เข้าสู่ระบบเย็นของวันใหม่ แสงอรุณรับขอบฟ้า ทำให้ห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์เงียบจนได้ยินการทำงานของเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ซาร่านั่งอ่านหนังสือ รอคนกลับบ้าน เพื่อที่จะถามไถ่ตามหน้าที่
เสียงรถสปอร์ตหรูแว่วมาแต่ไกลๆ จนดับไป ด้านหลังของเธอมีเพียงเงา ดำทมิฬของคนร่างใหญ่สูงสง่าบดบังทับร่างเงาของเธอ จนมิด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นร่างของเขานั่นเอง สามีในนาม ราคัส "มีอะไรจะคุยกับฉันหรือเปล่า" เขาพูดขึ้นทันทีหลังจากซาร่าหันไปทางเขา ทั้งคู่สบสายตา แต่ก็เป็นได้เพียงแค่ความว่างเปล่าของทั้งคู่ "ฉันจะถามนายว่า คุณแม่รู้ใช่ไหมว่าเราแยกห้องนอน " เขาปรายตามองเธอ "ถ้าเรื่องนั้นฉันจัดการเรียบร้อยแล้วไม่ต้องห่วงหรอก" "ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีจะได้ไม่มีปัญหาตามมา งั้นฉันขึ้นไปนอนละ" เธอเตรียมก้าวขาจะขึ้นบันไดแต่ก็ต้องชะงักเพราะเสียงของคนที่เย็นชาที่ไล่หลังเธอมา "ตามใจเธอเลยฉันไม่ได้บังคับอยู่แล้ว" เธอเลิกคิ้ว หันกลับมามองเขา คิดในใจว่า 'นายนี่มันไร้หัวใจจริงๆเลย ***** หลังจากแยกย้ายขึ้นห้องเสร็จ ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวของเขา ก่อนที่เขาจะขึ้นบันไดตามเธอมาบนห้องนอนปีกซ้ายของเขา พอนึกเห็นสีหน้าของเธอที่บูดบึ้งบนใบหน้าสวยละมุน ทำให้เขารู้สึกเอ็นดูจากที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ก็แว๊บเดียวเท่านั้น.ความคิดนั้นก็หายไป เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานแล้วหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเช็คความเรียบร้อยของงานวันนี้ **********" 3 วันต่อมา ค่ำคืนนี้ แสงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าแสงไฟสลัวจากด้านนอกถนนสาดส่องเขามา ด้านหน้าคฤหาสน์ ทำให้บรรยากาศ..ยิ่งดูเงียบเหงาและอ้างว้างจับใจ ความยิ่งใหญ่ของคฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้ช่วยให้ความเหน็บหนาวในอกลดลงเลย แสงไฟริบหรี่นั้นเหมือนกับความหวังที่กำลังจะดับลง ซาร่านั่งรอเขาอยู่ในสวนหน้าบ้าน ที่แต่งเติมไปด้วยรูปปั้นหินอ่อนสีขาวซีดที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืด และนาฬิกาเรือนโบราณที่ส่งเสียงเดินเป็นจังหวะดังก้องในความเงียบ" ป้าอุ่น กลับบ้านต่างจังหวัด มา 1 อาทิตย์แล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาให้ได้เห็น ได้คุยกับเธออีก พอได้ช่วยคลายความเหงาลงบ้าง ไม่ทันจะคิดไปเรื่อยเปื่อย เสียงฝีเท้าของ คารัส ที่มายืนอยู่ข้างหลังเธอ ตอนที่เธอเหม่อลอย ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องยนต์ที่มาจอด "มานั่งทำอะไรตรงนี้ หรือคิดเรื่องจะหย่ากับฉันยังไง" ปกติเขาไม่เคยเห็นเธอออกมานั่งเหม่อลอยแบบนี้จึงเดินตรงเข้ามาหาเธอ ซาร่าไม่สงสัยอะไรกับคำพูดของเขาหรอก เพราะทุกคำที่พ่นออกมาจากปากเขาไม่เคยมีความรู้สึกดี เธอชินชาไปเสียแล้ว เธอขี้เกียจทะเลาะ "นายกินอะไรมาหรือยัง หิวไหม" เธอถามด้วยความจริงใจปนหวั่นใจกับคำตอบ 'แต่ฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับคำตอบนายอยู่แล้ว "เรื่องอาหารไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก เธอจัดการตัวเองเถอะ ไม่ต้องมารอฉันหรอกนะ" ในที่สุดฟางเส้นสุดท้ายของเธอก็ได้ขาดลง "โอเค ฉันขอพูดไว้ตรงนี้เลยนะ วันนี้ วินาที นี้เดี๋ยวนี้ ต่อไปฉันจะไม่สนใจใส่ใจนายอีก! ไม่ว่านายจะทำอะไร.ที่ใหน หรือคุณแม่จะสั่งให้ฉันดูแลนาย พอกันที ไปนอนดีกว่า ชิ! " ซาร่าเดินสะบัดตูด วิ่งขึ้นบันไดไปห้องนอนฝั่งปีกขวาของเธอปิดประตูดั้งปั้ง! ยังไม่ทันที่คารัสจะพูดอะไรต่อ เธอก็หันหลังวิ่งไป เขาเคยบอกเธอแล้วว่าอย่าเอาใจลงมาเล่นกับเขา เพราะจะไม่รับผิดชอบค่ำคืนงานฉลองงานแต่งงานบนชายหาดผ่านพ้นไปพร้อมกับความสุขอบอวล สายลมทะเลพัดเอากลิ่นไอเค็มและเสียงคลื่นกระทบฝั่งแผ่วเบา คารัสพาร่างบางของเจ้าสาวกลับเข้ามาพักผ่อนภายในวิลล่าส่วนตัวสุดหรูของรีสอร์ต ซาร่านั่งลงที่ขอบเตียงกว้าง นัยน์ตาคู่สวยก้มมองแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายที่ส่องประกายวาววับแข่งกับแสงไฟ ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาจนหัวใจพองโต... จากสัญญาสมรสชั่วคราว ความเข้าใจผิด และมรสุมชีวิตมากมาย ในที่สุดเธอก็ได้มายืนอยู่ ณ จุดนี้ จุดที่มีความรักแท้จากผู้ชายตรงหน้าคอยปกป้องดูแล "เหนื่อยไหมครับ?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับไออุ่นที่โอบกอดเข้ามาจากด้านหลัง คารัสทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วรวบตัวภรรยาคนสวยเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แผงอกแกร่งแนบชิดกับแผ่นหลังนวลเนียน เขากดจูดแผ่วเบาที่ซอกคอหงส์อย่างแสนรัก "นิดหน่อยค่ะ... แต่มีความสุขมากกว่า" ซาร่ายิ้มหวาน เอียงหน้าซบเข้ากับลาดไหล่กว้างของเขาอย่างออดอ้อน "ผมต่างหากล่ะที่ต้องขอบคุณ..." คารัสจับมือเรียวบางขึ้นมาประทับจูบลงบนหลังมือซ้ำๆ นัย
******* และแล้ว... วันที่แสนพิเศษที่สุดในชีวิตของซาร่าก็มาถึง กำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดและมีความสุขที่สุดในโลก เคียงคู่กับสามีผู้เคยเย็นชาที่สุด แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนที่อบอุ่นและคลั่งรักเธอที่สุดในชีวิต หัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยความรักอันหนักแน่น... รักที่เธอมีให้เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป เช้าวันงาน ซาร่าไม่ได้เดินทางไปแต่งตัวที่สตูดิโอแต่งงานหรือห้องชุดในโรงแรมหรูหราที่ไหน แต่กลับได้แต่งหน้าทำผมอยู่ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์แทน แม้จะแอบแปลกใจกับความลับและขั้นตอนอันแปลกประหลาดที่สามีจัดเตรียมไว้ แต่เธอก็ยอมทำตามด้วยความเต็มใจ ทีมช่างแต่งหน้าและช่างทำผมระดับประเทศบรรจงเนรมิตความงามให้อย่างพิถีพิถัน ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีนวลละมุน งดงามโดดเด่นสมฐานะ *เจ้าสาวของมาเฟียและเจ้าพ่ออันดับหนึ่งของประเทศ* ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บจากผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสุดเรียบหรู ออกแบบให้เว้าเปิดเผยไหล่เนียนสวยและร่องอกอวบอิ่มเล็กน้อยอย่าง
เมื่อความลับถูกเปิดเผยจนหมดเปลือก และแผนการเซอร์ไพรส์ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไป บรรยากาศอึมครึมระหว่างทั้งคู่ก็ละลายหายไปในทันที เหลือไว้เพียงความหวานอบอวลและประกายเพชรวาววับที่ส่องสว่างอยู่ตรงหน้า คารัสยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลายและไร้ซึ่งความกังวล เขานำกล่องกำมะหยี่สีแดงส่งให้เธอได้มองดูใกล้ๆ ชัดๆ ด้วยตาตนเอง "ในเมื่อไม่เป็นความลับแล้ว... งั้นฉันก็ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ไปเจอดีไซเนอร์ หรือคอยหลบๆ ซ่อนๆ คุยโทรศัพท์อีกต่อไปแล้วสินะ" คารัสเอ่ยเย้าเสียงนุ่ม นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์และคลั่งรัก "หลังจากนี้ ถ้าจะเลือกชุดแต่งงาน เลือกธีมงาน หรือปรับไซส์แหวน เธอก็ต้องไปกับฉันด้วยตัวเองทั้งหมด ห้ามหนีไปไหนอีกเด็ดขาด" ซาร่ามองแหวนเพชรสวยหรูตระการตาตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกผิดที่เคยเข้าใจเขาผิดผสานเข้ากับความหวานซาบซึ้งจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอหลุบสายตาลงต่ำ อ้อมแอ้มตอบกลับไปแก้เขิน "ใคร... ใครบอกว่าจะยอมไปกับคุณกัน" "ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ" คารัสคุกเข่าลงข้างเตียงอย่างนอบน้อม ค่อยๆ หยิบแหวนเพชรวงงามออกจากกล่
ขณะที่กำลังก้มๆ เงยๆ ช่วยแม่จัดเก็บของกระจุกกระจิกภายในบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดในใจ ซาร่าก็พลันรู้สึกหน้ามืด เวียนหัววูบขึ้นมาจนต้องรีบเอามือยันขอบโต๊ะไว้ ร่างบางคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่ความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจะตีขึ้นมาจากช่องท้องจนเธอต้องรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที "อุ๊บ... อ้วก!" ซาร่าโก่งคอโก้งโค้งอาเจียนออกมา แต่กลับมีเพียงน้ำย่อยและลมเท่านั้นที่ออกมาจากลำคอ ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม ร่างกายรู้สึกหมดแรงอย่างประหลาด เมื่อความเวียนหัวเริ่มทุเลาลง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ... *'ไม่นะ... สภาพแบบนี้มัน...' * ซาร่ายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเองด้วยความตื่นตระหนก พลันนึกขึ้นได้ว่า ประจำเดือนของเธอขาดหายไปร่วมเดือนแล้ว! 'เป็นไปไม่ได้... เรา... เรามีอะไรกับคารัสแค่ครั้งเดียวเองนะ! ครั้งเดียว..เอ่อ...หรือสองครั้งในคืนนั้นที่ห้องน้ำและบนเตียง... ไม่จริงน่ะ!' ความสับสนและความกลัวถาโถมเข้าใส่จนซาร่าทำตัวไม่ถูก หากเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ในช่วงเวลาที่เธอกำลังเข้าใจผิดและหนีเขามาแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรต่อไป? "ซาร่า! เป็นอะ
การผ่าตัดแขนของแม่ซาร่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างราบรื่น คุณแม่ย้ายเข้าพักฟื้นในห้องพักพิเศษระดับ VIP ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และในทุกๆ วันที่ซาร่าเดินทางมาเยี่ยมแม่ ร่างสูงใหญ่ของคารัสก็จะคอยก้าวตามหลังเคียงข้างเธอมาด้วยเสมออย่างไม่เคยขาด ซาร่าไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งนอนเฝ้าไข้จนเสียสุขภาพ เพราะคารัสได้จัดหาพยาบาลพิเศษคอยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่เองก็รับรู้ได้ถึงความหวังดีนั้น เธอมักจะคอยบอกให้ซาร่ากลับไปทำงานและใช้เวลากับสามีให้เต็มที่ สำหรับผู้เป็นแม่... การได้เห็นลูกสาวมีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าที่เคยเศร้าหมอง และได้รู้ว่าลูกสาวได้อยู่กับผู้ชายที่รักเธอจากใจจริง แค่นี้ก็ทำให้คนเป็นแม่อิ่มเอมใจและมีความสุขที่สุดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่คารัสคอยคอยประคอง คอยดูแลเอาใจใส่ซาร่าอย่างทะนุถนอม ไม่เคยแสดงท่าทีเย่อหยิ่ง ถือตัว หรือหยิบยกเรื่องความแตกต่างทางฐานะเงินทองขึ้นมาข่มแม้แต่นิดเดียว ยิ่งทำให้แม่ของซาร่ามองลูกเขยคนนี้ด้วยความเอ็นดูและปลื้มปิติในหัวใจอย่างถึงที่สุด
นับตั้งแต่วันนั้น คารัสก็ย้ายข้าวของเข้ามานอนร่วมห้องกับเธออย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งกำแพงหรือสัญญาใดๆ กั้นกลางอีกต่อไป ภายในห้องน้ำกว้างขวาง ร่างบางของซาร่ากำลังนอนเอนกายแช่น้ำอุ่นละมุนอยู่ในอ่างจากุชชี่สุดหรู ฟองสบู่กลิ่นหอมอ่อนๆ ปกคลุมเรือนร่างโง้งเว้า ละอองไอน้ำลอยฟ่องสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย หลังจากที่ผ่านเรื่องราวเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องน้ำอย่างถือสิทธิ์ ทำให้ซาร่าที่กำลังหลับตานิ่งชะงักกึก เธอรีบลืมตาและหันขวับไปมองทันที ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ! ร่างสูงใหญ่ของคารัสก้าวเข้ามาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันเกาะอยู่ที่เอวสอบ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เขาไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาอย่างคัดค้านและลนลานของเธอเลยสักนิด เขาปลดผ้าขนหนูออกอย่างถือดี ก่อนจะก้าวลงมาในอ่างจากุชชี่บานใหญ่ลงมานั่งซ้อนหลังเธอทันที! "คารัส! ทำอะไรเนี่ย!" ซาร่าร้องอุทาน ละล่ำละลักพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกอ้อมแขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลั







