LOGINหลังจากกินมื้อเที่ยงเป็นที่เรียบร้อยกันต์พิมุกต์ก็แยกกันกับนี่นา เขาขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกันกับนี่นา บุษยารีบไปก่อนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องประเชิญสถานการณ์ที่อึดอัดเหมือนตอนลงมา บุษยาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงอึดอัดกับความเฉยชาของท่านรองประธานที่ทำเป็นเหมือนไม่รู้จักกัน ซึ่งมันก็ถูกแล้วนี่นาที่เขาจะทำเป็นไม่รู้จักกัน แต่อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมองกันด้วยสายตาที่เป็นมิตรหน่อย หรือเขาอาจจะโกรธหรือไม่พอใจที่เห็นเธอที่นี่นะ บุษยาได้แต่คิดและก็บอกตัวเองว่าพยายามเลี่ยง อย่างน้อยๆต้องอยู่ที่นี่2ปีให้ได้
หลังจากวันที่เจอกันที่โรงอาหารบุษยาก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่เจอกันต์พิมุกต์ มาทำงานแต่เช้า โต๊ะทำงานของเธอและเขาก็อยู่กันคนล่ะชั้น เวลาพักเที่ยงก็ลงไปช้ากว่าคนอื่นบุษยาให้เหตุผลกับณดลว่า จะได้ไม่ต้องไปต่อแถวนานทำงานรอได้งานอีกด้วย จากวันนั้นก็เป็นเวลา1 เดือนแล้วที่บุษยาทำไม่พบหน้าท่านรองประธาน
ทางด้านกันต์พิมุกต์ชายหนุ่มกระวนกระวายยกหูโทรศัพท์จากโต๊ะทำงาน
“พันลภเข้ามาหาผมหน่อย”
“คุณกันต์ครับ มี... ” ผู้ช่วยหนุ่มเอ่ยทันทีเมื่อมาถึงแต่ยังไม่ทันได้พูดให้จบประโยค
“ฉันมีเรื่องจะรบกวนนาย แต่เรื่องนี้จะมีแค่ฉันกับนายเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้” เมื่ออยู่กันสองคนทั้งสองก็จะพูดคุยกันอย่างสนิทสนมด้วยว่าอายุไล่เรี่ยกันและเรียกได้ว่าเป็นคู่หูรู้ใจกันเป็นอย่างดีแทบจะเป็นเพื่อนกันก็ว่าได้ถ้านอกเวลางาน กันต์พิมุกต์ยื่นแฟ้มเอกสารประวัติของบุษยาที่ขอมาจากฝ่ายบุคคลทั้งของณดลด้วยเพื่อไม่ให้ฝ่ายบุคคลสงสัย ถ้าขอไปสองคนแก้วตาก็คงคิดว่าจะดูข้อมูลเด็กทุนก็เท่านั้น
“ฉันอยากรู้ข้อมูลโดยละเอียดว่าเขาพักที่ไหน อยู่ยังไง กับใครและก็มีแฟนหรือยัง”
“หึ...ได้สิครับ ผมจัดให้ครับ” ผู้ช่วยหนุ่มหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดแล้วอมยิ้มและกำลังจะเดินออกไป
“เดี๋ยว....ฉันอยากรู้ว่ากับไอ้เด็กคนนี้ เค้าสนิทกันแค่ไหนตั้งแต่เมื่อไหร่” พูดพร้อมกันโยนแฟ้มประวัติของ ณดลมาวางบนโต๊ะ
“หึ หึ คร๊าบบบบ ท่าทางเจ้านายผมจะอาการหนักเพราะคนนี้หรือเปล่าที่ทำให้เจ้านายผมโสดอยู่ทุกวันนี้” ผู้ช่วยหนุ่มถามกลับด้วยท่าทางหยอกล้อ กวนโอ๊ยทำเอาท่านรองประธานหนุ่มถึงกับเสียอาการ
“พูดมากรีบไปทำงานเรื่องที่สั่งได้แล้ว”
“ว่าแต่งานที่สั่งนี่..เรื่องลับเฉพาะ หรือว่าาาาา เรื่องโปรเจคร่วมกับคู่ค้าคุณอคิน เรื่องไหนด่วนกว่าครับท่านรองประธาน” ผู้ช่วยหนุ่มถามต่อ ก็ไม่เชิงว่ายังกวนไม่เลิกแต่เป็นเพราะอยากรู้จริงๆว่าเจ้านายหนุ่มจะใช้ไปทำงานไหนก่อนดี
“ก็เรื่องลับเฉพาะสิวะ โปรเจคนั้นนายก็กระจายงานให้คนที่เกี่ยวข้องประสานงานต่อสิวะ!”
“หึ หึ คร้าบบ ได้ครับเจ้านาย” ผู้ช่วยหนุ่มทำเสียงหยอกล้อ แล้วรีบออกมาห้องท่านรองประธานก่อนที่จะโดนอะไรเขวี้ยงใส่เสียก่อน
หลังจากที่ผู้ช่วยหนุ่มออกจากห้องไปแล้ว ชายหนุ่มก็นึกถึงตอนที่อยู่โรงอาหารที่บรรดาหนุ่มส่งสายตามองบุษยา บ้างก็สะกิดกันมอง เขาเป็นผู้ชายทำไมจะดูไม่ออกว่า ผู้ชายพวกนั้นมองเพราะกำลังสนใจยัยเด็กใหม่ นึกถึงก็หงุดหงิดขึ้นมา แฟ้มงานโครงการโปรเจคใหม่ที่เปิดอยู่ ปิดลงอย่างหงุดหงิด และก็ฉุดคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาเขากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วหยิบมือถือขึ้นมา ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด เสียงไม่ถือดังไม่นานปลายสายก็รับ
“ ยัยกิ่งตอนนี้น้องอยู่ไหน”
“อยู่ที่ห้องทำงานค่ะวันนี้ไม่ได้ออกไปหาลูกค้าพี่มีอะไร?”
“พี่จะถามเรื่องโปรเจคใหม่ที่เราจะไปจอยส์(เป็นคู่ทางธุรกิจ)กันกับบริษัทคุณอคินไปถึงไหนแล้วเรื่องข้อตกลง เดี่ยวพี่ไปหาที่โต๊ะนะ”
“กิ่งไปหาพี่ก็ได้ ห้องพี่กว้างกว่า”
“เดี่ยวพี่ไปเองนี่จะถึงลิฟต์แล้วเนี่ย คุยที่ไหนก็เหมือนกันแหล่ะ” ชายหนุ่มคุณโทรศัพท์ไปพลางเดินไปด้วยยังไม่ถึง5 นาทีก็ลงชั้นที่กิ่งกานดาอยู่ซึ่งห่างกันแค่ชั้นเดียว สายตาก็พลางสอดส่องหาเป้าหมายว่านั่งอยู่โต๊ะไหน พอเห็นเป้าหมายว่านั่งอยู่ใกล้ๆกับนักออกแบบหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างกร และสองที่เจอเมื่อตอนเที่ยงก็พลันไม่สบอารมณ์ขึ้นมา แต่ก็วางมาดนิ่งเดินหลังตรง เข้าไปห้องน้องสาวที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบและจัดแสดงสินค้า(จัดอีเว้นท์)
“เกิดอะไรขึ้นคะนี่ย ร้อยวันพันปีไม่เคยมาหากิ่งที่ห้องเลย....หรือว่า...” พร้อมทำหน้ายิ้มสงสัยปนเจ้าเล่ห์หยั่งเชิง
“หยุดเลย ก็โปรเจคนี้มันสำคัญนี่นาเป็นครั้งแรกที่เราจะไปร่วมทำงานกับทางนั้นแล้วเรื่องผลประโยชน์อีกต้องให้ชัดเจนพี่ก็ต้องลงมาสิ”
“แล้วไปกิ่งก็คิดว่าลงมาเพราะอยากมาเจอใครซะอีก”
“…….” ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่ตอบ เงียบทำไม่สนใจจะตอบ เขาจะสนใจทำไมก็แค่เด็กพนักงานใหม่ใช้ทุน
“ว่าแต่เรื่องแบบลูกค้าที่ต่างประเทศเขาสรุปมาหรือยังว่าจะเป็นทางบริษัทเรา หรือของบริษัทคุณอคิน”
“ยังไม่สรุปค่ะ กิ่งคิดว่าเขาอาจจะให้ทางเราตกแต่งภายใน ส่วนทางคุณอคินคงเป็นแบบโครงสร้างที่ต้องใช้สถาปนิคทางเราไม่ถนัดคงเป็นทางคุณอคินส่วนเรื่องส่วนแบ่งกำไร กิ่งคงต้องให้พี่กันต์กับคุณพ่อช่วยดูค่ะกิ่งไม่ถนัด”
“แต่ถ้าเป็นเรื่องออกแบบตกแต่งภายในกิ่งว่าคนของเราเอาอยู่ค่ะ หรือถ้าลูกค้าเคาะแบบโครงสร้างแล้วแบบภายในคนเราไม่ว่างช่วงนั้น ก็ใช้ออกแบบในบริษัทในเครือได้”
“อืมมมม ดี! เอ่อพี่คิดว่าน้องน่าจะมีผู้ช่วยนะทำไมไม่ให้พนักงานใหม่มาเป็นผู้ช่วยโปรเจคนี้ล่ะ ได้ข่าวว่าเก่งมากนี่จะได้ไปไหนมาไหนกับกิ่งพี่จะได้ไม่ต้องห่วง”
“ห่วงกิ่งใช่ม่ะ” กิ่งกานดาถามพร้อมกับยกคิ้วขมวดสงสัย ก็ไปคุยงานกับลูกค้าผู้ชายไปกับนักออกแบบผู้ชายสองคนแบบนี้ประจำมาห่วงอะไรตอนนี้
“อื้อออ ก็ใช่สิ พี่ไปล่ะ ..อ้อแล้วก็ย้ายผู้ช่วยกิ่งมานั่งหน้าห้องกิ่งด้วยนะ” จังหวะเดินเอี้ยวตัวกลับผู้บริหารหนุ่มหันมาสั่งการน้องสาวแล้วก็เดินออกไป
“อะไรของเขาเนี่ย... อย่าบอกนะว่า......” กิ่งกานดายกยิ้มแบบรู้ทัน พี่ชายเราออกอาการมาก แต่อีกใจหนึ่งก็หนักใจหากเป็นอย่างนั้นต้อง มีเรื่องให้หนักใจ กิ่งกานดาได้แต่ถอนหายใจ
บุษยาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าถูกถอดชุดนอนออกตอนไหน รู้ตัวอึกทีก็เหลือเพียงชุดชั้นในสีขาว รูปร่างและสัดส่วนของบุษยาทำให้คนตัวสูงยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจชายหนุ่มสอดมือเข้าไปปลดตะขอเสื้อชั้นในออกแล้วเหวี่ยงลงข้างเตียงโดยที่ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าจะตกไปทิศทางไหน คนตัวโตใช้มือหนุ่มของเขาบีบคลึงหน้าอกขาวอวบเต่งตึงไร้ผ้าปกปิด อกอวบตรงหน้าที่ขยับขึ้นลงตามแรงหายใจ คนตัวเล็กหลับตารับจูบและสัมผัสอันเร่าร้อนสลับอ่อนโยน ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน คนตัวเล็กไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนเพราะมัวเมาหัวหมุนที่โดนคนตัวโตพรมจูบ มืออีกข้างขงเขาเคล้นคลึงอกอวบอย่างเอาแต่ใจคนตัวโตได้โอกาสรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างผู้มีประสบการณ์ เรื่องอย่างว่า เขาก็อายุอานาม 28ปีแล้ว ประสบการณ์เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมีมากมายผู้ชายก็รู้วิธีปลดปล่อยได้อย่างช่ำชองถึงกันต์พิมุกต์จะไม่ใช่คนเจ้าชู้ สมัยเรียนเมืองนอกเรื่องอย่างว่าเขาก็ไม่ใช่ไม่เคย เพียงแต่หลังจากที่เลิกกับบุษยาไปแล้วเท่านั้นที่พยายามลืมลองคบลองคุยแต่ก็ไม่มีใครที่ทำให้ชายหนุ่มลืมคนที่เขาเคยบอกรักเป็นคนแรก นั่นคือคนตัวเล็กที่อยู่ใต้ร่างคนนี้ได้สักครั้งเดียว ค
บุษยากำมือแน่นจนเจ็บไปหมด ทั้งโกรธ ทั้งเกลียดคำดูถูกของกันต์พิมุกต์ที่เสนอให้เธอเป็นนางบำเรอแม้เขาจะเรียกสวยหรูว่าภรรยาชั่วคราวก็ตาม บุษยาหันหลังเพื่อเช็ดน้ำตาออกลวกๆ จังหวะนั้นคนตัวสูงรีบเดินไปปิดประตูหน้าห้องและล็อคอย่างรวดเร็ว บุษยาหันมาเห็นว่าประตูปิดแล้วเธอจึงเดินไปเพื่อที่จะดันตัวคนตัวสูงออกไปจากห้องไป ชายหนุ่มมายื่นอยู่ตรงข้ามกับบุษยาที่มีเพียงโต๊ะที่วางแก้วน้ำกั้นอยู่ กันต์พิมุกต์ทำท่าจะนั่งลงเพื่อยั่วยุคนตัวเล็กที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า “ออกไปจากห้องบัวเดี๋ยวนี้นะคุณกันต์ห้ามนั่งออกไป! ออกไป!” บุษยาดึงกระชากแขนคนตัวสูงให้ลุกขึ้นเพื่อที่จะดันตัวเค้าไล่ออกไปจากห้องให้เร็วที่สุด แต่ด้วยที่กันต์พิมุกต์ตัวโตและสูงกว่าชายหนุ่มสูงถึง 182 ซม. แต่บุษยาสูง 165 รูปร่างบอกบางแต่หน้าอกหน้าใจไม่ได้เล็กตามขนาดแขน ขาที่เรียวยาว เรียกได้ว่าหุ่นฟ้าประธานสำหรับสาวๆเลยทีเดียว ด้วยแรงที่น้อยกว่าบวกกับที่คนตัวสูงรั้งตัวไม่ลุกขึ้นตามแรง กระชากทำให้ชายหนุ่มล้มนอนราบไปกับโซฟาร์ แขนแกร่งดึงรั้งเอาแขนของบุษยาให้ล้มตัวทับตามไปด้วย “หึหึ นี่เธอโกรธหรอ เธอรู้ไหมว่ามีผู้หญิงตั้งหลายคนนะที่อยากรับตำแหน่ง
“คุณกันต์!! ” ทันทีที่ประตูห้องเปิดออกบุษยาต้องตกใจอ้าปากค้างเพราะเจ้านายของคุณแนนที่เธอพูดถึงคือกันต์พิมุกต์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับผู้ช่วยหนุ่ม “สวัสดีครับคุณบัว” เป็นพันลภที่เป็นคนเอ่ยทักทายในขณะที่กันต์พิมุกต์ยังคงวางสีหน้าเรียบเฉย แต่ชายตามองคนตัวเล็กที่มีทีท่าตกใจเมื่อเห็นเขา คนตัวโตหันไปมองสำรวจรอบๆห้องที่จะซื้อ กันต์พิมุกต์ชายตามองคนตัวเล็กราวกับว่าไม่สนใจไม่อยากให้อยู่ในสายตาอย่างไงอย่างงั้นแหละ“เอ่อ… ค่ะ สวัสดีค่ะท่านรองประธาน.. คุณลภบัวไม่คิดว่าจะเป็นคุณ...เอ่อเป็นท่านรองที่จะซื้อห้องบัวค่ะ”“อืมมมม ห้องสวยเรียบหรูดีนี่ มันอยู่ใกล้ที่ทำงานฉันจะซื้อไว้ ถ้าเธอไม่ขัดข้องใช่ไหมล่ะที่ฉันจะซื้อห้องนี้”เป็นครั้งแรกในรอบ เดือนกว่าๆที่บุษยาได้ยินเสียงเค้าพูดด้วย นอกจากมองด้วยสายตาหมองเมิง “ไม่ค่ะบัวไม่ขัดข้องค่ะ ว่าแต่คุณจะทำสัญญาซื้อขายวันนี้เลยเหรอคะ”“ใช่!! ทำไมเธอติดอะไรหรือเปล่าถ้าฉันจะซื้อวันนี้ ฉันไม่ชอบรออะไรนานๆ อยากได้ฉันก็ต้องได้” พูดจบชายหนุ่มก็หันไปสบตาพยักหน้าส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยหนุ่มทราบว่าต้องทำอะไรต่อจากนี้“นี่ครับสัญญา ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับผมกับแนนเซ็นเป็นพ
บุษยาเปิดประตูเข้าห้องด้วยความเหนื่อยล้า พอมาถึงห้องเธอก็รีบเข้าไปดูที่ประกาศขายห้องไว้มีคนสนใจ และมีใครเข้ามาดูภาพที่ลงประกาศไว้หรือไม่ ได้แต่ถอนหายใจมีผู้เข้าดูแค่3คน ทันใดนั้นก็มีสายเข้า “ ฮัลโลว กอหญ้า”“บัว ไม่ได้คุยกันเป็นเดือนแล้วนะ บัวอยู่ที่ไหน”“เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมเสียงเป็นแบบนั้น ไม่สบายหรือเปล่า”“ไม่เป็นไรฉันเป็นไข้หวัดนิดหน่อย บัวเธอเป็น ไงบ้างเห็นหมอรุท บอกว่าคุณแม่เธอไม่สบาย เราขอโทษนะไม่ได้ไปเยี่ยมเลย เธอมีอะไรไม่สบายใจโทรหาฉันได้นะบัว ถึงฉันช่วยอะไรไม่ได้มากแต่ฉันรับฟังเธอได้นะ”กอหญ้าเป็นเพื่อนสนิทตอนอยู่มหาลัย และบุษยาก็แนะนำกอหญ้าให้รู้จักกับหมอรุททั้งสามจึงสนิทสนมกัน อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนก็ได้ปรึกษา แต่ด้วยนิสัยที่เหมือนกับพ่อบุษยาเลือกที่จะพึ่งพาตัวเองมาโดยตลอด หลังจากวางสายเพื่อนแล้ว ก็มีสายแปลกโทรเข้ามา“สวัสดีค่ะคุณบุษยาหรือเปล่าคะ “ใช่ค่ะฉันบุษยาค่ะ”“ฉันเห็นคุณประกาศขายคอนโด ขอโทษนะคะที่โทรมากลางคืน พอดีว่าฉันอยากเข้าไปดูห้องเย็นพรุ่งนี้หลังเลิกงาน คุณสะดวกไหมคะ”“พรุ่งนี้เป็นวันศุกร์ฉันจะไม่ได้เข้ามาคอนโดค่ะ มีธุระสะดวกเป็นวันเสาร์ได้ไหมคะ”บุษยาบอกปล
ทันทีที่หมอรุทมาส่งถึงหน้าห้องหมอหนุ่มก็กลับลงไปทันที บุษยาล้มตัวลงนอนที่โซฟาด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายทังใจ พลันคิดไปว่าจะไปหาเงินจากไหนหลักล้านได้ทัน และนอกจากค่ารักษาคุณแม่แล้วบุษยาเองก็ต้องเป็นเสาหลักของครบครัวด้วย คนตัวเล็กกวาดสายตาไปรอบๆห้อง พลันถอนหายใจและลุกขึ้นไปอาบน้ำ ระหว่างที่อาบน้ำผ่อนครายบุษยาก็คิดหาทางออกได้ บุษยาออกจากห้องแล้วก็โพสต์ประกาศขายคอนโดใจกลางเมือง2ห้องนอน 2 ห้องน้ำในราคา 10 ล้านบาทในเวปไซต์ และสื่อโซเชียลทันที “คุณพ่อคะบัวขอโทษนะคะที่รักษาของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณพ่อให้ไว้ไม่ได้” เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นบุษยาต้องรีบลุกไปเตรียมตัวไปทำงานแม้ว่าจะได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อวานก็ลางานครึ่งวันแล้ววันนี้ลาอีกก็แค่จะน่าเกลียดไป เธอเองก็พึ่งทำงานได้เพียง 1 เดือนเอง บุษยาเดินเข้าลิฟต์เพื่อที่จะเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้า ในระว่างเดินเธอก็หยิบมือถือขึ้นมาดูว่าจะมีคนสนใจคอนโดที่โพสต์ขายไปเมื่อคืนหรือยังนะ แต่ข่าวที่ขึ้นตามสื่อโซเชียลเช้านี้คือรถไฟฟ้าขัดข้องทำให้ผู้โดยสารยืนรอใช้บริการเต็มจนล้นจากสถานี พลันคิดในใจ สงสัยต้องไปรถแท็กซี่แล้วมั้งเนี่ย แต่ประหยัดที่ทำงานก็ไม่ไกลน
@โรงพยาบาลบุษยากึ่งวิ่งกึ่งเดินด้วยความรีบร้อน พอได้รับโทรศัพท์จากแม่นมว่า คุณแม่ของเธอมีอาการเวียนหัว และเป็นลมหมดสติถูกตัวนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้บ้าน และโรงพยาบาลก็ส่งตัวมาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯที่รักษาตัวอยู่คือโรงพยาบาลที่พ่อของหมอรุทเพื่อนชายคนสนิทเป็นผู้อำนวยการและหมอเจ้าของไข้แม่ของบุษยาด้วย“รุทคุณแม่บัว ฮึกๆ เป็นอะไรมากไหมทำไมคุณแม่อาการเป็นแบบนี้ล่ะ” บุษยาถามด้วยอาการสะอื้นที่สุดจะกลั้นความเป็นห่วงแม่ไม่ได้ จนสะอื้นร้องไห้ออกมาก“ไม่ต้องห่วงนะบัว พ่อเรากำลังตรวจอยู่นะใจเย็น ๆ มาถึงโรงพยาบาลแล้ว พ่อเราเป็นอาจารย์หมอเลยนะ บัวอย่างกังวลเลยน่า” หมอหนุ่มปลอบใจพลางโอบกอดลูบหลังด้วยความห่วง เวลาผ่านไปเป็นเวลา นานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่สำหรับคนที่รอด้วยความห่วงใยมันช่างยาวนาน พอประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกบุษยาก็รีบลุกขึ้นเดินไปหาคุณหมอ“คุณลุงหมอคะ คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ”“ไปที่ห้องลุงดีกว่า” พร้อมกับสีหน้าที่เป็นกังวล เมื่อทั้งสามคนอยู่ในห้องประจำตำแหน่งของคุณลุงหมอ ที่เป็นส่วนตัว “อาการของคุณแม่หนูบัวค่อนข้างน่าเป็นห่วง ร่างกายอ่อนแอมาก จากที่ลุงประเมินสุขภาพคนไข้แล้วไม่สามารถให้คีโมได้อีก







