Masuk<ปรึ๊นๆ>.เสียงรถสปอร์ตคันหรูจอดเทียบท่าในโรงจอดที่มีประตูนิรภัยอัตโนมัติเปิดปิดเองได้ จอดสนิทลง
เสียงเครื่องยนต์ที่ดังแทบไม่ได้ยินถึงข้างบน ทำให้คนที่นอนหลับรู้สึกตัวงัวเงียตื่นขึ้นมา เป็นจังหวะที่เธอโดนนาฬิกาปลุกของเธอที่ตั้งไว้เวลาพอดี เธอคิดว่าเขาน่าจะมาแล้ว หน้าที่ของเธอคือดูแลเขาให้ดี เป็นคำพูดของแม่ราคัสที่เราได้เจอกันเมื่อ 2-3 วันก่อนจะเข้าบ้านหลังนี้ แต่ไหนเธอนอนล่วงเวลาไปเล่า แถมตั้งปลุกเลยไป 1 ชั่วโมงด้วย วันนี้คงทำอาหารให้ไม่ทันแน่เลยหวังว่าป้าอุ่นจะจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะ คิดได้ดังนั้นเธอรีบจัดการตัวเองให้เสร็จแล้วรีบลงมาข้างล่างเพื่อต้อนรับเขา ทันทีที่ก้าวขาเข้ามา เขาไม่ได้มองเธอหรือสนใจเลย แต่เขาหันไปมองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ที่ยังไม่มีใครสักคนแตะมันเลย "กลับมาแล้วหรอคะ หิวไหม ทานอะไรมาหรือยัง" ซาร่ายิ้มบางๆ " ไม่ต้องมาเป็นห่วงฉันหรอก ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองไป " เขาตัดบทไปดื้อๆ แล้วขึ้นไปจัดการตัวเองบนห้องของเขา ปล่อยให้ซาร่า งงงวยกับคำพูดของคนเย็นชา ต่อไป เธอไม่ปล่อยให้ตัวเองฟุ้งซ่าน เดินตรงไปที่โต๊ะอาหารเปิดกินมันอย่างไม่ได้สนใจเขา เธอกินข้าวไปพรางคิดในใจก็หน้าที่ไงเธอถึงพูดดีกับเขา แต่ทำไมเขาถึงเป็นคนไร้ใจ เย็นชา ขนาดนี้ *"*"*"*"*"*"* เช้าวันใหม่ อากาศสดใส แต่ทำไมรู้สึกบรรยากาศเยือกเย็นแบบนี้. ในขณะที่ฉันเดินลงไปห้องโถงด้านล่าง ภาวนาขอให้คนเย็นชาอย่าอยู่เลยนะ "เธอตื่นสายนะ " ยังไม่ทันที่เธอจะหยุดความคิดเสียงของคนคุ้นหูก็ดังขึ้น ราคัส ใส่ชุดสูทเนคไทเนี๊ยบ ชุดนี้พออยู่บนร่างของเขาก็ทำให้ชวนมอง คนอะไรจะหล่อขนาดนั้น เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาก่อนแล้ว ซึ่งแววตาของเขามองมาที่เธอ.นั่นแหละแต่ก็ยังคงเป็นสายตาที่ไม่มีอะไรพิเศษหรอก เป็นสายตาว่างเปล่า "ฉันกินข้าวเรียบร้อยแล้วนะ ส่วนเธอมีอะไรก็บอกฉันได้นะขาดเหลืออะไรอีกไหม" เขาพูดด้วยแต่สายตาไม่ได้อยู่ที่ฉันนะสายตาเขาจับจ้องที่แท็บเล็ตของเขาต่างหาก "หย่า" ซาร่าพูดออกไปแบบไม่มีปีไม่มีขุ่ย ทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย "เรื่องหย่า เมื่อถึงเวลา ฉันจะเป็นคนจัดการเอกสารให้เอง" ซาร่ากำมัดแน่น เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดมันออกมาหรอก แค่อยากรู้ว่าถ้าคำนี้หลุดออกมาจากปากเธอแล้วเขาจะมีปฏิกิริยายังไง ผู้ชายคนนี้นี่เอาใจลงไปเล่นด้วยไม่ได้จริงๆ.สินะ เธอไม่มีวันรักเขาแน่ "อย่าลืมแล้วกัน" "ฉันจำได้ดี ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ใช่ประเภทที่พูดแล้วไม่ทำตามคำพูด เช้านี้ฉันมีประชุม ถ้าไม่มีอะไรสำคัญไม่ต้องทักมาหาฉันนะ " พูดจบเขาลุกออกไปทันที ทิ้งให้คนตัวเล็กยืนหน้าบูดหน้าบึ้ง แต่เขาไม่ทันสังเกต ก่อนที่เขาจะเดินลับไป ซาร่ารีบพูดขึ้นตามหลังเขาทันที "ฉันมีอีกเรื่องนึง ฉันไม่ทักไปหรอกฉันจะบอกนายตรงนี้แหละ ค่าเงินรายเดือนฉันยังไม่ได้เลยนะ เดือนละแสน " ถึงที่เอาคืนเขาบ้างแล้วในเมื่อเขาพูดจาไม่เกรงใจฉันนับประสาอะไรต้องเกรงกลัวเขาด้วย "เหอะ เรื่องเงิน แค่นี้ฉันจัดการให้อยู่แล้ว เอานี่" เขาหันกลับมายื่นบัตร black card ให้ซาร่า "ฉันจะโอนให้เธอทุกๆเดือนจนครบสัญญา "ok งั้นฉันไม่กวนนายแล้ว" ถึงสีหน้าเธอจะนิ่งแต่ในใจยิ้มแก้มปริเพราะบัตรสีดำๆในมือเธอนี่ไง******* และแล้ว... วันที่แสนพิเศษที่สุดในชีวิตของซาร่าก็มาถึง กำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดและมีความสุขที่สุดในโลก เคียงคู่กับสามีผู้เคยเย็นชาที่สุด แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนที่อบอุ่นและคลั่งรักเธอที่สุดในชีวิต หัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยความรักอันหนักแน่น... รักที่เธอมีให้เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป เช้าวันงาน ซาร่าไม่ได้เดินทางไปแต่งตัวที่สตูดิโอแต่งงานหรือห้องชุดในโรงแรมหรูหราที่ไหน แต่กลับได้แต่งหน้าทำผมอยู่ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์แทน แม้จะแอบแปลกใจกับความลับและขั้นตอนอันแปลกประหลาดที่สามีจัดเตรียมไว้ แต่เธอก็ยอมทำตามด้วยความเต็มใจ ทีมช่างแต่งหน้าและช่างทำผมระดับประเทศบรรจงเนรมิตความงามให้อย่างพิถีพิถัน ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีนวลละมุน งดงามโดดเด่นสมฐานะ *เจ้าสาวของมาเฟียและเจ้าพ่ออันดับหนึ่งของประเทศ* ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บจากผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสุดเรียบหรู ออกแบบให้เว้าเปิดเผยไหล่เนียนสวยและร่องอกอวบอิ่มเล็กน้อยอย่าง
เมื่อความลับถูกเปิดเผยจนหมดเปลือก และแผนการเซอร์ไพรส์ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไป บรรยากาศอึมครึมระหว่างทั้งคู่ก็ละลายหายไปในทันที เหลือไว้เพียงความหวานอบอวลและประกายเพชรวาววับที่ส่องสว่างอยู่ตรงหน้า คารัสยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลายและไร้ซึ่งความกังวล เขานำกล่องกำมะหยี่สีแดงส่งให้เธอได้มองดูใกล้ๆ ชัดๆ ด้วยตาตนเอง "ในเมื่อไม่เป็นความลับแล้ว... งั้นฉันก็ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ไปเจอดีไซเนอร์ หรือคอยหลบๆ ซ่อนๆ คุยโทรศัพท์อีกต่อไปแล้วสินะ" คารัสเอ่ยเย้าเสียงนุ่ม นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์และคลั่งรัก "หลังจากนี้ ถ้าจะเลือกชุดแต่งงาน เลือกธีมงาน หรือปรับไซส์แหวน เธอก็ต้องไปกับฉันด้วยตัวเองทั้งหมด ห้ามหนีไปไหนอีกเด็ดขาด" ซาร่ามองแหวนเพชรสวยหรูตระการตาตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกผิดที่เคยเข้าใจเขาผิดผสานเข้ากับความหวานซาบซึ้งจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอหลุบสายตาลงต่ำ อ้อมแอ้มตอบกลับไปแก้เขิน "ใคร... ใครบอกว่าจะยอมไปกับคุณกัน" "ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ" คารัสคุกเข่าลงข้างเตียงอย่างนอบน้อม ค่อยๆ หยิบแหวนเพชรวงงามออกจากกล่
ขณะที่กำลังก้มๆ เงยๆ ช่วยแม่จัดเก็บของกระจุกกระจิกภายในบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดในใจ ซาร่าก็พลันรู้สึกหน้ามืด เวียนหัววูบขึ้นมาจนต้องรีบเอามือยันขอบโต๊ะไว้ ร่างบางคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่ความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจะตีขึ้นมาจากช่องท้องจนเธอต้องรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที "อุ๊บ... อ้วก!" ซาร่าโก่งคอโก้งโค้งอาเจียนออกมา แต่กลับมีเพียงน้ำย่อยและลมเท่านั้นที่ออกมาจากลำคอ ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม ร่างกายรู้สึกหมดแรงอย่างประหลาด เมื่อความเวียนหัวเริ่มทุเลาลง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ... *'ไม่นะ... สภาพแบบนี้มัน...' * ซาร่ายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเองด้วยความตื่นตระหนก พลันนึกขึ้นได้ว่า ประจำเดือนของเธอขาดหายไปร่วมเดือนแล้ว! 'เป็นไปไม่ได้... เรา... เรามีอะไรกับคารัสแค่ครั้งเดียวเองนะ! ครั้งเดียว..เอ่อ...หรือสองครั้งในคืนนั้นที่ห้องน้ำและบนเตียง... ไม่จริงน่ะ!' ความสับสนและความกลัวถาโถมเข้าใส่จนซาร่าทำตัวไม่ถูก หากเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ในช่วงเวลาที่เธอกำลังเข้าใจผิดและหนีเขามาแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรต่อไป? "ซาร่า! เป็นอะ
การผ่าตัดแขนของแม่ซาร่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างราบรื่น คุณแม่ย้ายเข้าพักฟื้นในห้องพักพิเศษระดับ VIP ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และในทุกๆ วันที่ซาร่าเดินทางมาเยี่ยมแม่ ร่างสูงใหญ่ของคารัสก็จะคอยก้าวตามหลังเคียงข้างเธอมาด้วยเสมออย่างไม่เคยขาด ซาร่าไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งนอนเฝ้าไข้จนเสียสุขภาพ เพราะคารัสได้จัดหาพยาบาลพิเศษคอยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่เองก็รับรู้ได้ถึงความหวังดีนั้น เธอมักจะคอยบอกให้ซาร่ากลับไปทำงานและใช้เวลากับสามีให้เต็มที่ สำหรับผู้เป็นแม่... การได้เห็นลูกสาวมีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าที่เคยเศร้าหมอง และได้รู้ว่าลูกสาวได้อยู่กับผู้ชายที่รักเธอจากใจจริง แค่นี้ก็ทำให้คนเป็นแม่อิ่มเอมใจและมีความสุขที่สุดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่คารัสคอยคอยประคอง คอยดูแลเอาใจใส่ซาร่าอย่างทะนุถนอม ไม่เคยแสดงท่าทีเย่อหยิ่ง ถือตัว หรือหยิบยกเรื่องความแตกต่างทางฐานะเงินทองขึ้นมาข่มแม้แต่นิดเดียว ยิ่งทำให้แม่ของซาร่ามองลูกเขยคนนี้ด้วยความเอ็นดูและปลื้มปิติในหัวใจอย่างถึงที่สุด
นับตั้งแต่วันนั้น คารัสก็ย้ายข้าวของเข้ามานอนร่วมห้องกับเธออย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งกำแพงหรือสัญญาใดๆ กั้นกลางอีกต่อไป ภายในห้องน้ำกว้างขวาง ร่างบางของซาร่ากำลังนอนเอนกายแช่น้ำอุ่นละมุนอยู่ในอ่างจากุชชี่สุดหรู ฟองสบู่กลิ่นหอมอ่อนๆ ปกคลุมเรือนร่างโง้งเว้า ละอองไอน้ำลอยฟ่องสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย หลังจากที่ผ่านเรื่องราวเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องน้ำอย่างถือสิทธิ์ ทำให้ซาร่าที่กำลังหลับตานิ่งชะงักกึก เธอรีบลืมตาและหันขวับไปมองทันที ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ! ร่างสูงใหญ่ของคารัสก้าวเข้ามาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันเกาะอยู่ที่เอวสอบ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เขาไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาอย่างคัดค้านและลนลานของเธอเลยสักนิด เขาปลดผ้าขนหนูออกอย่างถือดี ก่อนจะก้าวลงมาในอ่างจากุชชี่บานใหญ่ลงมานั่งซ้อนหลังเธอทันที! "คารัส! ทำอะไรเนี่ย!" ซาร่าร้องอุทาน ละล่ำละลักพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกอ้อมแขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลั
ขณะที่รถยนต์กำลังแล่นไปตามถนนอย่างราบรื่น ซาร่าที่กำลังนั่งจับมือกับคารัสอยู่ก็พลันชะงักกึกขึ้นมา ความทรงจำสำคัญเรื่องหนึ่งสะกิดใจเธออย่างจังจนดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ 'จริงสิ! ฉันลืมไปเสียสนิทเลย!' เพราะมรสุมเรื่องการถูก kidnapping(ลักพาตัว) และเรื่องของทิชาที่ถาโถมเข้ามาจนวุ่นวาย ทำให้เธอมัวแต่ตกอยู่ในฝันร้ายจนเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตไป นั่นคือเรื่อง แม่ของเธอ ที่มีกำหนดการเข้ารับการผ่าตัดแขนในอีก 2 วันข้างหน้านี้แล้ว! ความกังวลใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหวาน ซาร่ากระชับมือหนาของคารัสแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีวันที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้คารัสสังเกตเห็นได้ทันที "เป็นอะไรไปซาร่า? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" คารัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยทันที ชายหนุ่มเอี้ยวตัวมามองเธอด้วยความตื่นตัว "คารัสคะ..." ซาร่าหันมามองเขาด้วยสายตาร้อนรุ่มและรู้สึกผิด "ฉัน... ฉันเกือบลืมไปเลย อีกสองวันแม่ของฉันต้องเข้ารับการผ่าตัดแขนแล้ว" คารัสมองท่าทางลนลานของภรรยาแล้วยิ้มบางๆ ออกมา แทนที่เขาจะตกใจหรือแสดงอาการเครียด เขากลับใช้นิ้วโป้งไล







