Masukผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็มีข้าวมาส่งฉันเลยเอาไปใส่จานส่วนนายนั้นก็ลุกไปอาบน้ำแต่ฉันว่าวิ่งผ่านน้ำมากกว่าไม่ถึงสิบนาทีเขาก็ออกมาเล่นเกมส์ต่อแล้ว แต่จะทำอะไรมันก็สิทธิ์ของเขา ก็อย่างที่เขาพูดนี่มันห้องเขา
“ อ่ะ ของนาย ” ฉันวางจานลงตรงหน้าเขา และดูเหมือนเขาจะเล่นเกมเสร็จพอดีมั้งถึงวางเกมลง แล้วมานั่งกินข้าว จริงๆมันก็มีโต๊ะให้นั่งกินอยู่นะที่โซนครัว แต่ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องมานั่งกินข้าวกันตรงหน้าทีวี
“ นายไม่ชอบกินหรอ ” ฉันถามออกไปเสียงอ่อน
ฉันสั่งคะน้าหมูกรอบไปทั้งสองกล่องเลยก็ไม่รู้จะสั่งอะไรให้เขาดี
ส่วนฉันอยากกินคะน้าหมูกรอบเลยสั่งมา และที่ถามก็เพราะเห็นเขาเอาแต่มองจานแต่ไม่กินสักที แล้วฉันที่เป็นผู้อาศัยจะกล้ากินก่อนได้ไง
“ ..... ” และสิ่งที่ฉันได้ก็คือสายตานิ่งๆที่ตอบกลับคำถามนั้นมา
“ ฉันถามนายแล้วนะว่าจะกินอะไร ” ก่อนหน้านี้ฉันก็พยายามที่จะถามแล้วนะแต่เขาก็เอาแต่ทำหน้าหงุดหงิด แล้วก็บอกว่ารำคาญๆใส่ฉันตลอด พอเรื่องออกมาเป็นแบบนี้คนผิดจะเป็นใครไปได้ ก็ต้องเป็นฉันอีกไงที่ผิด
“ จะบอกว่าฉันผิด ? ” ฉันไม่รู้จะรับมือกับผู้ชายคนนี้ยังไงดีแล้วนะ
“ .... ” ฉันได้แต่นั่งก้มหน้ากัดปากแล้วก็จิกมือของตัวเอง และนี่คงจะเป็นอีกนิสัยนึงของฉันที่เมื่อรู้สึกผิดหรืออะไรที่แย่ๆที่ฉันทำลงไปแบบไม่ตั้งใจ และผลมันก็ออกมาไม่ดี ฉันมักจะก้มหน้าแล้วกัดปากตัวเอง
“ จะกัดปากตัวเองทำไมวะ ” อึก !
“ ฉันพูดสักคำยัง ว่าแดกไม่ได้ ” แล้วเขาก็ตักข้าวพร้อมกับหมูเข้าปากแล้วก็เคี้ยวๆ มันทำให้ฉันยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ฉันเลยตักข้าวเข้าปากตัวเองบ้าง เอิ่มม ร้านนี้เขาทำอร่อยดีแฮะ
“ นายไม่กินผักหรอ ” กินข้าวกันไปสักพักฉันก็แอบเห็นว่าเขาเขี่ยๆผักออกตลอด แต่เขาก็เงียบไม่ตอบอะไรกลับมา ฉันเลยเลิกสนใจแล้วกินของตัวเองต่อ
“ ผักขม ”
“ หื้มม นายเรียกฉันหรอ ” ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัยว่าเขามีอะไรรึเปล่า
“ ฉันบอกว่าผักขม ทำไมเธอชื่อผักขมรึไง ” เขาก็ตอบกลับมาด้วยท่าทีกวนๆ คือเขาแค่จะบอกว่าผักมันขมแต่ไม่ได้เรียกชื่อฉัน
“ อื้ม จริงๆแล้วฉันก็ชื่อผักขมนะ ” ฉันก็ตอบกลับไปยิ้มๆ
“ คนอะไรวะชื่อผักขม แปลกฉิบหาย ”
“ ไม่ต้องมาย้ำ รู้ว่าชื่อฉันมันแปลก ” ฉันรู้ รู้มาตลอดว่ามันแปลกแต่ชื่อนี้แม่ฉันตั้งให้เลยนะ ถึงมันจะแปลกแต่มันก็คงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกว่ามีแม่อยู่ใกล้ๆ
“ จะทำอะไร ” เขานี้ก็แปลกคนนะถามมาได้ก็เห็นๆอยู่ว่าฉันทำอะไร ถ้าฉันจะตอบกลับไปว่ามีตามองไม่รู้หรอว่าฉันกำลังทำอะไร ฉันจะโดนเขาฆ่าแล้วอำพรางศพไว้ในตู้เย็นจริงๆไหมนะ
“ ก็นายไม่กินผักไม่ใช่หรอ ” ฉันพูดไปก็ค่อยๆเขี่ยผักในจานเขาเอามาไว้ในจานตัวเอง
“ อ่ะ แลกกัน : ) ” แล้วฉันก็ตักเอาหมูกรอบในจานฉันไปให้เขา ฉันกินผักได้สบายมากคงจะเพราะฉันชื่อผักขมด้วยมั้งไม่ว่าผักอะไรฉันก็กินได้หมดไม่มีปัญหาชอบกินมากกว่าด้วยซ้ำ
“ ถึงชื่อแปลก แต่ก็...น่ารักดี ”
“ ห้ะ เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ ” ก็เขาพูดเบาเหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่า แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกับมา ฉันไม่อยากเซ้าซี้เลยปล่อยผ่านไปแล้วกัน
“ เออ!! จริงดิ แล้วนายชื่ออะไรอ่ะ ” ฉันกินต่อจนเกือบจะหมดจานแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าฉันยังไม่รู้จักชื่อเขาเลย เจอกันมาตั้งสองครั้ง เขาเสี่ยงชีวิตมาช่วย ได้มานอนกับเขา เอ่อ หมายถึงมานอนห้องเขาแล้วแต่ยังไม่รู้ชื่อเขาเลย
“ บัลลังก์ ” เขาตอบออกมาเสียงเรียบแล้วตักข้าวเข้าปากไป ชื่อบัลลังก์หรอ ชื่อเท่ชะมัด
“ ชื่อนายเท่อ่ะ ” แล้วตัดภาพมาดูชื่อฉัน เห้อออ
“ คิดแบบนั้น ? ” เขาเลิกคิ้วถามฉัน
“ ใช่ มันเท่จริงๆนะ ” จริงๆนะฉันไม่ได้แกล้งอวย
“ หึ ”
หลังจากที่กินข้าวกันเสร็จแล้วฉันก็รับบทเป็นผู้อาศัยที่ดีโดยการเอาจานทั้งของฉันและบัลลังก์ไปล้าง แล้วก็กวาดทำความสะอาดห้องนิดหน่อย จริงๆห้องของเขาก็ค่อยข้างที่จะสะอาด สะอาดจนฉันก็แอบตกใจนิดหน่อยแต่คงจะมีแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดให้ละมั้ง
“ เย็นนี้ไปเก็บของห้องเธอ ” อยู่ ๆบัลลังก์ก็พูดขึ้นมาแต่วันนี้หรอ?
“ วันนี้คงไม่ได้ ฉันต้องทำงาน ” เมื่อวานฉันหยุดแล้ววันนี้มันเลยเป็นเวรของฉัน
“ ทำงาน ? ” บัลลังก์เขาจะทำหน้าสงสัยอะไรหนักหนา
“ จริงๆนายไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้นะ ฉันว่าพวกเขาคงไม่มายุ่งกับฉันแล้วละเจอไปขนาดนั้น ” ฉันว่าฉันไม่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่กับบัลลังก์หรอก พวกนั้นก็เจอไปตั้งขนาดนั้นคงไม่กล้าแล้ว
“ หึ เธอคงรู้จักพวกมันไม่ดีพอ ” ไม่ดีพอคืออะไร
“ แล้วหยุดวันไหน ”
“ วันพุธ ” แล้วฉันจะไปตอบคำถามเขาทำไม
“ งั้นก่อนไปทำงานก็ไปเอาเท่าที่จำเป็นก่อน ” นี่เขาได้ฟังฉันบ้างไหมว่าไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ แล้วจะให้ฉันย้ายมาอยู่กับผู้ชายที่พึ่งเจอกันแค่สองครั้งนี้นะจะต้องให้ฉันรู้สึกยังไง
“ ฉันขอเวลาคิดก่อนได้ไหม ” ในเมื่อมันดูไม่มีทางเลือกอะไรมากฉันก็ขอเวลาคิดก่อนเผื่อจะเจอทางออกอื่น และฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ฉันเจออยู่มันคืออะไร
“ คิด? เธอจะคิดอะไร ” คิดว่านายจะหลอกฉันไหมไง ไอฝั่งนู้นมันก็ดูน่ากลัวนะแต่คนเรามันจะมาทำร้ายกันเพราะอีแค่เห็นเกียร์เส้นเดียวแล้วเอาไปตีเป็นตุเป็นตะแบบนั้นได้เลยรึไง ส่วนบัลลังก์เขาก็มาช่วยฉันเอาไว้แต่นิสัยเขามันก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกนั้นสักเท่าไหร่แล้วจะไม่ให้คิดหน่อยหรอ
“ นายจะไม่ให้ฉันคิดหน่อยรึไง ในเมื่อฉันแทบจะไม่รู้อะไรเลย นอกจากนายกับพวกนั้นตีกัน ” และตีกันเพราะอะไร เพราะฉันที่มีสร้อยเกียร์ของบัลลังก์ หรือเพราะฉันไปทำอะไรที่ไม่พอใจ หรือมันคือเรื่องบ้าอะไร โอ้ย!!! คิดแล้วก็ปวดหัว ชีวิตฉันมันก็ไม่ได้ดีมาตั้งแต่แรกแต่จะให้แย่กว่านี้ฉันก็คงจะรับไม่ไหวเท่าที่เป็นอยู่ฉันก็แทบจะเอาตัวรอดไม่ไหวแล้ว
“ งั้นก็คิดให้ดีแล้วกัน จะรอดหรือตายมันก็อยู่ที่เธอ ” บัลลังก์พูดแล้วก็เดินผ่านหน้าฉันไป นี่มันคือคำอวยพรรึไง คนบ้าอะไร ถ้าพูดอะไรที่มันสร้างสรรค์ไม่ได้ก็ไม่ควรพูด
.
.
.
ฉันตกอยู่ในความคิดที่บัลลังก์พูดทิ้งไว้ จะรอดหรือตาย มันอยู่ที่ฉันหรอ มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือต้นเหตุของเรื่องนี้ ฉันยังประติดประต่อเรื่องไม่ติด ฉันเก็บเกียร์ของบัลลังก์ แล้วไปชนพวกเด็กนักศึกษาวิศวะกลุ่มนั้น แล้วพวกนั้นก็มาหาเรื่องฉัน แล้วบัลลังก์ก็มาช่วย อะไรคือคีย์เวิร์ดของเรื่องนี้ แล้วมันจะร้ายแรงจนทำให้ฉันถึงตายได้เลยจริงๆหรอ
“ หรือแค่ขู่ ” บัลลังก์อาจจะแกล้งขู่ฉันเล่นๆก็ได้มั้ง
“ โต๊ะ 8 มองเธอตลอดเลยว่ะผักขม ” โต๊ะแปด ? ฉันเลยหันไปมองอย่างที่ต้าร์บอก
“ เสน่ห์แรงเหมือนกันนะเธอ ” ต้าร์มันพูดแล้วตบไหล่ฉันเบาๆแล้วเดินเข้าไปรับออเดอร์จากลูกค้าโซนที่มันรับผิดชอบอย่างอารมณ์ดี
ผิดกับฉันที่ตอนนี้แขนขาแทบไม่มีแรง
‘ คิดให้ดีแล้วกัน จะรอดหรือตายมันก็อยู่ที่เธอ ’ ฉันรู้สึกว่าคำพูดของบัลลังก์มันอาจจะไม่ใช่แค่คำขู่แล้วก็ได้
" วันนี้กลับเองได้ใช่ไหม " บัลลังก์ถามฉันเมื่อรถจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าร้าน" สบายมาก ว่าแต่..." ฉันหยุดคำพูดไว้แค่นั้นเพราะไม่แน่ใจว่าจะถามออกไปได้ไหม" มีอะไรก็พูด ฉันไม่ใช่พระพุทธเจ้าที่จะตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง " ฉันอึกอักเล็กน้อยแต่ก็ตอมถามต่อ" นายจะไปไหนหรอ " ที่ไม่กล้าถามตั้งแต่แรกเพราะคิดว่ามันเป็นการก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากเกินไป" มีทำโปรเจคกับพวกไอเก้า " ฉันพยักหน้าเมื่อเข้าใจในสิ่งที่เค้าพูด ก่อนจะเปิดประตูแล้วลงจากรถปึก ! ปึก ! " มีอะไรว้ะ " บัลลังก์ลดรถกระจกแล้วถามฉันอย่างหงุดหงิด" แค่จะบอกว่าขับรถดีๆนะ " ฉันตอบกลับไปแล้วยิ้มเจื่อนๆไปให้เค้า" เออ " ฉันก็กลับหลังหันแล้วเดินเข้าไปในร้านวันนี้เป็นวันศุกร์ลูกค้าในร้านเลยเยอะเป็นพิเศษ ฉันก็ทำงานตามปกติทั้งเสิร์ฟทั้งรับออเดอร์ จนเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนทุกอย่างภายในร้านดูปกติ จนกระทั่ง" พี่ไปรับลูกค้าโต๊ะนั้นหน่อยดิ หนูกลัวอ้ะ " ฉันมองไปตามที่น้องพนักงานชี้ว่าลูกค้านั่งอยู่ตรงไหน" เอ่อ....พี่ว่า "" นะพี่ผักขม นะ นะ ถือว่าหนูขอ " ฉันได้แต่กลืนน้ำลายลงคอแล้วพยักหน้าให้น้องเค้า ทั้งๆที่ใจฉันมันไม่อยากจะรับลูกค้าโต๊ะนี้เ
" มองหน้าฉันทำไม "" แล้วนายไปต่อยเค้าทำไม " ตอนนี้เราสองคนอยู่ที่คอนโด หลังจากที่พี่คนนั้นเดินออกไปพวกเราก็แยกย้ายกันกลับระหว่างทางฉันกับบัลลังก์ก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลยจนมาถึงคอนโด" เป็นห่วงมันรึไง ? "" หรือชอบที่มันโดนตัว " สิ่งที่บัลลังก์พูดออกมาทำให้ฉันต้องหันไปมองหน้าเค้าอีกรอบ" นายพูดเหมือนกำลังหึงฉัน " พอฉันพูดออกไปแบบนั้นบัลลังก์เค้าก็ชะงักไปแล้วก็มองไปทางอื่นก่อนจะหันกลับมาทำหน้านิ่งใส่ฉัน" เหอะ ฉันจะไปหึงเธอทำไม "" ฉันก็แค่ " ฉันก็พยัหน้ารอให้บัลลังก์พูดต่อว่าอะไร" ก็แค่ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน " ฉันได้แต่ยืนส่ายหน้าให้กับคำตอบของบัลลังก์" ถ้าเหตุผลมีแค่นั้น นายไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ "" เพราะยังไงฉันก็เป็นได้แค่ผู้หญิงปลอมๆของนาย " แล้วฉันก็เดินออกจากตรงนั้น ฉันไม่ได้พูดไปเพื่อประชดเค้านะ แต่ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ ถ้าเหตุผลแค่นั้นเค้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ทำให้ตัวเองเจ็บตัวเปล่าๆ" เอามาทำไม " บัลลังก์เค้าแปลกคนนะคะ ฉันยกกล่องพยาบาลมายังจะถามออกมาอีกว่าเอามาทำไม" ก็เอามาทำแผลให้นายไง " ฉันหยิบสำลีแล้วชุบกับแอลกอฮอล์" อาจจะแสบๆ ทนหน่อยแล้วกัน " ฉันค่อย
" บัลลังก์ บัลลังก์ " ฉันสะกิดแขนเรียกบัลลังก์เบาๆ เพราะตอนนี้ห้องสมุดกำลังจะปิดแล้ว" อื้อ " บัลลังก์เค้าก็ขยับตัวนิดหน่อยแต่ก็ยังไม่ยอมตื่น ถ้าจะหลับลึกขนาดนี้ฉันว่าควรกลับไปนอนที่ห้อง ฉันนั่งทำรายงานกับน้ำหวานนานพอสมควรหันไปมองบัลลังก์ก็เห็นเค้าฟุบหลับกับโต๊ะไปแล้ว" บัลลังก์ ถ้ายังไม่ตื่นฉันจะทิ้งนายไว้ที่นี้แล้วนะ " ฉันขยับตัวเข้าไปใกล้บัลลังก์แล้วปลุกเค้าอีกครั้ง" ..... " แต่เค้าก็ยังไม่ยอมตื่นหรืออาจจะตื่นแล้วแต่แกล้งทำเป็นหลับ ฉันเลยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อดูว่าเค้าแกล้งรึเปล่า ฉันยังยืนยันว่าไม่ว่าเค้าจะทำอะไรมันก็ดูเท่ ดูหล่อไปหมดขนาดฉันเคยเห็นเค้าหลับไม่ว่าครั้งไหนมันก็ดูน่าหลงใหล ครั้งนี้ก็เหมือนกัน" อิผักฉันรู้ว่าผู้แกหล่อ แต่ช่วยปลุกก่อนไหม เค้าจะปิดแล้วเนี่ย " เสียงของน้ำหวานทำให้ฉันสะดุ้งและได้สติกลับมา" แฮ่ม ฉันก็จะปลุกเค้าไง " ฉันดีดตัวออกจากบัลลังก์แล้วพูดกับน้ำหวานแต่ดูจากสายตาแล้วน้ำหวานไม่ค่อยจะเชื่อฉันครืด ! ทั้งฉันและน้ำหวานก็หันไปมองตามเสียงที่ดัง มันเป็นเสียงที่มาจากคนข้างๆนั้นก็คือบัลลังก์เค้าเลื่อนเก้าอี้ออกและที่สำคัญคือเค้าลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเลย ทิ้ง
หลายวันต่อมา “ มึงไม่กินผักไม่ใช่หรอว้ะ ” เสียงสงครามพูดขึ้น“ เออ นั้นดิ ” เก้าทัพก็พูดขึ้นมาอีกหนึ่งคน“ ทีหลังถ้านายไม่กินก็ควรบอกเค้านะ ”และก็เป็นฉันที่เสริมขึ้นมาอีกหนึ่งเสียงแล้วขยับจานของบัลลังก์มาใกล้จานฉันเพื่อจะเอาผักจากจานบัลลังก์มาใส่จานตัวเอง ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าไม่กินแล้วทำไมไม่บอกว่าไม่เอาผัก ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ฉันก็เอาผักมากินเองทุกครั้ง“ กูว่า กูพอจะรู้แล้วว้ะ ” รู้อะไรของเก้าทัพ แล้วมองหน้าฉันกับบัลลังก์ทำไม “ มึงมันร้าย ไอบรรลัย ” สงครามพูดขึ้นมาอีกคน สองคนนี้คุยอะไรกันอยู่ ส่วนบัลลังก์นะหรอ ก็นั่งแสยะยิ้มใส่เพื่อนอยู่ไง“ หึ ” ฉันเงยหน้ามองออกศึกว่ามีอะไรรึเปล่า อยู่ๆก็หัวเราะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาฉันเลยก้มหน้าตักข้าวกินต่อ ตอนนี้พวกเรากำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โรงอาหารวิศวะ แรกๆฉันก็ไม่ค่อยชินหรอกที่ต้องมานั่งกินข้าวท่ามกลางผู้ชายแบบนี้ แต่มาตอนนี้เริ่มชินแล้วละ บางครั้งก็ไม่ได้มีแค่ฉันที่เป็นผู้หญิงจะมีมิลินมาด้วย ฉันก็พึ่งรู้ว่ามิลินเป็นแฟนของออกศึก ใครจะไปคิดว่าผู้ชายที่ดูเงียบๆ เข้าถึงยากที่สุดของกลุ่มจะมีแฟนเป็นคนแรกละ เอาจริงๆมันก็ไม่ใช่แค่อ
" บัลลังก์ พอแล้ว "" ทำไมเหนื่อย ? " บัลลังก์ถามฉันทั้งที่ยังขยับสะโพกอยู่ ฉันได้แต่พยักหน้าให้บัลลังก์" เธอนอนเฉยๆบอกเหนื่อย แล้วฉันที่เป็นคนทำไม่เหนื่อยกว่าไง๊ " ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเค้าเหนื่อยหรือไม่เหนื่อยแต่ฉันเหนื่อยมาก เพราะเค้าทำแบบนี้กับฉันมาหลายรอบแล้ว เป็นชั่วโมงได้แล้วมั้งปึก! ปึก! ปึก!" อื้อออ บัลลังก์ " ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆแต่ก็ไม่รู้ทำไมร่างกายถึงเอาแต่ตอบสนองทุกสัมผัสที่เค้ามอบให้อยู่ตลอด" อ่าสสสสส์ ฟิตชิบหาย " แล้วบัลลังก์ก็เร่งสะโพกอีกสองสามครั้งแล้วปลดปล่อยน้ำเข้ามาจนหมดแล้วฟุบตัวลงบนฉัน" อื้ออ มันหนัก " ฉันแตะแขนบัลลังก์เบาๆ คิดว่าตัวเองตัวเบามากนักรึไงทับลงมาได้" แล้วก็เอาออกไปด้วย ฉันจะนอน " แต่แทนที่บัลลังก์จะทำตามที่ฉันบอกบัลลังก์กับนอนนิ่งๆ จนเป็นฉันเองที่เริ่มดิ้น" อ่าสสสส์ " แต่ไม่นานบัลลังก์ก็ครางออกมา" ฉันจะหยุดแล้วนะผักขม แต่เธอปลุกมันเอง " ฉันได้แต่มองหน้าบัลลังก์ด้วยความรู้สึกที่จะร้องไห้" แต่ฉันไม่ไหวแล้ว " ถ้าได้ทำอีกรอบฉันว่ามันจะไม่จบอีกแค่รอบต่อไปนี้ดิ" เธอทำไหม สัญญาว่าจะหยุด " ฉันมองหน้าบัลลังก์อย่างคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี" คิดอะไรนานขน
" เป็นอะไรของนายห้ะ บัลลังก์ "" เหอะ " ฉันไม่รู้ว่าบัลลังก์เป็นอะไร ตั้งแต่กลับจากที่ร้านก็เอาแต่ทำหน้าเหมือนใครไปเหยียบหาง ตอนแรกฉันก็คิดว่าปล่อยไว้เดี๋ยวก็หายเองแหละ แต่นี่ฉันอาบน้ำแต่งตัวจะนอนแล้วก็ยังทำหน้าแบบนั้นอยู่ มันทำให้ฉันเริ่มจะหงุดหงิดตามไปด้วย" มีอะไรก็พูด ถ้าไม่พูดก็เลิกทำหน้าแบบนั้น "" ฉันจะทำหน้าแบบไหนมันก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ " บัลลังก์เดี๋ยวนี้เค้าต่อปากต่อคำเก่งมากค่ะ เก่งกว่าฉันอีก" มันก็ไม่เกี่ยวกับฉันหรอก แต่นายทำหน้าแบบนั้นฉันหงุดหงิด " มันดูขวางหูขวางตา จนฉันนอนไม่หลับ ลืมบอกไปว่าฉันได้มานอนเตียงเดียวกับบัลลังก์แล้ว แต่ไม่ได้มีอะไรกันหลังจากวันนั้นนะคะ เราแบ่งเขตกันชัดเจน ถึงแม้บางวันจะตื่นมาพบว่าเรากอดกันบ้างก็ตาม" เรื่องของเธอ " พูดจบบัลลังก์ก็นั่งหันหลังให้ฉัน เว้ยย คนเหนื่อยๆอยู่ก็ยังมาเจออะไรแบบนี้ จะบ้า" อ้ะนี่ " ฉันเดินไปหาบัลลังก์แล้วยื่นเงินจำนวนนึงให้เค้าไป" อะไร " บัลลังก์ไม่รู้จักเงินรึไง" ค่าห้องที่ฉันมาอยู่ไง อาจจะไม่มากเท่าไหร่ " เผื่อบัลลังก์ได้เงินแล้วจะอารมณ์ดีขึ้น เพราะเวลาที่ฉันได้เงินฉันก็จะอารมณ์ดี" เก็บไว้กินข้าวไหม "
“ ให้มันน้อยๆหน่อยไอบรรลัย ”“ หึ ” ฉันหลุดขำออกมากับชื่อที่สงครามใช้เรียกบัลลังก์ ฉันว่ามันก็ฟังดูเข้ากับเขาดีนะ บรรลัย“ ขำอะไร ” แต่คนที่ดูจะไม่ชอบน่าจะเป็นบรรลัย เอ๊ย บัลลังก์ ดูดิมองหน้าฉันเหมือนจะบีบคอให้ฉันตายตรงนี้เลย“ ก็เปล่านิ ” ฉันตอบไปนิ่งๆทั้งที่ในใจยังคงพยายามกลั้นขำอยู่ คิดได้ไงนะสง
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเข้าหาไออุ่นที่มอบมาให้ฉัน ก่อนจะลืมตาขึ้นมองมันเป็นภาพที่เคยเห็นมาก่อนแต่มันต่างจากครั้งนั้นตรงที่เราทั้งสองคนมีเสื้อผ้าติดตัวอยู่กันครบทุกชิ้น ฉันนอนอยู่ในอ้อมกอดของบัลลังก์แถมฉันยังเอามือไปกอดลำตัวเค้าอีก ฉันขยับตัวอย่างเบาที่สุดและเงยหน้ามองบัลลังก์" ตอนนายหลับก็ดูดีเหมือนกั
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาการปวดหัวก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ไม่น่าเลยผักขม ไม่น่ากินเข้าไปเลย ปวดหัวชะมัด" อ้ะ " พอเริ่มขยับตัวฉันก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนนั้นและรู้สึกเหมือนมีอะไรอย่าตรงน้องสาวฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาและพบกับภาพบรรยากาศมันแตกต่างไปจากเดิม ฉั
วันต่อมา“ อ่ะ ” บัลลังก์ยื่นบางอย่างมาให้ฉัน“ ให้ฉันทำไมอ่ะ ” ฉันก้มลงมองของที่อยู่ในมือตัวเอง มันคือเกียร์ที่ฉันพึ่งคืนบัลลังก์ไป“ ใส่ไว้ ” ใส่ทำไม?“ คนอื่นจะได้รู้ว่าเธอคือ ผู้หญิงของฉัน ” ผู้หญิงของบัลลังก์หรอ ทำไมฉันถึงรู้สึกใจเต้นแปลกๆกับประโยคนี้“ แล้วมันต่างกับคนอื่นยังไง ” มันก็เป็นสัญ


![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




