Masuk1 อาทิตย์ต่อมา
แสงแดดอ่อนๆสาดส่องหน้าต่างกระจกบานใหญ่ทะลุเข้ามาถึงใบหน้าเนียนละมุนที่นอนอยู่บนเตียง และในขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น <กริ่งๆ> ปลุกเธอที่อยู่ในห้วงของนิทราให้ตื่นขึ้น หน้าจอมือถือแสดงชื่อแม่.ฮาเรน เป็นแม่ของสามีนายเย็นชานี่เอง ซาร่าปรับน้ำเสียงให้เหมือนคนตื่นแล้ว "สวัสดีค่ะคุณแม่ " เสียงปลายสาย "วันนี้เข้าไปที่บริษัทจัดการไอ้คนตัวดีให้แม่หน่อย เดี๋ยวนี้ไม่รับสายเลยนะ ดูซิว่ามันทำอะไรอยู่ ไปเดี๋ยวนี้เลยลูก " ปลายสายตัดไปดื้อๆ ต้นสายยังไม่ได้พูดอะไรเลย ^-^ "นี่แม่ลูกเป็นเหมือนกันเลย เผด็จการไม่ถามอะไรฉันสักคำเลย" เธอบ่นพึมพัมกับตัวเอง ร่ายกายไม่อยากจะลุกด้วยเลย ซาร่า อาบน้ำ แต่งตัว เสร็จเตรียมตัวไปบริษัท รถหรูอีกคันที่จอดอยู่ พร้อมคนขับ.ได้จอดรอเธอเป็นที่เรียบร้อย เพราะคารัส สั่งไว้เผื่อเธออยากจะไปที่ใหน เธอบอก ลูกน้องเขา "ไปบริษัทราคัส" ******** ฝั่งของ ราคัส เช้าวันนี้เขามีประชุมด่วน งานที่ไม่จำเป็นสั่งเลขาเลื่อนออกไปก่อน ประชุมวันนี้ห้ามใครขาดหรือลาเด็ดขาด เป็นประชุมระหว่างประเทศ ปกติประชุมทั่วไปจะใช้เวลาไม่นาน แต่ประชุมในครั้งนี้อาจจะใช้เวลายาวนานจนถึงครึ่งวันเลย "นรินทร์เตรียมตัวให้พร้อม" เขาหันไปสั่งลูกน้องที่เป็นเลขา เธอพยักหน้าเบาๆ ส่งสายตาให้เจ้านายทำนองว่า งานวันนี้จะต้องเรียบร้อย เวลาล่วงเลยเกือบค่อนวัน ซาร่า มาถึงตั้งแต่ 7 โมงเช้า รอจนถึง 10 โมงก็ยังไม่เจอใคร มีแค่ลูกน้องที่บอกให้เธอนั่งรอในห้องทำงานของเจ้านายเขาก่อน นรินทร์ซึ่งปลีกตัวมาเอาเอกสารสำคัญ 1 ฉบับ ที่ลืมไว้ สายตานรินทร์หรี่ลงจนลืมตัว' คนในรูปคู่ทะเบียนสมรสของบอสนี่ ได้พบกับเธอครั้งแรก นรินทร์ยิ้มให้เป็นเชิงตามสบายนะคะ ซาร่ายิ้มตอบ หลังจากที่เลขาออกไป สักพักนึง นายคนเย็นชาก็เข้ามา เขามองเธอด้วยแววตาสงสัย แต่ก็ไม่ได้โกรธเธอที่เข้ามาโดยไม่รับอนุญาตจากเขา "เธอมาได้ยังไง แล้วใครพาเธอมาที่นี่ เธอทำหน้าเบื่อหน่ายเหมือนกัน "ก็นายทำไมไม่รับสายแม่ละ ฉันโดนปลุกแต่เช้าเนี่ย " ราคัส ทำหน้างง กับคำตอบของเธอ ที่ไม่ค่อยจะตรงคำถามกันสักเท่าไหร่ "แม่ฉันโทรปลุกเธอ ? คุณแม่โทรไปรบเร้าเธอหรอ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของเราเดี๋ยวฉันจะจัดการเอง เธอกลับไปเถอะ มานั่งรอแบบนี้มันเสียเวลาเปล่าๆ อยากได้อะไรบอกฉันมา เดี๋ยวให้คนจัดการแทนให้" ซาร่า สบถคำ "ไม่อยากจะเชื่อเขาเลย" เธอมองบน แล้วพูดต่อว่า "ฉันไม่ได้อยากได้อะไรหรอก ฉันมานั่งรอนายแต่เช้ามันเสียเวลาจริงๆนั่นแหละ " เธอหันหลังเดินจากไปกับความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทิ้งให้คนเย็นชาครุ่นคิด ครู่นึงความรู้สึกบางอย่างก็หายไป******* และแล้ว... วันที่แสนพิเศษที่สุดในชีวิตของซาร่าก็มาถึง กำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดและมีความสุขที่สุดในโลก เคียงคู่กับสามีผู้เคยเย็นชาที่สุด แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนที่อบอุ่นและคลั่งรักเธอที่สุดในชีวิต หัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยความรักอันหนักแน่น... รักที่เธอมีให้เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป เช้าวันงาน ซาร่าไม่ได้เดินทางไปแต่งตัวที่สตูดิโอแต่งงานหรือห้องชุดในโรงแรมหรูหราที่ไหน แต่กลับได้แต่งหน้าทำผมอยู่ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์แทน แม้จะแอบแปลกใจกับความลับและขั้นตอนอันแปลกประหลาดที่สามีจัดเตรียมไว้ แต่เธอก็ยอมทำตามด้วยความเต็มใจ ทีมช่างแต่งหน้าและช่างทำผมระดับประเทศบรรจงเนรมิตความงามให้อย่างพิถีพิถัน ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีนวลละมุน งดงามโดดเด่นสมฐานะ *เจ้าสาวของมาเฟียและเจ้าพ่ออันดับหนึ่งของประเทศ* ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บจากผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสุดเรียบหรู ออกแบบให้เว้าเปิดเผยไหล่เนียนสวยและร่องอกอวบอิ่มเล็กน้อยอย่าง
เมื่อความลับถูกเปิดเผยจนหมดเปลือก และแผนการเซอร์ไพรส์ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไป บรรยากาศอึมครึมระหว่างทั้งคู่ก็ละลายหายไปในทันที เหลือไว้เพียงความหวานอบอวลและประกายเพชรวาววับที่ส่องสว่างอยู่ตรงหน้า คารัสยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลายและไร้ซึ่งความกังวล เขานำกล่องกำมะหยี่สีแดงส่งให้เธอได้มองดูใกล้ๆ ชัดๆ ด้วยตาตนเอง "ในเมื่อไม่เป็นความลับแล้ว... งั้นฉันก็ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ไปเจอดีไซเนอร์ หรือคอยหลบๆ ซ่อนๆ คุยโทรศัพท์อีกต่อไปแล้วสินะ" คารัสเอ่ยเย้าเสียงนุ่ม นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์และคลั่งรัก "หลังจากนี้ ถ้าจะเลือกชุดแต่งงาน เลือกธีมงาน หรือปรับไซส์แหวน เธอก็ต้องไปกับฉันด้วยตัวเองทั้งหมด ห้ามหนีไปไหนอีกเด็ดขาด" ซาร่ามองแหวนเพชรสวยหรูตระการตาตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกผิดที่เคยเข้าใจเขาผิดผสานเข้ากับความหวานซาบซึ้งจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอหลุบสายตาลงต่ำ อ้อมแอ้มตอบกลับไปแก้เขิน "ใคร... ใครบอกว่าจะยอมไปกับคุณกัน" "ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ" คารัสคุกเข่าลงข้างเตียงอย่างนอบน้อม ค่อยๆ หยิบแหวนเพชรวงงามออกจากกล่
ขณะที่กำลังก้มๆ เงยๆ ช่วยแม่จัดเก็บของกระจุกกระจิกภายในบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดในใจ ซาร่าก็พลันรู้สึกหน้ามืด เวียนหัววูบขึ้นมาจนต้องรีบเอามือยันขอบโต๊ะไว้ ร่างบางคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่ความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจะตีขึ้นมาจากช่องท้องจนเธอต้องรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที "อุ๊บ... อ้วก!" ซาร่าโก่งคอโก้งโค้งอาเจียนออกมา แต่กลับมีเพียงน้ำย่อยและลมเท่านั้นที่ออกมาจากลำคอ ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม ร่างกายรู้สึกหมดแรงอย่างประหลาด เมื่อความเวียนหัวเริ่มทุเลาลง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ... *'ไม่นะ... สภาพแบบนี้มัน...' * ซาร่ายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเองด้วยความตื่นตระหนก พลันนึกขึ้นได้ว่า ประจำเดือนของเธอขาดหายไปร่วมเดือนแล้ว! 'เป็นไปไม่ได้... เรา... เรามีอะไรกับคารัสแค่ครั้งเดียวเองนะ! ครั้งเดียว..เอ่อ...หรือสองครั้งในคืนนั้นที่ห้องน้ำและบนเตียง... ไม่จริงน่ะ!' ความสับสนและความกลัวถาโถมเข้าใส่จนซาร่าทำตัวไม่ถูก หากเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ในช่วงเวลาที่เธอกำลังเข้าใจผิดและหนีเขามาแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรต่อไป? "ซาร่า! เป็นอะ
การผ่าตัดแขนของแม่ซาร่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างราบรื่น คุณแม่ย้ายเข้าพักฟื้นในห้องพักพิเศษระดับ VIP ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และในทุกๆ วันที่ซาร่าเดินทางมาเยี่ยมแม่ ร่างสูงใหญ่ของคารัสก็จะคอยก้าวตามหลังเคียงข้างเธอมาด้วยเสมออย่างไม่เคยขาด ซาร่าไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งนอนเฝ้าไข้จนเสียสุขภาพ เพราะคารัสได้จัดหาพยาบาลพิเศษคอยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่เองก็รับรู้ได้ถึงความหวังดีนั้น เธอมักจะคอยบอกให้ซาร่ากลับไปทำงานและใช้เวลากับสามีให้เต็มที่ สำหรับผู้เป็นแม่... การได้เห็นลูกสาวมีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าที่เคยเศร้าหมอง และได้รู้ว่าลูกสาวได้อยู่กับผู้ชายที่รักเธอจากใจจริง แค่นี้ก็ทำให้คนเป็นแม่อิ่มเอมใจและมีความสุขที่สุดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่คารัสคอยคอยประคอง คอยดูแลเอาใจใส่ซาร่าอย่างทะนุถนอม ไม่เคยแสดงท่าทีเย่อหยิ่ง ถือตัว หรือหยิบยกเรื่องความแตกต่างทางฐานะเงินทองขึ้นมาข่มแม้แต่นิดเดียว ยิ่งทำให้แม่ของซาร่ามองลูกเขยคนนี้ด้วยความเอ็นดูและปลื้มปิติในหัวใจอย่างถึงที่สุด
นับตั้งแต่วันนั้น คารัสก็ย้ายข้าวของเข้ามานอนร่วมห้องกับเธออย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งกำแพงหรือสัญญาใดๆ กั้นกลางอีกต่อไป ภายในห้องน้ำกว้างขวาง ร่างบางของซาร่ากำลังนอนเอนกายแช่น้ำอุ่นละมุนอยู่ในอ่างจากุชชี่สุดหรู ฟองสบู่กลิ่นหอมอ่อนๆ ปกคลุมเรือนร่างโง้งเว้า ละอองไอน้ำลอยฟ่องสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย หลังจากที่ผ่านเรื่องราวเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องน้ำอย่างถือสิทธิ์ ทำให้ซาร่าที่กำลังหลับตานิ่งชะงักกึก เธอรีบลืมตาและหันขวับไปมองทันที ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ! ร่างสูงใหญ่ของคารัสก้าวเข้ามาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันเกาะอยู่ที่เอวสอบ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เขาไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาอย่างคัดค้านและลนลานของเธอเลยสักนิด เขาปลดผ้าขนหนูออกอย่างถือดี ก่อนจะก้าวลงมาในอ่างจากุชชี่บานใหญ่ลงมานั่งซ้อนหลังเธอทันที! "คารัส! ทำอะไรเนี่ย!" ซาร่าร้องอุทาน ละล่ำละลักพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกอ้อมแขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลั
ขณะที่รถยนต์กำลังแล่นไปตามถนนอย่างราบรื่น ซาร่าที่กำลังนั่งจับมือกับคารัสอยู่ก็พลันชะงักกึกขึ้นมา ความทรงจำสำคัญเรื่องหนึ่งสะกิดใจเธออย่างจังจนดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ 'จริงสิ! ฉันลืมไปเสียสนิทเลย!' เพราะมรสุมเรื่องการถูก kidnapping(ลักพาตัว) และเรื่องของทิชาที่ถาโถมเข้ามาจนวุ่นวาย ทำให้เธอมัวแต่ตกอยู่ในฝันร้ายจนเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตไป นั่นคือเรื่อง แม่ของเธอ ที่มีกำหนดการเข้ารับการผ่าตัดแขนในอีก 2 วันข้างหน้านี้แล้ว! ความกังวลใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหวาน ซาร่ากระชับมือหนาของคารัสแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีวันที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้คารัสสังเกตเห็นได้ทันที "เป็นอะไรไปซาร่า? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" คารัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยทันที ชายหนุ่มเอี้ยวตัวมามองเธอด้วยความตื่นตัว "คารัสคะ..." ซาร่าหันมามองเขาด้วยสายตาร้อนรุ่มและรู้สึกผิด "ฉัน... ฉันเกือบลืมไปเลย อีกสองวันแม่ของฉันต้องเข้ารับการผ่าตัดแขนแล้ว" คารัสมองท่าทางลนลานของภรรยาแล้วยิ้มบางๆ ออกมา แทนที่เขาจะตกใจหรือแสดงอาการเครียด เขากลับใช้นิ้วโป้งไล







