีพอคืออะไร
“ แล้วหยุดวันไหน ”
“ วันพุธ ” แล้วฉันจะไปตอบคำถามเขาทำไม
“ งั้นก่อนไปทำงานก็ไปเอาเท่าที่จำเป็นก่อน ” นี่เขาได้ฟังฉันบ้างไหมว่าไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ แล้วจะให้ฉันย้ายมาอยู่กับผู้ชายที่พึ่งเจอกันแค่สองครั้งนี้นะจะต้องให้ฉันรู้สึกยังไง
“ ฉันขอเวลาคิดก่อนได้ไหม ” ในเมื่อมันดูไม่มีทางเลือกอะไรมากฉันก็ขอเวลาคิดก่อนเผื่อจะเจอทางออกอื่น และฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ฉันเจออยู่มันคืออะไร
“ คิด? เธอจะคิดอะไร ” คิดว่านายจะหลอกฉันไหมไง ไอฝั่งนู้นมันก็ดูน่ากลัวนะแต่คนเรามันจะมาทำร้ายกันเพราะอีแค่เห็นเกียร์เส้นเดียวแล้วเอาไปตีเป็นตุเป็นตะแบบนั้นได้เลยรึไง ส่วนบัลลังก์เขาก็มาช่วยฉันเอาไว้แต่นิสัยเขามันก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกนั้นสักเท่าไหร่แล้วจะไม่ให้คิดหน่อยหรอ
“ นายจะไม่ให้ฉันคิดหน่อยรึไง ในเมื่อฉันแทบจะไม่รู้อะไรเลย นอกจากนายกับพวกนั้นตีกัน ” และตีกันเพราะอะไร เพราะฉันที่มีสร้อยเกียร์ของบัลลังก์ หรือเพราะฉันไปทำอะไรที่ไม่พอใจ หรือมันคือเรื่องบ้าอะไร โอ้ย!!! คิดแล้วก็ปวดหัว ชีวิตฉันมันก็ไม่ได้ดีมาตั้งแต่แรกแต่จะให้แย่กว่านี้ฉันก็คงจะรับไม่ไหวเท่าที่เป็นอยู่ฉันก็แทบจะเอาตัวรอดไม่ไหวแล้ว
“ งั้นก็คิดให้ดีแล้วกัน จะรอดหรือตายมันก็อยู่ที่เธอ ” บัลลังก์พูดแล้วก็เดินผ่านหน้าฉันไป นี่มันคือคำอวยพรรึไง คนบ้าอะไร ถ้าพูดอะไรที่มันสร้างสรรค์ไม่ได้ก็ไม่ควรพูด
.
.
.
ฉันตกอยู่ในความคิดที่บัลลังก์พูดทิ้งไว้ จะรอดหรือตาย มันอยู่ที่ฉันหรอ มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือต้นเหตุของเรื่องนี้ ฉันยังประติดประต่อเรื่องไม่ติด ฉันเก็บเกียร์ของบัลลังก์ แล้วไปชนพวกเด็กนักศึกษาวิศวะกลุ่มนั้น แล้วพวกนั้นก็มาหาเรื่องฉัน แล้วบัลลังก์ก็มาช่วย อะไรคือคีย์เวิร์ดของเรื่องนี้ แล้วมันจะร้ายแรงจนทำให้ฉันถึงตายได้เลยจริงๆหรอ
“ หรือแค่ขู่ ” บัลลังก์อาจจะแกล้งขู่ฉันเล่นๆก็ได้มั้ง
“ โต๊ะ 8 มองเธอตลอดเลยว่ะผักขม ” โต๊ะแปด ? ฉันเลยหันไปมองอย่างที่ต้าร์บอก
“ เสน่ห์แรงเหมือนกันนะเธอ ” ต้าร์มันพูดแล้วตบไหล่ฉันเบาๆแล้วเดินเข้าไปรับออเดอร์จากลูกค้าโซนที่มันรับผิดชอบอย่างอารมณ์ดี
ผิดกับฉันที่ตอนนี้แขนขาแทบไม่มีแรง
‘ คิดให้ดีแล้วกัน จะรอดหรือตายมันก็อยู่ที่เธอ ’ ฉันรู้สึกว่าคำพูดของบัลลังก์มันอาจจะไม่ใช่แค่คำขู่แล้วก็ได้
“ คืนนี้ค้างที่ห้องฉันไม่ได้เหรอ ”“ เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะบัลลังก์ ” เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ฉันคุยกับบัลลังก์เรื่องนี้ ทุกครั้งที่มานั่งเล่นห้องบัลลังก์ก่อนกลับคอนโดน้ำหวาน บัลลังก์จะรบเร้าให้ฉันค้างตลอด ซึ่งมันไม่จบแค่นอนค้างคืนเฉยๆไง -_-! หลังๆมาฉันเลยต้องปฏิเสธตลอด“ ก็ฉันอยากอยู่กับเธออ่ะ เธอคงไม่รู้หรอกว่าการที่ไม่ได้นอนกอดเธอมันทรมานขนาดไหน ตื่นเช้ามาก็ไม่เจอเธอในอ้อมกอดมันปวดใจแค่ไหน ”“ อย่าเวอร์ได้ไหมบัลลังก์ ” เค้าจะเป็นอะไรขนาดไหน เวอร์มาก“ หึ ใช่ซิ มันก็คงมีแค่ฉันคนเดียวแหละที่อยากให้เราอยู่ด้วยกัน ”“ เธอมันคนใจร้าย ฉันไม่รักเธอแล้ว ”ปัง !“…” อึ้งค่ะ ฉันนั่งอึ้งอยู่บนโซฟา หลังจากที่ตัดพ้อตัวเองเสร็จก็เดินงอนเข้าห้องนอนไปเลย แถมยังปิดประตูเสียงดังด้วย ประตูพังแล้วมั้งนั้น- บัลลังก์ -“ ยังไม่ตามเข้าง้อมาอีก อะไรวะ! ” ผมเข้าห้องมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไร้วี่แววของคนที่ควรเข้ามาง้อผม นี้ผมงอนอยู่นะเว้ย ไม่คิดจะมาง้อกันเหรอ นี้มันก็เกือบสองเดือนแล้วนะที่ผักขมย้ายออกไป และผมก็ไม่ได้เวอร์ด้วย ที่ผมพูด ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ผักขมเธอทำของใส่ผมรึเปล่าวะ ทำไมผมถึงทั้ง
“ ไปรับถึงไหนว้ะ นานฉิบหาย ” ฉันต้องบอกไหมค่ะว่าใครเป็นคนพูด แต่ฉันว่าทุกคนน่าจะเดากันได้นะ“ แล้วมึงจะไปเสือกอะไรเรื่องของเค้าว่ะ ไอสง ”“ ก็กูอยากรู้ ว่าแต่มึงเถอะเสือกอะไรเรื่องของกู ”“ เอ้า ไอเวรนี้ ”“ มึงเริ่มก่อนนะไอเก้า ”“ เลิกเล่นกันได้ยัง ” ก่อนที่สงครามกับเก้าทัพจะวุ่นวายไปมากกว่านี้บัลลังก์ก็ถามขึ้นนิ่งๆ ซึ่งมันได้ผลเก้าทัพและสงครามเงียบไม่พูดไรต่อ แต่ทั้งสองคนกลับมองหน้ากันก่อนจะหันมามองหน้าบัลลังก์“ มึงเป็นไรว่ะ ” แล้วก็เป็นสงครามที่ถามออกมา“ ผักขม เธออยากกินอะไร ” บัลลังก์เค้าเมินคำถามของสงครามแล้วหันมาถามฉันแทน ส่วนสงครามนะเหรอ“ ชิ้ กูมันไม่ใช่ผักขมซินะมึงถึงไม่สนใจ ” ค่ะ ก็ตามนั้น“ อื้มม ก๋วยเตี๋ยวไก่ร้านนั้นอ่ะ ” ฉันมองไปรอบๆก่อนจะชี้ไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ ไม่ได้กินนานแล้ว จะว่าไปนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันมากินข้าวที่คณะวิศวะเลยนะตั้งแต่ที่ฉันตัดสินใจออกห่างจากบัลลังก์“ เดี๋ยวฉัน…”“ เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ เธอนั่งรอนี้แหละ ”“ ไม่เป็นไร ฉันไปซื้อเองได้ ”“ เดี๋ยวบัลลังก์ไปซื้อเอง ผักขมนั่งอยู่นี้แหละ เดินมาตั้งไกลคงเหนื่อยแล้ว ”“ ปล่อยมันไปซื้อเถอะ พูดยังไงเธอก็ไม่
- หลายอาทิตย์ต่อมา -“ ผักขม ”“ … ”“ ผักขม ”“ … ”“ ผักขม !!! ”“ บัลลังก์นายเป็นบ้าเหรอ จะตะโกนทำไม ”“ ก็เธอไม่ตอบฉัน ”“ แล้วมันใช่เวลาไหมที่นายเรียกฉันตอนนี้ ”“ ก็ถ้าไม่คุยตอนนี้… ”“ นักศึกษาตรงไหนจะคุยกันอีกนานไหม จะคุยก็ออกไปคุยข้างนอกรบกวนนอื่นเขา ”“ ขอโทษค่ะอาจารย์ ” ฉันรีบเอ่ยขอโทษอาจารย์แล้วก้มหัวเป็นการขอโทษเพื่อนในคลาสด้วย ก่อนที่จะหันไปคาดโทษบัลลังก์ ก็บอกแล้วว่ามันไม่ใชเวลายังจะมาคุยอีก แล้วเค้าเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้สองสามวันมานี้ตัวติดกับฉันตลอด ถ้าเค้าไม่มีเรียนแต่ฉันมีก็จะมานั่งเรียนด้วยแบบนี้ ถ้ามาแล้วอยู่เงียบๆจะไม่เป็นอะไรเลย แต่มาแล้วสร้างปัญหาให้ฉันแบบนี้ฉันก็ทนไม่ไหวเหมือนกันนะ“ ฉัน… ”“ เงียบปากไปเลยนะบัลลังก์ ถ้านายยังพูดอีกแม้แต่คำเดียวฉันจะไม่คุยอะไรกับนายอีก คอยดู ” ฉันกัดฟังพูดกับเค้าตาก็มองที่อาจารย์สอน ดีแค่ไหนที่วิชานี้อาจารย์ไม่ได้เข้มงวดขนาดนั้น ไม่งั้นฉันได้โยนออกไปนอกห้องแล้วก็โดนหักคะแนนอันน้อยนิดไปแล้ว“ วันนี้อาจารย์ก็ขอจบการบรรยายไว้เพียงเท่านี้ มีใครสงสัยอะไรไหม ”“ …. ”“ ถ้าไม่มี งั้นอาจารย์ขอตัวก่อน ”“ ขอบคุณค่ะ / ครับ ” อาจารย์สอนดีมาก
“ อื้อ ” ฉันรู้สึกตัวเพราะแรงที่กอดกระชับฉันแน่นจนฉันแทบจะหายใจไม่ออกจนต้องลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ฉันเจอหลังจากลืมตาตื่นก็คือผู้ชายที่รังแกร่างกายฉันมาตลอดทั้งคืน กว่าเค้าจะหยุดก็ฟ้าสางอย่างที่เค้าพูดไว้จริงๆ“ ฉันจะเอาคืนนายยังไงได้บ้างนะ ” ฉันพูดขึ้นมาเบาๆเพราะกลัวคนที่หลับอยู่จะได้ยิน“ อื้มม ” เสียงของบัลลังก์ดังขึ้นมาเล็กน้อย เพราะโดนรบกวนจากการนอน ฉันแค่ขยับตัวนิดเดียวเองนะ ก็เค้ากอดฉันแน่นเกินไป แต่บัลลังก์เค้าก็ยอมคลายอ้อมกอดให้ฉัน แต่แค่นิดหน่อยเท่านั้น และนั้นก็ทำให้ฉันมองเห็นหน้าอกของบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างเต็มตาอึก !ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอที่มองเห็นมันใกล้ๆแบบนี้ และฉันก็คงไม่ผิดใช่ไหมที่จะห้ามใจตัวเองไม่อยู่จนต้องยื่นมือไปสัมผัสมัน“ แน่นมาก ” มันแน่นมากจริงๆ นี้เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ฉันสัมผัสมันตรงๆและนานขนาดนี้ ปกติจะเป็นฝ่ายโดนจับมากกว่า แต่ก็แอบกลัวโดนจับได้เหมือนกันนะที่มาจับหน้าอกบัลลังก์แบบนี้ ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะมานอนจับ นอนลูบหน้าอกผู้ชายแบบนี้ ฉันเลยต้องจับต้องลูบอย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวบัลลังก์จะตื่นขึ้นมา“ จะจับอีกนานไหม ”“ อื้ม ขออีกหน่อย ” ด
“ อะไรละที่นายรักมากกว่าศักดิ์ศรีของตัวเอง ” “ เธอไง ” “ เมื่อก่อนฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่พอมีเธอเข้ามาในชีวิต ”“ เข้ามาเปลี่ยนสิ่งต่างๆ มันทำให้ฉันรู้ว่ามันมีสิ่งสำคัญกว่าศักดิ์ศรีที่ฉันต้องรักษา ” “ นั้นก็คือเธอ…ผักขม ” ระหว่างที่บัลลังก์พูดอยู่นั้นสายตาของเค้าก็มองมาที่ฉันไม่วางตาเหมือนจะสื่อให้รู้ว่าเค้าพูดจริง และฉันก็เชื่อทุกคำพูดของบัลลังก์เพราะฉันสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่มันส่งผ่านแววตาและน้ำเสียงของเค้าเราสองคนต่างสบตากันไม่มีใครสักคนที่คิดจะหลบสายตาของอีกฝ่ายก่อนที่ฉันจะสังเกตเห็นสายตาของบัลลังก์ที่ค่อยๆมองต่ำลงมา ดูเหมือนจะอยู่ที่ริมฝีปากของฉันนะ และมันก็ไม่ใช่แค่สายตาที่มองต่ำลงมาแต่บัลลังก์ยังค่อยๆโน้มตัวลงประกบริมฝีปากของตัวเองมาที่ริมฝีปากของฉัน" อื้อออ " บัลลังก์ค่อยๆจูบซับที่ริมฝีปากอยู่สักพักก่อนจะส่งลิ้นสากเข้ามาสำรวจในโพรงปากของฉัน ส่วนฉันก็เต็มใจให้บัลลังก์ได้สำรวจมันอย่างเต็ม" อ้ะ ! " ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อบัลลังก์ดูดดึงริมฝีปากฉันเพราะมันไปโดนแผลที่เกิดจากการโดนไฟตบหมับ !" อื้ออ " ฉันจับหน้าบัลลังก์ไว้ไม่ให้เค้าถอนจูบออกไ
“ ค่อยๆนะ ” ฉันกำลังประคองบัลลังก์เดินไปนั่งยังโซฟา ความจริงเค้าก็ไม่ได้เจ็บถึงขั้นเดินเองไม่ได้แต่ฉันกลัวว่าบัลลังก์เดินเร็วไปหรือลงน้ำหนักผิดท่ามันอาจะกระทบกระเทือนแผลเค้าก็ได้ฟุบ !“ อ่ะ ! บัลลังก์ ! ” ฉันร้องด้วยความตกใจ เผลอหันหลังให้เค้าแค่แปปเดียวเค้าก็กระแทกตัวนั่งลงโซฟาเต็มแรง ถึงโซฟามันจะนุ่มแต่มันอาจจะกระทบกระเทือนก็ได้“ ฉันแค่โดนต่อย ไม่ได้โดนรถชน อย่าเวอร์ให้มาก ” เค้าจะหาว่าฉันเวอร์ก็ได้ แต่ที่ฉันทำก็เพราะเป็นห่วงเค้าแค่นั้นเอง“ จะไปไหน ”“ ……. ” ฉันเลือกที่จะไม่ตอบคำถามเค้าแล้วเดินไปยังจุดหมายที่ฉันตั้งใจ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผล“ ขอโทษนะ นายเจ็บตัวเพราะฉันอีกแล้ว ” ฉันบอกเค้าออกไปเสียงสั่น ไม่ได้อยากให้สั่นแบนี้เลยแล้วก็ไม่อยากมานั่งร้องไห้ต่อหน้าเค้าแบบนี้ด้วย แต่พอเห็นแผล เห็นเลือดที่มันยังซึมออกมา ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ยิ่งได้เห็นแผลเค้าใกล้ๆแบบนี้ด้วยแล้วมันยิ่งรู้สึกแย่มากๆ“ จะทำก็รีบทำสักที ” บัลลังก์ปรายตามองฉันนิดหน่อยก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดหน่อยแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากเห็นหน้าฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันปาดน้ำตาที่อยู่บนหน้
- บัลลังก์ -“ มึงมั่นใจหรอว้ะ ว่าเป็นไอเวรนั้น ” ไอเก้าทัพถามผมที่นั่งอยู่ตรงข้ามมัน ตอนนี้ผมอยู่ห้องไอสงครามแล้วก็ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอยู่ห้องสงครามแต่เป็นไอเก้าทัพพูดกับผมเพราะว่าผมโทรตามพวกมันมารวมกันที่นี้รวมถึงไอออกศึกด้วย“ ถ้าไม่ใช่ไอต้าร์กูก็นึกไม่ออกแล้วว่าใครที่ผักขมไว้ใจ ” ผักขมเป็นคนที่
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาการปวดหัวก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ไม่น่าเลยผักขม ไม่น่ากินเข้าไปเลย ปวดหัวชะมัด" อ้ะ " พอเริ่มขยับตัวฉันก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนนั้นและรู้สึกเหมือนมีอะไรอย่าตรงน้องสาวฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาและพบกับภาพบรรยากาศมันแตกต่างไปจากเดิม ฉั
นอนไม่หลับ ยังไงก็ไม่หลับ ฉันพยายามข่มตาให้ตัวเองหลับมาเกือบจะชั่วโมงแล้ว แต่มันก็ยังไม่หลับสักที ทั้ง ๆที่ฉันอยากจะหลับใจจะขาดแล้ว ฉันลองมาหมดทุกวิธี ที่คิดว่าจะทำให้หลับแล้วนะ ไม่ว่าจะเป็นนับแกะ นับจนจะสร้างฟาร์มแกะได้เกือบร้อยฟาร์มแล้วฉันก็ยังไม่หลับ พยายามคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็ไม่ช่วย เปิดเพลงฟั
“ นี่ห้องนายหรอ ” ฉันค่อยๆก้าวเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมอย่างกล้าๆกลัวๆ“ คิดก่อนถามแล้วใช่ไหม ” เขาจะด่าฉันว่าโง่อีกแล้วใช่ไหม“ นายอยู่คนเดียวหรอ ”“ แล้วเห็นว่ามีกี่คน ” โอเคฉันจะไม่ถามอะไรเขาอีกแล้ว“ ..... ” แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบส่วนฉันก็ได้แต่ยืนอยู่กลางห้องโดยที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี จะเ



![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



