LOGINเขาพูดก่อนจะเหลือบตามองแทนที่ก็ยืนจ้องเขาอยู่ ฉันเกลียดที่เขาชอบพูดจามีเลศนัยพูดจาไม่กระจ่าง เพื่อ?
"ห้ามพาผู้ชายคนอื่นเข้ามาในห้องอีก" "แกไม่มีสิทธิ์มาสั่งเธอ" แทนโวยขึ้นแทบจะทันที ตะวันหันไปมองหน้าเขาก่อนจะกระตุกยิ้ม "สิทธิ์น่ะฉันมี มีมากกว่าแกด้วย" กล้าพูดได้ยังไงว่ามีสิทธิ์ เขานั่นแหละไม่มีสิทธิ์อะไรเลย เหอะ "แก!" "ไปล่ะ" ตะวันกระตุกยิ้มก่อนจะหันหลังเดินจากไปทันที ฉันมองตามหลังเขาอย่างเคืองๆแต่ก็มองได้แค่แว่บเดียวเพราะแทนกระตุกแขนฉันเข้าห้องก่อนจะปิดประตูอย่างดัง ปัง~ "เธอเป็นอะไรกับมัน?" แล้วเขาก็ยิงคำถามใส่ฉันทันที ฉันเป็นอะไรกับเขาน่ะเหรอ... "ถามอะไรของนาย" "ก็มันบอกว่ามันมีสิทธิ์" "แล้วนายก็เชื่อเหรอไง" "ก็..." "เขาแค่มาส่งฉัน แค่นั้น" ฉันพูดพร้อมถอนหายใจ วันนี้ฉันเหนื่อยไม่ใช่เหนื่อยธรรมดานะ โครตของโครตเหนื่อยเลยเหอะ! หมับ~ "แทน ทำอะไร!" ฉันถามออกไปเมื่อจู่ๆแทนก็กระชากแขนฉันเข้าหาเขาพร้อมกับจ้องมองฉันมือหนาของเขาปัดปอยผมยาวที่ระต้นคอฉันอยู่ไปทางด้านหลัง "รอยนี่..." ระ รอย หรือว่า? "ไหนบอกว่ามันแค่มาส่ง แล้วไอ้รอยดูดนี่มาจากไหน?" แทนถามฉัน ฉันยกมือจับต้นคอข้างนั้นอย่างรู้ตัว ให้ตาย!นี่เขาไม่ได้กัดแต่ดันทำรอยคิสมาร์คบนต้นคอฉันไว้งั้นเหรอ ไอ้บ้าตะวัน ไอ้ ไอ้...โว้ย! "คือ..." "ตอบมาสิ" แทนถามพลางบีบแขนฉันแรงขึ้น ฉันขมวดคิ้วกับการแสดงออกของเขาแทนไม่เคยทำแบบนี้ถึงเขาจะเมาเขาก็ไม่เคยแสดงปฏิกิริยาแบบนี้กับฉัน แต่ทำไมวันนี้...? "เธอมีอะไรกับมันเหรอลูกโซ่!" "ว่าไงนะ?" ฉันย้อนคำถามเขา แทนไม่เคยถามฉันแบบนี้ด้วย "เธอเจอมันไม่กี่วัน เธอได้กับมันเหรอ!" "แทน!" ฉันเรียกชื่อเขาเสียงเข้มให้เขารู้ว่าฉันไม่พอใจ ผู้ชายคนนี้เหมือนไม่ใช่แทนที่ฉันรู้จักเลย "หยุดพูดแล้วกลับไปได้แล้ว" ฉันบิดแขนออกจากเขา ฉันไม่พอใจเขาจริงๆเขาไม่ควรถามฉันแบบนี้ "เธอก็ตอบฉันก่อนสิ เธอได้กับมันเหรอ?" "เห้ยแทน!พูดอะไรวะ" ฉันผลักเขาอย่างแรงจนเซถอยหลังไปด้วยความโมโห "นายล้ำเส้นฉัน!" ฉันพูดพลางจิกตาใส่เขา แทนจ้องหน้าฉันก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างแรง หมับ~ แล้วเขาก็กระชากแขนฉันไปจับอีกครั้งพลางบีบอย่างแรงด้วย "ฉันเป็นคู่ควงเธอ..." "แล้วไงแทน?" ฉันพูดแทรกพลางจ้องหน้าเขาอย่างโมโห "ทีนาย ฉันยังไม่เคยถามแบบนี้เลยสักคำ เราตกลงกันแล้วแทนถ้านายกำลังจะมากเกินไป เราก็ไม่ต้องมายุ่งกันอีก!" พลั่ก~ ฉันสะบัดแขนออกจากเขาอย่างแรงแต่เขาไม่ปล่อยฉันก็เลยเพิ่มแรงสะบัดมากขึ้นอีกจนปลายมือของฉันฟาดไปที่หน้าของเขาแทนเลยปล่อยฉันเป็นอิสระ "ลูกโซ่..." เขาชะงักไปนิดนึงเมื่อเห็นว่าฉันโกรธจริงและอารมณ์เริ่มแรงขึ้น แทนยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองอย่างหัวเสียก่อนจะหลับตาเพื่อตั้งสติตัวเองแล้วลืมตาขึ้นมามองฉันอีกครั้ง "เรื่องนี้ฉันไม่ควรพูด...ฉันขอโทษ" "นายควรก้าวถอยหลังด้วยแทน นายมาจนสุดเขตกั้นกลางของเราแล้ว" ฉันถอนหายใจแล้วพูดขึ้นพลางก้าวออกห่างจากเขาหนึ่งก้าวเหมือนเป็นการบอกเป็นนัยๆในสิ่งที่ฉันพูด "ฉันไม่อยากให้เรา...คบกันไม่ได้" "ขอโทษ" "อืม วันนี้นายกลับเถอะ" ฉันพูดโดยมองไปที่ประตู ฉันก็เป็นคนแบบนี้แหละ ทางด้านความรู้สึกฉันจะไม่ค่อยสู้ยิบตาจนนาทีสุดท้ายถ้าฉันสู้ไหวฉันจะสู้แต่ถ้าวันไหนที่ฉันเหนื่อยมากๆฉันจะเลือกที่จะออกห่างจากมัน เหมือนกับตอนที่ฉันอยู่ที่บ้านของพ่อและแม่เลี้ยงกับลูกแก้ว ฉันทนอยู่จนรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินและฉันไม่อยากรู้สึกแบบนั้นฉันถึงได้ก้าวออกมา แทนมองหน้าฉันนิ่งก่อนจะถอนหายใจ แทนก็รู้ว่าฉันเป็นคนยังไงเขาถึงได้เลือกที่จะเดินไปเปิดประตู "ถ้างั้นฉันกลับล่ะ" เขาหันมาพูดกับฉันซึ่งฉันก็ได้แต่พยักหน้า "ฝันดีนะโซ่" "..." จากนั้นแทนก็เดินออกไปแล้วปิดประตูทันที ฉันได้แต่มองบานประตูที่ปิดสนิทลงพลางถอนหายใจออกมา -ตะวัน- กึก~ "เห้ย หยุดทำไมครับเพื่อน?" เสียงของไปป์ที่เดินนำหน้าผมไปพร้อมๆกับกลุ่มเพื่อนถามขึ้นเมื่อจู่ๆผมก็หยุดเดิน มันก็หยุดเดินบ้างแล้วหันมาถามผม ผมละสายตาจากตัวต้นเหตุที่ทำให้ผมหยุดเดินมองไปที่มัน "ลืม" "ลืม?" ผมตอบสั้นๆจนไปป์เลิ่กคิ้วถามอย่างสงสัย "ลืมอะไรวะ?" ลืม...เออ นั่นดิ ผมจะลืมอะไรดีล่ะ --*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







