หลังจากกิจกรรมสอนเชียร์สิ้นสุดลง เสียงโหวกเหวกคึกคักของเหล่าเฟรชชี่ค่อย ๆ จางหายไปในยามเย็น ลิลิน โบกมือลาพริกแกงกับเมษา ก่อนจะรีบขึ้นรถสองแถวที่ตรงไปยังบ้านของเธอ
ถนนสายเล็ก ๆ คุ้นตาค่อย ๆ โผล่เข้ามาในสายตา บ้านสองชั้นสีขาวเรียบ ๆ พร้อมรั้วไม้เตี้ย ๆ และสวนเล็ก ๆ หน้าบ้าน ที่นี่คือบ้านของเธอ บ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ไม่หรูหรา ไม่จนตรอก แต่พอเพียงและสบายใจ
เสียงเห่าของเจ้าหมาน้อยพันธุ์ไทยดังขึ้นทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามาในรั้วบ้าน
“ลิลินมาแล้วเหรอลูก” เสียงผู้หญิงแสนอบอุ่นดังขึ้นจากในครัว แม่ กำลังใส่ผ้ากันเปื้อน เตรียมอาหารเย็น
“ค่ะแม่” ลิลินลากเสียงยาว กระโดดเข้าไปกอดแม่จากด้านหลังอย่างออดอ้อน แก้มเนียนซบลงบนไหล่ผู้หญิงที่เธอรักที่สุดในโลก
“โอ๊ย! โตจะเป็นสาวมหาลัยแล้วยังจะอ้อนเหมือนเด็ก ๆ อยู่อีก” แม่หัวเราะ แต่ก็เอื้อมมือมาลูบศีรษะเบา ๆ อย่างเอ็นดู
ในห้องรับแขก พ่อ กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ใบหน้าคมขรึมแต่สายตาอ่อนโยน เขาคือคุณครูมัธยมที่เป็นที่เคารพของนักเรียนมากมาย
“กลับดึกเลยนะลิลิน วันนี้กิจกรรมหนักเหรอ?” พ่อเอ่ยถามโดยไม่ละสายตาจากหนังสือพิมพ์
“ก็…นิดหน่อยค่ะพ่อ” เธอเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ ก่อนจะโถมตัวกอดแขน “เหนื่อยมากเลย พ่อปลอบหน่อยสิ~”
“เด็กคนนี้” พ่อหัวเราะในลำคอ ยกมือมาลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู "เอาแต่ใจเหมือนเดิมเลยนะเรา"
เสียงดังโหวกเหวกดังมาจากบันได
“ใครมาอ้อนอะไรอีกเนี่ย…ไม่อายมั่งเหรอ!”
ลิลุต น้องชายวัย ม.5 เดินลงมาพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ ดวงตาเป็นประกายขี้แกล้ง
“อ้าว ไอ้ตัวแสบ” ลิลินหันขวับไป ทำตาเขียวใส่ “นี่แน่ะ!” เธอหยิบหมอนอิงบนโซฟาเขวี้ยงใส่น้องชายทันที
“เฮ้ย! จะฆ่าน้องรึไงเนี่ย!” ลิลุตหัวเราะเสียงดัง โบกไม้โบกมือหลบหมอนก่อนวิ่งหนีไปหลังเก้าอี้
พ่อกับแม่หันมามองกันแล้วหัวเราะเบา ๆ กับความวุ่นวายในบ้าน
หลังจากนั้นทั้งครอบครัวก็มานั่งกินข้าวเย็นพร้อมหน้ากัน โต๊ะไม้กลมกลางห้องถูกวางด้วยกับข้าวเรียบง่าย แกงจืดเต้าหู้หมูสับ ไข่เจียวฟู และผัดผักรวม
“กินเยอะ ๆ นะลูก จะได้มีแรงเรียน” แม่ตักกับข้าวใส่จานให้
“ขอบคุณค่ะแม่~” ลิลินตอบเสียงออดอ้อนจนพ่อส่ายหน้า
“อ้อนแม่เกินไปแล้วนะเรา”
“ก็แม่ทำของอร่อยนี่นา!” เธอยิ้มกว้าง ตักไข่เจียวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยลิลุตหัวเราะ
“ดูสิพ่อ แค่กลับบ้านวันเดียวก็ทำเป็นเด็กติดแม่เลย”
“แล้วไงล่ะ! พี่ก็ลูกแม่เหมือนกันนี่” ลิลินทำเสียงแข็งใส่ ก่อนจะยื่นช้อนข้าวไปเขี่ยน้องชายเล่น
บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ครอบครัวเล็ก ๆ ที่แม้ไม่ได้ร่ำรวย แต่กลับเต็มไปด้วยความสุข
หลังอาหารเย็น ลิลินช่วยแม่ล้างจาน ขณะที่พ่อเก็บหนังสือพิมพ์ไปจัดในชั้น น้องชายก็นั่งดูการ์ตูนเสียงดังอยู่หน้าทีวี
“เหนื่อยไหมลูก?” แม่ถามเบา ๆ ขณะส่งจานให้เธอเช็ด
“เหนื่อยค่ะ แต่พอได้กลับบ้านมาเจอแม่ เจอพ่อ เจอน้อง…ก็หายเหนื่อยแล้ว” เธอยิ้มอ่อนโยน ดวงตาใสเป็นประกายแม่ยกมือขึ้นลูบแก้มเบา ๆ
“ยังไงก็อย่าฝืนตัวเองนะลิลิน มหาลัยมันโหดแต่แม่เชื่อว่าลูกทำได้”
หัวใจลิลินอุ่นวาบทันที ใช่…ถึงในมหาลัยจะกดดันขนาดไหน แต่ที่นี่คือบ้านของฉัน บ้านที่ไม่มีใครตัดสิน มีแต่ความรักและการปลอบโยน
คืนนั้น หลังอาบน้ำเรียบร้อยเธอขึ้นไปนอนบนเตียงในห้องนอนเก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาและรูปครอบครัวที่แขวนอยู่บนผนัง
แสงไฟหัวเตียงส่องสว่างอ่อน ๆ ลิลินหยิบสมุดเลคเชอร์ที่เปียกหมึกจากกระเป๋ามาเปิดดูอีกครั้ง ใจหวนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน น้ำหก…เสียงหัวเราะเยาะ…และสายตาคมของแสงเหนือที่จ้องมาโดยไม่คิดจะช่วยเธอถอนหายใจเบา ๆ พลิกตัวนอนตะแคงซบหมอน
“ทำไมกันนะ…ทำไมฉันต้องไปเจอคนแบบนั้นด้วย”
แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงใบหน้าเรียบนิ่งกับดวงตาคมดุที่ยังติดตา
ไม่รู้สิ…แต่เหมือนเขาจะกลายเป็นฝันร้าย…และบางทีอาจเป็นฝันที่ฉันไม่มีวันหนีได้
ลิลินหลับตาลง ท่ามกลางความอบอุ่นของบ้านและครอบครัวที่คอยโอบกอดเธอ แม้ในใจจะรู้ดีว่า พรุ่งนี้โลกแห่งมหาลัยสุดโหดจะรออยู่ตรงหน้าอีกครั้งก็ตาม
เช้าวันรุ่งขึ้นลิลินเดินเข้าสู่ตึกเรียนวิศวกรรมศาสตร์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แม้เมื่อคืนจะได้กลับบ้าน ได้ซบแม่ กอดพ่อ และโดนน้องชายแกล้งจนหัวเราะออกมา แต่พอวันนี้ต้องกลับมาเจอสภาพความจริงในมหาลัยอีกครั้ง เธอก็อดรู้สึกกดดันไม่ได้
เธอหอบสมุดใหม่ที่เพิ่งไปซื้อกับพริกแกงเมื่อเช้า เดินขึ้นบันไดไปยังห้องเรียนใหญ่ชั้นสาม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงนักศึกษาที่คุยกันไม่หยุด
“โห…บอกแล้วว่าคาบนี้อาจารย์โหดนะ”
“ใช่ ๆ ได้ข่าวว่าชอบสั่งงานกลุ่มยักษ์ตั้งแต่เปิดเทอมเลย”
เสียงซุบซิบทำให้ใจลิลินเต้นแรงขึ้น ทันทีที่อาจารย์เข้าห้อง ทุกอย่างเงียบกริบเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นดังอย่างมีอำนาจ
“ทุกคน…นี่คือคาบเรียนวิชา พื้นฐานวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม วิชาที่จะทำให้พวกคุณรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่เล่น ๆ”
"..." เสียงเข้ม ๆ ก้องไปทั่วห้อง นักศึกษาหลายคนตัวเกร็งทันที
“ผมจะไม่สอนให้ใครท่องจำตำรา…ผมจะสอนให้คุณทำงานเป็นทีม เพราะโลกข้างนอกงานเหมืองกับงานปิโตรเลียมไม่มีใครทำคนเดียวได้ Projectที่1 รายงานวิเคราะห์พื้นที่สำรวจเบื้องต้น แบ่งกลุ่ม กลุ่มละสี่คน ส่งรายงานภายในหนึ่งเดือน”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีหลายคนหันซ้ายหันขวาหาคนมาร่วมกลุ่มลิลินนั่งอึกอักพริกแกงก็รีบคว้าแขนทันที
“แกต้องอยู่กลุ่มกับฉันนะ!”
“อยู่แล้วสิ” ลิลินหัวเราะเบา ๆ รู้สึกอุ่นใจที่อย่างน้อยก็มีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง
ไม่นานก็มีผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าคมเข้มและรอยยิ้มกว้างที่ดูเป็นมิตร
“ขอโทษนะ พวกเธอสองคนได้กลุ่มหรือยัง?”
“ยังเลย” พริกแกงตอบทันควัน “มาเลยเราจะได้ครบพอดี”
“ดี ๆ ผมชื่อ กวิน นะครับ” เขายื่นมือมาทัก ลิลินยกมือจับเบา ๆ รู้สึกหน้าอุ่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“เหลืออีกหนึ่งใช่มั้ย?” เสียงทุ้มอีกเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง เด็กหนุ่มผิวเข้ม หน้าคมเข้มแบบนักกีฬาเดินเข้ามา “ผม เทวินทร์ ขอนั่งด้วยได้มั้ย”
“โอเค! งั้นครบสี่แล้ว” พริกแกงยิ้มกว้าง
กลุ่มของลิลินประกอบด้วย → ลิลิน / พริกแกง / กวิน / เทวินทร์
ทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะเดียวกัน กวินหยิบสมุดร่างขึ้นมาขีด เขียนหัวข้อไว้ชัดเจน
“งั้นเราต้องแบ่งงานกันแล้วนะ ไม่งั้นเสร็จไม่ทันแน่ ”
“ฉันกับลิลินช่วยกันหาข้อมูลก็ได้” พริกแกงเสนอ
“งั้นผมกับเทวินทร์จะลองทำแบบจำลองแผนผังพื้นที่” กวินตอบอย่างมั่นใจ
“โอเค ตกลงตามนี้”
ลิลินนั่งเงียบ ๆ แต่ก็พยายามจดทุกอย่างอย่างตั้งใจ แอบเงยหน้ามองเพื่อนผู้ชายสองคนที่ดูเก่งและมั่นใจ อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับคนที่จ้องจะแกล้งเรา
ทว่าขณะพวกเขากำลังแบ่งงาน เสียงกระซิบจากโต๊ะข้าง ๆ ก็ดังลอดมา
“นั่นไง…น้องรหัสพี่เหนือได้ทำงานกลุ่มกับผู้ชายด้วย”
“เออ ๆ ดูดิ กวินก็หล่อ เทวินทร์ก็ดูเท่”
“ระวังเถอะ ถ้าพี่เหนือรู้ว่าอยู่กลุ่มเดียวกับผู้ชาย จะรอดมั้ยล่ะ”
ลิลินสะดุ้งทันที มือที่กำปากกาสั่นเล็กน้อย เธอพยายามไม่หันไปมอง แต่เสียงเม้าท์ยังดังเข้าหูไม่หยุดพริกแกงเลยหันไปมองค้อนใส่
“พูดอะไรก็ไม่รู้! จะมายุ่งอะไรด้วย”
กลุ่มข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ ก่อนทำเป็นก้มหน้ากับงานต่อ แต่แววตายังหันมามองเธออยู่เรื่อย ๆ
หัวใจลิลินเต้นแรง ทำไมทุกอย่างที่ฉันทำ ต้องถูกเอาไปโยงกับพี่เหนือหมดเลยนะ
อาจารย์เดินตรวจรอบห้อง บางครั้งหยุดมองกลุ่มต่าง ๆ ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้มงวด
“ทำงานเป็นทีมให้ได้ใครขี้เกียจ…กลุ่มจะพังหมด จำไว้”
เสียงกริ่งบอกเลิกคาบดังขึ้นในที่สุด ทุกคนถอนหายใจโล่งอกกวินยิ้มกว้าง
“งั้นเดี๋ยวพวกเรานัดเจอกันเย็นนี้ที่ห้องสมุดนะ จะได้เริ่มร่างรายงานเลย”
“โอเค”