เหตุการณ์คืนนั้นผ่านไปครบหนึ่งสัปดาห์ แต่ภาพทุกอย่างยังคงอยู่ในหัวของคนตัวเล็ก เทียนหอมที่เมาหลับไปตื่นขึ้นมาช่วงตีสี่ของคืนเดียวกัน เพื่อนของเธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้เจอปรัชญา เพลงตะวันจึงตีเนียนไปว่าเป็นคนพาเพื่อนนั่งแท็กซี่กลับมาที่คอนโดมิเนียมกันลำพัง
ผ่านไปห้าวันหลังจากนิยายเรื่องใหม่เพิ่งวางขาย กระแสไม่ดีและไม่แย่ แต่เจ้าของงานกลับคิดไม่ออกว่าต้องหยิบเรื่องไหนมาเขียนเป็นลำดับต่อไป ทั้งที่พล็อตและทรีตเมนต์[1]มีอยู่ในมือแท้ๆ แต่เพลงตะวันรู้สึกว่าไม่อยากหยิบมันขึ้นมาเขียน
เธออยากได้ความแปลกใหม่ อยากเขียนอะไรที่สองปีที่ผ่านมาไม่เคยเขียน
‘นพ. ปรัชญา รัตนกิจสกุล
จิตแพทย์ทั่วไปในผู้ป่วยผู้ใหญ่ Good Mood Clinic’
นิ้วเรียวพลิกนามบัตรสีขาวในมือไปมาระหว่างที่นอนหงายอยู่บนเตียง แปดปีที่ตัดขาดกันจริงจัง กลั้นใจไม่ส่องแม้แต่ช่องทางโซเชียลของอีกฝ่าย เพลงตะวันตั้งใจทำงานและใช้ชีวิตราวกับไม่เคยมีอีกคนอยู่ในชีวิตมาก่อน เคยแม้กระทั่งคบหากับผู้ชายที่บริษัทเก่าเกือบปีสุดท้ายก็ตัดสินใจเลิกกันในที่สุด
คนตัวเล็กหย่อนนามบัตรกลับเข้าไปในลิ้นชักข้างเตียงตามเดิมก่อนจะเลื่อนปิด
‘Rrrrr~!!’
เสียงเรียกเข้าดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอโชว์ชื่อที่บันทึกเอาไว้
‘เทียนหอม’
“ว่าไงคะคนสวย” เธอกรอกเสียงสดใสรับสายเพื่อน
ปกติเทียนหอมไม่ค่อยโทรมาเวลานี้เพราะเพื่อนเองก็ต้องทำงาน หรือว่าวันนี้จะเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ คิดได้ดังนั้นเพลงตะวันจึงดึงโทรศัพท์ออกมาดูปฏิทิน
23 ตุลาคม
จริงตามที่คาดเอาไว้แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ เธอลาออกจากงานประจำมานานแล้ว ชีวิตจึงไม่ต้องยึดติดกับวันหยุดประจำปี
(แก ตอนเย็นออกมากินเหล้ากันไหม?)
“อารมณ์ไหนเนี่ย” ร้อยวันพันปีเทียนหอมไม่เคยชวนออกไปข้างนอกตอนกลางคืน เพราะเพื่อนรู้ดีว่าเธอไม่ค่อยว่าง
“ออกมาเถอะนะไม่ไกลเลย อยู่แถวคอนโดแกนั่นแหละ เดี๋ยวเราส่งโลฯให้”
โทรศัพท์ในมือขึ้นแจ้งเตือนข้อความในแอปพลิเคชันแชต อีกฝ่ายส่งโลเคชันมาให้พร้อมกับสติกเกอร์แมวยิ้มมีเลศนัย
แอบได้ยินปลายสายหัวเราะเบาๆ ด้วย
คนตัวเล็กหมุนโทรศัพท์ดูอยู่สักพักก็นึกออก มันคือบาร์เหล้าสไตล์ญี่ปุ่นขนาดสองคูหาที่อยู่ก่อนถึงมินิมาร์ต ซึ่งเพลงตะวันไปซื้อของที่นั่นเป็นประจำ
“อ้อ! ร้านนี้เราเคยเดินผ่าน”
(ดีเลย แต่งตัวสวยๆ นะ เจอกันสองทุ่ม)
คู่สนทนาชิงตัดสายไปเสียดื้อๆ ไม่รอฟังว่าเธอจะตอบรับหรือปฏิเสธ
ประตูร้านแบบไม้ถูกเลื่อนเปิดอัตโนมัติ พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าของร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสบายๆ บรรยากาศภายในร้านคล้ายกับร้านอิซากายะในญี่ปุ่นมีดนตรีเปิดคลอเบาๆ ใครความรู้สึกผ่อนคลาย บาร์เทนเดอร์และพ่อครัวสวมชุดยูกาตะยืนดูแลลูกค้าอยู่หลังเคาน์เตอร์ ลูกค้าของที่นี่ส่วนมากเป็นคนวัยทำงานและมีนักศึกษาประปราย
เพลงตะวันเดินผ่านเคาน์เตอร์บาร์ไปยังโซนที่นั่ง ดวงตากลมสอดส่ายสายตาหาเพื่อนที่รูปร่างพอๆ กันก่อนจะเห็นว่าเทียนหอมกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บริเวณโต๊ะด้านในสุดของร้าน
“เทียน” เธอเอ่ยทักเพื่อนเสียงใสก่อนจะหย่อนกายนั่งลงฝั่งตรงกันข้ามพร้อมกับวางกระเป๋าสะพายข้างลำตัว
“ตะวัน แกเขยิบเข้าไปข้างในหน่อย เดี๋ยวเพื่อนมาอีกสองคน”
มือเรียวของเพื่อนโบกเข้าไปข้างในเป็นการส่งสัญญาณกลายๆ เพลงตะวันจึงขยับตามที่เพื่อนบอกอย่างช่วยไม่ได้
“ชวนใครมา นึกว่าเราจะมากันแค่สองคนซะอีก”
“เจ้ามือ ฮิๆ เดี๋ยวก็มาแล้ว เมื่อกี้ส่งข้อความมาบอกว่าติดคนไข้เดี๋ยวตามมา” เทียนหอมพูดจบก็ปิดปากยิ้มกรุ้มกริ่ม
แต่เพียงแค่นั้นเพลงตะวันก็สะดุดใจกับคำว่า ‘ติดคนไข้’ หมอเดียวที่เพิ่งเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตเธอตอนนี้คือปรัชญา
“เทียน” น้ำเสียงเข้มผิดปกติทำเอาคนกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หุบปากฉับ “อีกคนคือปรัชญ์หรือเปล่า?”
“อะ เอ่อ...ปะ ปรัชญ์ไหน” สายตาของเพื่อนแสดงอาการลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด
คนตัวเล็กไม่รอช้าอีกต่อไป รีบหยัดกายลุกขึ้นพร้อมคว้ากระเป๋าจะเดินออกจากร้านโดยไม่ฟังเสียงเรียกของเพื่อนสาวอีกคนแม้แต่น้อย
ครืดดด...
ประตูของร้านเปิดอัตโนมัติพร้อมกับการปรากฏตัวของคนตัวสูง ปรัชญาแต่งกายดูดีด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวและเนกไทสีดำไร้ลวดลาย ใบหน้าหล่อเหลาสวมแว่นสายตาเลนส์ใสจนดูหล่อเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว
“จะยืนจ้องกันอีกนานไหม ฝนมันตกนะเว้ย!!”
เสียงห้าวของใครอีกคนดังขัดจังหวะการสำรวจของเพลงตะวัน เพื่อนอีกคนที่เทียนหอมหมายถึงคือว่านนั่นเอง
แต่เดี๋ยวนะ ฝนตก!?
ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มเบี่ยงหน้าออกไปมองบรรยากาศด้านนอก ตอนนี้ฝนกำลังตกห่าใหญ่แถมลมยังกรรโชกจนต้นไม้หน้าร้านสั่นไหว
“ออกมารับเราเหรอตะวัน?” ปรัชญาไม่พูดเปล่า จับไหล่มนหมุนตัวกลับหลังหัน พร้อมกับออกแรงดันให้เธอเดินกลับไปนั่งที่ “เป็นห่วงกลัวเราเปียกฝนสินะ”
ขี้ตู่! พูดเองเออเอง เธอไม่ได้คิดแบบนั้นสักนิด
“ปรัชญ์อย่าจับไหล่!” คนตัวเล็กสะบัดไหล่บางให้หลุดจากการเกาะกุม
ซึ่งเจ้าของชื่อก็ยอมลดมือลงจากไหล่อย่างว่าง่าย
แต่เปลี่ยนไปโอบเอวเธอเดินแทน
“ไอ้ปรัชญ์! มือมึง!!”
เป็นว่านที่เดินตามหลังทั้งคู่ทักท้วงขึ้นมา แต่เจ้าของมือยังตีหน้าซื่อ หันไปคุยกับเพื่อนราวกับไม่ได้กำลังทำอะไรผิด
“กูแค่จับไว้ กลัวตะวันเดินชนขอบโต๊ะ” เขาออกแรงดันเธอเดินต่อหลังตอบคำถามเพื่อน
สุภาพบุรุษฉิบหาย!!
เพลงตะวันอยากกางฝ่ามือข่วนหน้าคนเจ้าเล่ห์นัก ตอนนี้ไหล่เธอกับอกเขาเบียดกันจนแทบเดินไม่ได้ ทางเดินออกแบบให้เดินผ่านได้แบบวันเวย์ เมื่อปรัชญาเดินมาประกบแบบนี้ หญิงสาวยิ่งต้องเดินเบียดกับเขามากขึ้นเพื่อไม่ให้ชนโต๊ะคนอื่น
“ปรัชญ์ อย่ามาจับ!” เธอกระซิบดุเขาอีกรอบเมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมปล่อยมือ
อีกนิดเดียวจะถึงโต๊ะ ไม่อยากเป็นขี้ปากเทียนหอมขึ้นมาอีกคน
“ดุจัง อย่างกับน้องหมูเด้ง”
เพลงตะวันถลึงตาดุอีกรอบ แต่ปรัชญาลอบมองเธอลอดแว่นและยกยิ้มตอบกลับแค่นั้น มันเป็นรอยยิ้มที่ยียวน กวนประสาทและน่าตีที่สุด
กระทั่งถึงโต๊ะ ปรัชญาจึงดึงมือตนเองออกจากเอวบาง แต่ถึงอย่างนั้นมือหนายังดึงแขนเธอให้เดินเข้ามานั่งด้านในกับตนเองก่อนที่ว่านจะนั่งปิดท้าย
กลายเป็นว่าด้านหลังของหญิงสาวและปรัชญาติดกับผนังร้าน หากจะออกต้องให้เทียนหอมหรือว่านลุกเปิดทางให้
ฆาตกรรมในห้องปิดตายชัดๆ
“มาครบกันแล้วสั่งอาหารเลยได้ไหม หิวจนท้องร้องแล้ว” เทียนหอมแสร้งนิ่วหน้า พร้อมยกสมุดเมนูของร้านมากางออก “เอ็นไก่ทอด กุ้งชุบแป้งทอด หมูนึ่งมะนาว”
ระหว่างที่เอ่ยชื่อเมนูอาหาร มือของเพื่อนก็จดรายการนั้นไปด้วย จากนั้นจึงถามความเห็นคนอื่นๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะ
“เบียร์สดสองทาวเวอร์ ยำปลาดุกฟู ไก่ย่าง” ว่านเองสั่งรัวแบบไม่ยอมน้อยหน้า “ตะวันเอาอะไรเพิ่มไหม?”
“ไม่เอาแล้ว แค่นี้ก็เยอะแล้ว...”
“ข้าวผัดทะเลจานใหญ่” คนตัวสูงที่นั่งข้างกันสั่งแทรกเข้ามาจนทุกคนหันขวับ
“โอ๊ย! ’จารย์ปรัชญ์ มึงจะแดกข้าวในร้านเหล้า?”
“ก็กูยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เที่ยง ตะวันก็ยังไม่ได้กิน”
คนถูกพาดพิงรีบมองหน้า แต่สุดท้ายก็มองค้อนคนรู้ทันก่อนจะก้มหน้างุดไม่ปฏิเสธ
“เห็นมะ” นั่นยิ่งทำให้ปรัชญาได้ใจ ยกมือขึ้นมาโคลงศีรษะแสดงความเอ็นดู
“เกินไปแล้วนะมึง ถึงจะเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่มึงจะจับหัวตะวันโยกเป็นหัวหมาแบบนี้ไม่ได้” ว่านพูดโดยระหว่างนั้นก็เอามือขึ้นมาดันแว่นตนเองขึ้นไปด้วย “คนเขาจะมองว่าพวกใส่แว่นมันบ้ากาม เสียสถาบันหมด”
“ตะวันไม่เห็นว่าอะไรกูสักคำ”
ลอยหน้าลอยตาพูดอีกแล้ว เธอทั้งดุทั้งด่าจะตาแทบถลน เคยสำนึกบ้างหรือเปล่าเหอะ
“ทำหน้าแบบนี้ไม่ชอบที่เราลูบหัวเหรอ” จู่ๆ ปรัชญาก็เปลี่ยนจากหน้าหมากระดิกหางเป็นหมาซึมราวกับรู้สึกผิดอะไรนักหนา
พรึ่บ!
ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว มือหนาก็คว้าแขนเธอขึ้นไปวางบนศีรษะของตนเอง ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ให้คนตัวเล็กลูบได้ถนัดขึ้น
“งั้นเราให้ลูบหัวคืน^^”
✦——☀——✦
[1]ทรีตเมนต์ (Treatment) คือ โครงสร้างนิยายแบบละเอียด ใช้ลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ทำให้เห็นภาพรวมและไดนามิกของเรื่อง จึงสามารถแก้ไขและปรับปรุงลำดับการเล่าได้ก่อนลงมือเขียน