“งั้นเราให้ลูบหัวคืน ^^”
เพลงตะวันตกใจกับการกระทำซึ่งหน้าของคนตัวโต รีบชักมือเก็บลงบนตักแทบไม่ทัน ส่วนคนขี้แกล้งก็เอาแต่หัวเราะจากนั้นจึงถอดแว่นสายตาออกมาพับเก็บ
“มึงมันเล่นไม่รู้เรื่อง โตเป็นวัวเป็นควายละ กูล่ะเสียใจจริงๆ ที่พามึงกับตะวันมารู้จักกัน”
ว่านส่ายหัวเบื่อหน่ายกับการกระทำของเพื่อน เขาพอจำได้ว่าช่วงหนึ่งเพลงตะวันกับปรัชญาเคยสนิทกัน แม้จะไม่ค่อยคุยกันเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น แล้วเขามั่นใจว่าเคยเห็นเพื่อนสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันมากกว่าหนึ่งครั้ง
ปรัชญานิสัยไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อน นอกจากหน้าตาที่ดีกว่าพวกเดือนมหาวิทยาลัยปีนั้น ยังเป็นพวกพลังงานล้นเหลือ เซ็กซ์แอพพีล[1]สูง ตัวหอม คุยเก่ง อัธยาศัยดี และมีน้ำใจ จึงไม่แปลกที่จะมีเพื่อนมากมายต่างคณะรวมถึงว่านด้วย
“เออ แล้วตอนนั้นกูพามึงมารู้จักตะวันทำไมวะ?”
คนอายุสามสิบเริ่มนั่งรื้อฟื้นความหลังกัน นิสัยของเพลงตะวันแตกต่างจากเพื่อนอีกคนลิบลับ แม้จะเป็นพวกหัวกะทิเหมือนกัน แต่นิสัยชอบเก็บตัว ไปไหนมาไหนคนเดียว จนว่านนึกไม่ออกว่าอะไรทำให้สองคนนี้ต้องมารู้จักกัน
“เราเรียนตัวฟรีด้วยกันตอนปีสามไง” คุณหมอความจำดีเป็นฝ่ายพูด “ตอนนั้นกูลงเรียนวิชานั้นคนเดียวแล้วไม่มีกลุ่ม มึงเลยมาชวนไปอยู่ด้วยกัน”
“อ้อ~ กูนึกออกแล้ว วิชาที่เปิดหนังโป๊ให้ดูในคาบใช่มะ เออๆ ตอนนั้นรับมึงเข้ากลุ่มเพราะเห็นว่าเรียนหมอ น่าจะทำตัวมีประโยชน์”
“กูกับตะวันก็พามึงกับเทียนได้เอมาประดับบนใบเกรดไง” คำพูดจากอวดเบ่งแสนภูมิใจกับเรื่องวัยเรียนยังออกมาจากปากคุณหมอหนุ่มไม่หยุด
ต่างจากคนตัวเล็กที่กำลังนั่งฟังเรื่องเก่าพร้อมกับใบหน้าค่อยๆ แดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆ
เพราะเธอจำคืนที่ไปค้างห้องเขากันสองต่อสองและทำรายงานจนโต้รุ่งได้ มันเป็นคืนเดียวกันกับเหตุการณ์ที่เธอกับปรัชญาข้ามเส้นความสัมพันธ์จากเพื่อนไปสู่การเป็นคู่นอนตลอดหนึ่งปีครึ่ง
ดวงตากลมลอบมองคนข้างๆ อย่างระมัดระวัง แต่ถึงอย่างนั้นก็เผลอไปสบตากันและไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา กระทั่งเสียงเพื่อนอีกสองคนดังขึ้น
“วันนี้วันเกิดปรัชญ์ เรามาถ่ายรูปลงไอจีหน่อยดีไหม” เทียนหอมชวนขึ้นมา พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ตนเองออกมาจากกระเป๋าเสร็จสรรพ
แล้วเพื่อนที่เหลือจะปฏิเสธอะไรได้
ทุกคนจึงขยับเข้าหากันโดยพร้อมเพรียงโดยมีเจ้าของวันเกิดเป็นศูนย์กลางของภาพถ่าย
พรึ่บ!
ภาพแรกไม่ทันลั่น มือของปรัชญาก็วางบนหัวไหล่ของเพลงตะวันและรั้งเข้ามาใกล้ ไม่ลืมจะใช้ปลายนิ้วเขี่ยเพื่อนอีกคนให้ออกห่างจากคนตัวเล็กด้วย
“ไอ้ว่าน ถอยออกไปอีก เดี๋ยวเมียมึงคิดว่าถ่ายรูปกับสาวบ้านได้แตกอีก กูไม่ชอบรับเคสครอบครัวก่อนหย่า”
“ปากหมาน~” คนถูกแช่งด่าเพื่อนปนขบขัน แต่ก็ยอมเขยิบออกห่างจากร่างบอบบาง “กูถอยแล้ว เหลือมือมึงอะ เมื่อไหร่จะเอาออกจากไหล่เพื่อนกู...นี่ก็นั่งตัวแข็งให้มันกอด”
ไม่ได้ด่าแค่เพื่อนชาย คนสวยอย่างเพลงตะวันว่านก็ไม่เว้น คุณหมอหนุ่มจึงตัดรำคาญด้วยการเป็นฝ่ายลดมือลงเอง แต่ยังคงเอาอกแน่นหนันเบียดหัวไหล่มนเอาไว้ไม่หยุด
กระทั่งเทียนหอมถ่ายรูปจนหนำใจ ทั้งหมดจึงขยับกลับไปนั่งที่เดิม ปล่อยให้เจ้าของกล้องเป็นคนเลือกรูปและลงรูปให้
“ตะวันๆ แกมาดูรูปหน่อย ถ้าฉันลงรูปนี้แกโอเคไหม?” เทียนหอมกวักมือเรียกเพื่อนให้ชะโงกหน้ามาดู แต่เจ้าของชื่อกลับไม่ได้สนใจ
“รูปไหนก็ได้ เทียนลงไปเลย”
“แกแน่ใจนะ...โอเค ลงรูปในไอจีและแท็กทุกคนแล้ว” หญิงสาวบอกกับทุกคนบนโต๊ะก่อนจะยกเครื่องดื่มขึ้นมาจิบดับกระหาย “ถ่ายสิบรูปตะวันกับปรัชญ์นั่งเหมือนคนเป็นแฟนกันสิบรูป”
“อะไรนะ!?”
“เสียงดังทำไม ฉันเรียกแกมาดูรูปก่อนลงแล้วนะ แกไม่สนใจเอง” ใบหน้าเล็กมุ่ยหน้าใส่เพื่อนที่แหวลั่นร้าน มองตามมือของเพลงตะวันที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ก ตามด้วยคนที่ถูกมองว่าเป็นแฟนแอบชำเลืองตามองจอด้วยอีกคน
เพื่อนจะโกรธคนลงรูปอย่างเดียวไม่ได้ เพราะไม่ว่าภาพไหนปรัชญาก็มองแต่เพลงตะวัน แถมยังนั่งแนบชิดอีกนิดจะนั่งตักจะให้เธอทำอย่างไร
“ตอนเรียนสองคนนี้ก็ชอบหายไปด้วยกันสองคน” ว่านได้ทีรีบพูดสิ่งที่อยู่ในใจขึ้นมาบ้าง “นี่ถ้าไอ้ปรัชญ์ไม่เคยบอกว่ามีแฟนคงคิดไปแล้วว่าสองคนนี้เป็นแฟนกัน”
สิ้นคำพูดของว่าน ทุกคนก็พร้อมใจกันหันขวับไปมอง แต่ด้วยอารมณ์หลากหลาย ตกใจ งุนงง และอยากรู้อยากเห็น
“ดะ เดี๋ยว กูบอกมึงตอนไหนว่ามีแฟน” มือหนาของเขาคว้าข้อมือคนตัวเล็กใต้โต๊ะเอาไว้แน่น ทั้งพยายามส่งสายตาปฏิเสธและส่ายหน้าให้เห็น แต่ยัยตัวเล็กไม่ได้หันมามองเลย
แถมยังชักมือหนี...
“ก็วันแข่งกีฬาสี่สถาบันไง มึงแข่งบาสเสร็จตอนฝนตก แทนที่จะไปส่งกูกลับหอก่อน เสือกหนีไปหาสาว” เพื่อนสนิทเล่าความหลังเป็นฉากๆ ด้วยความแค้น “มึงบอกว่าสาวนอนป่วยอยู่ที่ห้อง ต้องรีบไปซื้อข้าวซื้อยาให้กูจำได้ เสียแรงอุตส่าห์ตื่นมาเชียร์แต่เช้า”
มาถึงตรงนี้คนที่นึกออกไม่ได้มีแค่เจ้าของเรื่อง แต่เจ้าของร่างบอบบางก็เริ่มจำได้ขึ้นมารางๆ
วันที่แข่งสี่สถาบันซึ่งจัดสี่ปีครั้ง คือวันเดียวกับวันที่เพลงตะวันป่วยเป็นไข้ทับระดูนอนซมอยู่ในห้องของปรัชญา
สาวที่ว่าก็คือเธอ...ไม่ใช่หมาที่ไหน
“กูขอดูรูปก็หวงไม่เคยให้ดู สมน้ำหน้ามึง สุดท้ายถูกเขาทิ้ง”
คำพูดเหน็บแนมกึ่งล้อเลียนจากเพื่อน ทำให้ถูกคุณหมอหนุ่มคว้าแตงกวาหั่นประดับจานปาใส่หน้า แม้ว่านจะหลบทันและตั้งจะหาอย่างอื่นมาปาคืน แต่ติดตรงที่เพื่อนเอาตัวไปซ่อนด้านหลังผู้หญิงจึงต้องหยุดมือ
“ไอ้หมอเวร”
“รีบแดกข้าว ก่อนจะได้แดกตีนเจ้าของงาน”
ปรัชญาตัดบทก่อนจะตักข้าวผัดลงบนจานตรงหน้าคนนั่งข้างกัน ตักทั้งเนื้อปู ปลาหมึกให้จนล้นจานเพราะรู้ว่าเพลงตะวันเป็นพวกเน้นกินกับไม่เน้นกินข้าว ส่วนจานตนเองก็เป็นข้าวกับไข่ที่เหลือ ไม่ลืมจะตักกุ้งมาใส่จนตนเองจนหมด จากนั้นก็ค่อยๆ ใช้ช้อนส้อมดึงหางกุ้งออกวางลงจานของเธออย่างประณีต
“เหลือแต่เคี้ยวข้าวให้กินแล้วมั้งนั่น มึงไม่เคยแกะกุ้งให้กูเลย”
“ตะวันเป็นผู้หญิง”
“เทียนก็เป็นผู้หญิงนะปรัชญ์” เทียนหอมซึ่งกำลังเอร็ดอร่อยกับเอ็นข้อไก่ทักขึ้นมาบ้าง
เพลงตะวันนั่งอยู่ฝั่งซ้ายของปรัชญา เทียนหอมก็คือคนที่นั่งประกบฝั่งขวา แต่ปรัชญากลับไม่คุยหรือดูแลเธอแม้แต่น้อย
“เสียใจอะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ไอ้เราก็นึกว่าทักแชตมาหาเพราะว่าอยากเจอเพื่อน ที่แท้ก็เห็นเทียนเป็นทางผ่านไปเจอตะวันสินะ” เสียงแหลมเล็กปั้นน้ำเสียงให้คล้ายกับกำลังน้อยอกน้อยใจ
แต่ทุกคนรู้ดี ว่าเป้าหมายถือการแซวเพื่อนสองคนที่นั่งเบียดกันไม่หยุดตั้งแต่เข้ามาในร้าน
“เราก็แค่อยากมาฉลองวันเกิดกับเพื่อน” จิตแพทย์หนุ่มปฏิเสธอย่างมีพิรุธ พร้อมกับตักอาหารใส่จานของเทียนหอมอย่างว่าง่าย
คนตัวเล็กที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จากลับดูออก จิตแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์กลับแกล้งแสดงอาการโกหกให้ตนเองดูมีพิรุธ
เขาน่ะ อยากจะป่าวประกาศให้โลกรู้ด้วยซ้ำ ว่ากำลังตามก้อร่อก้อติกเธอ
“นิสัยไม่ดี” ริมฝีปากบางบ่นพึมพำให้ได้ยินกันสองคน
คนแกะหางกุ้งไม่ได้สะทกสะท้าน กลับหัวเราะออกมาเบาๆ และใช้ช้อนตักข้าวผัดจากจานของเธอกินหน้าตายพร้อมกับพูดคุยกันให้ได้ยินกันสองคน
“หึ จะเอาคุณนักเขียนลงมาจากหอคอยงาช้าง ก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมกันบ้างครับ”
“อย่ามาวุ่นวายกับตะวันนะ”
“ปรัชญ์ให้กลับไปนอนคิด ว่าตะวันอยากให้ปรัชญ์เลิกวุ่นวายด้วยจริงหรือเปล่า”
“...”
“ปรัชญ์เป็นจิตแพทย์เพราะอะไรรู้ไหม?”
“ไม่อยากรู้” เพลงตะวันผินหน้าหนีไปมองทางอื่น
แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าของใบหน้าหล่อเหลายังเขยิบตามเข้ามากระซิบใกล้ๆ
“เอาไว้จับคนปากแข็งแบบตะวันไง”
✦——☀——✦
[1] เซ็กซ์แอพพีล (Sex appeal) หมายถึง แรงดึงดูดเพศตรงข้ามจากพฤติกรรมบางอย่างของเราเอง ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสนใจ เป็นที่ต้องตาต้องใจ ทำให้อยากที่จะเข้ามาพูดคุยทำความรู้จักเพื่อสานสัมพันธ์ต่อ