LOGIN17.00 น.
ตอนนี้ก็ได้เวลาแข่งรถแล้วฉันมารวมตัวกับทุกคนในซุ้มเหมือนเดิม ส่วนแทนกับตะวันก็ลงไปในสนามหลังจากการแสดงเล็กน้อยจบลง ซึ่งการแสดงนั้นก็คือการเต้นโคโยตี้บนรถเครื่องเสียงคันหรูซึ่งโคโยตี้สาวคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย ยัยแจนนั่นแหละ บรื้นนน~ เมื่อหญิงสาวสวยที่ยืนอยู่ระหว่างกลางตรงหน้ารถทั้งสองคันของแทนและตะวันสะบัดธงสีแดงทั้งสองข้างลงนั่นคือสัญญาณให้รถแข่งทั้งสองคันพุ่งทะยานออกไปด้านหน้าทันที ฉันและทุกคนในสนามต่างจดจ้องไปที่รถทั้งสองคันอย่างไม่วางตา ฉันหวังว่าแทนจะชนะเขานะ ฟลุ่บ~ "คู่นี้สูสีนะ" เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับเก้าอี้ตัวข้างๆฉันซึ่งเคยเป็นที่นั่งของแทนมีคนทิ้งตัวลงนั่งทำให้ฉันละสายตามามองเขา "ตะวัน กับ แทน เธอว่าใครจะชนะ?" ไดม่อนนั่นเองที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆฉันเขาเอียงคอถามฉันแล้วฉันก็ตอบเขาไป "ก็ต้องแทนสิ" "นั่นสิน่ะ ฉันก็ถามแปลกเธอมากับแทนเธอก็ต้องเชียร์ให้มันชนะสิเนอะ" เขายิ้มให้ฉันพลางมองลงไปในสนาม "แต่ดูหน้าเธอไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นะ" เขาหันมาพูดกับฉันอีกครั้ง หน้าฉันนี่นะไม่ค่อยมั่นใจ ฉันมั่นใจออกนะ มั่นใจว่าแทนจะต้องชนะ ยังไงแทนก็ต้องชนะนายนั่นเพราะฉันอยากเห็นเขาแพ้ "ฉันมั่นใจว่าแทนจะชนะ" ฉันตอบออกไปพลางหันหน้าลงมองไปในสนามอีกครั้ง รถของทั้งคู่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วผ่านจุดที่ฉันนั่งอยู่ไปรอบนึงแล้วก็เหลืออีกแค่รอบเดียวเท่านั้นที่เราจะรู้ผลว่าใครจะชนะ "สักหน่อยมั้ย?" ไดม่อนพูดขึ้นพลางยื่นกระป๋องเบียร์มาตรงหน้าฉัน ฉันหลุบตาลงมองมันก่อนจะรับมันมาถือไว้ "เธอนี่ก็เข้ากับคนง่ายดีนะ" เขาพูดกับฉันพลางยิ้มให้ ฉันเอียงคอมองเขา "ง่าย?" "เฮ้ๆ อย่าเข้าใจผิดฉันไม่ได้ว่าเธอแบบนั้น" ไดม่อนรีบโบกมือปฏิเสธพัลวันเมื่อเห็นว่าฉันเหมือนจะเข้าใจในคำพูดเขาผิดไป "เหรอ ฉันก็คิดว่าผู้ชายทุกคนมองว่าฉันเป็นคนง่ายเหมือนกันหมด" "เห้ย ทำไมมองฉันในแง่ร้ายจัง ฉันแค่คิดว่าเธอเฟรนลี่ดี ไม่งี่เง่าด้วย ไม่มีใครเขามองเธอแบบนั้นหรอก" มีสิ!ทำไมจะไม่มีล่ะ ก็ไอ้บ้าตะวันนั่นไง "เห้ย มากันแล้วเว้ย" เสียงเอะอะดังขึ้นอีกครั้งเรียกให้ฉันกับไดม่อนหยุดสนทนากันพลางหันไปมองในสนาม รถสีน้ำเงินของแทนนำมาก่อนทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมาคิดว่ายังไงแทนก็ชนะแน่ๆ พรึ่บ~ ฉันลุกขึ้นยืนจับจ้องไปที่สนามอย่างร้อนรนพลางพึมพำชื่อแทนออกมาเพราะในใจฉันภาวนาอยู่ว่าแทนต้องชนะ "แทน..." นายต้องชนะ "อย่าด่วนสรุปไป...ตะวันมันไม่หมูหรอก" แต่เสียงพูดของไดม่อนที่นั่งอยู่ที่เดิมก็พูดขึ้นอีกทำให้ฉันหันไปมองเขาด้วยความสงสัย ไดม่อนกระตุกยิ้มพลางพยักเพยิดไปในสนามฉันขมวดคิ้วก่อนจะหันกลับไปมองในสนาม และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่รถของทั้งคู่แล่นสูสีกันเข้ามาที่โค้งสุดท้ายและ บรื้นนน~ เห้ย ไม่นะ! เอี้ยดดด~ เฮฮฮฮ~ ฉันเบิกตากว้างเมื่อถึงตรงโค้งสุดท้ายจู่ๆรถของนายตะวันก็เร่งสปีดขึ้นมาแซงรถของแทนและพุ่งทยานเข้าสู่เส้นชัยนำแทนไปเพียงแค่ไม่กี่วินาที ฉันอึ้งกับภาพที่เห็น เมื่อรถคันที่เข้าเส้นชัยก่อนดันเป็นรถของเขา...ตะวัน "ฮ่ะๆ บอกแล้ว ไอ้นี่ชอบเล่นแบบนี้ทุกที" ไดม่อนหัวเราะออกมาพลางลุกขึ้นมายืนข้างๆฉันและตบบ่าฉันเบาๆเขาชอบใจที่เขาพูดถูกว่าตะวันไม่หมู เขาเล่นทีเผลอชัดๆเขาแกล้งให้แทนตายใจว่าจะชนะและชะล่าใจก่อนจะสปีดตัวขึ้นแซงในโค้งสุดท้ายแบบนี้ทั้งที่ในระยะโค้งไม่มีใครเขาเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานแบบนี้หรอกมันเสี่ยงจะตายไป เขามันบ้าที่สุดเลย ให้ตายเหอะ! ปึ้ง~ เสียงประตูรถที่ถูกกระแทกลงอย่างแรงด้วยฝีมือของแทนเขาดูหงุดหงิดและโมโหมากส่วนไอ้บ้าตะวันน่ะเหรอ... เขาก็เดินยิ้มร่าเข้ามาในซุ้มแล้วน่ะสิ เขาเดินผ่านฉันพลางกระตุกยิ้มยียวนใส่ฉันส่วนแทนก็เดินตามขึ้นมาในซุ้ม "อ่ะ รางวัลของแก" ไดม่อนหยิบกระเป๋าใบเล็กใบหนึ่งส่งให้ตะวันซึ่งฉันคิดว่าในนั้นก็คงเป็นเงินเดิมพันจำนวนหนึ่งนั่นแหละ ตะวันหลุบตาลงมองกระเป๋าใบนั้นแล้วรับมันมาถือไว้ก่อนจะพูดขึ้น "ขอเปลี่ยนของรางวัล" และสิ่งที่เขาพูดทำให้ไดม่อนและเพื่อนๆมองหน้าเขาอย่างสงสัยจริงๆก็ไม่ใช่แค่คนพวกนั้นหรอกฉันกับแทนก็ยังสงสัยไปด้วยเลย "กฎของที่นี่ ผู้ชนะมีสิทธิ์ทุกอย่างใช่มั้ยล่ะ" "ก็เออ แต่ว่าไม่เอาเงินแล้วแกจะเอาอะไร?" ไดม่อนถาม ตะวัยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะโยนกระเป๋าเงินใบนั้นให้แทนส่วนแทนก็เผลอรับมันอย่างไม่ทันตั้งตัว พรึ่บ~ "เงินของแกฉันไม่อยากได้แล้วว่ะ" "แล้วแกจะเอาอะไรวะ?" แทนถามอย่างงงๆ ส่วนอีตานั่นก็ไม่ยอมตอบเขาได้แต่ยิ้มออกมาก่อนที่จะ... หมับ~ "อ๊ะ" ฝ่ามือหนาของตะวันคว้าข้อมือฉันพร้อมกับกระชากเข้าหาตัวเขาอย่างรวดเร็วแล้วตวัดแขนโอบไหล่ฉันไว้ทันที "อะไร ทำอะไรของนาย ห๊ะ!" ฉันหันไปมองเขาตาขวางพลางแกะมือเขาออกจากไหล่ฉันแต่เขาก็ไม่ปล่อย "ฉันขอเปลี่ยนของรางวัลเป็นยัยนี่แทน" ห๊ะ? "อะไรนะ!" เสียงเพื่อนของเขาร้องอุทานออกมาพร้อมกัน ก็คงไม่มีใครคิดไงว่าเขาจะเล่นบ้าๆแบบนี้ "ไม่ตลก เอาเดิมพันของแกไป!" แทนพูดพร้อมกับโยนกระเป๋าให้ตะวัน นายนั่นรับมันก่อนจะโยนมันกลับไปให้แทนอีกครั้ง นี่เขาเล่นบ้าอะไรวะเนี่ย นั่นเงินนะ ทำไมโยนกันไปโยนกันมาเหมือนมันไม่มีค่าอะไรเลยเล่า! "ฉันจะเอายัยนี่" "เห้ย!" พรึ่บ~ "ฉันมีสิทธิ์ป่ะวะ" เขาพูดพร้อมกับกระชากฉันเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าวในจังหวะที่แทนจะเข้ามาคว้าข้อมือฉัน พลางกระตุกยิ้มอย่างกวนประสาท "ฉันชนะ ฉันมีสิทธิ์เรียกรางวัลจากคนแพ้" "แต่ตอนแรกมันเป็นเงินเว้ย!" "แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้วว่ะ" "แก!" แทนคงทนคำพูดกับใบหน้ามึนตึงกวนประสาทของไอ้บ้านี่ไม่ไหวเขาถลาเข้ามาหาตะวันอย่างเอาเรื่องจนฉันต้องห้ามไว้ "แทนอย่า!" ที่ฉันห้ามไม่ใช่อะไรหรอก ฉันรู้ว่าคนในซุ้มนี้เป็นเพื่อนเขาถ้ามีเรื่องกันต่อให้ไอ้บ้านี่เป็นคนผิดหรือเป็นคนเริ่มเรื่องขึ้นมายังไงเพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อน เข้าใจใช่มั้ย ฉันไม่อยากให้แทนมีเรื่องและฉันคิดว่าฉันรับมือกับไอ้บ้านี่ได้ "ลูกโซ่!" "ไม่เป็นไรแทน" ฉันส่ายหน้าให้เขาเบาๆก่อนจะหันควับไปมองหน้าตะวันที่จู่ๆก็บีบไหล่ฉันอย่างแรง "ฉันดูแลตัวเองได้"-ตะวัน- ปึ้ง~ ผมจอดรถหลังจากขับรถเข้ามาในรั้วบ้าน สายตาผมมองไปที่รถหรูคันหนึ่งที่จอดอยู่ภายในบ้านของผมเช่นกัน ซึ่งรถคันนี้ผมไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าเป็นของใคร สวบ~ ผมเดินเข้ามาในบ้าน วันนี้บ้านเงียบ ปกติแล้วเมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ลูกกับเมียผมจะออกมารับถึงหน้าบ้าน แต่วันนี้กลับไม่มีใครโผล่มา... หรือว่าไม่อยู่? "พ่อขาาา" ผมหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆของลูกสาวตัวเอง ผมหันหลังกลับไปก็เห็นเด็กผู้หญิงอายุสามขวบกว่าๆวิ่งออกมาจากห้องนั่งเล่น เด็กน้อยหน้าตาน่ารักวิ่งเข้ามาหาผม พรึ่บ~ ผมก้มลงไปอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนพลางหอมแก้มไปทั้งสองข้าง "หอมจริงๆ ลูกสาวใครครับ" "ลูกสาวพ่อค่ะ^^" เด็กผู้หญิงในอ้อมแขนผมพูดพลางยิ้มกว้างและจิ้มนิ้วชี้ลงมาบนอกผม ผมมองรอยยิ้มนั้น เหมือนแม่ไม่มีผิด ลูกสาวหน้าตาคล้ายผม แต่กลับมีรอยยิ้มเหมือนกับแม่ซึ่งทำให้ผมแพ้เสมอ "หอมพ่อยัง" ฟอด~ พอผมพูดไป ลูกสาวผมก็หอมแก้มผมซ้ายขวาบ้าง ผมยกยิ้มพลางถามขึ้น "แม่ไปไหนครับ วันนี้ไม่เห็นออกมารับเลย" "แม่อยู่กับลุงแทนค่ะ" "ลุงแทน?" ผมครางถามพลางขมวดคิ้ว ลุงแทนเหรอ... สวบ~ "ตะวัน" ผมหันไปม
"ลูกโซ่" ฉันหันไปตามเสียงเรียกหาที่ดังมาจากด้านหลัง คนที่เรียกชื่อฉันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก "ทำไมหลบมาอยู่นี่ ฉันหาตั้งนาน" ตะวันพูดพร้อมกับคว้ามือฉันไปจับไว้ ฉันหลุบตาลงมองมือของเราที่จับกันก่อนจะพูดขึ้น "ฉัน..." "ทำไม เป็นอะไร?" ตะวันขมวดคิ้วมองฉันอย่างสงสัย ตอนนี้เราอยู่ที่บ้านของเขาวันนี้มีการจัดงานปาร์ตี้วันเกิดคุณลุงอาทิตย์พ่อของตะวัน และเพราะท่านเป็นนักธุรกิจก็เลยมีแขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานมากอยู่เหมือนกันพ่อของฉันก็มาที่นี่พร้อมกับแม่เลี้ยงและลูกแก้ว ฉันเองก็ถูกเชิญให้มาที่นี่เหมือนกันในฐานะคู่หมั้นของตะวันลูกชายคนโตของท่าน แต่ที่ฉันกำลังคิดจะขอตัวกลับเพราะฉันคิดว่าฉันไม่ควรจะมายืนอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ เห้อออ~ ฉันถอนหายใจออกมาเพราะก่อนหน้านี้ฉันแยกไปเข้าห้องน้ำและฉันบังเอิญได้ยินพวกลูกผู้ดีหลายคนที่รุ่นราวคราวเดียวกับฉันกำลังพูดถึงฉันและพูดถึงในทางเสื่อมเสีย ปกติฉันไม่เคยแคร์อยู่แล้วกับเรื่องพวกนี้แต่เพราะมีคำพูดหนึ่งที่พวกนั้นพูดกันมันทำให้ฉันสะอึก 'ไม่รู้พี่ตะวันไปหมั้นกับผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไงเนอะ ผ่านผู้ชายมาไม่รู้ตั้งกี่คนแล้วทำไมพี่เขาถึงได้ใฝ่ต่ำจัง'
เขากัดฟันพูดกับฉันเหมือนหมดความอดทนหลุบตาลงมองสำรวจตัวฉันอีกครั้ง ปิดประตูรถใส่หน้าดังปึ้งก่อนจะเดินจ้ำมาขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วก็สตาร์ทรถขับออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว บรื้นนน~ *คอนโด ฟลุ่บ~ "ดะ เดี๋ยว" ฉันร้องห้ามเมื่อตะวันดันร่างของฉันที่เข้ามาในห้องพอประตูปิดลงเขาก็ดันฉันเข้าหาฝาผนังข้างประตูก่อนจะตามมายืนประกบไว้ เขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกดตัวฉันจนแผ่นหลังติดกำแพงแทบจะฝังเข้าไปในกำแพงได้อยู่แล้วแถมยังก้มลงมาจรดริมฝีปากกับต้นคอของฉันเลยด้วย "ฟังก่อนสิ..." ฉันใช้มือดันหน้าเขาออกมา ตะวันหลุบตาจ้องมองฉันอย่างคาดโทษ "ชอบยั่วนักไม่ใช่เหรอ ห้ามทำไม" แต่ตะวันกลับตอกกลับมาจนฉันสะอึก "แต่งตัวแบบนี้คราวหลังก็แก้ผ้าเลยสิ" เขามองการแต่งตัวของฉันอีกครั้งตั้งแต่ศีรษะจนปลายเท้า ฉันรู้ว่าเขาโกรธอยู่และฉันก็กำลังจะง้อเขาอยู่เหมือนกัน ฉันถึงได้ยิ้มออกมาจนตะวันชักสีหน้าตึงเข้าไปอีก "หึงเหรอ" ฉันถามเชิดหน้ามองอย่างท้าทาย ตะวันถอนหายใจแรงอย่างหงุดหงิด "จะยั่วประสาทฉันอีกนานมั้ย ลูกโซ่" "^^" ฉันกระตุกยิ้มพลางเลื่อนมือขึ้นไปคล้องคอเขาไว้เมื่อตะวันทำท่าจะผละออกไป ฉันแค่อยากให้เขา
เฮฮฮฮ~ วู้ววว~ เอี้ยด~ ฉันเหยียบเบรกรถทันทีที่รถคันหรูที่ฉันขับเคลื่อนที่เข้าสู่เส้นชัยพลันสายตาก็มองรถอีกคันที่พุ่งเข้าสู่เส้นชัยนำหน้าฉันในระยะแค่เส้นยาแดงผาแปดมันแค่นิดเดียวเท่านั้น...แต่ก็นะไม่ได้อยากจะชนะอยู่แล้ว ปึ้ก~ ฉันมองร่างสูงผู้ชนะที่เปิดประตูและก้าวลงมาจากรถพร้อมกับพวกคนกลุ่มหนึ่งที่เริ่มเดินลงมาในสนาม บรรยากาศแบบนี้ฉันคุ้นเคยดีเพราะฉันเคยแข่งรถอยู่บ่อยๆถึงช่วงนี้ฉันจะไม่ค่อยได้มาเลยก็เถอะ ฉันเห็นพวกเขาแต่ด้านนอกไม่มีใครมองเห็นฉันเพราะรถคันนี้ติดฟิล์ม รถคันนี้ไม่ใช่ของฉันแต่เป็นรถของคนที่จะต้องลงแข่งขันกับเขาแต่เผอิญว่าฉันได้มาเป็นคนขับแทนด้วยการช่วยเหลือจากเพื่อนรักของเขานั่นเอง สายตาของฉันโฟกัสไปที่ผู้ชายคนเดียวเท่านั้น คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนของเขาคนที่ทำหน้านิ่งๆไม่แสดงอารมณ์ของความดีใจที่ได้เป็นผู้ชนะออกมาเท่าไหร่...ตะวัน ฉันไม่รู้ว่าที่ตัดสินใจทำแบบนี้ถูกมั้ยแต่ฉันคิดว่ามันเป็นวิธีการง้อในแบบของฉัน ตอนแรกฉันกะว่าจะมาหาเขาพร้อมพี่ไปป์เพราะได้คุยกับพี่ไปป์ทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้แต่พอมาถึงฉันแอบเห็นผู้หญิงหลายคนเข้ามายุ่งกับเขา มันก็แค่ไม่พอใจนิดหน่อยที
กึก~ ฉันชะงักแล้วเงยหน้ามองแทนที่จ้องฉันเขม็ง "ถ้าเธอรับสายมัน ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอกลับไปหามันแน่" หมะ หมายความว่าไงกัน! "ตะวัน..." ฉันหยุดชะงักขาเมื่อก้าวเข้ามาในห้องและรู้สึกว่าภายในห้องเงียบเกินไป เหมือนกับว่าเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ที่นี่ สวบ~ ฉันก้าวเดินสำรวจไปทั่วทั้งห้องพร้อมกับเรียกหาตะวันแต่ก็พบกับความว่างเปล่า ตืดดด~ ฉันเลยเลือกที่จะโทรหาเขาแต่กลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่อยู่บนเตียง สรุปแล้วก็คือเขาไม่ได้อยู่ที่ห้องและไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ไปไหนของเขานะ? ฟลุ่บ~ ฉันนั้งลงบนเตียงข้างๆโทรศัพท์ของเขาพลันมือก็เลื่อนไปหยิบโทรศัพท์มากดดู บนภาพหน้าจอมีรูปของเราที่ถ่ายคู่กันปรากฏอยู่ ฉันจ้องมองภาพรอยยิ้มของเราผ่านหน้าจอนั้น... ก่อนที่ฉันจะได้กลับมาที่ห้องฉันไม่ได้รับสายตะวันเขาคงโกรธฉันมากแน่ๆ ดวงตาของฉันร้อนผ่าวพลันคิดไปถึงเรื่องที่โรงพยาบาล 'รีบตามไปง้อมันด้วยล่ะ' เมื่อฉันเอาแต่หลุบตาลงมองโทรศัพท์ที่มันดังแล้วก็หยุดไปเป็นแบบนี้เกือบสิบสาย ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองด้วยความหวั่นใจ 'อะไรนะ' ฉันร้องถามเขาอย่างประหลาดใจเงยหน้ามองแทนที่จู่ๆก็พูดขึ้นมา
ฉันถามย้อนกลับไปอีกครั้งเมื่อปลายสายบอกอะไรบางอย่างกับฉัน ซึ่งมันน่าตกใจจนตะวันมองฉันอย่างตกใจด้วยเช่นกัน "แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ...ค่ะ ฉันจะไป" รับปากเสร็จสรรพฉันก็กดตัดสายแล้วลุกพรวดขึ้นทันที หมับ~ "โซ่ จะไปไหน" ฉันตกใจจนลืมไปว่ามีตะวันนั่งอยู่ข้างๆจนกระทั่งเขาคว้าขอมือฉันไว้ ฉันหันไปมองหน้าเขาด้วยใบหน้าถอดสี "ใคร เป็นอะไร?" เมื่อเห็นสีหน้าไม่ดีของฉันตะวันก็หน้าเจื่อนลง เขากระเถิบเข้ามาหาฉันพลางถามแล้วบีบมือเบาๆ "คือว่า..." ฉันจะบอกเขาดีมั้ยนะ แล้วถ้าบอกไปเขาจะยอมให้ฉันไปเหรอ... "เกิดอะไรขึ้น" "ฉัน...ต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้" "ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นอะไร" แต่พอฉันพูดออกไปแบบนั้นตะวันก็รัวคำถามใส่ฉันมากขึ้น ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าตกใจและเชาก็คงตกใจ "บอกฉันสิ..." ตะวันบีบมือฉันอีกครั้ง ฉันมองหน้าเขาก่อนจะถอนหายใจ ยังไงก็คงต้องพูดสินะ "คือ...แทน" "ใครนะ?" ตะวันเอียงคอถามเขาชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อของแทน "ทะ แทน เขาขับรถชนเมื่อคืนตอนนี้อาการ..." "จะไปหามันเหรอ" ตะวันถามแทรกขึ้นมาจนฉันต้องกลืนคำพูดลงคอ ใช่ ฉันต้องไปหาเขา...ก่อนที่
ฉันไม่ตอบแต่ถามคำถามกลับไป ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆจากอีกฝ่ายแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา "เชิญครับ" ประตูฝั่งของฉันถูกดึงให้เปิดออกโดยลุงพงษ์ฉันก้มศีรษะเป็นเชิงขอบคุณก่อนจะตัดสินใจก้าวลงจากรถ ลุงพงษ์ยิ้มบางให้ฉันแล้ววิ่งไปเปิดประตูรถให้คนอีกฝั่งลงมา "มากันแล้ว" เสียงของหญิงสาววัยสามสิบปลายๆท
*Paradirs Pab "วันนี้มาไวจัง" เสียงใสๆของผู้หญิงในชุดเดรสสั้นรัดรูปที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพักพนักงานพูดขึ้นพลางเดินมานั่งลงข้างๆฉัน ฉันมองหน้าเธอผ่านโต๊ะกระจกตรงหน้าแล้วยิ้มบางๆให้ "อื้ม" ฉันส่งเสียงเบาๆตอบรับคำทักทายของเธอก่อนจะมองใบหน้าของตัวเองในกระจกโดยมีปลายฟ้านั่งมองหน้าฉันอยู่เงียบๆ
หลังจากที่ฉันหายหน้าหายตาไปหลายวันตอนนี้ฉันก็กลับมาเรียนตามปกติแล้วส่วนไอ้เรื่องรอยฟกช้ำมันก็จายหายไปแล้วจะเหลือก็แค่ตรงริมฝีปากที่แตกซึ้งรอยช้ำนั้นมันก็จางมากแล้วฉันก็อาศัยเครื่องสำอางช่วยปกปิดไว้ได้ ตึก~ ฉันเดินออกมาจากตัวตึกเพื่อที่จะเรียกรถแท็กซี่ไปมหาวิทยาลัยแต่อยู่ดีๆก็มีรถคันหนึ่งแล่นเข้
"ลูกโซ่" "..." ผมเอ่ยเรียกลูกโซ่เมื่อแบกร่างบางของเธอมาถึงห้องตัวเองได้ในที่สุดแต่ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาสักคำ ผมได้แต่พ่นลมหายใจออกมามองสภาพเปียกปอนของเราสองคนอย่างไม่รู้จะทำยังไงจนผมเอื้อมมือไปจับแขนเธอ ลูกโซ่ถึงได้เบี่ยงตัวหลบไม่ให้ผมแตะต้องเธอได้ "ไม่เอาแบบนี้ดิ" ผมพูดพลางมองเธอไม่วา







