ช่วงบ่ายหลังจากพักกลางวัน นักศึกษาปีหนึ่งทยอยกลับเข้าห้องเรียนใหญ่ บรรยากาศดูผ่อนคลายกว่าช่วงเช้าเพราะทุกคนเริ่มคุ้นเคยกับเพื่อนใหม่มากขึ้น
ลิลิน เดินเคียงกับ พริกแกง เข้าไปนั่งที่เดิมตรงกลางห้อง แต่ทันทีที่เธอนั่งลง กลับรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่หันมามองอย่างเปิดเผย
“นั่นไง…น้องรหัสพี่เหนือ”
“จริงด้วย โชคดีฉิบหาย ได้พี่รหัสเป็นตัวท็อปของคณะ”
“โชคดีที่ไหนวะ…อยู่กับพี่เหนือระวังโดนดุจนร้องไห้ทุกวันเหอะ”
เสียงซุบซิบดังแว่วมาเข้าหู ลิลินชะงัก มือที่กำดินสอแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว พริกแกงหันมาทำตาโตแล้วกระซิบเบา ๆ
“อย่าไปสนใจนะ คนมันอิจฉา…”
แต่คำปลอบใจยังไม่ทันทำให้ใจสบายขึ้น ลิลินกลับเห็นกลุ่มรุ่นพี่ผู้หญิงสามคนนั่งอยู่แถวหลัง สวมเสื้อช็อปเปิดเผยตราคณะอย่างสง่า ทุกคนหน้าตาดี ดูมั่นใจ และมีรัศมีบางอย่างที่ทำให้เฟรชชี่รอบ ๆ ต้องหลีกทาง
หนึ่งในนั้นหญิงสาวหน้าคม ผมยาวสีดำขลับ ดวงตาเรียวหรี่มองมาทางเธอเต็ม ๆ แววตานั้นไม่ใช่การมองเล่น ๆ แต่มันคือ สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เพื่อนรุ่นพี่อีกคนโน้มตัวมากระซิบกับเธอด้วยน้ำเสียงได้ยินแว่ว ๆ
“นั่นไง เด็กใหม่ที่เป็นข่าวตั้งแต่เมื่อวาน ได้พี่เหนือเป็นพี่รหัส” หญิงสาวคนนั้นเหยียดยิ้มบาง
“ก็แค่เด็กหน้าใส…จะอยู่รอดได้สักกี่วันเชียว”
สายตาคมกริบยังคงจ้องมาที่ลิลินไม่วางตา ราวกับจะบอกว่า เธอกำลังล้ำเส้นที่ไม่ควรล้ำ
ลิลินก้มหน้าลงทันที หัวใจเต้นแรง รู้สึกเหมือนถูกกดทับด้วยแรงอิจฉาที่มองไม่เห็น พริกแกงสังเกตได้รีบกระซิบปลอบเพื่อนทันที
“ไม่ต้องกลัว…เธอไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย”
แต่ในใจลิลินรู้ดี…
ตั้งแต่วินาทีที่เธอจับฉลากได้ แสงเหนือ เป็นพี่รหัส ชีวิตในรั้วมหาลัยของเธอก็ไม่อาจสงบสุขได้อีกต่อไป
เสียงพูดคุยในห้องเรียนตอนบ่ายยังคงดังระงม เพื่อน ๆ บางคนหยิบแก้วน้ำและขนมขึ้นมาวางบนโต๊ะ ก่อนที่ชั่ววินาทีถัดมา
พรืด!!
ของเหลวเย็นสีเข้มไหลกระเซ็นเต็มโต๊ะและสมุดโน้ตของลิลินเธอสะดุ้งเฮือก รีบถอยเก้าอี้ออกอย่างตกใจ
“โอ๊ย ขอโทษนะน้องพี่มือลื่นไปหน่อย”
เสียงหวานแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยดังขึ้นมาจากรุ่นพี่ผู้หญิงหน้าคมคนหนึ่งในกลุ่มที่เมื่อครู่ยังมองแรงใส่เธอ เพื่อนข้าง ๆ ของรุ่นพี่คนนั้นหัวเราะคิกคัก
“เด็กใหม่ซวยจังเลยนะ วันแรกก็เลอะซะแล้ว”
น้ำตาลเย็นไหลนองเต็มหน้ากระดาษ สมุดที่เธอตั้งใจเตรียมไว้เปียกจนหมึกซึมเลอะ ลิลินพยายามเก็บของอย่างลนลาน มือสั่นจนแทบจับอะไรไม่อยู่
“ไม่เป็นไรค่ะ…” เธอพึมพำเสียงสั่นพยายามยิ้ม ทั้งที่ในอกกำลังบีบรัดแน่น พริกแกงรีบยื่นทิชชู่มาให้
“ใจเย็น ๆ นะลิลิน เดี๋ยวเราช่วยเอง”
“โอ๊ย ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ” รุ่นพี่คนเดิมพูดเสียงสูงแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความสะใจ “แต่ถ้าสมุดมันเละจนใช้ไม่ได้…ก็ไปซื้อใหม่เอาแล้วกันเนอะ”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากกลุ่มเพื่อน ๆ รอบข้าง บางคนแค่หันมามองแล้วเมิน บางคนก็ยกมือถือขึ้นแอบถ่ายอย่างสนุกสนาน
หัวใจลิลินสั่นสะท้าน ความอายแล่นพล่านขึ้นมาจนตาพร่า แต่เธอกัดฟันแน่น อย่าร้อง…ห้ามร้องออกมาตรงนี้เด็ดขาดและในจังหวะที่เธอเงยหน้าขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
สายตากลมโตเผลอไปสบเข้ากับแสงเหนือ
เขานั่งพิงพนักเก้าอี้แถวหลังสุด ร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปสีเข้ม ดวงตาคมกริบทอดมามองตรงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมองทั้งเธอ มองทั้งแก้วน้ำที่หก แต่…เขาไม่แม้แต่จะขยับตัว
ไม่มีคำพูด ไม่มีการช่วยเหลือ มีเพียงสายตาเย็นชา ราวกับกำลังจับตามองเพื่อดูว่าเด็กใหม่ที่เป็นน้องรหัสเขาจะรับมือยังไง
ลิลินใจหายวูบ ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นหน้า ทั้งเพราะความอายและความเจ็บปวด เขาเห็น…แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย
พริกแกงบ่นอุบ “โธ่เอ๊ย ทำไมไม่มีใครช่วยเลยวะเนี่ย” ก่อนจะก้มลงช่วยเช็ดโต๊ะให้
รุ่นพี่ผู้หญิงยิ้มเย็นแล้วหันกลับไปนั่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือไว้เพียงโต๊ะที่ยังเปียกชุ่มกับสมุดที่เลอะจนใช้ไม่ได้
ลิลินก้มหน้าลงต่ำสุด กัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลต่อหน้าคนทั้งห้อง
และจากมุมสูงสุดของห้อง…
ดวงตาเย็นชาของ แสงเหนือ ยังคงจับจ้องมาที่เธออย่างเงียบ ๆ โดยไร้คำพูดใด ๆ
เสียงกริ๊งจากนาฬิกาดังขึ้นบอกเวลาเลิกคลาส อาจารย์เก็บแฟ้มเอกสารแล้วเดินออกจากห้องไปทันที เหลือเพียงเสียงเก้าอี้ลากดังครืด ๆ และเสียงพูดคุยของนักศึกษาที่รีบเก็บของกลับหอพัก
ลิลิน นั่งก้มหน้ามองสมุดที่ยังเปื้อนน้ำเย็นจนหมึกเลอะเป็นปื้น ๆ เธอถอนหายใจเบา ๆ ทั้งอาย ทั้งเจ็บ ทั้งเหนื่อยกับสายตาที่คนอื่นมอง
“ลิลิน…อย่าคิดมากนะ เดี๋ยวฉันไปซื้อสมุดใหม่ให้ก็ได้” พริกแกง พูดพลางเก็บของใส่กระเป๋า สีหน้าดูไม่สบอารมณ์กับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอกพริกแกง…” เธอฝืนยิ้มบาง ๆ “เราซื้อเองได้”
เสียงหัวเราะแว่ว ๆ ของรุ่นพี่ผู้หญิงที่ก่อเรื่องเมื่อครู่ยังดังลอดออกมาจากมุมห้อง ราวกับตั้งใจจะตอกย้ำความน่าอายให้ดังไปถึงหูเธอ ลิลินก้มหน้าต่ำกว่าเดิม จนเส้นผมยาวสลวยปรกแก้มซ่อนน้ำตาที่กำลังจะไหล
ทั้งสองเดินออกจากห้องเรียนไปด้วยกัน บรรยากาศยามเย็นในคณะเงียบลงมาก นักศึกษาหลายคนทยอยกลับหอพัก บ้างก็รวมกลุ่มไปโรงอาหารอีกรอบ เสียงรองเท้าคัทชูของลิลินกระทบพื้นปูนก้องเบา ๆ ไปตามทางเดิน
“เฮ้อ…ฉันโคตรโมโหแทนแกเลยนะ” พริกแกงบ่นเสียงดัง “แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พวกนั้นมันรุ่นพี่อะ แถมยังดูมีอิทธิพลอีก”
ลิลินเม้มปากแน่น ไม่กล้าพูดอะไรนอกจากพยักหน้าเบา ๆ ความรู้สึกในใจยังคงหนักอึ้ง นี่แค่วันแรก…แล้วถ้าวันต่อ ๆ ไปเล่า? ฉันจะอยู่รอดได้จริง ๆ ไหม
และแล้ว…เสียงฝีเท้าหนักก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
ทั้งคู่หันกลับไปเกือบพร้อมกัน ร่างสูงในเสื้อช็อปสีเข้มกำลังก้าวออกมาจากเงามืดของตึก แสงเหนือ
บรรยากาศรอบข้างเหมือนหยุดนิ่งไปทันที พริกแกงอ้าปากค้าง รีบสะกิดแขนเพื่อน
“แก ๆ…พี่เหนือ!”
ดวงตาคมกริบของเขาสบกับลิลินเพียงครู่เดียว ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองสมุดเปียกในมือของเธอ เสี้ยววินาทีนั้นหัวใจลิลินเต้นแรงวูบ…แต่แทนที่จะได้ยินคำพูดปลอบใจ เสียงทุ้มต่ำกลับดังขึ้นอย่างเย็นชา
“คิดว่าจะอยู่รอดในคณะนี้ได้…ด้วยการยอมให้คนอื่นเหยียบย่ำไปเรื่อย ๆ รึไง”
คำพูดนั้นเหมือนคมมีดกรีดลงกลางใจ เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบเข้ากับสายตาที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งคมกริบ
“พะ…พี่เห็น?” ลิลินถามเสียงสั่น
“เห็น” เขาตอบสั้นห้วน ริมฝีปากเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย “แต่ทำไมต้องช่วยในเมื่อเธอไม่แม้แต่จะลุกขึ้นสู้เอง”
พริกแกงหน้าขึ้นสี
“เฮ้! มันไม่แฟร์เลยนะคะ พี่ก็เห็นอยู่ว่าน้ำหกใส่เพื่อนหนู ไม่ได้ตั้งใจช่วยยังจะมาพูดแบบนี้อีกเหรอ!”
แสงเหนือเหลือบตามองพริกแกงแวบเดียว ก่อนหันกลับมาจ้องลิลิน
“เด็กใหม่…โลกจริงมันไม่ได้มีใครคอยอุ้มชูตลอดหรอก ถ้าอ่อนแอเกินไป…ก็แค่รอถูกเหยียบซ้ำ”
"......"
หัวใจลิลินสั่นสะท้าน ความอับอายผสมความน้อยใจแล่นพล่านไปทั้งอก เธอกำสมุดแน่นจนเล็บจิกกระดาษ แต่ไม่กล้าพูดโต้ตอบ
“จำไว้ให้ดี” เสียงทุ้มต่ำกดหนักในอากาศเย็นย่ำ “อยู่ที่นี่…จะรอดได้ก็มีแค่สองทางแข็งแกร่งขึ้น…หรือไม่ก็หายไป”
พูดจบ เขาก็เดินผ่านทั้งสองไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ ลอยคลุ้งตามหลัง ร่างสูงใหญ่ของเขาค่อย ๆ ไกลออกไปจนลับสายตา
“เขานี่มัน…!” พริกแกงกัดฟันแน่น “ปากร้ายกว่าที่เขาลืออีกนะ”
ลิลินยืนนิ่ง หัวใจสั่นระรัว ความกลัว ความโกรธ และความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจวนเวียนอยู่ในอก เขาเห็น…เขารู้…แต่เขากลับไม่ช่วย แล้วทำไมฉันถึงยังเผลอหวั่นไหวในสายตาคู่นั้นอีกนะ