INICIAR SESIÓNในที่สุดฉันก็ต้องมากับเขาจนได้
"ไม่คิดจะถามเหรอว่าฉันจะพาไปไหน" ตะวันพูดขึ้นหลังจากที่เขาขับรถออกมาได้ระยะหนึ่งแล้วแต่ฉันก็ยังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ "โง่" "ห๊ะ ว่าอะไรนะ?" ตะวันหันควับมาถามฉันซ้ำในสิ่งที่ฉันพูดออกไป ฉันเหลือบตามองเขาแล้วพูดซ้ำอีกรอบ "โง่" "เห้ย นี่เธอด่าฉันเหรอวะ!" "ด่าหมาข้างทางมั้ง!" ฉันพูด ก็จะไม่ให้ฉันด่าเขาว่าโง่ได้ยังไงล่ะ "เงินตั้งหลายพันไม่เอา ไม่เรียกโง่แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ" "หึ แล้วอยากรู้มั้ยล่ะว่าทำไมฉันไม่เอาเงิน" "ไม่!" "ตอนแรกฉันก็อยากได้เงิน" ก็บอกว่าไม่อยากฟัง หูตึงหรือไงวะ-- "แต่ตอนนี้มันมีอย่างอื่นที่ฉันอยากได้มากกว่า..." เขาหยุดคำพูดไว้เท่านั้นแต่ใช้สายตามองลงมาที่ต้นขาขาวเนียนของฉันอย่างโจ่งแจ้ง เหอะ ไอ้ลามกเอ้ย! "ก็ไหนว่าไม่ชอบฉันไง" ฉันพูดพร้อมกับผลักหน้าเขาอย่างแรงจนสะบัดไป "ก็ไม่ได้ชอบ...แต่อยากได้" แล้วเขาก็สะบัดหน้ากลับมาพูดจาปากหมาน่าตบเหมือนเดิม "เข้าใจซะใหม่นะ แค่อยากได้ แล้วถ้าได้..." "เอามั้ยล่ะ?" และฉันก็สวนเขาขึ้นทันควัน จำได้มั้ยว่าฉันเคยบอกว่าจะทำให้เขาชอบฉันให้ได้และฉันก็พอรู้ว่าคนอย่างเขาต้องใช้ไม้ไหนไง ตอนนี้ฉันกำลังเริ่มเกมแล้วล่ะ "ถามว่าจะเอามั้ย?" ฉันถามเขา นายนั่นชะงักพลางหันควับมามองฉัน "โรงแรมอยู่ข้างหน้า อยากได้มากก็แวะเลย" ฉันพูดพลางชี้มือไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่มันดันมาตั้งอยู่แถวนี้พอดี นายนั่นถึงกับเงียบพลางจ้องหน้าฉันด้วยสายตาเชิงตำหนิและเขาก็ขับรถผ่านโรงแรมแห่งนั้นไป "อ้าว ทำไมไม่แวะล่ะ ไม่อยากได้แล้วเหรอ?" ฉันทำเสียงสูงพูดกวนใส่เขา ฉันเดาทางเขาถูกด้วยแหละ "ใจง่าย!" เขาพูดขึ้นพลางจ้องมองไปบนถนนพร้อมกับเหยียบคันเร่งรถแรงขึ้นอีก "หึ เขาเรียกว่าใจกล้าต่างหากล่ะ" ฉันพูดกลั้วหัวเราะพลางเอนหลังพิงเบาะแล้วตวัดเรียวขาขึ้นนั่งไขว่ห้างฉันแอบเห็นเขาเหลือบตามองฉันทีนึงด้วย ผู้ชาย!ก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ เหอะ 19.25 น. ตะวันจอดรถบริเวณลานจอดรถของผับแห่งหนึ่ง เขาลงจากรถพร้อมกับลากฉันลงมาด้วย "นี่" "อะไร?" "เบาๆไม่ได้รึไงล่ะ!" "ก็เธอลีลาทำไม" "นายพาฉันมาที่นี่ทำไม" "มาผับ พามาสวดมนต์มั้ง" กวน...! "วันนี้เธอเป็นของรางวัลของฉัน เพราะฉะนั้นเธอไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น ต้องทำตามฉันอย่างเดียวเข้าใจ๊?" ฉันบิดข้อมือออกจากเขาแต่เขาก็กลับบีบมันไว้ก่อนจะกระตุกแขนฉันให้เดินตามเข้าไปในผับนั่น ให้ตาย!ไอ้บ้านี่แรงหมีควายชะมัด 22.45 น. เคร้ง~ ฉันกระแทกแก้วเหล้าที่ชงเสร็จแล้วไปตรงหน้านายตะวันที่กำลังนั่งคุยกับกลุ่มเพื่อนของเขาอย่างสนุกสนาน เพื่อนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนที่คณะเดียวกันกับเรานี่แหละเพราะฉันเคยเห็นหน้าพวกเขาและก็คงไม่ต้องถามน่ะว่าครั้งแรกที่พวกเพื่อนเขาเห็นนายนั่นลากฉันเข้ามาพวกนั้นจะมองเราด้วยสายตาแบบไหน อึก~ ตะวันหยุดคุยกับเพื่อนพลางหันควับมามองฉันแล้วส่งสายตาปรามอยู่ในทีก่อนจะคว้าแก้วเหล้าไปดื่ม ฉันแอบแช่งให้เขาสำลักเหล้าอยู่ในใจด้วยความหมั่นไส้ เด็กนั่งดริ้งในร้านก็เยอะแยะแต่ดันมาจิกหัวใช้ฉันอยู่ได้ หึ๋ย -- และฉันก็จำเป็นต้องนั่งชงเหล้าให้เขาอยู่อีกหลายแก้วจนกระทั่งฉันกำลังจะลุกขึ้นจากโซฟา หมับ~ "ไปไหน?" โอ้ยไอ้บ้า!ดึงเบาๆก็ได้มั้ย "ห้องน้ำ" ฉันตอบเขาแบบเซ็งๆ "แน่ใจไปว่าห้องน้ำ" เขาถามอย่างจับผิดจนฉันกรอกตาไปมาอย่างเอือมๆ "เออสิ ปล่อย" ฉันพูดพร้อมบิดแขนออกจากมือเขาแต่เขาไม่ยอมปล่อย "ฉันไม่หนีหรอกนะ ฉันไม่ใช่พวกขี้ขลาด" "เธอมันเจ้าเล่ใครจะไปเชื่อ ขืนเธอหนีไปฉันก็ใช้เธอไม่คุ้มกับรางวัลที่ควรจะได้สิ" มาว่าฉันเจ้าเล่ไม่ดูตัวเองเลยน่ะและคนอย่างฉันไม่ยอมให้ใครมาว่าฝ่ายเดียวหรอก ฉันถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้นเสียงดังๆ "ไม่ต้องตามไปเฝ้าหรอกอยู่คุยกับเพื่อนไปเถอะ" และคำพูดของฉันก็เรียกให้เพื่อนของเขาทุกคนหยุดคุยกันและหันมามองเราเป็นตาเดียว "ไปห้องน้ำแปบเดียวเองนะ" ฉันพูดพลางยิ้มให้เขาแล้วหลุบตาลงมองที่มือของเขาที่จับแขนฉันอยู่และฉันเชื่อว่าเพื่อนของเขาก็ต้องมองตามสายตาของฉันเหมือนกัน "อะแฮ่ม คุณตะวันครับอะไรจะ..." "หุบปากแกเลยนะไอ้ไปป์--" เพื่อนของเขากำลังจะเอ่ยปากแซวแต่นายนั่นพูดแทรกขึ้นก่อนพลางปล่อยมือออกจากแขนฉันทันที ฉันยิ้มชอบใจที่แกล้งเขาได้ก่อนจะลุกขึ้นยืนและไม่ลืมที่จะทิ้งท้ายไว้ให้เพื่อนๆของเขาแซวไอ้บ้านั่นเล่นระหว่างที่ฉันไม่อยู่โดยการก้มลงไปดึงแก้มเขาเหมือนเด็กๆ จึ้ก~ "เฮ้!" "เดี๋ยวมานะคะหนุ่มน้อย^^" พูดจบฉันก็หันหลังเดินไป 'หนุ่มน้อยเว้ยยย' 'เรียกกันน่ารักเชียว' 'ฮิ้ววว' 'ไอ้พวกเวร หุบปากให้หมดเลย!' แล้วก็เป็นเหมือนที่ฉันคิดเพราะฉันได้ยินเสียงแซวของเพื่อนๆเขาดังตามหลังมาติดๆ สมน้ำหน้า ชิ ฉันเดินออกจากห้องน้ำหลังทำธุระส่วนตัวเสร็จกำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งมายืนดักหน้าฉันไว้ ฉันจำเป็นต้องเงยหน้าไปมองเขาแล้วเขาก็ยิ้มให้ฉันด้วย "สวัสดีครับ^^" เขาเอ่ยทักทายฉัน "เอ่อ ค่ะ" ฉันตอบเขา พลางยิ้มบางๆไปให้ "มาคนเดียวเหรอครับ?" "อ๋อ เปล่าค่ะ" "ถ้างั้น...มากับแฟน?" "ปะ..." "เออ มากับแฟน"*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







