Compartilhar

บทที่ 2 เก็บอาการไม่อยู่

Autor: Peachy
last update Última atualização: 2026-02-08 17:07:20

-ข้าวหอม-

ฉันเดินกลับเข้ามาในสตูดิโออีกครั้งหลังจากออกไปทำธุระมานิดหน่อย ฉันน่าจะไปประมาณครึ่งชั่วโมงได้ กะเวลาไว้แล้วล่ะว่านางแบบอีกคนน่าจะเตรียมตัวเสร็จพอดี

"ข้าวหอม แกหายไปไหนมาพี่ใจหายใจคว่ำหมดเลย"

เสียงของพี่'ริน'ที่ถลาเข้ามาหาฉันเมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาพูดขึ้น พี่รินเป็นคนหาคิวงานถ่ายแบบให้ฉัน

"พี่คิดว่าข้าวจะเทงานเหรอไง"

ฉันพูดกลั้วหัวเราะ พี่รินทำท่าหมั่นเขี้ยวใส่ฉัน ดูก็รู้ว่าอยากจะหยิกฉันให้เนื้อเขียวถ้าไม่ติดว่างานของงานถ่ายแบบของฉันต้องโชว์เนื้อหนังมังสาพอสมควร

ฉันยังเรียนอยู่แต่ทำงานพิเศษสองอย่าง ตอนกลางคืนฉันทำงานเป็นบาร์เทนดี้ที่พาราไดรส์ผับ ส่วนตอนกลางวันในบางวันฉันจะรับงานถ่ายแบบบ้าง รับรีวิวสินค้าบ้าง แล้วแต่พี่รินจะหามาให้

"ใครจะไปรู้ล่ะ เล่นหายไปตั้งนาน"

"ข้าวมีความรับผิดชอบพอน่าไม่ต้องห่วงหรอก ว่าแต่ยัยนั่นเตรียมตัวเสร็จหรือยังอ่ะ"

ฉันพูดถึงนางแบบอีกคนที่ฉันต้องมาถ่ายแบบคู่กับเธอในวันนี้ คอนเซ็ปเป็นคอลเลคชั่นชุดของห้องเสื้อแห่งหนึ่งที่มีการขายออนไลน์ด้วย ภาพที่พวกฉันถ่ายจะใช้เป็นภาพสินค้าจริงที่ลงขายน่ะ

"น่าจะเสร็จแล้วนะ มานี่ๆ"

พี่รินพูดพลางดึงมือฉันให้เดินเข้าไปหาผู้หญิงคนหนึ่ง เธอกำลังยืนกอดอกอยู่หน้าจอที่เอาไว้ดูภาพเวลาถ่ายแล้ว มีผู้ชายอีกสามคนยืนขนาบข้างอยู่

สวบ~

ฉันหยุดยืนข้างๆผู้ชายคนที่สะพายกล้องคล้องคอไว้ ดูแล้วน่าจะเป็นตากล้อง

"สวัสดีค่ะคุณพิมรภัทร"

พี่รินเอ่ยทักทายเธอคนนั้น เธอหันควับมามองทางเรา

"เอ่อ นี่น้องนางแบบอีกคนนึงค่ะ ชื่อข้าวหอม"

พี่รินแนะนำฉันให้เธอ เธอกวาดสายตามองฉันแบบแสกน

"ข้าวหอม นี่คุณพิมเจ้าของห้องเสื้อที่จะถ่ายแบบวันนี้ล่ะ"

แล้วพี่รินก็หันมาแนะนำฉันให้รู้จักเธอด้วย ฉันก็เลยเอ่ยทักทายเธอและยิ้มให้

"สวัสดีค่ะคุณพิม"

เธอดูเป็นผู้หญิงเก่งที่มีธุรกิจเป็นของตัวเองทั้งๆที่อายุยังไม่ถึงสี่สิบด้วยซ้ำ บางที...ฉันก็อยากเป็นแบบนั้น

"คุณพิมรภัทร สวัสดีค่าาา"

แล้วเพียงเสี้ยวนาทีเสียงแจ๋นๆของใครบางคนก็ดังขึ้น พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นยัยเจ๊คนหนึ่งซึ่งไม่ถูกชะตากับฉันเธอพุ่งเข้ามาทักทายคุณพิมบ้างโดยมายืนแทรกระหว่างฉันกับพี่รินพร้อมกับร่างของฉันก็ถูกกระแทกให้เซไปแบบเนียนๆด้วย

ฟลุ่บ~

ฉันก็เลยเซไปชนกับตากล้องที่ยืนอยู่ข้างๆและเขาช่วยพยุงตัวฉันไว้

"..."

ฉันไม่ได้พูดอะไรแต่หันไปก้มหัวขอโทษเขาเพราะฉันเป็นคนไปชนเขา ซึ่งเขาเองก็ก้มหัวให้ฉันเป็นเชิงตอบรับและปล่อยมือออกจากต้นแขนฉัน

หน๊อยยัยเจ๊หมูหัน!

ฉันตวัดสายตามองเจ๊คนนั้นที่เข้าเลียแข้งเลียขาคุณพิมอย่างเคืองๆ อยากจะเอาคืนแต่พี่รินเข้ามาดึงแขนฉันไว้

"เดี๋ยวๆ หายใจเข้าลึกๆนะ"

พี่รินบอกฉัน ฉันส่งเสียงไม่พอใจแต่ก็ยอมทำตามเธอ

"ท่องเอาไว้ งาน เงิน งาน เงิน"

งาน...

เงิน...

"อ้าว นั่นไงคะน้องจีน่าของพลิ้ว"

เสียงของยัยเจ๊พลิ้วที่หุ่นไม่ได้พลิ้วอย่างชื่อทำให้คำที่ฉันท่องหายไป ฉันหันไปมองยัยจีน่าที่กำลังเดินยิ้มหวานเข้ามาทางนี้

"สวัสดีค่ะคุณพิม"

แม่คุณเอ้ย ช่างเรียบร้อย อ่อนน้อมอะไรเช่นนี้!

"เป็นไงคะน้องแต่งตัวเสร็จแล้ว เข้ากับชุดของคุณพิมมากเลยนะคะเนี่ย"

โอ้ย อวยเด็กตัวเองไปอี๊ก ก่อนหน้านั้นฉันเห็นใครมันดิ้นทุรนทุรายนะ อีตอนที่ยัยนางแบบจอมเยอะนี่ยังไม่โผล่หน้ามาน่ะ

"ชุดของคุณพิมสวยต่างหากล่ะคะเจ๊พลิ้ว ใครใส่ถึงได้สวย"

โอ้ย เลียจนขาคุณพิมเนียนกริบแล้วมั้ง

"หมั่นไส้ว่ะพี่"

ฉันพูดกับพี่ริน พี่รินก็ทำได้แค่ลูบแขนฉันเพื่อเตือนสติ

"ก็พี่บอกแล้วให้ไปหา..."

"ไม่เอาอ่ะ แบบนี้ก็ดีแล้ว"

ฉันกับพี่รินคุยกันแต่สายตาก็ยังมองคุณพิมที่ตอนนี้โดนยัยสองคนนั้นลากออกไปเลียขาเรียบร้อยแล้ว

"เหลืออีกกี่นาทีจะเริ่มงานเนี่ยพี่"

"ก็รอเซ็ตหน้าฉากอีกแป่บนึง"

"งั้น ขอไปกินน้ำหน่อย"

ฉันบอกก่อนจะหันหลังเดินไปขอน้ำจากทีมงาน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสายตาเห็นผู้ชายที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง ฉันเพิ่งจะเห็นเขาแบบเต็มๆตา...

อายุน่าจะมากกว่าฉันสักปีสองปี หน้าตาหล่อเลยทีเดียวแหละ ผิวขาวเนียน หน้าหวานเชียว ผู้ชายแท้ป่ะเนี่ย?

แต่ว่านะ...

"..."

เขามองยัยจีน่าตาไม่กระพริบเลยแหละ

"ข้าว ไม่ไปกินน้ำเหรอ"

"อะ อ๋อ ไปๆ"

ฉันละสายตาจากเขาเมื่อพี่รินสะกิด ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางทีมงาน

ฉันกำลังแปลกใจในสายตาที่เขาใช้มองยัยจีน่า มันไม่ใช่มองแบบธรรมดาอ่ะ...

10 นาทีต่อมา

หลังจากนั้นพวกเราก็เริ่มถ่ายแบบกัน ตอนนี้เป็นการถ่ายเซ็ตของจีน่า พอถ่ายเซ็ตจีน่าเสร็จก็จะเป็นคิวของฉัน แล้วก็ต่อด้วยเซ็ตคู่อีกถึงจะเรียบร้อย

แชะ~

แชะ~

ฉันกำลังยืนอยู่ข้างๆเนี่ยแหละ ยัยจีน่าก็โพสท่าไปเรื่อย สายตามันก็นิ่งๆ ต่างกับตากล้องคนนั้น...

"ทำไมคิ้วขมวดแบบนั้นล่ะข้าว"

"พี่ว่าตากล้องคนนั้น..."

"หล่อ สูง หุ่นดี"

"ไม่ใช่ ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นซะหน่อย"

"อ้าว พี่ก็นึกว่าข้าวชอบซะอีก เห็นมองเขาตลอดเลยน๊า"

นี่พี่รินแซวฉันเหรอ?

"บ้า ข้าวแค่คิดว่า..."

"คิดอะไรอ่ะ คิดว่าถ้าเป็นแฟนกันน่าจะดีเปล๊า"

"พี่ริน คนเพิ่งเจอกันนะ ยังไม่ได้คุยกันสักคำเลยด้วย"

"แหม รักแรกพบไรงี้"

แซวไม่เลิกด้วย รักแรกพบอะไร ไร้สาระ

"เห้อ ข้าวแค่คิดว่า...เขาเป็นเกย์หรือเปล่าหรอก"

"บ้า หล่อๆแบบนั้นจะเป็นเกย์ได้ไง"

"ทำไมล่ะ พี่ดูผิวเขาสิ ขาวออร่าพุ่งขนาดนั้นน่ะ"

"คิดอะไรเนี่ย ไม่น่ารักเลย"

"โอเค น้องจีน่าถ่ายเสร็จแล้วนะครับ ต่อไปน้องข้าวหอมเตรียมตัวหน้ากล้องเลยครับ"

แล้วก็มีเสียงของผู้ชายคนหนึ่งตะโกนมาทางนี้พอดี ฉันเลยเลิกคุยกับพี่รินแล้วเดินไปตรงนั้นทันที

และฉันเห็นอะไรดีๆด้วยล่ะ เมื่อเข้าไปใกล้ฉันเห็นว่าตากล้องคนนั้นสบตากับยัยจีน่า แว่บนึงยัยนั่นก็แอบมีแววตาไหววูบเหมือนกันแต่ก็แค่แว่บเดียว มันหายไปเมื่อเธอหันมาสบตาฉัน

"เธอเทียบฉันไม่ได้หรอก"

นั่นคือคำพูดของเธอเมื่อเราเดินสวนกัน และฉันปากไวพอที่จะตอกกลับเธอเพื่อสังเกตุปฏิกิริยา

"ตากล้องเขาหล่อดีนะ น่ากินยังไงไม่รู้"

กึก~

ได้ผลแหะ ยัยจีน่าหยุดชะงักทันทีเลยล่ะ

หมับ~

เธอจับแขนฉันก่อนจะหันมายิ้มให้ ฉันรู้ว่าทุกคนกำลังมองเราอยู่

"ทำให้เต็มที่นะจ๊ะ"

เธอยิ้มและบอกฉัน ฉันจับแขนเธอบ้างพลางแอบบีบแขนเธอเมื่อเธอก็แอบบีบแขนฉัน

"ได้เลย ฉันจะทำให้เต็มที่...ทุกเรื่องเลย"

ฉันว่าแววตาที่ฉันส่งให้เธอมันสื่อความหมายได้ดีเลยนะ ว่าฉันหมายถึงอะไร

ฉันว่าฉันคิดถูกแหละ ความรู้สึกฉันบอกว่าสองคนนี้ต้องมีซัมติงกันชัวร์ป๊าบ

"อื้อ ดีแล้วล่ะ"

"น่าสนุกดีเนอะ ว่ามั้ย"

ฉันปล่อยแขนเธอ จีน่าเองก็ปล่อยแขนฉัน ฉันยิ้มให้เธอก่อนจะหันไปมองตากล้องคนนั้นแล้วพูดออกมาลอยๆให้จีน่าได้ยิน

"เค้าชื่ออะไรน๊า อยากรู้จักจังเลย"

ตึก ตึก ตึก~

แล้วฉันก็ได้ยินเสียงกระแทกเท้าเดินออกไป ฉันยักไหล่ก่อนจะเดินไปอีกทาง

เวลาต่อมา

"ลิฟต์เสียเหรอเนี่ย?"

ฉันหยุดยืนอยู่ที่หน้าลิฟต์พลางพึมพำเมื่ออ่านป้ายที่แปะอยู่ตรงประตูลิฟต์ บอกว่าลิฟต์เสียกำลังซ่อมแซม

ฉันหันกลับไปเพื่อจะเดินไปทางบันได ลิฟต์เสียแบบนี้ก็คงต้องเดินลงบันไดแล้วล่ะ

ตอนนี้เลิกงานแล้วฉันเปลี่ยนชุดมาใส่ชุดเดิมของตัวเองซึ่งเป็นเสื้อเอวลอยสายเดี่ยวสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีขาวและสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวสียีนส์แล้วแยกกับพี่รินทันทีเพราะพี่รินต้องไปรับลูกสาวที่โรงเรียน พวกทีมงานก็กำลังพากันกลับ ตอนแรกฉันก็จะกลับแต่มาคิดได้อีกที ยังไม่กลับดีกว่า...

ฉันยืนหลบมุมอยู่แถวๆนั้น เห็นคนหลายคนทยอยกันเดินลงบันไดเพราะลิฟต์เสียนั่นแหละ ฉันหยิบโทรศัพท์มากดเล่นไปพลางๆจนได้ยินเสียงของใครบางคนจึงหันไปมอง

"กลับก่อนนะพี่"

"เออ ขอบใจมากไอ้น้อง"

ฉันเห็นตากล้องคนนั้นกับคนที่น่าจะเป็นรุ่นพี่เขาที่ทำงานนี้เหมือนกัน

"ไว้จะเลี้ยงแบบจัดหนัก แต่ตอนนี้ขอเข้าไปเคลียร์อะไรอีกนิดหน่อยก่อน เอ้อ ลิฟต์เสียนะมึง ต้องลงบันได"

"อืม ไม่เป็นไร สบายมาก"

"โอเคๆ งั้นกูไปก่อน"

แล้วรุ่นพี่ของเขาก็โบกมือลาก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องสตูดิโออีกครั้ง ฉันเห็นตากล้องคนนั้นหันหลังกลับแล้วเดินไปทางบันไดจึงได้เดินออกมาจากมุม

ตึก ตึก ตึก~

ฉันเดินเข้าไปตามหลังเขา แสร้งทำเป็นเพิ่งเดินมาถึงและต้องลงบันไดไปเหมือนกัน

"..."

เขาเหลือบมองฉันที่เดินมาที่บันได ฉันก็เงยหน้ามองเขาก่อนจะผูกมิตรด้วยการยิ้มให้

เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แค่ยิ้มให้ฉันนิดหน่อยตามมารยาทก่อนจะเดินลงบันไดไป ฉันก็เดินตามหลังเขาไปหนึ่งขั้น มองแผ่นหลังของเขาในระยะใกล้

กึก~

พรึ่บ~

"อ๊ะ"

ฉันอุทานออกมาพลางทรุดลงนั่งบนขั้นบันไดซึ่งเป็นผลให้เขาหยุดเดินพลางหันกลับมาหาฉัน

"โอ้ย!"

ฉันก้มลงบีบข้อเท้าตัวเองพลางร้องออกมาด้วยความเจ็บ จนเขาที่หยุดยืนมองอยู่ต้องถามขึ้นตามมารยาทอีกครั้ง

"เอ่อ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"

"อ๋อ พอดีข้าวขาพลิกนะค่ะ"

ฉันเงยหน้าไปตอบเขา

"เกือบตกบันไดแล้วดีนะมือเหนียวเกาะราวบันไดไว้ก่อน แหะๆ"

ฉันหัวเราะแหะพลางก้มลงมองสำรวจข้อเท้าตัวเอง

"อ่า ลุกไหวมั้ยครับ?"

เขาถามฉัน ฉันเงยหน้ามองเขาก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักและดึงตัวเองให้ลุกขึ้นโดยการดึงราวบันไดไว้

"โอ้ย!"

พรึ่บ~

แต่ก็ทรุดกลับลงมานั่งที่เดิม

"แย่จังเลย ลิฟต์ก็เสียดันมาขาพลิกอีก"

ฉันบ่นอุบพลางทำท่าทางงอแงออกมาเล็กๆ ได้ยินเสียงลอบถอนหายใจก่อนที่จะมีมือหนายื่นมาตรงหน้า เขาคงคิดอยากจะปล่อยฉันไว้ตรงนี้แต่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้สินะ

"ผมช่วยครับ"

หมับ~

ฉันยื่นมือไปจับมือเขาไว้พลางลุกขึ้นยืนอีกครั้งโดยมีเขาช่วยพยุงไว้ จนสุดท้ายก็ลุกยืนได้สำเร็จ

"ขอบคุณนะคะพี่..."

ฉันยิ้มให้เขา

"พี่เหนือ...ใช่มั้ยคะ"

กึก~

เขาชะงักไปนิดหน่อยที่ฉันเรียกชื่อเขา ก็แหม ฉันอยากรู้ชื่อเขานิ ก็ต้องสนใจเขาหน่อยสิ

"พอดีว่าข้าวได้ยินพี่โจเรียกพี่น่ะค่ะ"

"อ้อ ครับ"

เขาพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะหันหน้าหนีฉัน

"เดินไหวนะครับ"

"ก็...น่าจะไหวค่ะ"

"อ่า งั้นเราลงไปกัน เดี๋ยวผมช่วยพยุงลงไปละกัน"

"ใจดีจัง^^"

รอยยิ้มโลกสดใสแบบนี้ฉันไม่ค่อยยิ้มให้ใครน่ะ เขาน่าจะดีใจที่ฉันยิ้มให้เขาเห็นนะ

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • For Love รักเธอเข้าแล้วยัยตัวร้าย   บทที่ 10/3 อยากรู้จักกับเขา

    "..." "ไม่กิน โดนฉีดยาแน่" "รู้แล้วน่า" เขาพึมพำก่อนจะค่อยๆตักโจ๊กเข้าปาก กินไปได้ค่อนชามเขาก็เลิกกินเห็นบ่นว่าเจ็บคอด้วย ฉันก็เลยแกะยาที่ซื้อมาทั้งยาแก้ปวดลดไข้กับยาแก้อักเสบให้เขา "ยาค่ะ" "..." เขาหลุบตาลงมองยาแต่ไม่ยอมแตะมัน "เหมือนเด็กน้อยเลย" ฉันพูดลอยๆแต่เหนือหันมามอง "เด็ก?" "ค่ะ เด็กดื้อที่เวลาไม่สบายแล้วงอแง ไม่ยอมกินข้าวกินยาแล้วก็ไม่ยอมไปหาหมอด้วย" เขาค้อนใส่ฉันทันทีเลยอ่ะ รู้ตัวไงว่าฉันหมายถึงเขานั่นแหละ แต่เวลาที่เขาไม่สบายแบบนี้เขาก็น่ารักดีนะ "ยาค่ะ" ฉันยิ้มพลางพยักเพยิดไปที่ยาอีกครั้ง เหนือถอนหายใจแรงก่อนจะคว้ายาไปกินในที่สุด แค่ก~ พอกลืนยากับน้ำลงคอไปเขาก็สำลักออกมานิดหน่อย ฉันมองอาการเขากลัวว่ายาจะติดคอตายซะก่อน "โอเคมั้ยคะ" "อื้อ" เขาพยักหน้าบอกพลางกระดกน้ำกินจนหมดด้วยใบหน้าแหยๆ จากนั้นก็เอนตัวพิงโซฟาเหมือนเดิม "คราวนี้ก็ไปนอนได้แล้วค่ะ" ฉันบอกเขา เหนือปรืตาที่กำลังจะหลับขึ้นมาอีกครั้ง "ไม่อยากเดิน หัวหมุน" เด็กน้อยจริงๆนะเนี่ย แต่ก็...น่ารักดี "งั้นก็นอนที่...พะ พี่เหนือ" ฟลุ่บ~ ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ เขาก

  • For Love รักเธอเข้าแล้วยัยตัวร้าย   บทที่ 10/2 อยากรู้จักกับเขา

    "นี่ไงเรื่องที่ฉันอยากรู้ ตอบดิ" ฉันกำมือแน่น ทอยเบรกรถข้างทางและหลับตาลง พรึ่บ~ ฉันกระชากแขนเขาพลางเขย่าให้เขาพูด "ตอบดิ ฉันไม่ปล่อยให้เพื่อนฉันเจ็บจนต้องตายฟรี แล้วปล่อยให้คู่หญิงร้ายชายเลวไปเสวยสุขกันหรอกนะ ถ้าเพื่อนฉันไม่มีความสุข นายกับมันก็ไม่สมควรมีความสุข!" "รู้ได้ยังไงว่าพี่มีความสุข" ทอยขึ้นเสียงใส่ฉัน เขาผลักมือฉันที่เขย่าแขนเขาออก "พี่ขอ..." "ไม่ต้องขอโทษ ฉันไม่รับ" ทอยมองฉัน เขากำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้ด้วย สีหน้าและแววตาเหมือนกำลังเจ็บปวดอยู่ อ้อ เคยเป็นนักแสดงอยู่นี่นา แต่ถึงตอนนี้เขาน่าจะเลิกแล้วเพราะฉันไม่เคยเห็นเขาในบทบาทนั้นอีก ก็อย่างที่บอกว่าเขาหายไปเลยตั้งแต่วันนั้น แต่ยังไงก็ยังคงแสดงดีอยู่นะ หึ! "เลิกแสดง" "แต่พี่ไม่เคยมีความสุขเลยจริงๆนะข้าว พี่ฝันถึงดรีมแทบทุกคืน" "ก็สมควรแล้วนิ ดรีมมันตายเพราะใครล่ะ" "พี่รู้สึกผิดจริงๆ" "แล้วไง เอาเพื่อนฉันคืนมาได้มั้ยล่ะ" "..." "ฉันไม่สนว่านายจะเสียใจจริงๆหรือแค่แสดง ฉันสนใจแค่ว่าอีนั่นมันเป็นใคร" "เราเลิกกันไปแล้ว ตั้งแต่ดรีมตายพี่ก็เลิกกับเค้าด้วย" "เหรอ น่าดีใจนะ" ฉันถามเสียงสูง ไม่เชื

  • For Love รักเธอเข้าแล้วยัยตัวร้าย   บทที่ 10/1 อยากรู้จักกับเขา

    "มาแล้วพี่" แล้วเสียงที่ดังแทรกผ่านเสียงเพลงมาอีกครั้งก็ทำให้ฉันหันควับไปทางต้นเสียง ผู้ชายร่างสูงแต่ผอมเพรียว ใบหน้าออกแนวทะเล้นน่ารัก เขากำลังเดินเข้ามาหาพี่โจ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ดูเหมือนโลกจะเหวี่ยงเขามาให้ฉันจริงๆนั่นแหละ 'ทอย'! "โอ้โห กูนึกว่ามึงโดนดักฉุดนะเนี่ย" พี่เอ็มผลักไหล่เขาพลางพูดประชดที่เขามาช้า "มาช้าก็ดีกว่าไม่มาป่ะล่ะ" "ถ้ามึงจะช้าขนาดนี้ มึงไม่ต้องมาเลยก็ได้ รู้มั้ยกูรอนานแค่ไหน" พี่โจย้อนเขาอีก "ขอโทษครับบบ" เขายิ้ม ก็ดูใช้ชีวิตปกติดี ดูมีความสุขดีนี่! "เออ มาๆ แนะนำเด็กไอ้เหนือให้รู้จัก" พี่โจตบบ่าเขาพลางดึงแขนเขาให้หันมาทางฉัน "ไหน คนไหน..." เสียงของเขาหายไปเมื่อหันมาสบตากับฉันที่มองเขาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว "นี่ๆคนนี้ ชื่อข้าวหอมที่พวกมึงส่องเฟซกันวันนั้นไง" "..." "เป็นไงตัวจริง สวยดิ เซ็กซี่ดิ อึ้งเลยดิ ไอ้เอ็มไอ้ทอยพวกมึงอิจฉาไอ้เหนืออ่ะดิ๊" "เออพี่ อิจฉาจริง" พี่เอ็มตอบ แต่ทอยเงียบ "ทอย" "..." "ไอ้ทอย" "..." "ไอ้เชี่ยทอยโว้ยยย" "อะ อะไรวะพี่" "กูเรียกมึงจนแทบจะเข้าไปตะโกนในแก้วหูมึงแล้วเนี่ย จะตะลึงอะไรขนาดนั้น

  • For Love รักเธอเข้าแล้วยัยตัวร้าย   บทที่ 9/3 ทิ้งฉันไปทำไม

    เมื่อมาหยุดยืนที่หน้าแท่นสุสานของดรีมฉันก็เห็นช่อดอกลิลลี่สีขาวที่ดรีมชอบวางอยู่แล้ว "เขามาเหรอคะ" ฉันเอ่ยถามทันที ป้าดาวางช่อดอกลิลลี่ของเราลงข้างๆช่อดอกไม้นั้น "ใช่ เขามาหาดรีมทุกปีนั่นแหละจ่ะ" ป้าดาบอกฉัน ฉันกัดฟัน "ไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไง ถึงกล้ามาหาดรีม!" "คงไม่ใช่หรอกจ่ะ ป้าว่าเขาคงรู้สึกผิดจริงๆ จำได้มั้ยว่าวันนั้นเขาก็มาหาดรีมแต่เขาก็มาไม่ทันเหมือนกับข้าว" "แต่เขาไม่มางานศพดรีมด้วยซ้ำ" "จริงๆเขามานะลูก เขามาหลังจากที่พระสวดเสร็จและทุกคนกลับไปแล้ว เขามากราบขอโทษป้า" "เขาก็สมควรทำแบบนั้นค่ะ" "ป้าให้อภัยเขานะลูก ข้าวก็ต้องให้อภัยเขานะ ป้าเชื่อว่าดรีมคงต้องการแบบนั้น" ป้าดาลูบบ่าฉันเบาๆ ฉันมองหน้าท่านก่อนจะหันไปมองรูปของดรีม "ฉันจะให้อภัยเขาก็ได้นะดรีม..." 'แต่ฉันจะให้ก็ต่อเมื่อเห็นกับตาว่าเขาเจ็บปวดที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตายแล้วเท่านั้น!' ประโยคหลังนี้ฉันพูดในใจ ผู้ชายที่เรากำลังพูดถึงคือแฟนของดรีม ฉันรู้จักกับเขาเพราะดรีมเล่าให้ฟังทุกวันแต่ฉันเคยเจอเขาบ้างเป็นบางครั้ง สองคนนั้นเรียนคณะเดียวกันและแฟนเธอเป็นนักแสดงด้วย ผู้ชายคนนี้เป็นแฟนคนแรกของดรีม

  • For Love รักเธอเข้าแล้วยัยตัวร้าย   บทที่ 9/2 ทิ้งฉันไปทำไม

    วันนี้ฉันตั้งใจมาเจอจีน่ากับพี่เชนที่ห้างแห่งหนึ่ง สองคนนั้นกำลังร่วมทำกิจกรรมโปรโมทซีรี่ย์ที่เล่นด้วยกันอยู่ กรี้ดดด~ เสียงกรีดร้องแสดงความฟินเวลาที่สองคนนั้นใกล้ชิดกันบ่งบอกได้ดีว่าพวกเขาก็เป็นที่จับตามองอยู่เหมือนกัน ยัยจีน่ายิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม คงเพราะคิดว่าตัวเองกำลังจะประสบความสำเร็จ หมับ~ "ไปไหนคะ?" ฉันหันไปคว้าแขนของเหนือไว้ก่อนที่เขาจะเดินหนีไป วันนี้ฉันชวนเขามาที่นี่เองแหละ ฉันรู้เรื่องของเขาจากหมอกแล้ว ยอมรับเลยว่าสงสารและเห็นใจเขามาก แล้วก็ดูออกด้วยว่าเขายังตัดใจไม่ได้ทั้งๆที่มันผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว "ดูหนังกันมั้ย" เหนือหันมาถามฉันโดยที่ไม่มองไปบนเวทีนั้นเลย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขาแต่ฉันพาเขามาเพื่อให้เขาตัดใจ ฉันจะปล่อยเขาไปถ้าเขาไม่กลับไปหามันอีก "ข้าวขอดูตรงนี้ก่อนนะคะ" ฉันบอกเขาและรั้งแขนเขาไว้ เขาทำสีหน้าอึดอัดและอยากไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดด้วย แต่ฉันจะอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุด... "พี่ว่าสองคนนั้นเค้าแค่จิ้นกันหรือคบกันจริงๆคะ" ฉันถามเขา เหนือเอาแต่มองหน้าฉันเพราะไม่รู้จะมองไปทางไหน เขาถอนหายใจออกมาบ่อยมาก "ไม่รู้" "พี่จำผู้หญิงได้มั้

  • For Love รักเธอเข้าแล้วยัยตัวร้าย   บทที่ 9/1 ทิ้งฉันไปทำไม

    23.30 น. ปาร์ตี้ตอนนี้กำลังคึกครื้น แขกจะเป็นเพื่อนของพี่โจซึ่งส่วนมากเป็นผู้ชาย มีทั้งเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพื่อนรุ่นพี่และเพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งเหนือเองก็เป็นเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งของพี่โจจึงได้ถูกยื้อไว้ให้ดื่มกับพวกเขา ทุกคนกำลังเมาได้ที่เลยแหละ สวบ~ "แอบมานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวล่ะ" ฉันที่ปลีกตัวออกมาเพราะเห็นว่าหมอกเดินออกมาจากตรงนั้นสักพัก ตามหาอยู่ไม่นานก็พบว่าเขาหลบมาอยู่แถวๆสวนหลังบ้านของพี่โจ "อ้าวข้าว ไม่อยู่กับเฮียเหรอ" หมอกหันมาถามฉัน เขานั่งอยู่บนม้านั่งยาวๆตัวหนึ่ง ในมือถือแก้วไวน์อยู่ด้วย "อยากออกมาสูดอากาศสักหน่อยน่ะ ขอนั่งด้วยได้มั้ย" "อื้ม นั่งสิ" ฟลุ่บ~ เมื่อหมอกพยักหน้าฉันจึงทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวเดียวกันกับเขา "นายดูไม่ค่อยสนุกนะ" "ก็สนุกอยู่แหละแต่มันแค่เบื่อๆ ถึงจะเข้ากับคนง่ายแต่พี่โจห่างกับฉันตั้งสี่ปี เพื่อนๆเขาก็รุ่นน่าเคารพมากกว่ามาคุยเล่นน่ะ" "นายไม่ค่อยสนิทกับพี่โจเหรอ" "จริงๆก็สนิทระดับนึง พี่โจมาหาเฮียบ่อยๆ แต่ก็อย่างว่าแหละเราห่างกันเยอะ พอดีเพื่อนเฮียอีกสองคนก็มาไม่ได้ด้วยสิ ถ้าพี่สองคนนั้นมาฉันก็ยังพอเข้ากับพวกเค้าได้มากห

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status