FAZER LOGIN17.00 น.
ตอนนี้ก็ได้เวลาแข่งรถแล้วฉันมารวมตัวกับทุกคนในซุ้มเหมือนเดิม ส่วนแทนกับตะวันก็ลงไปในสนามหลังจากการแสดงเล็กน้อยจบลง ซึ่งการแสดงนั้นก็คือการเต้นโคโยตี้บนรถเครื่องเสียงคันหรูซึ่งโคโยตี้สาวคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย ยัยแจนนั่นแหละ บรื้นนน~ เมื่อหญิงสาวสวยที่ยืนอยู่ระหว่างกลางตรงหน้ารถทั้งสองคันของแทนและตะวันสะบัดธงสีแดงทั้งสองข้างลงนั่นคือสัญญาณให้รถแข่งทั้งสองคันพุ่งทะยานออกไปด้านหน้าทันที ฉันและทุกคนในสนามต่างจดจ้องไปที่รถทั้งสองคันอย่างไม่วางตา ฉันหวังว่าแทนจะชนะเขานะ ฟลุ่บ~ "คู่นี้สูสีนะ" เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับเก้าอี้ตัวข้างๆฉันซึ่งเคยเป็นที่นั่งของแทนมีคนทิ้งตัวลงนั่งทำให้ฉันละสายตามามองเขา "ตะวัน กับ แทน เธอว่าใครจะชนะ?" ไดม่อนนั่นเองที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆฉันเขาเอียงคอถามฉันแล้วฉันก็ตอบเขาไป "ก็ต้องแทนสิ" "นั่นสิน่ะ ฉันก็ถามแปลกเธอมากับแทนเธอก็ต้องเชียร์ให้มันชนะสิเนอะ" เขายิ้มให้ฉันพลางมองลงไปในสนาม "แต่ดูหน้าเธอไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นะ" เขาหันมาพูดกับฉันอีกครั้ง หน้าฉันนี่นะไม่ค่อยมั่นใจ ฉันมั่นใจออกนะ มั่นใจว่าแทนจะต้องชนะ ยังไงแทนก็ต้องชนะนายนั่นเพราะฉันอยากเห็นเขาแพ้ "ฉันมั่นใจว่าแทนจะชนะ" ฉันตอบออกไปพลางหันหน้าลงมองไปในสนามอีกครั้ง รถของทั้งคู่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วผ่านจุดที่ฉันนั่งอยู่ไปรอบนึงแล้วก็เหลืออีกแค่รอบเดียวเท่านั้นที่เราจะรู้ผลว่าใครจะชนะ "สักหน่อยมั้ย?" ไดม่อนพูดขึ้นพลางยื่นกระป๋องเบียร์มาตรงหน้าฉัน ฉันหลุบตาลงมองมันก่อนจะรับมันมาถือไว้ "เธอนี่ก็เข้ากับคนง่ายดีนะ" เขาพูดกับฉันพลางยิ้มให้ ฉันเอียงคอมองเขา "ง่าย?" "เฮ้ๆ อย่าเข้าใจผิดฉันไม่ได้ว่าเธอแบบนั้น" ไดม่อนรีบโบกมือปฏิเสธพัลวันเมื่อเห็นว่าฉันเหมือนจะเข้าใจในคำพูดเขาผิดไป "เหรอ ฉันก็คิดว่าผู้ชายทุกคนมองว่าฉันเป็นคนง่ายเหมือนกันหมด" "เห้ย ทำไมมองฉันในแง่ร้ายจัง ฉันแค่คิดว่าเธอเฟรนลี่ดี ไม่งี่เง่าด้วย ไม่มีใครเขามองเธอแบบนั้นหรอก" มีสิ!ทำไมจะไม่มีล่ะ ก็ไอ้บ้าตะวันนั่นไง "เห้ย มากันแล้วเว้ย" เสียงเอะอะดังขึ้นอีกครั้งเรียกให้ฉันกับไดม่อนหยุดสนทนากันพลางหันไปมองในสนาม รถสีน้ำเงินของแทนนำมาก่อนทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมาคิดว่ายังไงแทนก็ชนะแน่ๆ พรึ่บ~ ฉันลุกขึ้นยืนจับจ้องไปที่สนามอย่างร้อนรนพลางพึมพำชื่อแทนออกมาเพราะในใจฉันภาวนาอยู่ว่าแทนต้องชนะ "แทน..." นายต้องชนะ "อย่าด่วนสรุปไป...ตะวันมันไม่หมูหรอก" แต่เสียงพูดของไดม่อนที่นั่งอยู่ที่เดิมก็พูดขึ้นอีกทำให้ฉันหันไปมองเขาด้วยความสงสัย ไดม่อนกระตุกยิ้มพลางพยักเพยิดไปในสนามฉันขมวดคิ้วก่อนจะหันกลับไปมองในสนาม และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่รถของทั้งคู่แล่นสูสีกันเข้ามาที่โค้งสุดท้ายและ บรื้นนน~ เห้ย ไม่นะ! เอี้ยดดด~ เฮฮฮฮ~ ฉันเบิกตากว้างเมื่อถึงตรงโค้งสุดท้ายจู่ๆรถของนายตะวันก็เร่งสปีดขึ้นมาแซงรถของแทนและพุ่งทยานเข้าสู่เส้นชัยนำแทนไปเพียงแค่ไม่กี่วินาที ฉันอึ้งกับภาพที่เห็น เมื่อรถคันที่เข้าเส้นชัยก่อนดันเป็นรถของเขา...ตะวัน "ฮ่ะๆ บอกแล้ว ไอ้นี่ชอบเล่นแบบนี้ทุกที" ไดม่อนหัวเราะออกมาพลางลุกขึ้นมายืนข้างๆฉันและตบบ่าฉันเบาๆเขาชอบใจที่เขาพูดถูกว่าตะวันไม่หมู เขาเล่นทีเผลอชัดๆเขาแกล้งให้แทนตายใจว่าจะชนะและชะล่าใจก่อนจะสปีดตัวขึ้นแซงในโค้งสุดท้ายแบบนี้ทั้งที่ในระยะโค้งไม่มีใครเขาเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานแบบนี้หรอกมันเสี่ยงจะตายไป เขามันบ้าที่สุดเลย ให้ตายเหอะ! ปึ้ง~ เสียงประตูรถที่ถูกกระแทกลงอย่างแรงด้วยฝีมือของแทนเขาดูหงุดหงิดและโมโหมากส่วนไอ้บ้าตะวันน่ะเหรอ... เขาก็เดินยิ้มร่าเข้ามาในซุ้มแล้วน่ะสิ เขาเดินผ่านฉันพลางกระตุกยิ้มยียวนใส่ฉันส่วนแทนก็เดินตามขึ้นมาในซุ้ม "อ่ะ รางวัลของแก" ไดม่อนหยิบกระเป๋าใบเล็กใบหนึ่งส่งให้ตะวันซึ่งฉันคิดว่าในนั้นก็คงเป็นเงินเดิมพันจำนวนหนึ่งนั่นแหละ ตะวันหลุบตาลงมองกระเป๋าใบนั้นแล้วรับมันมาถือไว้ก่อนจะพูดขึ้น "ขอเปลี่ยนของรางวัล" และสิ่งที่เขาพูดทำให้ไดม่อนและเพื่อนๆมองหน้าเขาอย่างสงสัยจริงๆก็ไม่ใช่แค่คนพวกนั้นหรอกฉันกับแทนก็ยังสงสัยไปด้วยเลย "กฎของที่นี่ ผู้ชนะมีสิทธิ์ทุกอย่างใช่มั้ยล่ะ" "ก็เออ แต่ว่าไม่เอาเงินแล้วแกจะเอาอะไร?" ไดม่อนถาม ตะวัยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะโยนกระเป๋าเงินใบนั้นให้แทนส่วนแทนก็เผลอรับมันอย่างไม่ทันตั้งตัว พรึ่บ~ "เงินของแกฉันไม่อยากได้แล้วว่ะ" "แล้วแกจะเอาอะไรวะ?" แทนถามอย่างงงๆ ส่วนอีตานั่นก็ไม่ยอมตอบเขาได้แต่ยิ้มออกมาก่อนที่จะ... หมับ~ "อ๊ะ" ฝ่ามือหนาของตะวันคว้าข้อมือฉันพร้อมกับกระชากเข้าหาตัวเขาอย่างรวดเร็วแล้วตวัดแขนโอบไหล่ฉันไว้ทันที "อะไร ทำอะไรของนาย ห๊ะ!" ฉันหันไปมองเขาตาขวางพลางแกะมือเขาออกจากไหล่ฉันแต่เขาก็ไม่ปล่อย "ฉันขอเปลี่ยนของรางวัลเป็นยัยนี่แทน" ห๊ะ? "อะไรนะ!" เสียงเพื่อนของเขาร้องอุทานออกมาพร้อมกัน ก็คงไม่มีใครคิดไงว่าเขาจะเล่นบ้าๆแบบนี้ "ไม่ตลก เอาเดิมพันของแกไป!" แทนพูดพร้อมกับโยนกระเป๋าให้ตะวัน นายนั่นรับมันก่อนจะโยนมันกลับไปให้แทนอีกครั้ง นี่เขาเล่นบ้าอะไรวะเนี่ย นั่นเงินนะ ทำไมโยนกันไปโยนกันมาเหมือนมันไม่มีค่าอะไรเลยเล่า! "ฉันจะเอายัยนี่" "เห้ย!" พรึ่บ~ "ฉันมีสิทธิ์ป่ะวะ" เขาพูดพร้อมกับกระชากฉันเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าวในจังหวะที่แทนจะเข้ามาคว้าข้อมือฉัน พลางกระตุกยิ้มอย่างกวนประสาท "ฉันชนะ ฉันมีสิทธิ์เรียกรางวัลจากคนแพ้" "แต่ตอนแรกมันเป็นเงินเว้ย!" "แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้วว่ะ" "แก!" แทนคงทนคำพูดกับใบหน้ามึนตึงกวนประสาทของไอ้บ้านี่ไม่ไหวเขาถลาเข้ามาหาตะวันอย่างเอาเรื่องจนฉันต้องห้ามไว้ "แทนอย่า!" ที่ฉันห้ามไม่ใช่อะไรหรอก ฉันรู้ว่าคนในซุ้มนี้เป็นเพื่อนเขาถ้ามีเรื่องกันต่อให้ไอ้บ้านี่เป็นคนผิดหรือเป็นคนเริ่มเรื่องขึ้นมายังไงเพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อน เข้าใจใช่มั้ย ฉันไม่อยากให้แทนมีเรื่องและฉันคิดว่าฉันรับมือกับไอ้บ้านี่ได้ "ลูกโซ่!" "ไม่เป็นไรแทน" ฉันส่ายหน้าให้เขาเบาๆก่อนจะหันควับไปมองหน้าตะวันที่จู่ๆก็บีบไหล่ฉันอย่างแรง "ฉันดูแลตัวเองได้"*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







