LOGINเธอเลิ่กคิ้วถามผมพลางยิ้มให้ ผมชะงักไปนิดนึง ก็ยอมรับว่าไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้จากเธอเลยครั้งนี้ครั้งแรกนะ ยิ้มสวยเหมือนกันแหะ เห้ย!ผมชมยัยนี่เหรอ บ้าว่ะ
"ตื่นมาก็หิวเลยเหรอไง" ผมพึมพำแต่ก็ลุกขึ้นยืนตามเธอ เห้ย นี่สรุปผมจะไปกินข้าวกับเธอเหรอ อย่าบอกน่ะว่าผมโดนไอ้แรงดึงบ้าอะไรนั่นดึงเข้าหาเธออีกแล้วอ่ะ "^^" แล้วลูกโซ่ก็ยิ้ม ยิ้มแบบนี้อีกแล้ว -- *โรงอาหาร ก็ไม่รู้ว่าผมเป็นบ้าอะไร เอาจริงๆผมไม่ได้ชอบเธอนะ ไม่ได้ชอบจริงๆนะเว้ยแค่เริ่มชอบก็ไม่มี ผมแค่...สติไม่คงที่แค่นิดเดียว อากาศมันคงร้อนมากและผมคงหิวมากผมก็แค่มากินข้าวแต่คนในโรงอาหารเยอะจนไม่มีโต๊ะนั่งส่วนพวกเพื่อนๆผมมันก็หายหัวไปไหนแล้วไม่รู้ผมก็แค่จำเป็นจะต้องใช้โต๊ะเดียวกับเธอเพื่อนั่งกินข้าวแค่นั้นเอง ตอนนี้เราสองคนนั่งหันหน้าชนกันอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหลังจากที่ไปซื้ออาหารของตัวเองมาแล้วลูกโซ่ก็กำลังก้มหน้าก้มตากินส่วนผมก็กินนะ แต่ก็ต้องชะงักเพราะความรู้สึกแปลกๆรอบตัว กึก~ ผมชะงักมือที่ถือช้อนก่อนจะเหลือบมองไปรอบๆตัวอย่างอดไม่ได้ แล้วมันก็จริงกับความรู้สึกของผมเพราะผมรู้สึกว่ามีคนมองแล้วมันก็มีคนมองจริงๆไม่ใช่แค่มองอย่างเดียวด้วยนะ ซุบซิบนินทากันด้วย! "เห้อ" ผมถอนหายใจออกมาซึ่งมันก็เป็นผลให้ลูกโซ่หยุดชะงักแล้วเงยหน้ามองผม "เหอะ" เธอแค่หัวเราะเหมือนกับว่าเรื่องที่ถูกมองแล้วซุบซิบนินทาเป็นเรื่องปกติอย่างนั้นแหละ "คนจะกินข้าวมองอะไรกันอยู่ได้วะ" ผมพึมพำ ลูกโซ่หัวเราะเบาๆแล้วพูดขึ้น "แล้วนายนั่งอยู่กับใครล่ะ ไม่รู้ตัวเหรอ?" เธอเลิ่กคิ้วถาม ผมมองหน้าเธอแล้วก็เลิ่กคิ้วกลับ ลูกโซ่แบดเกิร์ลไงทำไมผมจะไม่รู้ ฉายาและสรรพคุณของแก๊งนี้ก็รู้ๆกันอยู่แต่ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพวกเธอจะต้องอยู่ท่ามกลางสายตาและคำซุบซิบนินทาตลอดเวลาแบบนี้ อยู่กันเข้าไปได้ยังไงผมก็ไม่เข้าใจ "เธอไม่รู้สึกอะไรมั่งเหรอไง?" อันนี้ผมถามจากใจน่ะ อยากรู้จริงๆ "ก็ไม่อ่ะ ชินแล้ว" ลูกโซ่ยักไหล่ทำเหมือนเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ก็คงชินแล้วจริงๆล่ะมั้งไม่อย่างงั้นเธอคงไม่ทำเรื่องร้ายๆแบบไม่แคร์สายตาใครแบบนั้นหรอก เหมือนวันแรกที่ผมเจอหน้าเธอไงวันนั้นนะเธอสร้างวีรกรรมไว้กลางโรงอาหารโดยการเอาเศษอาหารยัดปากเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ผมไม่รู้ต้นสายปลายเหตุหรอกแต่การที่เธอทำแบบนั้นมันก็สร้างภาพลบให้เธอแล้ว "เธอเคยทำเรื่องอะไรดีๆมั้ย?" จู่ๆผมก็ถามขึ้น ผมมันเป็นคนปากไวบางทีสมองผมคิดปากผมก็พูดออกไปแล้ว ลูกโซ่ชะงักแล้วมองหน้าผมเธอยิ้มมุมปากก่อนจะตอบ "อยากรู้เหรอ..." "..." "บอกชอบฉันสิ แล้วฉันจะบอก" ก็ยังมีอารมณ์มาหยอดพูดเรื่องนี้ได้นะ แต่ก็ดีเพราะผมเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยท้าทายอะไรยัยนี่ไว้ ผมเกือบจะเผลอคิดว่าที่ยัยนี่มาแปลกๆวันนี้เพราะว่า... บ้า!ยัยนี่ก็แค่จะทำให้ผมชอบป่ะวะ ดึงสติกลับมาได้แล้วไอ้ตะวัน สติเว้ย -"- ตอนนี้ฉันกำลังเดินกลับมาที่คลาสเรียนหลังจากแยกกับตะวันที่โรงอาหาร การที่ฉันชวนเขาไปกินข้าวไม่ใช่ว่าฉันเริ่มญาติดีกับเขาแล้วหรอกน่ะฉันยังเคืองกับสิ่งที่เขาทำกับฉันอยู่แต่ที่ฉันทำเป็นไม่พูดถึงและไม่ใส่ใจเพราะอะไรก็น่าจะรู้ ฉันอยากเห็นเขาแพ้เร็วๆไงล่ะ หึ กึก~ แต่ระหว่างทางที่ฉันหยุดเดินพลางก้มลงควานหาโทรศัพท์มือถือที่ส่งเสียงร้องอยู่ในกระเป๋าคงเพราะมีคนโทรเข้ามาฉันกำลังจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแต่ก็ต้องชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นผู้หญิงประมาณสามสี่คนเดินเข้ามาหาฉันและหยุดอยู่ตรงหน้าทำให้ฉันจำต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง "ไง ลูกโซ่" เสียงทักทายที่ฉันไม่เคยได้ยินเลยตั้งแต่วันนั้น จำได้มั้ยวันที่ฉันสร้างวีรกรรมไว้ที่โรงอาหารโดยการเอาเศษอาหารยัดปากผู้หญิงปากเสียคนหนึ่งนั่นแหละฉันก็ไม่ได้ยินเสียงและไม่เคยมองหน้าคู่กรณีของฉันเลย จนกระทั่งวันนี้ แอนนี่... ยัยนั่นยืนอยู่ตรงหน้า เธอยืนกอดอกมองหน้าฉันด้านหลังเธอมีเพื่อนผู้หญิงอีกสามคนยืนเป็นแบคกราวน์อยู่และถ้าจะให้เดาผู้หญิงสามคนนั้นไม่ได้เรียนคณะนี้เพราะฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยด้วย "เห็นว่าเปลี่ยนผู้ชายใหม่ เบื่อคนเดิมแล้วเหรอ" แอนนี่ยังคงพูดทักทายฉันด้วยรอยยิ้มแต่เชื่อมั้ยว่ารอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยความแค้นที่มีต่อฉัน "พากันไปกินข้าวกระหนุงกระหนิง ว่าแต่คนนี้เป็นไงเหรอ...อร่อยมั้ย?" แล้วก็ยังคงปากหมาเหมือนเดิม แล้วที่มายืนดักฉันอยู่เนี่ย หาเรื่องด้วยสิน่ะ! "ทำไมไม่พูดล่ะ เป็นใบ้เหรอห๊ะ!"*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







