Se connecter@I University
<วันรับน้องปีหนึ่ง คณะบริหารธุรกิจ> เวลาเดินเร็วอีกแล้ว เร็วจนฉันตามแทบไม่ทัน ใช่ ฉันสายแล้ว วันนี้วันรับน้องวันแรกซะด้วย ฉันต้องโดนทำโทษแน่ๆ ทำไมนะ ทำไมรถต้องมาติดหนักเอาวันนี้ด้วย ฉันอุตส่าห์รีบตื่นแล้วเชียว “มิน มิน!” เอ๊ะ? นั่นมันเสียง... “แมค!?” แมควิ่งเข้ามาหาฉัน “นายก็เพิ่งมาด้วยเหรอ” “ก็อย่างที่เห็นอ่ะ ไปเหอะ” แมคบอกแล้วจับมือฉันให้เดินไปกับเขา “สองคนนั้นอ่ะ ทำไมเพิ่งมา!” พอเดินมาถึงลานรับน้องก็โดนรุ่นพี่ตะโกนทักทันที และแน่นอนเลย ฉันกับแมคต้องโดนทำโทษแน่ๆ “มาเลยมา มาโชว์ตัวข้างหน้าเลย” นั่นไง ว่าแล้วเชียว- -!!! “ทำไมถึงมาสาย!!!” โอ๊ย ยืนใกล้แค่นี้เอง ทำไมพี่เขาต้องตะคอกด้วยล่ะเนี่ย “ระ...รถ รถติดค่ะ” ฉันตกใจจนลิ้นพันกันไปหมด “หึ เหตุผลยอดฮิต แล้วเราอ่ะ รถติดเหมือนกันใช่ป่ะ” เขาถามแมคต่อ “ครับ” “ดี งั้นก็รับโทษเหมือนกันไปเลย” “เห้ยสัส เดี๋ยวเว้ย” รุ่นพี่อีกคนห้ามไว้ “ทำไมวะ” “โน่น ยังมีพวกมาสายอีกสองสามคน เรียกมารวมกันเลย จะได้ทำโทษทีเดียว” พอรุ่นพี่เขาคุยกัน ฉันก็อดเงยมองไม่ได้ เลยเห็นว่ามีคนที่เพิ่งมาอีกสามคน คนนึงเป็นผู้หญิง อีกสองคนเป็นผู้ชาย “เคๆ เฮ้! สามคนนั้นอ่ะ มาตรงนี้มา มายืนข้างๆสองคนนี้!” รุ่นพี่ตะโกนออกไป สามคนนั้นก็เดินมา “ไหนแนะนำตัวดิ๊ ทีละคนเลย เอาชื่อเล่นนะ อะ เริ่มจากขวามาเลย เริ่ม!!!” “โบว์ค่ะ” “ดังๆ!!!” “โบว์ค่ะ!” “ดังกว่านี้!!!” “โบว์ค่ะ!!!” “ดีมาก คนต่อไป!!!” “ลีโอ!!!” “ดีมาก ต่อไป!!!” “อคิน!!!” “โอเค ต่อไป!!!” “แมค!!!” “เออ อย่างนั้นแหละ อะ เรา คนสุดท้าย” “มินค่ะ!!!” ฉันสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆแล้วตะเบ็งเสียงออกไปสุดกำลัง ก็นะ พยายามให้เต็มที่ซะตอนนี้ ดีกว่าต้องพยายามใหม่หลายรอบ “ดีมาก!!! ทีนี้ก็กอดคอกันลุกนั่ง 50 ครั้ง ปฏิบัติ!!!” กอดคอกันลุกนั่งเหรอ!??? ตั้ง 50 ครั้งด้วย เห้ออ ตาย ๆ ตายแน่ๆ แต่ทำไงได้ล่ะใช่มั้ย ก็อยากมาสายเอง “อ้าวเห้ย ทำดิ เร็วๆเข้า เสียเวลาคนอื่นเขานั่งรอเห็นมั้ย อ้อ! แล้วก็นับให้ดังๆด้วย! เริ่ม!!!” “หนึ่ง!!!” เอ่อ... บอกเลยว่าแค่ทีแรกก็ลำบากแล้ว มันไม่ค่อยจะพร้อมกันเลยอ่ะ “เอาใหม่! ไม่พร้อมเลย!!!” ว่าแล้วต้องโดน “มิน คอยดูฉันไว้นะ จะได้พร้อมๆ เดี๋ยวฉันจะหันไปบอกไอ้พวกนั้นด้วย จะได้รีบๆทำให้เสร็จๆ ไม่ต้องเริ่มใหม่หลายรอบ” แมคหันมากระซิบบอกฉัน “อืม” ฉันพยักหน้า “เค” เขาบอกก่อนจะหันไปกระซิบเพื่อนคนข้างๆคล้ายกับว่าให้กระซิบส่งต่อกันไป “ไง ตกลงกันเสร็จยัง เริ่มได้แล้ว!!!” “ครับ!!!/ค่ะ!!!” พวกเราตอบรับก่อนจะเริ่มทำ “หนึ่ง!!!” คราวนี้พร้อมแฮะ “ดี แบบนั้นแหละ ทีนี้ทำต่อไปเรื่อยๆจนครบ เร็วๆ!!!” “สอง!!! สาม!!! สี่!!! ...” แล้วเราก็ทำต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง... “ห้าสิบ!!!!!” ครั้งนี้เสียงดังสุด ก็นะ กว่าจะมาถึงห้าสิบได้ แทบตายแน่ะ มันก็เลยต้องปล่อยให้สุดกันหน่อย “ดีมาก ทีนี้ก็กลับไปนั่งในแถวได้ แล้วถ้าไม่อยากโดนอีก คราวหน้าก็อย่ามาสาย เข้าใจมั้ย!!!” “ค่ะ!!!/ครับ!!!” พวกเราตอบรับแล้วพากันเดินกลับไปนั่งที่แถวด้วยสภาพหอบแฮ่กๆกันทุกคน แต่ผู้ชาย(ที่ตอนนี้แยกไปนั่งแถวผู้ชาย)ดูไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอก ฉันกับเพื่อนผู้หญิงคนที่ชื่อโบว์นี่สิ เหงื่อท่วมเลยมั้ง สภาพเหมือนใกล้ตายเต็มที “นี่ๆ” โบว์ เอ่อ ขอเรียกเธอว่าโบว์ละกันนะ ไหนๆก็เพื่อนกันทั้งนั้น ว่าแต่โบว์สะกิดฉันทำไม? “อะไรเหรอ” ฉันหันไปถาม “โคตรเหนื่อยเลยเนอะว่าป่ะ” “เอ่อ อืม” ฉันตอบพร้อมยิ้มนิดๆ ส่วนเธอยิ้มกว้าง เหมือนเธอจะอัธยาศัยดีอ่ะเนอะ ตรงข้ามกับฉันที่เข้าสังคมไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ “เออ ฉันโบว์นะ เธออ่ะ มินใช่ป่ะ” “อืม เราชื่อมิน มินตรา” “อ๋อ เคๆ เออ มีไรอยากถาม เธอกับคนที่ชื่อแมคอ่ะ รู้จักกันมาก่อนเหรอ ฉันเห็นเขากระซิบพูดกับเธอเหมือนคนที่สนิทกันมาประมาณนึงเลยอ่ะ” “อืม เราเรียนมัธยมมาด้วยกัน” “เหรอ ดีจังอ่ะ” เธอยิ้มด้วยแววตาแปลกๆ ไม่รู้สิ เหมือนจะปลื้มแมคเอามากๆ “เฮ้ๆ สองคนนั้นอ่ะ อยากโดนทำโทษอีกรอบมั้ย!!!” เสียงรุ่นพี่ตะโกนมาทำเอาสะดุ้ง ก่อนต่างคนก็ต่างเงียบกันไป ไม่คุยอะไรกันอีก โบว์ก็ไม่พูดอะไรอีก ก็นะ ใครจะอยากโดนทำโทษรอบสอง เดี๋ยวก็ได้ตายคารับน้องกันพอดี==¥ //พักเที่ยง... “มิน อยากกินไร เดี๋ยวไปซื้อให้” แมคถามฉัน พอเลิกรับน้อง เราก็มากินข้าวกัน พอดีรับน้องเขารับแค่ครึ่งวันน่ะ และจะเป็นแบบนี้ไปสองอาทิตย์ ส่วนช่วงเวลาอื่นๆ อย่างเช่นถ้าจะมีประชุมเสริมตอนค่ำ พี่เขาจะนัดอีกที เออ! จริงสิ ลืมไปเลยว่าแมคถามฉันว่าจะกินอะไร แต่ฉันว่าฉันไปซื้อเองดีกว่า เกรงใจเขาอ่ะ “เดี๋ยวเราไปซื้อเองก็ได้ นายไปซื้อของนายเถอะ” “เอาน่า ซื้อมาทีเดียว จะได้กินเลย ไม่เสียเวลา อีกอย่าง ขืนเธอไม่นั่งเฝ้าโต๊ะไว้ เดี๋ยวก็อดมีโต๊ะนั่งกันพอดี” “ก็สลับกันไปซื้อ ไม่เห็นเป็นไร” “บอกว่าซื้อให้ไง สรุปจะกินไร” คราวนี้เหมือนแมคจะไม่ค่อยพอใจแล้วอ่ะ งั้นตามใจเขาก็ได้ “กินเหมือนนายก็ได้” “ก็แค่นั้น” แล้วเขาก็เดินไปเลย ส่วนฉันเหรอ มาถึงขั้นนี้ก็คงทำได้แค่อย่างเดียว ...นั่งรอกินไปตามระเบียบ MINTRA END MAX ผมเดินห่างออกมาจากโต๊ะกินข้าว แล้วตรงไปดูที่ร้านอาหาร ไม่รู้จะกินอะไรดี เท่าที่จำได้ มินตราชอบกินสุกี้ทะเลนะรู้สึก งั้นผมไปซื้อสุกี้ทะเลให้เธอดีกว่า เออ! จริงสิครับ ผมยังไม่ได้บอกเลยใช่มั้ยว่าตอนนี้ผมจบม.6แล้ว เพราะงั้น แน่นอนว่าตอนนี้ผมเลื่อนขั้นมาอยู่มหาลัยแล้ว และที่พีคไปกว่านั้นคือ...ผมติดที่เดียวกับมินตราเว้ย บอกเลยว่าโคตรดีใจอ่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องดีใจขนาดนี้ ผมรู้แต่ว่าผมไม่อยากจะแยกจากเธอเลย ผมอยากอยู่ใกล้ๆเธอ หรือที่ผมไม่อยากแยกกับเธอเพราะผมกลัวไม่มีใครช่วยทำการบ้านให้ผมวะ เออ สงสัยคงจะใช่ หึ เลวใช่มั้ย ก็นะ ผมก็ไม่เคยบอกว่าผมเป็นคนดีอยู่แล้ว MAX END MINTRA ปึก! “อะ ได้ละ” อยู่ๆชามสุกี้ทะเลก็ถูกวางลงตรงหน้าฉัน “ขอบใจนะ น่ากินมากเลยอ่ะ” ฉันเงยหน้าขึ้นไปยิ้มบอกแมค ก็สุกี้ทะเลนี่มันของโปรดฉันเลยนี่นา “แล้วนายล่ะ ซื้อไรมากินเหรอ” “เหมือนเธอนั่นแหละ” เขาตอบพลางนั่งลงข้างๆฉัน ก่อนจะวางขวดน้ำเปล่าที่เขาหนีบมากับแขนลงที่ข้างๆชาม “เฮ้ ขอนั่งด้วยคนดิ” พอเราทำท่าจะกิน อยู่ๆก็มีผู้ชายสองคนเดินมาที่โต๊ะ แล้วถ้าฉันจำไม่ผิด พวกเขาคือสองคนที่โดนทำโทษพร้อมฉันกับแมคเมื่อเช้านี้ “เอาดิ ตามสบาย” แมคบอก “แต๊งค์กิ้วคร้าบบ” ผู้ชายคนเดิมตอบ เอ... รู้สึกคนนี้เขาจะชื่อลีโอนะ จำได้จากที่เขาแนะนำตัวเมื่อเช้าน่ะ “เออ ลืมแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ฉันลีโอนะ ส่วนนี่อคิน ก็เพิ่งรู้จักกันเมื่อเช้านี่แหละ ตอนเที่ยงเลยมากินข้าวด้วยกัน เห็นพวกนายพอดี เลยมาขอนั่งด้วย แบบว่าเมื่อเช้าโดนทำโทษด้วยกัน เลยรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันนิดนึง ฮ่าๆ ไม่ว่าใช่ป่ะ” “ไม่ว่า ดีซะอีก นั่งกินกันหลายๆคน เออ! งั้นฉันแนะนำตัวอย่างเป็นทางการด้วยละกัน ฉันแมค ส่วนนี่ก็มินตรา” “เค ยินดีที่ได้รู้จักนะ” “เช่นกันว่ะ” แล้วพวกผู้ชายเขาก็จับมือกัน ส่วนฉันก็ได้แต่นั่งยิ้มๆ ก็ผู้ชายทั้งนั้นนี่นา ฉันผู้หญิงอยู่คนเดียว เลยไม่รู้จะพูดอะไร “นี่ พวกนาย หวัดดี” เพิ่งพูดไปหยกๆว่าฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวที่นั่งอยู่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วล่ะ เพราะมีผู้หญิงสามคนเดินเข้ามาหา หนึ่งในนั้นคือโบว์ คนที่โดนทำโทษด้วยกันเมื่อเช้า “ขอพวกเรานั่งด้วยได้ป่ะ” “เอาดิ กับสาวๆสวยๆ ใครจะกล้าปฏิเสธ” แมคบอกยิ้มๆ “ขอบใจนะ” โบว์บอกแล้วนั่งลงพร้อมเพื่อนเธอ “ฉันโบว์นะ แบบว่าขอแนะนำตัวอีกที ส่วนนี่นินิวกับแพมแพม เพื่อนฉันเอง เรามาจากโรงเรียนเดียวกันอ่ะ” “อ๋อ เหมือนฉันกับมินเลย เราก็มาจากโรงเรียนเดียวกัน” แมคบอก “เออ! แล้วต้องแนะนำตัวกันอีกรอบป่ะ” แมคพูดขึ้นมาอีกประโยค “หูย ไม่ต้องแล้วล่ะ จำได้ตั้งแต่เมื่อเช้าละ ก็โดนทำโทษด้วยกันนี่นา ส่วนสองคนนี้ก็คงได้ยินชัดแล้วล่ะ ก็พวกเราโดนบังคับให้ตะเบ็งชื่อตัวเองออกไปโคตรดังซะขนาดนั้น” “อืม จะว่าไปก็ถูกของโบว์นะ หึๆ” ลีโอพูดขึ้นมายิ้มๆ ส่วนอคินเหรอ ดูเหมือนเขาเป็นคนไม่ค่อยพูดนะ เพราะเห็นส่วนใหญ่ก็นิ่งตลอด จะพูดก็ตอนจำเป็น “ใช่ป่ะ หึๆ” โบว์ตอบรับ จากนั้นพวกเราก็ชวนกันกินไปคุยไปตามประสาคนที่เพิ่งรู้จักกัน จะว่าไป บรรยากาศแบบนี้ก็มีความสุขดีเหมือนกันนะ ได้เจออะไรใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ^^MAXเห้อ...!!!วันนี้หลังจากที่ผมขับรถไปหามินตราที่บ้าน แล้วต้องกินแห้วเหมือนอย่างเคย ผมก็กลับมานั่งคอตกอยู่ที่คอนโดคนเดียวไม่ต่างกับหลายๆวันที่ผ่านมา การรอคอยอย่างไม่รู้จุดสิ้นสุดมันเป็นอะไรที่โคตรทรมานเลยจริงๆ ตอนนี้ผมไม่รู้ข่าวคราวของมินตราเลย ไม่รู้เลยว่าเธอจะกลับมาเมื่อไหร่ ทั้งๆที่นี่ก็ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ความจริงเธอน่าจะกลับมาได้แล้ว แต่เธอก็ยังไม่กลับมาเลย และผมเดาไม่ออกจริงๆว่าเธอไปไหน เพราะถ้ารู้ ผมคงไม่มานั่งกลืนความหมดอาลัยตายอยากแทนข้าวอยู่เป็นเดือนๆแบบนี้ ...นี่สินะ ผลของความเลวระยำและความโง่เง่าเต่าตุ่นของผม ถ้าผมไม่ทำร้ายมินตรา ถ้าผมรู้ใจตัวเองเร็วกว่านี้ เรื่องทุกอย่างมันก็คงไม่ลงเอยแบบนี้ แต่ผมจะมาพูดพร่ำตอนนี้มันก็คงไม่มีประโยชน์ ในเมื่อผมทำตัวเอง และผมคงย้อนเวลากลับไปแก้ไขความบัดซบของตัวเองในอดีตไม่ได้ ตอนนี้สิ่งเดียวที่ผมทำได้ คงมีเพียงอย่างเดียว คือรอให้ถึงวันเปิดเทอม เพราะวันเปิดเทอมมันคือความหวังเดียวของผมในนาทีนี้แล้วจริงๆ.:;วันเปิดเทอม...และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เป็นความหวังเดียวของผม วันที่ผมหวังว่าจะได้เจอมินตราหลังจากที่ผมรอเห็นหน้า และรอที่จะสารภาพ
หลายวันต่อมา...สรุปแล้ววันนั้นมินตราก็ไม่กลับมา ผมนั่งรอเธออยู่หน้าบ้านทั้งคืนแต่ก็ไร้วี่แวว จนมาถึงวันนี้เธอก็ยังไม่กลับมา ผมมาหาเธอทุกวัน นั่งรอเธอหน้าบ้านอย่างตอนนี้ทุกวัน แล้วก็กินแห้วทุกวัน ผมไม่รู้ว่าเธอไปไหน และผมไม่รู้จะไปหาเธอได้ที่ไหน ไม่รู้จะติดต่อเธอได้ยังไง ในเมื่อดูเหมือนเธอจะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เฟซบุ๊คไอจีของเธอก็ไม่เคลื่อนไหว เธอเงียบหายไปเลยดื้อๆ จนผมมืดแปดด้านไปหมดแล้ว ผมควรจะทำยังไงดี การได้เห็นแต่ไม่ได้คุยว่าทรมานแล้ว แต่นี่ทั้งไม่เห็นทั้งไม่ได้คุยทั้งไม่รู้เรื่องรู้ราวหรือข่าวคราวอะไรเลยมันยิ่งกว่าทรมาน คำถามเดียวที่อยู่ในหัวผมตอนนี้ คือผมจะได้เจอมินตราอีกมั้ย ผม...ผมกลัวเหลือเกินRrrrrrr...!!!เสียงโทรศัพท์ที่จู่ๆก็ดังขึ้นทำให้ผมจำต้องละสายตาจากหน้าบ้านมินตราแล้วหยิบโทรศัพท์มากดรับแทน ไอ้ลีโอมันโทรมาน่ะครับ“มีไร” ผมรับสายแล้วกรอกเสียงลงไป ในเมื่อผมเดาไม่ออกว่าไอ้ลีโอมันโทรมาทำไม ผมไม่ได้เจอกับมันหลายวันแล้ว กับไอ้อคินก็เหมือนกัน ก็ตั้งแต่ปิดเทอม(“ก็มีนิดหน่อย มึงว่างป่ะ ออกมาเจอกันหน่อยดิ พอดีมีเรื่องให้ช่วย”)“ช่วยเรื่อง?”(“เอาน่า มาก่อนเหอะ เดี๋ยวอธิบายให้
คิดได้อย่างนั้นฉันเลยลุกเดินไปเปิดประตูบ้าน ก่อนความตกใจจะมาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว ทันทีที่เปิดประตูออกไปแล้วเห็นว่าใครเป็นคนเคาะ“โบว์!?” ใช่ คือโบว์ที่เป็นคนมาเคาะประตู“เอ่อ โบว์...โบว์มาหาเราเหรอ” ที่ฉันถามไปแบบนั้น เพราะไม่คิดว่าโบว์จะมาหาฉัน เพราะโบว์เกลียดฉันไปแล้ว แต่ถ้าให้คิดว่าโบว์จะมาหาเรื่องฉันมันก็ดูเหมือนไม่น่าจะใช่ เพราะสีหน้าท่าทางของโบว์มันไม่ได้ดูเกรี้ยวกราดหรือขุ่นเคืองเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับดูเศร้าซึมและขุ่นหมองด้วยซ้ำ“อืม โบว์มาหามิน โบว์อยากคุยกับมิน“ คะ...คุย? คุยงั้นเหรอ“ขอเข้าไปได้มั้ย”“ห้ะ อือ อืม ได้สิ” ฉันตอบรับทั้งๆที่ยังนึกไม่ออกและไม่เข้าใจ ว่าโบว์จะมาไม้ไหน แล้วโบว์จะคุยกับฉันเรื่องอะไร ในเมื่อตอนอยู่มหาลัย โบว์แทบไม่มองหน้าฉัน หรือถ้ามองก็อย่างที่เคยบอก ว่ามันมีแต่ความเกลียดชังและขุ่นเคือง“มีเรื่องอะไรจะคุยกับเราเหรอ” ฉันเดินนำมาที่โซฟาก่อนจะเอ่ยถามหลังจากที่เรานั่งลงทั้งสองคน“โบว์อยากมาขอโทษ” ขอโทษ?“อยากขอโทษในทุกๆเรื่องที่โบว์เคยทำกับมิน โบว์รู้แล้วว่าโบว์ทำไม่ถูก และโบว์เข้าใจแล้ว ว่าถึงแม้ว่าโบว์จะรักแมคและพยายามทำเพื่อแมคแค่ไหน โบว์ก็ไม
ฉันเดินตามพี่นิคมาจนถึงม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับเขาพร้อมกับรอฟังเรื่องที่เขาจะพูด“คือพี่จะมาขอโทษเรื่องวันนั้นน่ะ”“ขอโทษ?” ฉันเอียงหน้าขมวดคิ้วอย่างงุนงง ในเมื่อฉันต่างหากที่ผิด ไม่ใช่เขา“ครับ พี่จะมาขอโทษมิน เรื่องที่วันนั้นพี่ใช้อารมณ์มากไปหน่อย พี่ควบคุมตัวเองไม่ได้ พี่ขอโทษจริงๆ” ดูจากสีหน้าและแววตาของเขาแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกผิดจริงๆด้วยนั่นแหละ“ไม่เป็นไรค่ะพี่นิค มินไม่โกรธหรอก เพราะคนผิดคือมินต่างหาก มินขอโทษนะคะที่มินเอาความวุ่นวายไปให้ที่ร้าน แล้วก็ขอโทษที่มิน เอ่อ...” ปฏิเสธความรักของพี่ ประโยคท้ายฉันละไว้ในฐานที่เข้าใจ“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ ความรักมันบังคับกันไม่ได้ เพราะงั้นมันคงเป็นไปไม่ได้ ที่พี่จะสั่งให้มินเลิกรักหมอนั่นแล้วหันมารักพี่ ก็เหมือนกับที่พี่สั่งตัวเองให้เลิกรักมินไม่ได้”“พี่นิค...”“เอาน่า ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวนานไป พี่ก็คงทำใจได้เอง แล้วอีกอย่าง ที่พี่มาวันนี้ไม่ได้จะมาดราม่ากับมินซะหน่อย แต่ที่พี่มา เพราะพี่อยากจะมาขอโทษเรื่องวันนั้น แล้วก็อยากจะมาชวนมินให้กลับไปทำงานที่ร้านด้วยกัน”“กลับไปทำงาน?” ฉันไม่คิดว่าเขาจะยังใจดีให้ฉันกลับ
ความตกใจที่ได้ยินว่าแมคเรียกตะโกนตามหลังฉันมาพร้อมด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆที่ดังรัวๆ ทำให้ฉันต้องรีบเร่งฝีเท้าของฉันให้เร็วกว่านี้ ยิ่งเร็วได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี“มิน! เดี๋ยว! คุยกันก่อน อย่าเพิ่งไป!”“ไม่! เราไม่คุยอะไรกับนายทั้งนั้น” ฉันตอบกลับไปโดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปมอง ขณะเดียวกันเท้าของฉันก็ยังคงพยายามเร่งก้าวรัวๆไปข้างหน้า“แต่เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง!” ดูเหมือนเขาจะยังตามมาไม่ยอมหยุด“เราบอกว่าเราไม่คุยไง!”“เธอต้องคุย! เพราะฉันจะไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ให้มันค้างคา!”หมับ!“ว้าย!” แมคคว้าข้อมือฉันไว้ได้ ก่อนเขาจะใช้สองแขนรวบหน้าท้องฉันแล้วดึงฉันเข้าไปกอด“ในที่สุดก็จับได้สักที” เขาวางคางลงตรงไหล่ฉัน แล้วหันหน้าเข้าหาแก้มฉันพร้อมกับน้ำเสียงที่อยู่ๆก็อ่อนโยนลงดื้อๆดังเข้าหูฉันมา บอกได้เลยว่าการกระทำของเขามันทำให้ทั้งตัวทั้งใจของฉันสั่น แต่ถ้าจะให้ฉันคล้อยตาม มันก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น ในเมื่อความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับจากเขามันช่างมากมาย“ปล่อยเรา” ฉันพยายามทำเสียงแข็งๆเข้าไว้ ใจก็ด้วย“ไม่ปล่อย จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่องก่อน” ขณะที่แมคพูดไป ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่กระทบ
MINTRA ก็อกๆๆที่ฉันมาเคาะประตูห้องทำงานพี่นิค เพราะหลังจากที่เขาจัดการให้โบว์กลับไปได้แล้ว(ซึ่งไม่รู้ว่าเขาจัดการด้วยวิธีไหน)เขาก็เรียกให้ฉันมาพบที่ห้องทำงาน นี่หรือว่าเขา...เขาจะไล่ฉันออก! โทษฐานที่ก่อแต่เรื่องมาให้ที่ร้านจนมันมากมายเกินไปแล้ว!!!“เข้ามา” เสียงตอบรับฟังดูไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่นะฉันว่า มันเลยทำให้ฉันยิ่งหวาดผวาเข้าไปใหญ่ กลัวว่าจะโดนไล่ออกจริงๆ แต่ถึงจะอย่างนั้น ฉันก็พยายามทำใจดีๆเข้าไว้แล้วเปิดประตูเข้าไป“เอ่อ พี่นิค เรียกมินมีอะไรเหรอคะ”“นั่งก่อนสิ”“เอ่อ ค่ะ” ฉันตอบรับก่อนจะค่อยๆเดินไปนั่งตรงหน้าโต๊ะทำงานของพี่นิค ในใจก็ภาวนาว่าขออย่าให้โดนไล่ออกเลย“พี่มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย เรื่องที่ยัยนั่นมาอาละวาด” เรื่องที่ยัยนั่นมาอาละวาด? ที่พี่นิคหมายถึงคงไม่พ้นเรื่องโบว์ แต่เดี๋ยวนะ คือเขาหมายถึงเรื่องโบว์เรื่องเดียวไม่พ่วงเรื่องไล่ฉันออกด้วยใช่มั้ย“ผู้ชายที่ยัยนั่นพูดถึง คือผู้ชายที่มาหาเรื่องมินเมื่อวานใช่รึเปล่า” คำถามของพี่นิคทำเอาฉันชะงัก ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องโดนไล่ออกอย่างที่ฉันกลัวก็จริง แต่เป็นเรื่องที่ฉันไม่คิดว่าพี่นิคจะถาม และไม่ใช่ว่าฉันไม่มีคำต





![[1] SEXY GRIL รัก ร้อน แรง](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

