LOGIN"ยอดตอง" หนุ่มหล่อคณะวิศวกรรมดีกรีกัปตันทีมบาสเกตบอล ที่ขับรถมาดี ๆ ดันโดนรถชน แขนเกือบหักไม่สามารถเล่นบาสได้ แต่เขากลับคิดว่าคุ้มเพราะได้เล่นเธอแทน "มาลย์ นวารา" สาวสวยคณะบริหาร เธอสวย เธอเก่ง แกร่ง ไม่ยอมคนไม่ยุ่งกับใคร โดยเฉพาะผู้ชายรวมถึงเขาด้วย ********** "ไหนว่าหิวไง" "ก็หิว" หิวเธอ "ลงไปสิถอยไปด้วย" พ่อคนเจ้าเล่ห์ "แค่ปลอดเข็มขัดให้" แม่คนหวงตัว
View Moreเสียงพูดคุยครื้นเครงของพนักงานในร้าน ‘มาลย์ นวารา’ กำลังช่วยกันจัดกระถางดอกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ขึ้นหลังรถกระบะคันใหญ่
อีกมุมของร้านมีหญิงสาวยืนอยู่หน้าจอโทรศัพท์ ด้านหลังและด้านข้างเธอมีต้นกุหลาบออกดอกหลายสีวางเรียงรายเต็มพื้นที่ มีพนักงานผู้ชายหลายคนคอยยื่นกระถางต้นกุหลาบให้เธออยู่ซ้ายขวาทั้งด้านหลัง
ส่วนด้านหน้าหลังโทรศัพท์มีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นแอดมินของร้าน ช่วยดูระบบหลังบ้านของเพจร้านกุหลาบ มาลย์ นวารา ในมือคนยืนหน้ากล้องถือกระถางต้นกุหลาบต้นใหญ่ ปากพูดคุยนำเสนอบอกถึงสายพันธุ์ หมุนกระถางไปมาเพื่อให้คนดูได้เห็นทุกมุมของฟอร์มกุหลาบในมือ
“ฟอร์มนี้เป็น บิชอปส์คาสเซิลโรส พุ่มสูงเจ็ดฟุต สวยมาก ดอกสีชมพูทรงนี้เลย ออกดอกดี ทนต่อโรคและแมลง กลิ่นโอลด์โรสหอมหวาน ๆ แบบคลาสสิก ลูกค้าท่านใดสนใจ ซีเอฟตามรหัสที่แสดงบนหน้าจอได้เลยนะคะ”
บอกราคาแจ้งรหัสให้คนชมหน้าไลฟ์ได้พิมพ์เพื่อสั่งซื้อ มีราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหลายหมื่นต่อต้น บางต้นฟอร์มใหญ่ดอกสวยจนบังคนถือมิดไปทั้งตัว รอเวลาไม่นานก็ยกต้นใหม่ขึ้นมาพูดคล้ายกันอยู่วน ๆ ซ้ำ ๆ ผ่านไปหลายชั่วโมงถึงได้เปลี่ยนคนนำเสนอขายกุหลาบหน้าไลฟ์
“เดี๋ยวมาลย์ต้องลงแล้ว เจอกับน้องดาวต่อได้เลย ดอกกุหลาบร้านมาลย์ นวาราสวยทุกต้น ทุกฟอร์มแน่นอนค่ะ” หลังพูดจบ ยกมือไหว้สวัสดีลาคนดูหน้าไลฟ์เสร็จ เดินออกมาจากหน้าจอไลฟ์ พยักหน้าฉีกยิ้มเป็นกำลังใจให้ดาว แอดมิน และพนักงานที่ทำงานต่อ
หญิงสาวเดินออกมาจากจุดไลฟ์ขายไปที่หน้าร้าน มีพนักงานหลายคนกำลังช่วยกันแพ็ก กลุ่มหนึ่งห่อกระถางรองด้วยกระดาษพร้อมหุ้มด้วยพลาสติกอีกที ป้องกันไม่ให้ดินร่วงเลอะออกจากกระถางจนหมดก่อนถึงมือลูกค้า
ส่วนอีกกลุ่มใช้กระดาษสีขาวแผ่นใหญ่มีรูระบายอากาศห่อพันรอบช่วงลำต้น ใบ และช่วงดอกเพื่อไม่ให้ต้น กิ่ง ใบ และดอกเสียหาย
ถัดมาเป็นแผนกแพ็กใส่กล่องกระดาษตามไซซ์ แพ็กเสร็จรอให้พนักงานส่งของมารับไป ทางร้านส่งเองเมื่อมีคนสั่งเยอะ ๆ หรือพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง
“มาลย์ เสร็จหรือยังลูก” เสียงถามดังมาจากด้านหลัง เจ้าของชื่อหันไปมองพร้อมฉีกยิ้มกว้างให้
“อีกนิดค่ะแม่ มาลย์ว่าจะช่วยพี่ ๆ แพ็กตรงนี้อีกสักหน่อย”
“คุณมาลย์ พอเลยค่ะ ไม่ต้องทำแล้ว ปล่อยให้พวกพี่ทำเถอะ พรุ่งนี้คุณมาลย์มีไปส่งกุหลาบให้ลูกค้าแต่เช้าไม่ใช่เหรอคะ”
พี่สุ ผู้จัดการร้านมือขวาของแม่เลี้ยงมาลาพูดขึ้น เธอทำงานที่นี่มาหลายปี ดูแลทุกอย่างช่วยแม่เลี้ยงมาลา รวมถึงเลี้ยงดูคุณมาลย์ของทุกคน
“เอางั้นก็ได้ค่ะ พี่ ๆ ก็สู้ ๆ นะคะ”
ยังทำท่าทางกำมือยกขึ้นตรงหน้าเป็นเชิงบอกว่าสู้ ๆ ให้กับพนักงานทุกคน
คนในร้านต่างยิ้มแย้มอารมณ์ดีด้วยความน่ารักของลูกสาวเจ้าของไร่กุหลาบนี้
เธอควงแขนผู้เป็นแม่เดินออกไปหลังร้าน ตรงไปตามทางจะเป็นทางไปไร่กุหลาบที่ปลูกทั้งแบบเปิดและแบบปิด เลี้ยวซ้ายมานิดจะเป็นตัวบ้าน
บ้านปูนสองชั้นสีขาวครีม หน้าต่าง ประตู ระเบียงตกแต่งด้วยไม้สีน้ำตาลเข้มรูปทรงสวยงามดูเรียบง่ายอบอุ่น ข้าง ๆ ประตูบ้านมีต้นกุหลาบเลื้อยสูงใหญ่ขึ้นไปจนถึงระเบียงชั้นสองออกดอกสีชมพูสดเต็มต้น
เปิดประตูเข้าบ้านไปเป็นห้องโถงกว้าง มีชุดโซฟาสีเบจจัดวางไว้ให้คนในบ้านได้พักผ่อนและโซนห้องครัวที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน ส่วนด้านซ้ายมือเป็นห้องน้ำไว้ใช้ด้านล่าง ชั้นบนเป็นห้องนอน
“ขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะลูก แม่ดูบัญชีต่ออีกนิด” ผู้เป็นแม่พูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในตัวบ้าน
“โอเคค่ะ แม่เองก็ต้องมะ...”
“ไม่โหมงานหนัก อย่าลืมพักผ่อน มีอะไรให้บอกมาลย์ ใช่ไหม”
ลูกสาวยังพูดไม่ทันจบประโยคดี แม่ก็พูดดักอย่างรู้ทัน ทั้งสองยิ้มหัวเราะให้กันอย่างนึกขำ
“ว้า รู้ทันซะแล้ว”
“หนูพูดบ่อยพอ ๆ กับเรียกแม่ รู้ไม่ทันสิแปลก” แม่เลี้ยงมาลารู้ดีว่าลูกสาวพูดด้วยความเป็นห่วง
“แม่รู้ทันขนาดนี้ ลูกจะไหวตัวทันได้ยังไงเวลาดื้อ” หญิงสาวยังพูดเย้าแหย่ผู้เป็นแม่
“ลูกจะดื้อเมื่อไหร่ จะดื้อกี่โมง” ลูกสาวคนเดียวสำหรับแม่เลี้ยงแล้วไม่ดื้อเลย ลูกไม่เคยทำอะไรให้หนักใจ
“รักแม่ที่สุด ฟอด~” พูดจบหอมแก้มนิ่มผู้เป็นแม่ฟอดใหญ่ หมุนตัวเดินขึ้นห้องไปอย่างอารมณ์ดี
แม่เลี้ยงมาลา เจ้าของร้านเจ้าของไร่กุหลาบ ‘มาลย์ นวารา’ ชื่อไร่ชื่อร้านตั้งตามชื่อลูกสาว แม่เลี้ยงมาลาดูแลกิจการต่อจากสามีที่เสียไปหลายปีด้วยอาการป่วย กว่าจะทำใจผ่านมาได้ก็เพราะมีลูกที่คอยอยู่ข้าง ๆ พี่สาวสามี
รวมทั้งพนักงานในร้านในไร่คอยช่วยเหลือ ตอนที่พึ่งเสียคู่ชีวิตไปดูวุ่นวายไม่น้อย กว่าจะปรับตัวได้และดูแลธุรกิจ กว่าจะเข้ามือ ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ทุกวันนี้ทุกอย่างลงตัวดีแล้ว
ตอนนี้ลูกสาวของเธอกำลังจะขึ้นปีสี่ ปีสุดท้ายของการเรียน ลูกตั้งใจเรียนเสมอ ไม่ดื้อ ไม่เคยทำให้ต้องเป็นห่วง
เรื่องผู้ชายแทบจะไม่มีให้เห็นทั้งที่ใคร ๆ ก็บอกว่าลูกสาวบ้านนี้สวยพอ ๆ กับดอกกุหลาบทั้งไร่ บางคนยังบอกว่าไม่รู้จะมองดอกกุหลาบหรือมองเจ้าของร้านดี เคยถามลูกไปหลายครั้งว่าไม่คิดจะมีแฟนบ้างเหรอ
**********
ฝากคุณนักอ่านกดติดตาม พิศสรา ด้วยน๊า มีนิยายสนุก ๆ มาลงเยอะเลยค่ะ
ติดต่อนักเขียนได้ที่ : เพจเฟซบุ๊ก : นามปากกาพิศสรา
“ทำไม”คนเมาถามเสียงอู้อี้ ปากแดง แก้มแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ปรือตามองเขาอยู่ กระตุ้นไอ้ยอดตองดีจริง ๆ“มาลย์ ปล่อยก่อน ถึงห้องค่อยว่ากัน” ยอดตองจับมือเล็กออกจากลำคอ วางลงบนตักเธอ แล้วขยับมานั่งที่ตัวเองเขาหลับตาปรับอารมณ์ ก้มมองเป้ากางเกงที่เหมือนจะฟูขึ้นมา เป่าลมหายใจออกทางปากจนหมดปอด หันไปมองคนข้าง ๆ ที่หลับคอพับไปแล้ว ชายหนุ่มมุมปากยกยิ้มขึ้นทั้งส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะออกรถตรงไปยังคอนโดฯ คนนั่งข้างพอถึงคอนโดฯ ยอดตองใช้คีย์การ์ดที่อยู่ในกระเป๋าเธอ แค่ทาบกับทางเข้าประตูลิฟต์ มันก็พาทั้งสองขึ้นไปยังชั้นที่เธอพักอยู่ พอประตูลิฟต์เปิดออก เขาถามเธอว่าพักอยู่ห้องไหน เบอร์อะไร คนเมายังพอตอบเขาได้ ถึงจะหลับตาตลอดทางก็เถอะเข้ามาในห้องเธอได้ เปิดไฟให้ความสว่าง ยอดตองพยุงมาลย์มานั่งลงที่โซฟากลางห้อง คนเมาเอนตัวนอนราบไปกับโซฟาทันทียอดตองหันมองซ้ายมองขวา เดินไปโซนเคาน์เตอร์ครัว เปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่มเองหนึ่งขวด แล้วหยิบอีกขวดเทใส่แก้วจนเต็ม ถือมาหาคนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่โซฟา“มาลย์ ดื่มน้ำก่อนนอนหน่อยหลับยาวเดี๋ยวร่าง
ผู้คนทยอยออกจากร้านจวนจะหมดแล้ว หรือเมา หรือจะหนีกลับก่อน หรือผู้ชายชื่อคลัตช์อะไรนั่นหวนกลับมาวุ่นวายกับเธออีกพอคิดได้แบบนั้น ยอดตองรีบกดโทร.ออกหามาลย์ทันที ติดแต่ไม่มีคนรับ โทร.สองสามรอบก็ไม่รับ ยอดตองเริ่มร้อนใจ นึกขึ้นได้ ไอ้เต้ กดโทร.หาเพื่อนอีกที พอได้ยินสัญญาณคนรับสาย ยอดตองรีบถามออกไปเร็ว ๆ“เต้ มาลย์...”“อยู่นี่... ช่วยกูด้วย”ยอดตองหันไปมองตามเสียง ภาพตรงหน้าเห็นเป็นกลุ่มก้อนที่เดินออกมาจากมุมมืด คนยืนมองหัวคิ้วขมวดนึกสงสัย ภาพไอ้เต้น่าเวทนาแท้ ถ้าไม่ติดว่าผู้หญิงที่มันหิ้วปีกอยู่เป็นยัยมาลย์หัวใจของเขาละก็ จะบอกให้เต้เลิกคบไปเสีย ภาระจริง ๆสภาพเต้คือแสนดีขี่หลัง กาบี้เกาะแขนซ้าย มาลย์เกาะแขนขวา แม่มาลย์กุหลาบหลับตาเดินด้วย เก่งเกินไปแล้วยอดตองเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม มือเท้าเอวมองภาพตรงหน้าก่อนจะเอะใจ แล้วเต้มันเอามือไหนรับโทรศัพท์ พอไล่สายตาไปเรื่อย ๆ ถึงเห็นแสนดีเป็นคนถือโทรศัพท์แนบหูเต้อยู่ ทั้งที่ยอดตองวางสายไปสักพักแล้ว คงยังพอมีสติกันอยู่บ้างสินะ ไม่เมา แค่ไม่เหมือนเดิมยอดตองเดินไปคว้ามาลย์มาหิ้วไว้ ใช้คำว่าหิ
“กลัวหรือเปล่า”“ก็ไม่เท่าไร แต่ออกไปจากสถานการณ์เมื่อกี้ได้ก็น่าจะดีกว่า”“กลับยัง”“ไปหาเพื่อนก่อน”“งั้นไป เดี๋ยวไปส่งหาเพื่อน”ยอดตองกับมาลย์เดินลงชั้นสามมา พอถึงชั้นสอง เขามองไปทางโต๊ะเพื่อนตัวเอง พยักหน้าให้ ไอ้พวกนั้นก็พยักหน้าตอบ เป็นอันรับรู้ว่าไม่มีอะไรแล้วเขาไปส่งเธอที่โต๊ะเพื่อนชั้นล่าง ทุกคนที่โต๊ะต่างทำหน้าเคร่งเครียดทั้งที่บอกจะพากันมาผ่อนคลายยอดตองนั่งคุยอยู่ด้วยสักพัก สายตายังมองหญิงสาวอยู่ตลอด เธอเล่าให้เพื่อนฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างอย่างละเอียด ยกเว้นเรื่องที่เขาจูบเธอ บางทีกาบี้กับแสนดีก็พูดเย้าแหย่กันจนเธอยิ้มหัวเราะออกมายอดตองอยู่จนแน่ใจว่าเธอไม่ได้คิดมากหรือนึกกลัวเรื่องที่ผ่านมาไม่นานนี้ เขาถึงได้ขอตัวออกมาเพราะต้องไปหาเพื่อนตัวเองกับเพื่อนน้องสาว ก่อนจะไปยังหันมาพูดกับมาลย์ เธอเองก็กำลังมองเขาอยู่“จะกลับบอกเรา เดี๋ยวไปส่ง”“เรามากับกาบี้แล้วก็แสนดี”“กาบี้กับแสนดีจะกลับพร้อมเต้” ยอดตองเป็นคนพูดออกมาเองมาลย์ขมวดคิ้ว หันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสามคนที่ตอนนี้นั่งอ้าปากค้างอย
“มาลย์มีแฟนแล้วค่ะ” คนฟังขมวดคิ้วทันที แฟนไหน ป้าเธอบอกว่าเธอไม่มีแฟน เขาเองก็ไม่เคยเห็น“กำลังโกหกพี่อยู่สินะ ไหนล่ะแฟนมาลย์”จู่ ๆ ประตูห้องวีไอพีชั้นสามก็ถูกเปิดออก คนที่อยู่ในห้องหันไปมองคนมาใหม่เป็นตาเดียว“มาลย์” เสียงคนมาใหม่เรียกหญิงสาวคนเดียวภายในห้องนี้เขาใช้สายตาสำรวจเร็ว ๆ ไม่มีใครมากนอกจากผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่โซฟาข้างเธอ กับผู้ชายร่างสูงใหญ่สองคนยืนอยู่ข้างประตู“ตอง”หญิงสาวเรียกชื่อเขาเสียงดัง เธอเหมือนจะโล่งใจขึ้นมาหน่อย แต่ทำอย่างไรดี พี่คลัตช์มีคนติดตามสองคน ยอดตองว่าตัวสูงกว่าผู้ชายทั่วไปแล้ว แต่ลูกน้องของคลัตช์ยังตัวใหญ่กว่า“มานี่” ยอดตองเรียกให้เธอมาหาเขาด้วยน้ำเสียงปกติ มาลย์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วมานั่งทำไมตรงนี้ ยัยบื้อ“ใครครับน้องมาลย์” คลัตช์จ้องหน้าคนมาใหม่ลูกน้องเขาสองคนขยับย่างกรายเข้าหายอดตอง ผู้เป็นนายยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ทั้งสองคนถึงถอยกลับไปยืนที่เดิมยอดตองยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้มีความเกรงกลัวกับเหตุการณ์ตรงหน้าหรือคนติดตามของคลัตช์ที่ทำหน้าพร้อมจะฉีกเนื้อเขาเป็
ด้านยอดตองยังยืนอยู่ข้างสนามกีฬากลางของมหา’ลัยเพื่อรอรับยอดเตย วันนี้เป็นวันแข่งกีฬาน้องใหม่และแข่งเชียร์วันสุดท้ายของน้องปีหนึ่ง พอพิธีจบลง ประธานสโมสรนักศึกษาด้านกิจกรรมอย่างชีวินขึ้นกล่าวปิดงานส่วนแฝดน้องอย่างชีวีพาวงดนตรีของชมรมมหา’ลัยบรรเลงให้ความบันเทิงกับทุกคนที่เข
มาลย์เองก็ตกใจ พยายามผลักคนตัวโตออกห่าง ทั้งทุบอกแกร่ง ดิ้นไม่หยุด รวบรวมแรงผลักเขาออกเต็มแรง ยอดตองแค่ผละออกเล็กน้อยเท่านั้น ไม่พอ เขายังรวบตัวเธอด้วยมือเดียว พาล้มลงบนโซฟาตัวใหญ่ด้านหลังยอดตองทับเธอไว้ทั้งตัว นี่เขายังเจ็บแขนอยู่ไหม พอล้มลงได้ เขาก็ประกบปากจูบลงมาอีก มือใหญ่ยังสอดเข้าท้
หลังทานข้าวจ่ายเงินเสร็จสรรพ เต้เป็นคนจ่ายไปก่อน เดี๋ยวจะเคลียร์กันทีหลัง มาลย์บอกว่าส่วนของยอดตอง เธอจะเป็นคนจ่าย ชายหนุ่มบอกไม่เป็นอะไร เธอยังยืนยันคำเดิม เขาถึงไม่พูดอะไรอีก ข้าวมื้อเดียวมันจะไปพออะไร คนโลภคิดในใจ“ตองมายังไง” เต้ถามขึ้นหลังจากทุกคนออกมาจากร้านอาหาร“นั่งแกร๊บคาร
เวลาเที่ยงกว่ามาลย์กับกลุ่มเพื่อนคุยงานจนเลยเวลาเที่ยง กาบี้แสนดีบ่นหิวแล้วหิวอีก ชวนกันหาอะไรกิน นั่งคิดอยู่นานก็เลือกไม่ได้ เตเต้เสนอไปกินที่ห้างฯ แถวมหา’ลัย ไม่ร้อนด้วย ไปถึงอาจคิดได้ว่าอยากกินอะไร คนเยอะหน่อย น่าจะได้อยู่ ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เก็บของเตรียมตัวไปห้างฯ