FAZER LOGINผมเงียบพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงปลายนิ้วมือของผมสัมผัสกับโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างนั้นทำให้ผมคิดได้
"ลืม...โทรศัพท์" "เอ้า แต่ฉันว่าเมื่อกี้แกหยิบมาแล้วนะเว้ย" มันจะช่างสังเกตุอะไรของมันนักหนา -*- "ตาฝาดเปล่าไอ้ไปป์ ถ้ามันหยิบมาแล้วมันจะบอกว่าลืมได้ไงวะ" แล้วเสียงของพีทเพื่อนอีกคนในกลุ่มก็พูดขัดขึ้นก่อนพลางทำสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย ก็เข้าใจน่ะว่ามันกำลังหิวและคงจะหิวมากเพราะมันบ่นตั้งแต่ยังไม่หมดคาบเรียนบ่นทุกห้านาทีว่าหิวๆตอนนี้หัวจิตหัวใจมันคงไปอยู่ที่กับข้าวในโรงอาหารของคณะเรียบร้อยแล้วมั้ง ผมก็เลยพูดตัดบทออกไป "เออ ท่าทางไอ้พีทจะหิวจัดแล้วพวกแกไปโรงอาหารกันก่อนเหอะ ก่อนที่จะโดนมันกินหัว" ผมพูดพลางพยักเพยิด ไอ้ไปป์ก็เลยไม่ถามเซ้าซี้อะไรผมอีกมันก็พยักเพยิดบ้างก่อนจะตวัดเรียวแขนเกี่ยวคอไอ้พีทแล้วลากมันไปโรงอาหารให้เร็วที่สุด ผมมองจนพวกเพื่อนๆลับสายตาไปก่อนจะเดินไปอีกทางที่สวนหย่อมใกล้ เดินไปตรงจุดที่ผมมองไปเมื่อกี้นี้นั่นแหละ ผมเดินมาที่ศาลาขนาดเล็กหลังหนึ่งใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับใช้นั่งพักพิงของพวกนักศึกษาภายในคณะเพราะที่ตรงนี้จะค่อนข้างร่มเย็นและสวยงามพร้อมทั้งมีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกุหลาบสีแดงสดที่ถูกปลูกไว้รอบๆ สายตาของผมกำลังหลุบลงมองร่างบางที่นอนซบหน้าอยู่บนโต๊ะไม้ภายในศาลาหลังนี้ก่อาจะทิ้งตัวลงนั่งมองเธอเงียบๆ เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอพร้อมกับดวงตากลมโตที่ตอนนี้ปิดสนิททำให้ผมรู้ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังหลับ "หึ" ผมหัวเราะในลำคอตลกตัวเองชะมัด ผมไม่รู้ว่าทำไมผมต้องมานั่งมองยัยนี่อยู่แบบนี้ทั้งๆที่ผมก็รู้ตัวเองว่าไม่ได้ชอบเธอแต่น่าแปลก เวลาเห็นเธอมันเหมือนมีแรงอะไรบางอย่างดึงให้ผมเข้าไปหาเธอตลอด จำเรื่องที่ผมท้าให้เธอทำให้ผมชอบได้มั้ย?อยากรู้มั้ยว่าทำไม... ก็ไม่มีอะไรมาก ผมแค่จำเป็นต้องชอบเธอและผมก็อยากรู้ว่าผมจะชอบเธอได้จริงๆมั้ยถ้ามันต้องถึงวันนั้นของเรา... ครืด~ จู่ๆโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะของเธอก็สั่นขึ้นทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย ผมละสายตาจากใบหน้าเธอมองไปที่หน้าจอมือถือ 'ข้อความงั้นเหรอ?' ผมคิดในใจเมื่อเห็นที่หน้าจอมือถือปรากฎว่ามีข้อความเข้ามาแล้วก็รู้ด้วยว่าเป็นข้อความจากใคร ไอ้แทนไงล่ะ! พรึ่บ~ แล้วผมก็สะดุ้งอีกครั้งเมื่อจู่ๆผู้หญิงตรงหน้าก็ขยับตัวก่อนจะลืมตาขึ้นมาและเมื่อสายตาของเธอมองมาเห็นผมนั่งอยู่เธอก็รีบดีดตัวขึ้นนั่งตัวตรงทันที "ตะวัน..." เธอพึมพำชื่อผมเบาๆด้วยสีหน้าของคนที่เพิ่งตื่น "นาย...มานั่งทำอะไรตรงนี้?" เธอถามผม ผมมองหน้าเธอพลางเลิ่กคิ้ว "ฉันต่างหากต้องถาม" ผมพูด ก็ไม่รู้สิพอได้ยินเสียงเธอทีไรต้องพูดจาแบบนี้ทุกที "หลังจากที่ฉันกลับ เธอกับมันทำอะไรกันต่อถึงได้ง่วงมากมายจนมานั่งหลับที่คณะแบบนี้" บางทีผมก็ปากหมา รู้ตัวนะ แต่ก็ยังพูด-- แต่ลูกโซ่ก็เป็นผู้หญิงที่เก็บอารมณ์เก่งใช้ได้ เพราะนอกจากเธอจะไม่โกรธกับสิ่งที่ผมพูดเธอยังกระตุกยิ้มแล้วยกมือขึ้นเท้าคางเอียงคอมองหน้าผมอีก "หึงเหรอ?" "เหอะ" ผมแค่นหัวเราะในลำคอ "ถ้าฉันบอกว่าไม่ได้ทำอะไร นายจะเชื่อมั้ย?" ผมมองหน้าเธอนิ่ง ถามว่าเชื่อมั้ยอ่ะเหรอ... "มันอุตส่าห์ขึ้นมาถึงห้องเลยนะลูกโซ่" ผมพูด ลูกโซ่มองหน้าผมแล้วกระตุกยิ้ม "นายก็ขึ้นมาถึงห้องนะ ลืมเหรอ?" เธอกำลังจะหมายความว่าอะไร ผมรู้ ผมยิ้มมุมปากก่อนจะเลื่อนมือไปปัดปอยผมลอนของเธอที่ระต้นคออยู่ไปทางด้านหลังพร้อมกับเลื่อนสายตาไปมองร่องรอยที่ผมทำไว้เมื่อคืนแล้วกระตุกยิ้ม "ก็ถ้ามันไม่ขึ้นมาขัดจังหวะ ฉันว่าฉันก็ได้นะ หึ" ลูกโซ่มองหน้าผมก่อนจะยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง "ไม่หรอก" "..." "สำหรับนาย ฉันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก" เธอพูดพร้อมเน้นคำว่า'ง่าย'เหมือนกับเวลาที่ผมพูดว่าเธอ ผมมองหน้าเธอนิ่ง "ถ้าฉันง่ายนายก็ไม่ชอบสิ ใช่มั้ย?" เธอพูดเหมือนรู้ทันกัน เธอเป็นคนหัวไวเธอทันคนและผมก็รู้ว่าเธอก็ทันผมเหมือนกันแต่จะทันแค่ไหนนั่นก็อีกเรื่อง ฟลุ่บ~ "กินข้าวกันมั้ย?" เธอลุกขึ้นยืนพลางหยิบหนังสือสองสามเล่มบนโต๊ะขึ้นมาพร้อมกับเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพายโดยไม่กดดูข้อความที่ไอ้แทนส่งมาด้วยซ้ำพร้อมกับหันมาถามผม ชวนผมกินข้าวงั้นเหรอ? "ฉันหิว นายไม่หิวเหรอ^^"*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







