FAZER LOGINสวบ~
จากนั้นเราสองคนก็เดินลงบันไดไปพร้อมกัน ฉันเดินกระเพลกขาโดยมีเขาช่วยพยุงไปด้วย ดีที่วันนี้ฉันไม่ได้ใส่ส้นสูงแต่ใส่แค่รองเท้าหุ้มส้นเพราะฉันรู้สึกเมื่อยเท้าเวลาใส่ส้นสูงบ่อยๆก็เลยอยากจะใส่แบบสบายๆบ้างมันเลยดูสมเหตุสมผลถ้าข้อเท้าจะเจ็บแล้วเดินแบบนี้ คิดดูสิ ถ้าฉันใส่ส้นสูงแล้วขาเจ็บก็ต้องถอดรองเท้าเดินแหละถึงจะดูจริง จากนั้นเราสองคนก็เงียบ ไม่มีเสียงอะไรออกจากปากเรา เงียบจนได้ยินเสียงรองเท้าย่ำกับพื้นบันไดเลยอ่ะ ดูเป็นคนไม่ค่อยสุงสิงกับผู้หญิงเท่าไหร่ คงไม่ใช่เกย์จริงๆหรอกนะ "พี่เป็นช่างภาพอิสระเหรอคะ" ในที่สุดฉันก็เป็นฝ่ายเริ่มชวนคุย "ไม่ครับ แค่มือสมัครเล่น" "จริงเหรอคะ แต่พี่เหนือถ่ายรูปสวยมากเลยนะคะ" "อ่า ขอบคุณครับ" พอฉันยิ้มให้เขาก็เกาต้นคอตัวเองก่อนจะพยักหน้ารับคำชมแล้วเดินต่อ "ข้าวเองก็เป็นนางแบบมือสมัครเล่นเหมือนกันค่ะ บางทีก็ยังไม่เก่งเท่าไหร่เลย พี่ถ่ายรูปข้าวยากมั้ยคะ" "อ่า ก็ไม่นะครับ น้องเอง...ก็เก่งนะ" "แหม พี่เข้าใจพูดปลอบน๊า" "ฮ่ะๆ" โอ๊ะ เขาหัวเราะออกมา มีเขี้ยวด้วยแหละ แต่ถ้าเขาจะหัวเราะจากใจจริงมากกว่านี้ เขาก็คงดูสดใสทีเดียวเลยแหละ "แต่ถ้าข้าวเทียบกับพี่จีน่า..." กึก~ หืม? ถึงกับหยุดชะงักเลยเหรอ แค่พูดชื่อเองนะ "นางแบบอีกคนน่ะคะ ที่สวยๆ สูงๆ หุ่นดีแล้วก็ดูอินเตอร์ คนนั้นน่ะมืออาชีพแล้ว ถ่ายยังไงก็สวยใช่มั้ยคะ?" ฉันเอียงคอถามพลางพูดต่อพร้อมกับลอบสังเกตุท่าทีของเขาไปด้วย เก็บอาการไม่เก่งเท่าไหร่... "อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครเลยครับ" จากที่เขาดูชะงักไป เขาก็พูดขึ้นอีกคราวนี้เขาไม่สนใจจะคุยกับฉันเท่าไหร่แล้ว เขาตั้งหน้าตั้งตาเดินเหมือนอยากจะให้ถึงชั้นแรกของสตูดิโอเร็วๆ แต่เพราะฉันเดินกระเพลกอยู่ไง มันก็เลยถ่วงเขา สวบ~ ในที่สุดเราก็มาถึงชั้นล่าง ตรงนี้ไม่มีคนอยู่เลยสักคน เขาปล่อยให้ฉันนั่งลงบนเก้าอี้นวมที่จัดไว้สำหรับให้นั่งพักแล้วเขาก็เดินออกไป เขาบอกฉันว่าจะไปเรียกแท็กซี่ให้ ไม่นานเขาก็กลับเข้ามา "เรียกแท็กซี่ไว้แล้วครับ" เขาพูดพร้อมกับช่วยพยุงฉันให้ลุกขึ้นแล้วพาเดินไปที่หน้าสตูที่มีรถแท็กซี่จอดอยู่ ฟลุ่บ~ เขาเปิดประตูให้ฉันพร้อมกับช่วยให้ฉันเข้าไปนั่งบนเบาะหลังคนขับ คนขับแท็กซี่เป็นผู้หญิงอายุประมาณสี่สิบกว่าๆ เธอเหลือบมองเราสองคนผ่านกระจกรถ "พี่ไปไหนเหรอคะ ติดรถไปกับข้าวได้นะ" "อ๋อ ผมขับรถมาครับ" เขาตอบ ฉันพยักหน้า เขาก็ถอยหลังออกห่างจากแท็กซี่เพื่อจะปิดประตูรถแต่ฉันคว้าแขนเขาไว้ก่อน หมับ~ "..." เขาหลุบตาลงมองมือของฉันที่จับแขนเขาไว้ "ขอบคุณนะคะ พี่เหนือ" ฉันยิ้มให้เขาพลางปล่อยมือออกจากแขน เขามองหน้าฉันก่อนจะพยักหน้ารับแล้วยกยิ้มบางๆให้ ปึ้ง~ จากนั้นก็ปิดประตูรถให้ฉัน และแท็กซี่ก็ขับเคลื่อนออกไป พรึ่บ~ ฉันบอกเส้นทางที่จะไปห้องพักกับแท็กซี่ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าพลางกดเข้าโปรแกรมเฟซบุ๊กเพื่อเล่นไปพลางๆ "เอ่อ ขอโทษนะคะ เมื่อกี้เห็นว่าขาเจ็บจะไปโรงพยาบาลก่อนหรือเปล่าคะ" จู่ๆคนขับแท็กซี่ก็พูดขึ้น ฉันเงยหน้ามองเธอผ่านกระจกหน้ารถพลางส่งยิ้มให้ "อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะพี่" ฉันบอกพลางหลุบตาลงมองข้อเท้าตัวเอง ไม่ใช่ว่ามันหายได้อย่างรวดเร็วขนาดนั้น แต่มันไม่ได้เจ็บแต่แรกแล้วต่างหากล่ะ ผู้หญิงน่ะ มีมารยาร้อยแปดเล่มเกวียน ฉันเองก็เหมือนกัน อยู่ที่ว่าฉันจะขุดมันมาใช้เมื่อไหร่และกับใครเท่านั้นเอง เวลาต่อมา "ข้าวหอมครับ" "คะ?" "คิดอะไรอยู่เหรอ?" ฉันช้อนสายตาขึ้นมองร่างสูงหุ่นนายแบบตรงหน้าที่กำลังเรียกฉันให้หลุดจากภวังค์ความคิด เราสองคนกำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารกึ่งบาร์แห่งหนึ่ง "แค่คิดว่า เรามาทานอาหารกันแบบนี้ มันจะเป็นไรหรือเปล่า..." หมับ~ ฝ่ามือหนาเลื่อนมาจับมือฉันที่วางอยู่บนโต๊ะ ฉันหลุบตาลงมอง "ไม่หรอกครับ ที่นี่เป็นส่วนตัวนะ อีกอย่างก็เป็นร้านเพื่อนพี่ด้วย น้องข้าวไม่ต้องห่วงนะ" หมับ~ ฉันเลื่อนฝ่ามืออีกข้างมาวางไว้บนมือเขาบ้างพลางยิ้มให้ "ข้าวไม่ห่วงอะไรหรอกค่ะ ห่วงแต่ชื่อเสียงของพี่เชน" "ฮ่ะๆ พี่ก็ไม่ได้ดังอะไรขนาดนั้น" "ไม่หรอกค่ะ พี่เป็นนายแบบที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ แถมยังกำลังจะเป็นพระเอกซีรี่ย์เลยน๊า" ฉันพูดพลางค่อยๆดึงมือออกจากมือเขาเมื่อพนักงานมาเสิร์ฟอาหาร "ก็แค่ในหมู่วัยรุ่นเองครับ พี่ไม่ได้เป็นดาราดังซักหน่อย" เขาพูดถ่อมตัวพลางยิ้มกรุ้มกริ่มให้ฉัน หลังจากนั้นเราก็ทานข้าวกันและต่อด้วยดื่มเบียร์เย็นๆ เชื่อมั้ยว่าระหว่างนั้นเขาไม่ได้พูดถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่งเลย เขาดูไม่สนใจด้วยซ้ำว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นรู้ว่าแฟนตัวเองมานั่งจู๋จี๋อี๋อ๋อกับผู้หญิงคนอื่นเธอจะรู้สึกยังไง และนั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ! 23.25 น. "ดึกขนาดนี้แล้ว ข้าวคงต้องกลับแล้วล่ะค่ะ" ฉันพูดบอกเมื่อหลุบตาลงมองนาฬิกาข้อมือ จะว่าไปก็เพลินเหมือนกันนะ ดื่มกันไปคุยกันไปเผลอแป่บเดียวห้าทุ่มกว่าแล้ว "โอเคครับ เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ" "จะดีเหรอคะ" "ดีครับ ข้าวดื่มไปด้วยนะ กลับกับพี่ปลอดภัยกว่า" แน่ใจเหรอที่พูด? "ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ" หลังจากที่ฉันตกลงให้เขาไปส่ง เขาก็เรียกเช็คบิลและเราพากันเดินมาที่ลานจอดรถ ฟลุ่บ~ เขาเปิดประตูให้ฉันและฉันส่งยิ้มให้เขาก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะรถหรู จากนั้นพี่เชนก็ขับรถออกไป บรื้น~ ระหว่างขับรถเขาก็ชวนฉันคุยไปด้วยเปิดเพลงคลอไปเบาๆด้วย ฉันก็เออออไปกับเขาแต่ไม่ได้สนใจเท่าไหร่หรอก "จอดด้านหน้าเลยค่ะ" ฉันพูดพลางชี้มือไปที่คอนโดแห่งหนึ่งซึ่งพี่เชนกำลังจะขับรถไปถึง เขาพยักหน้าก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าคอนโด "อยู่ที่นี่เหรอคะ?" เขาถามฉันและฉันพยักหน้า "ขอบคุณพี่เชนนะคะที่มาส่ง" ฉันยิ้มให้เขาพร้อมเปิดประตูลงจากรถ หมับ~ แต่พี่เชนมือไวคว้าแขนฉันไว้ก่อน ฉันหันมามองหน้าเขาแต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น Rrrr~ "รับโทรศัพท์ก่อนเถอะค่ะ" ฉันบอกเมื่อเห็นว่าเขาทำเป็นไม่สนใจเสียงนั่น พี่เชนยิ้มบางๆก่อนจะล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ฉันแอบเห็นด้วยล่ะว่าเป็นใคร "แป่บนะครับ" ปึ้ง~ เขาบอกฉันก่อนจะออกจากรถไปเพื่อคุยโทรศัพท์ ฉันกระตุกยิ้มก่อนจะลงจากรถ ฉันยืนหันหลังพิงประตูรถอยู่แบบนั้น จนพี่เชนเดินกลับมาหา "ตอนแรกข้าวกะว่าจะชวนพี่ขึ้นไปดื่มน้ำสักแก้ว" ฉันพูด "แต่ข้าวว่าพี่คงมีธุระ...สำคัญ" ดูจากสีหน้าก็รู้แล้วว่าเขารู้สึกยังไงกับปลายสายที่โทรเข้ามาเมื่อกี้ "จริงๆมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรมากหรอกครับ" "ข้าวว่าพี่ไปเถอะค่ะ ข้าวไม่อยากเป็นตัวการที่ทำให้พี่กับแฟนต้องทะเลาะกัน" "ไม่ใช่แฟนนะครับ พี่บอกข้าวแล้วไงว่าเราไม่ได้คบกันเลย" "อ่า โอเคค่ะ ข้าวเข้าใจแล้ว" "ถ้างั้นพี่..." "กลับเถอะค่ะ" ฉันยิ้มให้เขาก่อนจะเลื่อนมือไปจับมือเขาเบาๆ "ดึกแล้ว ข้าวเป็นห่วงนะคะ" พี่เชนเงยหน้ามามองหน้าฉัน เขากระตุกยิ้มก่อนจะพยักหน้า "โอเคครับ...งั้นพี่กลับเลยนะ" "ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาส่งข้าว" "พี่เต็มใจครับ" เขายิ้ม ฉันปล่อยมือเขาและยกขึ้นโบกเบาๆ เขาถึงได้ยอมกลับขึ้นรถและขับออกไป ฉันมองจนรถของเขาขับออกไปสู่ถนนหลักพลางยักไหล่ ตึก ตึก ตึก~ ก่อนจะเดินออกมาจากหน้าคอนโดและวิ่งข้ามฝั่งถนนไปยังอพาร์ทเม้นต์ที่อยู่เยื้องกับคอนโดแห่งนี้ในฝั่งตรงข้าม "อ้าว สวัสดีครับคุณข้าวหอม" "สวัสดีค่ะลุง" ฉันยิ้มทักทายกับลุงยามที่เฝ้ายามอยู่ใต้อพาร์ทเม้นต์ มันเป็นประจำอยู่แล้วล่ะที่ฉันทำแบบนี้ "นี่ค่ะลุง" ฉันวางกล่องขนมเค้กที่ถือมาด้วยบนโต๊ะของเขา พี่เชนเขาซื้อมาให้ฉันน่ะ "โอ้ คุณข้าวไม่เก็บไว้กินเหรอครับ ดูน่าอร่อยนะครับเนี่ย" "ไม่หรอกค่ะ ข้าวทานไปเยอะแล้ว กลัวอ้วนน่ะ แหะๆ" "ขอบคุณมากๆเลยนะครับ ยังอุตส่าห์นึกถึงลุงแก่ๆ ฮ่าๆ" ลุงยามดีอกดีใจพลางเอ่ยขอบคุณฉันยกใหญ่ "ค่ะ ถ้างั้นข้าวขึ้นห้องก่อนนะคะ" ฉันบอกลาเขาก่อนจะเดินไปขึ้นลิฟต์เพื่อขึ้นไปที่ห้องพักของตัวเอง ใช่แล้วล่ะ ฉันอยู่ที่นี่ ไม่ได้อยู่ที่คอนโดหรูหราอะไรนั่นหรอก ส่วนที่บอกพี่เชนไปแบบนั้น... ก็ไม่ได้อยากจะให้รู้นิว่าฉันอยู่ที่ไหน เขาไม่จำเป็นต้องรู้หรอก"..." "ไม่กิน โดนฉีดยาแน่" "รู้แล้วน่า" เขาพึมพำก่อนจะค่อยๆตักโจ๊กเข้าปาก กินไปได้ค่อนชามเขาก็เลิกกินเห็นบ่นว่าเจ็บคอด้วย ฉันก็เลยแกะยาที่ซื้อมาทั้งยาแก้ปวดลดไข้กับยาแก้อักเสบให้เขา "ยาค่ะ" "..." เขาหลุบตาลงมองยาแต่ไม่ยอมแตะมัน "เหมือนเด็กน้อยเลย" ฉันพูดลอยๆแต่เหนือหันมามอง "เด็ก?" "ค่ะ เด็กดื้อที่เวลาไม่สบายแล้วงอแง ไม่ยอมกินข้าวกินยาแล้วก็ไม่ยอมไปหาหมอด้วย" เขาค้อนใส่ฉันทันทีเลยอ่ะ รู้ตัวไงว่าฉันหมายถึงเขานั่นแหละ แต่เวลาที่เขาไม่สบายแบบนี้เขาก็น่ารักดีนะ "ยาค่ะ" ฉันยิ้มพลางพยักเพยิดไปที่ยาอีกครั้ง เหนือถอนหายใจแรงก่อนจะคว้ายาไปกินในที่สุด แค่ก~ พอกลืนยากับน้ำลงคอไปเขาก็สำลักออกมานิดหน่อย ฉันมองอาการเขากลัวว่ายาจะติดคอตายซะก่อน "โอเคมั้ยคะ" "อื้อ" เขาพยักหน้าบอกพลางกระดกน้ำกินจนหมดด้วยใบหน้าแหยๆ จากนั้นก็เอนตัวพิงโซฟาเหมือนเดิม "คราวนี้ก็ไปนอนได้แล้วค่ะ" ฉันบอกเขา เหนือปรืตาที่กำลังจะหลับขึ้นมาอีกครั้ง "ไม่อยากเดิน หัวหมุน" เด็กน้อยจริงๆนะเนี่ย แต่ก็...น่ารักดี "งั้นก็นอนที่...พะ พี่เหนือ" ฟลุ่บ~ ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ เขาก
"นี่ไงเรื่องที่ฉันอยากรู้ ตอบดิ" ฉันกำมือแน่น ทอยเบรกรถข้างทางและหลับตาลง พรึ่บ~ ฉันกระชากแขนเขาพลางเขย่าให้เขาพูด "ตอบดิ ฉันไม่ปล่อยให้เพื่อนฉันเจ็บจนต้องตายฟรี แล้วปล่อยให้คู่หญิงร้ายชายเลวไปเสวยสุขกันหรอกนะ ถ้าเพื่อนฉันไม่มีความสุข นายกับมันก็ไม่สมควรมีความสุข!" "รู้ได้ยังไงว่าพี่มีความสุข" ทอยขึ้นเสียงใส่ฉัน เขาผลักมือฉันที่เขย่าแขนเขาออก "พี่ขอ..." "ไม่ต้องขอโทษ ฉันไม่รับ" ทอยมองฉัน เขากำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้ด้วย สีหน้าและแววตาเหมือนกำลังเจ็บปวดอยู่ อ้อ เคยเป็นนักแสดงอยู่นี่นา แต่ถึงตอนนี้เขาน่าจะเลิกแล้วเพราะฉันไม่เคยเห็นเขาในบทบาทนั้นอีก ก็อย่างที่บอกว่าเขาหายไปเลยตั้งแต่วันนั้น แต่ยังไงก็ยังคงแสดงดีอยู่นะ หึ! "เลิกแสดง" "แต่พี่ไม่เคยมีความสุขเลยจริงๆนะข้าว พี่ฝันถึงดรีมแทบทุกคืน" "ก็สมควรแล้วนิ ดรีมมันตายเพราะใครล่ะ" "พี่รู้สึกผิดจริงๆ" "แล้วไง เอาเพื่อนฉันคืนมาได้มั้ยล่ะ" "..." "ฉันไม่สนว่านายจะเสียใจจริงๆหรือแค่แสดง ฉันสนใจแค่ว่าอีนั่นมันเป็นใคร" "เราเลิกกันไปแล้ว ตั้งแต่ดรีมตายพี่ก็เลิกกับเค้าด้วย" "เหรอ น่าดีใจนะ" ฉันถามเสียงสูง ไม่เชื
"มาแล้วพี่" แล้วเสียงที่ดังแทรกผ่านเสียงเพลงมาอีกครั้งก็ทำให้ฉันหันควับไปทางต้นเสียง ผู้ชายร่างสูงแต่ผอมเพรียว ใบหน้าออกแนวทะเล้นน่ารัก เขากำลังเดินเข้ามาหาพี่โจ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ดูเหมือนโลกจะเหวี่ยงเขามาให้ฉันจริงๆนั่นแหละ 'ทอย'! "โอ้โห กูนึกว่ามึงโดนดักฉุดนะเนี่ย" พี่เอ็มผลักไหล่เขาพลางพูดประชดที่เขามาช้า "มาช้าก็ดีกว่าไม่มาป่ะล่ะ" "ถ้ามึงจะช้าขนาดนี้ มึงไม่ต้องมาเลยก็ได้ รู้มั้ยกูรอนานแค่ไหน" พี่โจย้อนเขาอีก "ขอโทษครับบบ" เขายิ้ม ก็ดูใช้ชีวิตปกติดี ดูมีความสุขดีนี่! "เออ มาๆ แนะนำเด็กไอ้เหนือให้รู้จัก" พี่โจตบบ่าเขาพลางดึงแขนเขาให้หันมาทางฉัน "ไหน คนไหน..." เสียงของเขาหายไปเมื่อหันมาสบตากับฉันที่มองเขาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว "นี่ๆคนนี้ ชื่อข้าวหอมที่พวกมึงส่องเฟซกันวันนั้นไง" "..." "เป็นไงตัวจริง สวยดิ เซ็กซี่ดิ อึ้งเลยดิ ไอ้เอ็มไอ้ทอยพวกมึงอิจฉาไอ้เหนืออ่ะดิ๊" "เออพี่ อิจฉาจริง" พี่เอ็มตอบ แต่ทอยเงียบ "ทอย" "..." "ไอ้ทอย" "..." "ไอ้เชี่ยทอยโว้ยยย" "อะ อะไรวะพี่" "กูเรียกมึงจนแทบจะเข้าไปตะโกนในแก้วหูมึงแล้วเนี่ย จะตะลึงอะไรขนาดนั้น
เมื่อมาหยุดยืนที่หน้าแท่นสุสานของดรีมฉันก็เห็นช่อดอกลิลลี่สีขาวที่ดรีมชอบวางอยู่แล้ว "เขามาเหรอคะ" ฉันเอ่ยถามทันที ป้าดาวางช่อดอกลิลลี่ของเราลงข้างๆช่อดอกไม้นั้น "ใช่ เขามาหาดรีมทุกปีนั่นแหละจ่ะ" ป้าดาบอกฉัน ฉันกัดฟัน "ไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไง ถึงกล้ามาหาดรีม!" "คงไม่ใช่หรอกจ่ะ ป้าว่าเขาคงรู้สึกผิดจริงๆ จำได้มั้ยว่าวันนั้นเขาก็มาหาดรีมแต่เขาก็มาไม่ทันเหมือนกับข้าว" "แต่เขาไม่มางานศพดรีมด้วยซ้ำ" "จริงๆเขามานะลูก เขามาหลังจากที่พระสวดเสร็จและทุกคนกลับไปแล้ว เขามากราบขอโทษป้า" "เขาก็สมควรทำแบบนั้นค่ะ" "ป้าให้อภัยเขานะลูก ข้าวก็ต้องให้อภัยเขานะ ป้าเชื่อว่าดรีมคงต้องการแบบนั้น" ป้าดาลูบบ่าฉันเบาๆ ฉันมองหน้าท่านก่อนจะหันไปมองรูปของดรีม "ฉันจะให้อภัยเขาก็ได้นะดรีม..." 'แต่ฉันจะให้ก็ต่อเมื่อเห็นกับตาว่าเขาเจ็บปวดที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตายแล้วเท่านั้น!' ประโยคหลังนี้ฉันพูดในใจ ผู้ชายที่เรากำลังพูดถึงคือแฟนของดรีม ฉันรู้จักกับเขาเพราะดรีมเล่าให้ฟังทุกวันแต่ฉันเคยเจอเขาบ้างเป็นบางครั้ง สองคนนั้นเรียนคณะเดียวกันและแฟนเธอเป็นนักแสดงด้วย ผู้ชายคนนี้เป็นแฟนคนแรกของดรีม
วันนี้ฉันตั้งใจมาเจอจีน่ากับพี่เชนที่ห้างแห่งหนึ่ง สองคนนั้นกำลังร่วมทำกิจกรรมโปรโมทซีรี่ย์ที่เล่นด้วยกันอยู่ กรี้ดดด~ เสียงกรีดร้องแสดงความฟินเวลาที่สองคนนั้นใกล้ชิดกันบ่งบอกได้ดีว่าพวกเขาก็เป็นที่จับตามองอยู่เหมือนกัน ยัยจีน่ายิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม คงเพราะคิดว่าตัวเองกำลังจะประสบความสำเร็จ หมับ~ "ไปไหนคะ?" ฉันหันไปคว้าแขนของเหนือไว้ก่อนที่เขาจะเดินหนีไป วันนี้ฉันชวนเขามาที่นี่เองแหละ ฉันรู้เรื่องของเขาจากหมอกแล้ว ยอมรับเลยว่าสงสารและเห็นใจเขามาก แล้วก็ดูออกด้วยว่าเขายังตัดใจไม่ได้ทั้งๆที่มันผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว "ดูหนังกันมั้ย" เหนือหันมาถามฉันโดยที่ไม่มองไปบนเวทีนั้นเลย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขาแต่ฉันพาเขามาเพื่อให้เขาตัดใจ ฉันจะปล่อยเขาไปถ้าเขาไม่กลับไปหามันอีก "ข้าวขอดูตรงนี้ก่อนนะคะ" ฉันบอกเขาและรั้งแขนเขาไว้ เขาทำสีหน้าอึดอัดและอยากไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดด้วย แต่ฉันจะอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุด... "พี่ว่าสองคนนั้นเค้าแค่จิ้นกันหรือคบกันจริงๆคะ" ฉันถามเขา เหนือเอาแต่มองหน้าฉันเพราะไม่รู้จะมองไปทางไหน เขาถอนหายใจออกมาบ่อยมาก "ไม่รู้" "พี่จำผู้หญิงได้มั้
23.30 น. ปาร์ตี้ตอนนี้กำลังคึกครื้น แขกจะเป็นเพื่อนของพี่โจซึ่งส่วนมากเป็นผู้ชาย มีทั้งเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพื่อนรุ่นพี่และเพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งเหนือเองก็เป็นเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งของพี่โจจึงได้ถูกยื้อไว้ให้ดื่มกับพวกเขา ทุกคนกำลังเมาได้ที่เลยแหละ สวบ~ "แอบมานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวล่ะ" ฉันที่ปลีกตัวออกมาเพราะเห็นว่าหมอกเดินออกมาจากตรงนั้นสักพัก ตามหาอยู่ไม่นานก็พบว่าเขาหลบมาอยู่แถวๆสวนหลังบ้านของพี่โจ "อ้าวข้าว ไม่อยู่กับเฮียเหรอ" หมอกหันมาถามฉัน เขานั่งอยู่บนม้านั่งยาวๆตัวหนึ่ง ในมือถือแก้วไวน์อยู่ด้วย "อยากออกมาสูดอากาศสักหน่อยน่ะ ขอนั่งด้วยได้มั้ย" "อื้ม นั่งสิ" ฟลุ่บ~ เมื่อหมอกพยักหน้าฉันจึงทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวเดียวกันกับเขา "นายดูไม่ค่อยสนุกนะ" "ก็สนุกอยู่แหละแต่มันแค่เบื่อๆ ถึงจะเข้ากับคนง่ายแต่พี่โจห่างกับฉันตั้งสี่ปี เพื่อนๆเขาก็รุ่นน่าเคารพมากกว่ามาคุยเล่นน่ะ" "นายไม่ค่อยสนิทกับพี่โจเหรอ" "จริงๆก็สนิทระดับนึง พี่โจมาหาเฮียบ่อยๆ แต่ก็อย่างว่าแหละเราห่างกันเยอะ พอดีเพื่อนเฮียอีกสองคนก็มาไม่ได้ด้วยสิ ถ้าพี่สองคนนั้นมาฉันก็ยังพอเข้ากับพวกเค้าได้มากห







