แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ลับขอบฟ้า เสียงรถราเบาบางลงแทนที่ด้วยความเงียบสงบของรั้วมหาวิทยาลัยที่ค่อย ๆ วังเวงลงตามเวลา ลิลิน กับ พริกแกง เดินกลับมาที่หอพักนักศึกษาภายในมหาลัยด้วยสภาพเหน็ดเหนื่อยเต็มที
“เฮ้อ…วันแรกก็โหดซะแล้วนะ” พริกแกงบ่นพลางทิ้งตัวลงบนเตียงชั้นล่างทันทีที่เข้าห้องพัก “ฉันนี่แทบหมดแรง”
ห้องพักนักศึกษามีขนาดกลาง ๆ เตียงสองชั้นตั้งเรียงริมผนัง โต๊ะอ่านหนังสือสามชุดวางชิดหน้าต่าง ลมเย็นพัดเข้ามาแผ่วเบาพร้อมกลิ่นแดดยามเย็น
"......" ลิลินวางกระเป๋าลงช้า ๆ บนโต๊ะ พลางมองสมุดเลคเชอร์ที่ยังเปียกหมึกอยู่ ความน้อยใจและความกดดันจากทั้งวันยังไม่หายไปไหน นี่มันเพิ่งวันแรกเองนะ…แล้ววันต่อ ๆ ไปจะขนาดไหนกัน
“ว่าแต่…” พริกแกงเหลือบไปทางเตียงอีกฝั่ง “ห้องเรามีเพื่อนร่วมห้องอีกคนนี่นา ใช่มั้ย?”
"น่าจะใช่นะ" ประตูห้องเปิดออกพร้อมเสียงกุญแจไขเบา ๆ ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามา เธอรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวซีด ผมสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบขึ้นอย่างลวก ๆ ใบหน้าเรียบนิ่งราวกับไม่แสดงอารมณ์
“อ้าว…นี่คงเป็นรูมเมทเรา” พริกแกงรีบลุกขึ้นทัก “เราชื่อพริกแกงนะ ส่วนคนนั้นชื่อลิลิน ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ”
หญิงสาวยกคิ้วเล็กน้อยก่อนวางของลงที่โต๊ะของตัวเอง
“เรา เมษา ปีหนึ่งเหมือนกัน ย้ายมาจากต่างจังหวัด ฝากตัวด้วย” น้ำเสียงเรียบ ๆ ฟังดูไม่สนใจใครนัก แต่ก็ไม่ถึงกับหยาบคาย
“ดีเลย!” พริกแกงยิ้มกว้าง “งั้นพวกเราก็จะได้ช่วยกันเรียน ช่วยกันรอดเนอะ ฮ่า ๆ ๆ”
เมษายิ้มบาง ๆ แทบไม่เห็น ก่อนหันไปจัดข้าวของต่อ
คืนนั้น หลังอาบน้ำเสร็จ พวกเธอนั่งรวมกันบนเตียงคุยเบา ๆ ไฟห้องถูกปิดเหลือเพียงแสงโคมเล็กข้างหัวเตียง
“ฉันว่าพวกพี่ผู้หญิงที่แกล้งลิลินวันนี้…จงใจชัด ๆ เลยนะ” พริกแกงพูดขึ้น สีหน้าบึ้งตึงไม่หาย “แล้วที่แย่สุดคือ ไม่มีใครลุกมาช่วยเลยด้วย”
ลิลินกอดเข่า นั่งพิงผนังเบา ๆ ดวงตากลมโตหม่นลง ก็จริง…ทุกคนมอง แต่ไม่มีใครทำอะไรเลย
ความคิดสะดุดลงเมื่อภาพ แสงเหนือ ที่นั่งมองเธอเฉย ๆ ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
“แล้วพี่เหนือ…เขาก็เห็นใช่มั้ยล่ะ?” เสียงพริกแกงเบาลงแต่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ลิลินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนตอบเสียงเบา
“อืม…เขาเห็น แต่เขาไม่ช่วย”
“โคตรใจร้ายเลยอะ” เมษาที่นั่งฟังเงียบ ๆ มาตลอดหันมามอง
“พี่เหนือ…นี่หมายถึงแสงเหนือป่ะ รุ่นพี่ปีสาม?” ทั้งสองพยักหน้าเมษายิ้มมุมปากเล็กน้อยดวงตาคมส่องประกายแปลก ๆ “งั้นก็ไม่แปลกหรอก เขาขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าโหด ดุ แล้วก็…ใจร้าย”
ลิลินก้มหน้าลง ใจบีบแน่นจนพูดไม่ออก คำพูดของเมษาก้องสะท้อนอยู่ในหัว เธอรู้ว่าพี่เหนือเป็นคนที่ใคร ๆ ต่างกลัว แต่พอได้เจอด้วยตัวเอง…มันทั้งน่ากลัว ทั้งน่าหวั่นไหวในเวลาเดียวกัน
เธอเอาหน้าซบเข่าตัวเองเบา ๆ หัวใจสับสนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำไมต้องเป็นเขาด้วยนะ…ทำไมต้องเป็นพี่เหนือที่ฉันได้เป็นน้องรหัส
กลางดึกคืนนั้น หลังเพื่อนทั้งสองหลับสนิทแล้ว ลิลินยังคงลืมตาโพลงอยู่บนเตียง เสียงลมพัดลอดหน้าต่างเข้ามาพร้อมความเงียบสงัดคำพูดของเขายังคงก้องอยู่ในหัวไม่หยุด
“อยู่ที่นี่…จะรอดได้ก็มีแค่สองทาง แข็งแกร่งขึ้นหรือไม่ก็หายไป”
หัวใจดวงเล็กสั่นไหว รู้สึกทั้งกลัว…และเหมือนถูกท้าทายโดยไม่รู้ตัว
คืนนี้เป็นคืนแรกในหอพักมหาวิทยาลัย…และเป็นคืนแรกที่เธอเริ่มเข้าใจว่า ชีวิตนักศึกษาในคณะวิศวะ “สุดโหด” แห่งนี้ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่เคยคิดไว้เลย
แสงแดดอ่อน ๆ ของยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีซีดเข้ามาในห้องพักนักศึกษา เสียงนาฬิกาปลุกมือถือดังแผ่ว ๆ ทำให้ ลิลิน ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น
เธอลุกขึ้นนั่ง หัวใจยังหนักแน่นกับความรู้สึกที่ติดค้างจากเมื่อคืน คำพูดของ แสงเหนือก้องอยู่ในหัวไม่หาย
เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะคว้าผ้าขนหนูไปเข้าห้องน้ำ เริ่มต้นวันใหม่ที่เธอไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรอีก
“อรุณสวัสดิ์!” พริกแกง โผล่ออกมาจากห้องน้ำอีกฝั่งพร้อมผมหยดน้ำเปียกปอน แต่ใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนทุกวัน
“เธอตื่นเช้าดีนะพริกแกง” ลิลินหัวเราะเบา ๆ ขณะเช็ดผม
“ก็ต้องตื่นสิ! วันนี้เขาบอกว่ามีกิจกรรมใหญ่ของคณะนะเฟ้ย กิจกรรมสอนเชียร์!”
“หืม…สอนเชียร์?”
“ใช่จ้ะ” คราวนี้เป็นเสียงของ เมษา ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้จัดกระเป๋า หนังสือในมือถูกวางลงอย่างแผ่วเบา “เป็นกิจกรรมที่ทุกคณะต้องมี…โดยเฉพาะวิศวะจะเข้มข้นกว่าคณะอื่นเยอะ” พริกแกงพยักหน้าแรง
“จริง! เมื่อวานเรายังได้ข่าวเลยว่ารุ่นพี่ที่โหด ๆ จะมาโผล่วันนี้ด้วย”
คำว่า รุ่นพี่โหด ๆ ทำให้ลิลินหัวใจสะดุ้งวูบทันที ภาพร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปกับสายตาคมกริบผุดขึ้นมาในหัวเธอกัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าเอ่ยชื่อออกมาแต่ในใจรู้ดีว่าเขาคือใคร
เมื่อทั้งสามเดินมาถึงลานกว้างหน้าตึกคณะ วิศวกรรมศาสตร์บรรยากาศคึกคักอย่างบอกไม่ถูก รุ่นพี่ปีสองและปีสามสวมเสื้อช็อปสีเข้มยืนเรียงรายเต็มไปหมด เสียงตะโกนเรียกรวมดังสนั่น
“เฟรชชี่ปีหนึ่ง! มานั่งแถวให้เป็นระเบียบเดี๋ยวนี้!”
เสียงปรบมือและตะโกนเชียร์ดังขึ้นเป็นระยะ ขณะที่น้องปีหนึ่งกว่า 200 คนทยอยนั่งลงกับพื้นปูนร้อน ๆ บรรยากาศทั้งน่าตื่นเต้นและกดดัน
ลิลินกับพริกแกงนั่งรวมกลุ่มกันตรงกลาง ส่วนเมษาเลือกนั่งด้านหลังเล็กน้อย ใบหน้ายังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม
“โอ้โห…นี่เราต้องนั่งกับพื้นจริง ๆ เหรอเนี่ย” พริกแกงบ่นอุบพลางพัดมือไปมา “แดดก็ร้อนจะแย่”
“อดทนหน่อยนะ” ลิลินยิ้มแหย ๆ แม้เหงื่อจะผุดเต็มหน้าผากแล้วก็ตาม
รุ่นพี่ปีสองหลายคนขึ้นมายืนบนเวทีชั่วคราว ตะโกนเสียงดังให้เฟรชชี่ทำตาม
“พร้อมหรือยังเฟรชชี่!!!” เสียงตอบรับดังขึ้นเป็นระลอก
“พร้อมครับ/ค่ะ!!!”
พวกเขาเริ่มสอนเพลงเชียร์ประจำคณะ ท่าทางปรบมือ โบกแขน และจังหวะการร้อง เสียงดังก้องไปทั่วลาน
ลิลินพยายามทำตาม แม้จะไม่คุ้นชินแต่ก็พอเริ่มสนุกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อน ๆ รอบข้างหัวเราะเฮฮากัน
แต่ไม่นาน…
“เงียบ!”
เสียงเข้มดังขึ้นจากด้านหลัง ทุกคนหยุดชะงักพร้อมกัน หัวใจลิลินเต้นโครมครามทันทีที่หันไปเห็นร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปเดินก้าวเข้ามา
แสงเหนือข้างกายเขามี องศา สิงหา และคีตะ เดินตามมาด้วย ทั้งสี่คนยืนเรียงเหมือนเสือที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อบรรยากาศกดดันจนเงียบกริบ
“ร้องกันเหมือนกำลังเล่นขายของนี่เหรอ! คณะวิศวะ!” เสียงทุ้มต่ำกดหนักลงในอากาศ แสงเหนือกวาดตามองเฟรชชี่ทั้งแถว
ดวงตาคมกริบหยุดลงตรงหน้าลิลินโดยไม่ตั้งใจเธอรีบก้มหน้าลงทันที ใบหน้าแดงจัดทั้งที่ไม่ได้อยู่ใกล้เขาเท่าไร หลังการสอนเชียร์ดำเนินต่อเสียงซุบซิบก็ดังขึ้นรอบ ๆ
“นั่นไง ๆ สายตาพี่เหนือมองไปทางน้องคนนั้นอีกแล้ว”
“จริงเหรอวะ เฮ้ย! ตายละเด็กใหม่คงรอดยากแน่”
“ก็น่ารักขนาดนั้น ใคร ๆ ก็จับตามองอยู่แล้ว”
ลิลินได้ยินทุกคำพูด หัวใจเธอยิ่งสั่นไหวมากขึ้น ทำไมต้องเป็นฉันด้วยนะ
ช่วงพักสั้น ๆ รุ่นพี่ผู้หญิงกลุ่มเดิมจากเมื่อวานเดินเข้ามาใกล้ ทำทีเหมือนจะให้คำแนะนำแต่จริง ๆ กลับแฝงคำเสียดสี
“น้องปีหนึ่ง…เวลาร้องเชียร์อย่ามัวแต่ก้มหน้านะ เดี๋ยวพี่เหนือเขาจะหาว่าไม่ตั้งใจเอา”
“จริงด้วย ๆ น้องต้องตั้งใจหน่อยสิ ไม่งั้นอายพี่รหัสแย่เลยนะ”
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้น ลิลินกัดริมฝีปากแน่น ก้มหน้ามองพื้นโดยไม่กล้าสบตาใครพริกแกงรีบสะกิดแขนเธอ
“อย่าสนใจเลยเพื่อน พวกนั้นก็แค่หาเรื่อง”
แต่คำพูดประชดประชันเหล่านั้นยังคงดังวนในหัวเธอเหมือนเข็มตำ
เมื่อกิจกรรมใกล้จะจบ รุ่นพี่ให้ทุกคนร้องเชียร์พร้อมกันอีกครั้ง เสียงกึกก้องดังกระหึ่มทั่วลาน
ลิลินพยายามร้องเต็มเสียง แต่ในใจกลับสั่นระรัว เธอรู้สึกได้ถึงสายตาคมกริบจากที่ไกล ๆ จับจ้องมาอีกครั้ง
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ และก็สบเข้ากับดวงตาเย็นชาของแสงเหนือเต็ม ๆทหัวใจเธอหยุดเต้นไปวูบเดียว ก่อนจะกลับมาสั่นแรงยิ่งกว่าเดิม
เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่มองด้วยสายตาที่เย็นจัด ราวกับกำลังทดสอบเธออยู่เงียบ ๆ
เมื่อกิจกรรมเลิก เฟรชชี่ต่างพากันถอนหายใจโล่งอก เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งเมื่อทุกคนเดินออกจากลานเชียร์พริกแกงคว้าแขนเพื่อนรักแน่น
“เห็นมั้ยล่ะ? ทุกคนจับตาแกจริง ๆ ด้วย”
ลิลินไม่ตอบ เธอก้าวเดินไปเงียบ ๆ หัวใจเต็มไปด้วยความรู้สึกปะปน ทั้งอาย ทั้งกดดัน ทั้งหวั่นไหว
ภาพสุดท้ายก่อนออกจากลานเชียร์คือแสงเหนือที่ยืนพิงเสา ไฟสปอร์ตไลต์สาดเงาลงบนร่างสูงใหญ่ดวงตาคมยังจับจ้องมาทางเธอ
เขาไม่ได้พูดอะไรเลยแต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกผูกมัดไว้โดยมองไม่เห็นเชือก