INICIAR SESIÓN'วันนี้คนในโรงอาหารเยอะชะมัดเลย'
ฉันบ่นอุบในใจพลางทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะยาวภายในโรงอาหารกับเพื่อนร่วมคณะกลุ่มหนึ่งของฉัน ฉันมีเพื่อนร่วมคณะที่พอคุยกันได้อยู่สี่ห้าคน ส่วนเพื่อนที่ฉันสนิทมากจริงๆกลับเรียนกันอยู่ต่างคณะแต่เพราะเราทำงานอยู่ที่'พาราไดส์ผับ'เหมือนกันก็มีอยู่สามคนคือ'ข้าวหอม ปลายฟ้า แล้วก็ยาหยี'เราสามคนมีนิสัยใจคอไม่ต่างกันเท่าไหร่พวกเราเป็นพวกไม่เสแสร้งไม่ยอมคนบางครั้งก็ร้ายบางครั้งก็แรงไม่ได้มีนิสัยเหมือนนางเอกในนิยายหรือละครทั่วๆไปพวกเราจึงถูกตั้งฉายาว่าพวก'Badgirls'ความหมายก็คงพอรู้กันอยู่น่ะนะ ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากพวกแบดบอยมากนักพวกเราค่อนข้างเป็นที่รู้จักของคนในมหาวิทยาลัยแต่ก็ด้วยชื่อเสียงที่ค่อนไปทางลบโดยเฉพาะพวกนักศึกษาชายที่ชอบเที่ยวกลางคืนบางคนก็เอาพวกเราไปพูดเสียๆหายๆบางคนยังไม่ทันได้คุยกันด้วยซ้ำก็เอาไปเมาท์ว่าเคยนอนด้วยกันก็มีแต่พวกฉันก็ไม่ได้นอยด์อะไรมากหรอกเพราะมันก็แค่คำนินทาที่พูดกันปากต่อปากไอ้ครั้นจะให้เราคอยไปอธิบายว่ามันไม่ใช่ก็คงจะเหนื่อยเกินไป ก็นะ ถ้าไม่ได้ยินกับหูตัวเองก็แล้วไปแต่ถ้าได้ยินเมื่อไหร่...ก็ต้องมีเลือดกลบปากกันบ้างเป็นธรรมดา "อุ๊ย วันนี้กินข้าวมันไก่เลยนะลูกโซ่" เสียงเพื่อนหญิงคนหนึ่งที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับฉันพูดขึ้นพลางมองจานข้าวมันไก่ตรงหน้าฉัน "ไม่กลัวอ้วนเหรอไง?" เธอถามแล้วฉันก็ตอบ "ก็ไม่นิ" ก็ฉันเป็นแบบนี้อ่ะเป็นพวกกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนซึ่งตัวฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม "น่าอิจฉาจังไม่กลัวอ้วนด้วย มีเคล็ดลับดีๆอะไรบอกกันมั่งสิ" ฉันไม่ได้พูดตอบได้แต่ส่งยิ้มน้อยๆให้เธอ "หรือว่า...บริหารบ่อย" "พูดอะไรนะ?" ฉันหุบยิ้มลงพลางถามเธอกลับแทบจะทันที หมายความว่ายังไงที่ว่าบริหารบ่อยน่ะ "ก็แหม ก็แบบบริหารร่างกายบ่อยๆ ออกกำลังกายในร่มจำพวก...ท่ายากอะไรแบบนี้ปะ" เครั้~ ฉันวางช้อนซ้อมกระแทกจานทันทีที่แปลความหมายของเธอได้พวกเพื่อนๆที่นั่งโต๊ะร่วมกันอยู่หยุดคุยเล่นกันพลางหันมามองที่ฉันเป็นตาเดียว ยัยนี่น่ะนะฉันก็ไม่ค่อยได้เสวนาด้วยเท่าไหร่หรอกเพราะเธอชอบมองคนด้วยสายตาเหยียดหยามอาศัยที่ยังพอพูดกันได้ในบางครั้งแต่ครั้งนี้คงพูดกันไม่ได้แล้วมั้งถ้าจะปากหมาแบบนี้อ่ะ ฉันจิกตามองหน้าเธอแต่ยังไม่พูดอะไรยัยนั่นยิ้มเหมือนดีใจที่ด่าฉันทางอ้อมได้ ก็คงเป็นพวกไม่จริงใจกับใครด้วยสินะผู้หญิงคนนี้ "คืนนึงนี่...เล่นไปกี่ท่าอ่ะ แล้ว...กี่คนเหรอ?" พูดยังงี้ด่าฉันว่าขายตัวไปเลยดีกว่าปะ ถนัดนักนะ เรื่องจิกกัดชาวบ้านขนาดเพื่อนก็ยังไม่เว้น เหอะ! "หยุดแพล่มดีกว่าป้ะ เก็บปากไว้กินข้าวเถอะ" ฉันกัดฟันพูด ไม่อยากมีเรื่องกับใครน่ะ อย่าแกว่งปากหาเท้าเลย ขอร้องล่ะ! "แหม ฉันก็อยากรู้บ้าง" "จะหยุดพูดดีๆปะะ" "ก็ถ้าไม่หยุดล่ะ จะทำไม" ยัยนั่นพูดพลางเชิดหน้าทำท่าท้าทายฉัน แล้วคนอย่างฉันน่ะมันก็แปลก แปลกตรงที่ไม่ชอบให้ใครมาท้าไง "ก็ถ้าจะปากหมาขนาดนี้อ่ะนะ..." "ทำไมไม่ทราบ?" "ทำไมอ่ะเหรอ หึ!" โพละ~ ฉันพูดพลางคว้าจานข้าวราดซอสอะไรก็ไม่รู้โปะลงไปบนหัวของเธอทันทียัยนั่นลุกพรวดขึ้นอย่างตกใจพลางกรีดร้องเสียงหลง "กรี้ดดด ทำบ้าอะไรของแกห๊ะ อี อ๊ะ!" "แถมน้ำให้ด้วย!" ซ่า~ พูดจบฉันก็สาดน้ำแดงใส่หน้าเธอตามไปอีกแก้วยัยนั่นกรีดร้องลั่นรอบที่สองพลางดิ้นเร่าๆ "กรี้ดดด แก แก" "รำคาญว่ะ!" "อีโซ่ อุ๊บ!" และฉันก็ไม่รอให้ยัยนี่โวยวายอะไรให้รำคาญหูเพราะฉันใช้มือกวาดเศษอาหารที่ล่วงลงมาอยู่บนโต๊ะพลางใช้มืออีกข้างบีบปากเธอให้อ้าออกก่อนจะยัดเศษข้าวพวกนั้นใส่ปากเธอตามด้วยน้ำเปล่าของฉันที่กรอกเข้าปากเธอตามไปติดๆจนเจ้าตัวสำลักแค่กๆ ส่วนตอนนี้นะ เหรอพวกเพื่อนๆร่วมโต๊ะก็แตกฮือกันหมดแล้วและคนทั้งโรงอาหารก็มองมาที่เราเป็นตาเดียวด้วย แต่อารมณ์แบบนี้ใครสนล่ะ? "แค่ก แค่ก แก อี แค่ก" "นี่คือของรางวัลสำหรับคนที่ชอบเสือกเรื่องชาวบ้านไง กินเข้าไปซะปากจะได้ไม่ว่าง!" ฉันพูดส่วนยัยนั่นก็ได้แต่สำลักเศษอาหาร สภาพของยัยนั่นตอนนี้น่ะเหรอ...บอกได้คำเดียวเลย เละ! "แค่ก แค่ก" "คราวหลังถ้าปากหมากับฉันอีกจะไม่ได้กินแค่เศษอาหารแน่ จำไว้!" พลั่ก~ ฉันพูดพร้อมผลักยัยนั่นที่โก่งคอสำลักอยู่จนหงายหลังลงไปบนพื้นพร้อมกับเดินออกมาจากโรงอาหารทันทีท่ามกลางสายตาของนักศึกษาที่มองฉันพลางหันไปซุบซิบนินทากันยกใหญ่ ให้ตายเหอะวันนี้ฉันกินข้าวไม่สงบสุขอีกแล้ว! กึก~ แต่แล้วฉันก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งเดินสวนมาตรงทางออกของโรงอาหารและเขาดันหยุดยืนดักหน้าฉันไว้ซะอย่างนั้น ฉันตวัดสายตามองหน้าเขาที่ตอนนี้เขามองไปที่ยัยปากเสียนั่นที่กำลังลุกขึ้นยืนโดยมีพวกเพื่อนๆของเธอช่วยพยุงให้ลุกขึ้นก่อนจะหลุบตามองหน้าฉันด้วยสายตาเชิงตำหนิ ดูก็รู้ว่าเขากำลังด่าฉันอยู่ในใจ "อีโซ่!ฉันเอาคืนแกแน่ ฉันไม่ยอม ไม่ยอม!" แล้วก็มีเสียงของยัยนั่นตะโกนตามหลังฉันมา ฉันกรอกตาไปมาอย่างเซ็งๆก่อนจะทำเป็นไม่สนใจคำพูดของเธอแล้วเดินกระแทกไหล่ของนายนั่นที่ยืนขวางฉันอยู่ออกไปทันที*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







