Se connecterท่านรองประธานเดินออกจากห้องน้องสาวก็เดินผ่านแผนกออกแบบไปเพื่อที่จะไปลิฟต์แต่สายตากวาดมองรอบๆ ก็ไม่เห็นคนตัวเล็กที่มองหาจนชะลอเพื่อที่จะหยุดหาเพื่อให้แน่ใจ
“ตอนนี้แผนกออกแบบเรามีทั้งหมดกี่คนครับ” เป็นสองที่ตอบเจ้านายหนุ่ม
“มี 5คนครับท่านรอง มีผมสองคน น้องอีก2คนไปลูกค้า และก็น้องบัวพนักงานใหม่ และก็ถ้ารวมคุณกิ่งก็6คนครับ”
“แล้วพนักงานใหม่ไปไหนล่ะ ทำงานเป็น ไงบ้าง” ถามพลางกวาดสายตาหาจนพนักงานสองหนุ่มมองหน้ากันอย่างสงสัยเจ้านายหนุ่มมาแปลก ท่านรองประธานจึงพูดต่อเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
มันก็แปลกอยู่เหมือนกันเขาเองก็ไม่แทบจะไม่ลงมาแผนกนี้เลยด้วยซ้ำส่วนมากก็จะเป็นน้องสาวที่ขึ้นไปพบ
“นั่งเบียดกันอึดอัดไหม ผมกำลังให้กิ่งดูที่นั่งให้นะ เดี๋ยวจะทำงานไม่สะดวกกัน”
“ขอบคุณครับท่านรอง....เอ่อน้องบัวเค้าขอลางานด่วนครับพอดีเมื่อครู่เห็นคุณกิ่งติดคุยงานกับท่านรองน้องเลยรีบออกไปด่วน ฝากพวกผมแจ้งคุณกิ่งแทนเห็นบอกว่าแม่ไม่สบายอาการไม่ดีครับ”
“แม่ไม่สบายงั้นเหรอ...งั้นผมไปล่ะ” ทั้งสองหนุ่มก็โค้งคำนับให้เจ้านายหนุ่มก่อนที่จะหันมาคุยกัน
“แกว่าไหมตั้งแต่น้องบัวของฉันเข้ามาอะไรๆก็สวยงามไปหมด หันไปก็เจอของสวยๆงามๆ เดินผ่านที กลิ่มนี่หอมมาเลยกูนี่คิดถึงเมียที่บ้านเลยอยากกลับไปฟัดเลย” กรหนุ่มทะเล้นเอ่ยขึ้น
“ดีล่ะที่มึงได้กลิ่นหอมและอยากกลับไปฟัดเมียที่บ้าน”สองหนุ่มมองหน้ากันล่ะหัวเราะแบบผู้ชายทะลึ่งคุยกัน
“คุณกร คุณสอง!! กิ่งเชิญที่ห้องหน่อยค่ะ”
สอง “ค้าบบบบบบ”
กร “มึงหัวเราะดังเป็นไงล่ะ”
@ห้องท่านรองประธาน
หลังจากกลับมาจากห้องกิ่งกานดากันต์พิมุกต์ก็แวะหาผู้ช่วยหนุ่มถามว่าถึงเรื่องที่ให้ไปสืบ
“เจ้านายครับพึ่งผ่านไปสองชั่วโมงเองนะครับ ขอเวลาให้คนของผมทำงานหน่อยครับก่อนหกโมงวันนี้ทราบแน่ครับ”
กันต์พิมุกต์กลับมานั่งทำงานที่ค้างไว้ แต่ก็ไม่วายใจอยากให้ถึงหกโมงเย็นเร็วๆ สิ่งที่ตอบตัวเองไม่ได้คือทำไมผู้หญิงคนนี้ยังมีอิทธิพลต่อหัวใจของเขาอยู่
17.50 น.
“เจ้านายครับเรื่องที่ให้ผมไปสืบผมได้เรื่องมาแล้วนะครับ”
“ดีก่อนหกโมงจริงๆ ว่ามา!” ชายหนุ่มวางปากกาในมือลงเพื่อที่จะฟังเรื่องที่รอฟังครึ่งค่อนวัน
“ตอนนี้คุณบัวเธอพักอยู่ที่คอนโดXX ไม่ไกลจากที่นี่ครับ เป็นคอนโดเป็นชื่อของเธอ และก็ทุกเย็นวันศุกร์เธอก็จะกลับบ้านแถวชานเมืองโดยรถไฟฟ้าครับ” ชายหนุ่มตั้งใจฟังและก็เงยหน้าขึ้นมองผู้ช่วยหนุ่มเพราะว่าหยุดอ่าน (พักหายใจก่อน)
“ตอนนี้เธออยู่กับคุณแม่ และก็คนรับใช้เก่าแก่อยู่สองคนชื่อพุดตาลเป็นแม่นมของเธอและนายสนและก็หลานสาวของสองคนเก่าแก่นี่แหล่ะครับ” ผู้ช่วยหนุ่มรายงานจบชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วสงสัย
“แล้วคุณอา..เอ่อคุณพ่อของบุษยาไปไหน”
“เห็นว่าเสียไปแล้วตั้งแต่เธอกำลังจะขึ้นปี2 นะครับเป็นเส้นเลือดในสมองแตกแล้วก็เอ่อ เสียหลังจากล้มป่วยไม่นานครับ และก็บริษัทของเราก็ให้ทุนการศึกษาเธอมาตั้งแต่ปี2 จนเรียนจบครับ”
“ใครเป็นคนคัดเลือกแล้วเงินจ่ายจากบัญชีของบริษัทไหน ทำไมฉันไม่เคยเซ็น เช็คไม่เคยผ่านตาเรื่องนี้เลย” ท่านรองประธานหนุ่มยิงคำถามที่สงสัยตั้งแต่วันแรกที่บุษยาปรากฎตัวที่นี่ในฐานะพนักงานใหม่นักเรียนทุน
“ผมคิดว่าท่านประธานเป็นคนที่ทราบเรื่องนี้ครับ เงินออกจากบริษัท อาร์เค โกลด์ อีเว้น จำกัด ครับตอนนั้นคนที่เซ็นต์อนุมัติจ่ายมีแค่ท่านประธานและคุณใหญ่ครับ ซึ่งเราก็ทราบดีว่าคุณใหญ่ไม่เคยเข้ามาบริหารเพียงแค่ท่านประธานใช้ชื่อเป็นกรรมการให้ครบตามกฎหมายเฉยๆครับ”
“คุณพ่องั้นเหรอ อืมมม....แต่ตอนนี้ฉันเป็นประธานกรรมการ และยัยกิ่งเป็นรองประธาน บริษัท อาร์เค โกลด์ อีเว้น เมื่อไม่นานมานี้เอง” เขาและผู้ช่วยหนุ่มนั่งคุยกันเดิมทีแค่ต้องการทราบว่าบุษยาเป็นอยู่ยังไง และที่สำคัญที่เค้าอยากรู้คือหลังจากที่เขาโดยบุษยาบอกเลิกคนตัวเล็กมีคนอื่นไปหรือยัง
“แล้วเท่าที่สืบมาเธอสมัยเรียนมหาลัยคุณบัวเธอยังไม่เคยมีแฟนเลยนะครับ แต่ก็น่าจะเนื้อหอมไม่น้อยเพราะเป็นดาวคณะที่เธอเรียนอยู่ครับ แต่เรื่องนี้คงต้องดูต่อไปครับยังฟันธงไม่ได้เพราะเธอค่อนข้างเก็บตัว ไม่เที่ยวไม่ดื่ม และก็กับนายณดล ก็พึ่งมาสนิทกันที่ทำงานนี่แหล่ะครับ” พอฟังถึงตรงนี้ท่านรองประธานหนุ่มก็พอใจยกยิ้มมุมปาก
“แล้วแม่ของบุษยาป่วยเป็นอะไร”
“ลู คีเมียครับ มะเร็งเม็ดเลือดขาว” พอได้ฟังชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ แต่ข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดีที่บุษยาอาจจะยังไม่ได้มีใคร ชายหนุ่มทำท่าคิดอย่างเจ้าเล่ห์
“คอนโดของบุษยาชื่ออะไรนะ อยู่ที่ไหน ชั้นไหน ....” พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากหยักคิ้วให้ผู้ช่วยหนุ่มก็พยักหน้าอย่างรู้งาน
ย้อนไปเมื่อ5ปีที่แล้ว“พี่จะติวหนังสือให้บัวเอง อยากเข้าคณะเดียวกับพี่ใช่ไหมครับ”
“ค่ะพี่กันต์บัวอยากเข้ามหาลัยเดียวกับที่พี่แล้วก็คณะเดียวกับพี่ด้วย” บุษยาในชุดนักเรียนม.ปลายเธอมักจะติดรถพ่อมาบ้านกันต์พิมุกต์อยู่เป็นประจำ เพราะทั้งคุณปกรณ์พ่อของกันต์พิมุกต์และพ่อของบุษยาเป็นเพื่อนกันมานาน
กันต์พิมุกต์ตอนนั้นอายุก็24ปีจบปริญาโทและเริ่มเข้าไปช่วยงานบริษัทของพ่อ ส่วนบุษยาอายุก็ 17ย่างเข้าสู่ 18 ปี เรียกได้ว่ากำลังแตกเนื้อสาว เธอก็ไม่เคยสนิทกับผู้ชายคนไหนเท่ากับกันต์พิมุกต์เลย ชายหนุ่มเองก็ รักเอ็นดูบุษยา แม้จะอายุห่างกันถึงเกือบ 7ปี เรียกได้ว่ากันต์พิมุกต์คือรักแรกของบุษยาก็ว่าได้ ส่วนชายหนุ่มเองก็แอบมองน้องมาตั้งแต่น้องอยู่มัธยมต้นแล้ว แต่ด้วยวัยที่ยังไม่ได้เหมาะสมทุกอย่างจึงค่อยๆขยับความสัมพันธุ์
“ถ้าบัวเรียนจบปริญาตรีแล้วเราแต่งงานกันนะ” กันต์พิมุกต์พูดขึ้นในขณะที่กำลังติวหนังสือให้บุษยา
“พี่กันต์!! พูดอะไรคะยังไม่เข้ามหาลัยเลยนะคะ” พูดไปพร้อมกับเขินหน้าแดง
“ก็ขอไว้ก่อนไงครับถึงตอนนั้นบัวก็อายุ21ปีแล้ว พี่ก็28แล้ว พี่ก็จองไว้ก่อนสิครับ บัวของพี่น่ารักขนาดนี้เผื่อเข้ามหาลัยไปมีคนอื่นพี่ก็อกหักนะสิ”
“บัวไม่มีใครหรอกค่ะ” บุษยายิ้มก้มหน้าเขิน
“สัญญากับพี่แล้วนะ ห้ามลืมล่ะไม่งั้นพี่ไม่ยอมแน่!”
@วันประกาศผลสอบ
“เย้ๆ คุณพ่อ คุณแม่คะ บัวสอบติดแล้วค่ะ” และบุษยาก็ไม่ลืมที่จะโทรไปบอกข่าวดีกับคนติวหนังสือให้
พ่อและแม่ของบุษยาจึงจัดงานฉลองให้ลูกสาวพร้อมๆกับฉลองวันเกิดให้และนั่นก็เป็นวันเกิดปีสุดท้ายที่บุษยาได้จัดงานวันเกิด และรูปภาพนั้นเธอก็ใส่กรอบเอาไปไว้ที่ห้องนอนจนทุกวันนี้
หลังจากนั้นกันต์พิมุกต์ก็เทียวรับ เทียวส่ง ไปมหาลัย ถ้าวันไหนติดงานเค้าก็จะเป็นหน้าที่ของลุงสน ชีวิตมหาลัยปี 1กำลังไปได้ดี แต่ทว่าวันหนึ่งเธอแอบได้ยินพ่อ กับแม่กำลังคุยกัน
“คุณคะใจเย็นๆนะคะ ทางนั้นเค้าไม่มา ร่วมทุนตามสัญญาเราก็ทำของเราได้ไปนี่คะไม่ต้องเครียดนะคะ”
“แต่บริษัทเราไปค้ำประกันเงินกู้ให้บริษัทเขาอยู่ ถ้าสิ้นเดือนนี้ทางนั้นไม่มีจ่าย และไม่โอนเงินร่วมทุนอีก80%ตามสัญญาร่วมทุนเราก็จะขาดสภาพคล่อง แต่พ่อจะทำให้ดีที่สุด”
จากนั้นอีกไม่นานข่าวหน้าธุรกิจก็มีข่าวบริษัทถูกฟ้องล้มละลาย เพราะไม่สามารถชำระเงินกู้ได้ ธนาคารก็ไม่ปล่อยกู้เพิ่ม และอีกไม่นานก็คงทุกอย่างที่พอจะขายได้ที่เป็นชื่อของพ่อและแม่เธอถูกยึด และบุษยาก็ไม่ค่อยรู้เรื่องมากนักรู้แค่ว่าช่วงนี้พ่อเธอดูเครียด ๆ เธอก็ใช้ชีวิตปกติเช้าไปมหาลัย กลับมาอ่านหนังสือเป็นคุณหนูที่น่ารัก สดใสเหมือนเช่นเดิม
@คฤหาสบ้านเลิศวิริยะไพบูลย์
บุษยาขับรถที่พ่อซื้อให้เป็นของขวัญที่สอบเข้ามหาลัยได้มาถึงบ้านของเลิศวิริยะไพบูลย์ ซึ่งเธอมักจะมาเล่นกับน้องหมาของกิ่งกานดา และมาหาแฟนหนุ่มในวันหยุด หรือบางอาทิตย์แฟนหนุ่มก็จะไปรับที่บ้าน
เมื่อบุษยาก้าวขาลงจากรถน้องหมาที่คุ้นเคยก็วิ่งมาหาบุษยานั่งลงลูบหัวเล่นกับน้องหมาเจ้าโกโก้
“โกโก้คิดถึงจังเลยไม่เจอตั้งหลายวันแล้วนะ” เสียงหวานทำเสียงเล็กเสียงน้อย แต่ก็ต้องสะดุ้งเหมือนมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“หนูบัว ป้ามีเรื่องจะคุยด้วย” เสียงของคุณหญิงกาญดาแม่ของแฟนหนุ่ม น้ำเสียงดูเคร่งขรึม
“สวัสดีค่ะคุณป้า”บุษยากล่าวทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ และเดินตามคุณหญิงกาญดาไปที่สวนข้างบ้านที่จัดเป็นที่นั่งเล่น
“ป้าขอพูดตรงๆไม่อ้อมค้อมนะ สิ่งที่ป้าจะพูดของให้เรารู้กันแค่สองคน”
“ค่ะคุณป้า” บุษยาแม่จะสงสัยว่าคุณหญิงกาญดาจะพูดอะไรแต่เธอก็รับปาก เพราะเธอเชื่อว่าเธอทำมันได้แน่
“ป้าขอให้หนูบัวออกไปจากชีวิตของตามกันต์ซะ เพราะป้ามีลูกชายที่จะสืบทอดคนเดียวคนที่จะยื่นข้างตามกันต์ได้ต้องคู่ควรทั้งการศึกษาฐานะทางสังคม ป้าไม่ได้รังเกลียดหนูบัวแต่ป้าคิดว่าหนูบัวคงจะได้เจอคนที่เหมาะสมกับหนูมากกว่าลุกชายป้าที่ควรจะอนาคตที่ดีกว่านี้”
บุษยาก้มหน้ากำมือแน่น น้ำตาค่อยๆไหลออกมาคงเป็นเพราะข่าวที่ออกมาว่าบ้านเธออาจจะล้มละลาย ถ้าไม่สามารถชำระเงินได้ทัน แม้จะไม่รู้เรื่องผู้ใหญ่มากนักบุษยามั่นใจในตัวของพ่อว่าต้องผ่านไปได้แน่ แต่ก็พอเดาออก เธอรีบปาดน้ำตาออก เงยหน้าขึ้นสบตากับคุณหญิงกาญดา
“บัวเข้าใจค่ะ บัวขอไปลาพี่กันต์ก่อนนะคะ”
“ไม่ได้! หนูบัวต้องเลิกพบกับตากันต์ถ้าจะทำตามที่พูด ถ้าไปบอกลาตากันต์ก็ต้องไม่ยอมเลิก และเธอก็ต้องห้ามบอกลูกชายฉันว่าฉันสั่งให้เลิก” สรรพนามที่เคยเรียกก็เปลี่ยนไปบุษยาจ้องมองคุณหญิงกาญดา เธอจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์อะไรบางอย่าง
“พี่กันต์คะเราเลิกกันเถอะนะคะ บัวคิดว่าเราไม่เหมาะสมกัน เราสองคนควรจะได้เจอกับคนที่เหมาะสมมากกว่าที่เป็นอยู่” บุษยากดส่งข้อความแล้วยื่นให้คุณหญิงกาญดาดู คุณหญิงกาญดายกยิ้มอย่างพอใจ
“เธอควรจะรีบกลับไปนะก่อนที่ลูกชายฉันจะลงมา และก็อย่ามาที่นี่อีกถือว่าฉันขอร้อง”
“ค่ะคุณหญิงหนูจะไม่มาที่นี่อีก สวัสดีค่ะ” บุษยารีบหันหน้าหนีและเดินกลับออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดเพราะตอนนี้น้ำตาไหลเอ่อไปทั่วแก้ม แต่เดินออกมาได้แค่ไม่กี่ก้าวเสียงขอคุณหญิงกาญดาก็พูดตามหลัง
“ฉันหวังว่าเธอจะรักษาสัญญานะ ว่าเรื่องนี้จะมีแค่เธอกับฉันที่รู้”
@ 5 เดือนต่อมา "ที่รักเดินดีๆนะครับ " เสียงนุ่มของกันต์พิมุกต์ ที่ประคองโอบกอด บุษยาให้เดินลงบันไดช้าๆ“ค่อยๆลงลูก รถพร้อมแล้วเราไปโรงพยาบาลกันเถอะ” เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงกานดา ที่จัดรถมารอรับลูกสะไภ้ เพื่อจะไปอัลต้าซาวน์เพศของหลานที่อยุ่ในครรภ์“สวัสดีค่ะ/ครับ คุณแม่ คุณพ่อ” กันต์พิมุต์ และบุษยาทักทายผู้เป็นแม่ทันทีที่เท้าแตะบันไดขั้นสุดท้าย“คุณนี่หลานย่าคนที่เท่าไหร่แล้ว ยังตื่นเต้นอยุ่อีกเหรอ” เสียงของคุณปกรณ์ เอ่ยขึ้นอดเอ็นดู ภรรยาคู่ใจไม่ได้ ถึงจะมีหลานหลายคนแล้วก็ยังตื่นเต้นไม่หาย“คุณละก็ อย่าแซวสิคะ ก็ฉันอยากรู้ว่าในท้องหนูบัวจะเป็นหลานชายหรือหลานสาว”เสียง กระเง้ากระงอด ของคุณหญิง เรียกรอยยิ้มจากทุกคนไม่เว้นแม้แต่ เด็กรับใช้ในบ้านทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหญิงรักและชอบเลี้ยงเด็กแค่ไหน วันหยุดก็ชอบมารับหลานแฝดไปเที่ยวเดินเล่น โดยเฉพาะเมื่อโดนหลานชายออดอ้อน คุณย่าจะชอบใจเป็นพิเศษ บุษยารู้สึกโชคดีมากที่ได้เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกับเลิศวิริยะไพบูลย์ แค่ลุ้นเพศ ทั้งปู่ ย่า ถึงกับมารอลุ้นที่โรงพยาบาลด้วย@ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังโรงพยาบาลแห่งนี้คือโรงพยาบาลที่กันต์พิมุกต์และบุษ
@ห้องหอในรีสอร์ท"อื้อออ ที่รักปิดไฟก่อนไหมคะ "" ปิดทำไมพี่เคยเห็นมาหมดแล้วอายทำไม งั้นเหลือไฟหัวเตียงไว้นะครับ"จุ๊บ จ๊วบ คนตัวโตพรมจูบไปทั่วเรือนร่างนุ่มนิ่ม คืนนี้เขาคงไม่จบลงง่ายๆอย่างแน่นอน คนตัวโตพรมจูบ มือใหญ่ถอดชุดนอนบางเบาออกอย่างง่ายดาย ช่ำชอง"ที่รักครับถ้าพี่ขอทำแรงๆได้ไหม" คนตัวโตถามเสียงกระเส่า เมื่อเล้าโลมอยู่นานต้องถามเมียก่อนที่จะสอดใส่ เกรงว่าคนตัวเล็กจะรับไม่ไหวคนตัวเล็กยิ้มหวานก่อนที่จะพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบน ริมฝีปากบางจูบ ซุกที่ซอกคอหนา ปลายลิ้นเล็กไล่เลียลำคอ คนตัวโตส่งเสียงคราง มือเรียวใหญ่ลูบผมอย่างเบามือ "เดี่ยวบัวทำให้นะคะ" คนตัวเล็กกระซิบข้างหู "หึหึ เมียพี่นี่น่ารักจริงๆ อ่าส์" คนตัวโตครางเมื่อปลายลิ้นเล็กเลียปลายหัวน.มของเขา ไม่บ่อยนักที่เมียสาวจะทำให้แบบนี้ หลังจากที่ร่ำเรียนจากเขาที่สอนเองกับมือ"อ่าส์ ซี้ด อ่าส์.... โอ้ววว ที่รัก" คนตัวโตครางเสียงหลงเมื่อคนตัวเล็กทำรักด้วยปากให้ ความเป็นชายแข็งผงาดเมื่อถูกปากนุ่มและปลายลิ้นเล็กทั้งดูด อมให้อย่างถึงใจ คนตัวโตหัวรวบผมให้เมียรักที่ผงกหัวขึ้นลงตามจังหวะ มือเรียวเล็กก็สะกิดลูบไล้อกแกร่ง กันต์พิมุกต์จั
@งานเลี้ยงฉลองพิธีสมรสภายในโซนรีสอร์ทปิดรับแขกในค่ำคืนนี้มีเพียงคนในตระกูลเลิศวิริยะไพบูลย์ และเพื่อนสนิทของบ่าวสาวเท่านั้น สถานที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม โต๊ะเก้าอี้ผูกโบว์สีขาวสวยงาม ดอกไม้ส่งกลิ่นหอมไปทั่วงาน แม้จะจัดแค่ภายในแต่ช่างภาพประจำบริษัทอย่างณดล ก็มาทำหน้าที่เก็บภาพในค่ำคืนนี้ เพียงแต่ความรู้สึกเปลี่ยนไปมีเพียงความยินดีและหวังดีให้บุษยาที่ครั้งหนึ่งเขาคิดว่าคงเป็นการแอบปลื้ม ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการหลงรักเพียงแต่มันยังไม่ได้ถลำไปไกล เขาส่งยิ้มให้เจ้าสาวด้วยความยินดีเมื่อคู่บ่าวสาวมาถึง"มองตาละห้อยเลยนะคุณไอ้กันต์มันแต่งงานไปแล้วถ้าคุณไม่มีใครเอา ผมยอมให้แก้ขัดได้นะ"หมอเคนที่นั่งโต๊ะเพื่อนเจ้าบ่าว แซะวิกกี้ที่ยิ้มให้เจ้าบ่าว แล้วสีหน้าเศร้าลงเมื่ออดคิดไม่ได้ว่าตรงที่ข้างๆเจ้าบ่าวเธอเคยวาดฝันไว้ว่าจะเป็นตัวเอง แต่ก็ต้องพยายามบอกตัวเองว่ามันจบไปแล้ว แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อยังไม่มีผู้ชายคนไหนที่ใกล้เคียงสเป็คที่วางไว้เลยสักคน "หมอเคน! คุณนี่มันเป็นคนน่าเกลียดเปิดเผยจริงๆ ต่อให้ในโลกมีคุณเป็นผู้ชายคนเดียว ฉันยอมโสดตลอดชีวิตดีกว่า""หึหึ พูดเล่นก็รู้จักแยกแยะบ้างนะ ต่อให้
2เดือนต่อมางานแต่งงานของกันต์พิมุกต์ และบุษยา เลิศวิริยะไพบูลย์ ที่ถูกจัดขึ้นในภายโรงแรมบุษยา รีสอร์ทแอนด์สปา มีเพียงคนในครอบครัวและญาติสนิท เพื่อนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญให้ร่วมพิธีเมื่อช่วงเช้าในวันนี้ และแน่นอนว่าทั้งสองคนได้จดทะเบียนสมรสในวันนี้เช่นกัน วันฤกษ์ดีที่ใกล้ที่สุดที่คุณหญิงกานดาเป็นคนหามานั่นเองบุษยาไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมายทุกอย่างกันต์พิมุกต์และแม่ของชายหนุ่มเนรมิตให้ภายใน 2เดือน ชุดแต่งงานสวยเรียบแต่หรูหราจากแบรนด์ดังคู่ควรสมฐานะกับสะใภ้ของตระกูลเลิศวิระยะไพบูลย์ ที่ทั้งสวยและเก่งเป็นที่ยอมรับ มาถึงในวันนี้บุษยาพิสูจน์ให้ทุกคนครอบครัวของเขายอมรับในตัวลูกสะใภ้คนนี้ และยังเป็นคนที่กันต์พิมุกต์รักและเลือกที่จะมาเป็นคู่ชีวิตอีกด้วยหลังพิธีเช้าจบลงภาพงานแต่งงานถูกโพสต์ลงโซเชียลโดยเพจของโรงแรม และบริษัทในเครือของเขาแสดงความยินดีในครั้งนี้ด้วย สื่อหลักในแวดวงธุรกิจจึงไม่พลาดที่จะลงข่าวใหญ่ที่น่ายินดีเช่นนี้ ช่วงชิงเอาพื้นที่ข่าวแวดวงธุรกิจสังคมชั้นสูงได้อย่างไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณา ด้านครอบครัวสหพงศ์“มันแต่งงานกันวันนี้เหรอ เพราะแกนี่แหล่ะ แค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จทำไมไม่จับมันให้
ค่ำคืนอันแสนหวานของคู่รักข้าวใหม่ปลามันจะจบเพียงครั้งเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเป็นกันต์พิมุกต์ด้วยแล้ว หากไม่ติดว่าคนตัวเล็กท้องอยู่คงได้ข้ามคืนอีกเป็นแน่ แต่ทว่าเขาก็จัดการคนตัวเล็กจบหลับคาอกเหมือนเช่นเคยหากแต่คืนนี้ดีที่เริ่มตั้งแต่หัวค่ำคนตัวเล็กหลับตาพริ้มกอดซบอกแกร่ง คนตัวโตใช้นิ้วเขี่ยไรผม จูบหน้าผากอย่างรักใคร่ก่อนที่จะหลับตามคนตัวเล็กไป เขาเองก็โหมงานหนักคืนนี้คงเป็นคืนที่หลับอย่างมีความสุขกว่าทุกวัน@ห้องประชุมภายในโรงแรม"สวัสดีครับคุณปกรณ์ คุณกันต์ และทุกคนนะครับ วันนี้ทางทีมเจ้าของคดีมาสอบสวนเพิ่มเติม และรายงานผลการสอบสวนนะครับ""สวัสดีครับผู้กำกับต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่อำนวยความสะดวกให้ ผลการสอบสวนได้ผลอย่างไรบ้างครับ" คุณปกรณ์เป็นตัวแทนถามแทนทุกคนที่รอคำตอบโดยเฉพาะลูกชายของเขาที่กังวลเรื่องนี้เป็นอย่างมาก"เราหาตัวคนเมาวันนั้นเจอแล้วครับ ผมของเปิดคลิปภาพที่เรารวบรวมมาให้ดูไปด้วยเลยนะครับ คนเมาคนนี้เป็นนักท่องเที่ยว แวะดื่มที่ร้าน xxx คนเดียวและมีเพื่อนมาดื่มด้วย 2คน แล้วแยกจากกัน กล้องวงจรปิดในร้านก็นั้งดื่มนั่งคุยตามปกติ จากนั้นชายคนนี้ก็ขับรถเข้าซอยมา เพื่อไปเข้าห้องพ
@โรงแรม บุษยารีสอร์ท แอนด์สปา"ค่อยๆ เดินนะคะคุณแม่ กิ่งช่วยค่ะ" กิ่งกานดาช่วยพยุงผู้เป็นแม่ให้ขึ้นเตียงนอน มีผู้เป็นพ่อช่วยเปิดประตูให้"ไม่เป็นไรแล้วลูก แม่เจ็บนิดเดียวเดี๋ยวก็หาย ว่าแต่พี่ชายเราพาหนูบัวไปพักที่ไหน" คุณหญิงกานดายังอดห่วงบุษยาไม่ได้ ภาพที่รถคนเมาพุ่งเข้าจะชนยังติดตาอยู่เลย"ไปพักห้องที่พี่เขาทำไว้ให้บัวนั่นแหละค่ะ อยู่หลังสุดติดกับประตูหลังเชื่อมไปประตูบ้านนมพุตตาลค่ะคุณแม่" กิ่งกานดาบอกตามที่พี่ชายบอกเอาไว้"คุณเจ็บมากไหมนอนพักเถอะ กินยาแก้ปวดก่อนนอนนะพรุ่งนี้น่าจะระบมนิดหนึ่ง ถ้าไม่ได้คุณไม่รู้หนูบัวกับหลานเราจะเป็นไงบ้าง" คุณปกรณ์นั่งลงข้างๆ ลูบผมอย่างเบามือ"คุณพี่คิดว่าเป็นฝีมือของพวก สหพงศ์หรือเปล่าคะ""ต้องรอตำรวจรายงานผลพรุ่งนี้ ผู้กำกับก็อาจจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง" ผู้เป็นประมุขของบ้านบอกด้วยสีหน้ากังวล ลึกๆ แล้วก็คิดว่าน่าจะไม่ใช่อุบัติเหตุไม่อย่างนั้นกันต์พิมุกต์คงไม่ขอให้ตำรวจไล่ดูกล้องวงจรปิดทุกตัวรอบๆ ตั้งแต่คนเมาจากไหน มาได้อย่างไรครอบครัวนมพุตตาลเกรงใจขอพักห้องพักบนตึกที่สร้างใหม่เพราะโซนนี้ห้องที่ชั้นไม่สูงมากจะไม่แพงเท่าโซนรีสอร์ท แถมอยู่ใกล้ครัวไทยด้







![มาเฟียเซ็กส์จัด [PWP] - (NC25+) #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)