เสียงเรียบสั้นและไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ พร้อมทั้งหันกลับไปสนใจหนังสือต่ออย่างไม่ไยดีเธอเลยสักนิด พะแพงทำได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ พอเห็นปฏิกิริยาแบบนั้นจากเพื่อนร่วมห้อง
“อ๋อ.. ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
และเมื่อไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงในบรรยากาศที่ชวนอึดอัดนี้ เธอจึงเลือกที่จะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสตางค์เพื่อจะออกไปหายใจหายคอด้านนอกมากกว่า
“เราจะออกไปซื้อข้าว เธอเอาด้วยไหม”
เพียงพอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สีหน้าของเธอยังคงเรียบนิ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเพียงครั้งเดียว
“ไม่ล่ะ”
แล้วก็หันไปสนใจกับหนังสือเล่มนั้นต่อ พะแพงยืนเก้ออยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ
“โอเค งั้นเราไปก่อนนะ”
เธอเปิดประตูออกมาด้านนอก พอประตูสีครีมนั้นปิดโรงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“บรรยากาศชวนอึดอัดอะไรกันเนี่ย”
หลังออกจากหอพักตึก A พะแพงรีบเดินไปยังจุดบริการจักรยานเช่าหยอดเหรียญที่เธอเห็นหน้าหอพักของมหาวิทยาลัย หญิงสาวเลือกคันสีฟ้าอ่อน ก่อนจะสแกนจ่ายเงินแล้วปั่นออกไปทางประตูหน้ามหาลัยที่เธอจำได้ว่ามีแหล่งอาหารมากมายรออยู่
ปั่นมาเพียงไม่นาน สายตาก็ปะทะเข้ากับตลาดข้างมหาวิทยาลัยก็อยู่ตรงหน้าห่างกันเพียงรั้วกั้น กลิ่นไส้อั่ว หมูย่าง และน้ำเงี้ยวลอยคลุ้งชวนให้ท้องร้อง พะแพงจอดรถไว้ที่จุดจอด ก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้านนอกแล้วเดินเลือกซื้อทั้งอาหารและขนมพื้นเมืองอย่างตื่นเต้นจนถุงในมือแทบล้น จากนั้นก็แวะร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของใช้จำเป็นเพิ่มอีกนิดหน่อย
“แม่หนู สนใจลองกินข้าวปุกงาไหมลูก หอม ๆ เลยนะ”
“ขนมเหรอคะ งั้นเอาชุดหนึ่งค่ะ”
คุณยายมีอายุนำขนมใส่ถุงให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะหันไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งใส่มาในถุงด้วย
"ใบนี้ของหนูนะลูก"
"คืออะไรเหรอคะ"
"ใบดูดวงตามโหราศาสตร์อะไรสักอย่าง มีผู้หญิงที่แต่งตัวแปลก ๆ มาฝากป้าไว้บอกว่าให้กับหนูนั่นแหละจ้ะ"
"กับหนูเหรอคะ"
"ใช่จ้า เพราะเมื่อกี้หนูเดินผ่านไปใช่ไหมล่ะ เธอคนนั้นบอกว่าต้องให้หนูให้ได้เลยนะ"
"อ๋อ ขอบคุณค่ะ"
พะแพงที่ไม่รู้ว่าคืออะไร ทันทีที่เดินมาถึงที่จอดจักรยานจึงได้หาถุงขนมนั้นแล้วหยิบกระดาษในนั้นออกมาดู
'คนที่เกิดวันศุกร์.. เสน่ห์แรง โรแมนติกชอบความรัก หัวศิลป์สายอาร์ต คุยเก่งเข้าสังคมง่าย อารมณ์อ่อนไหว และรักอิสระ'
"มันก็แค่ดูดวงทั่ว ๆ ไปไม่ใช่เหรอ ไร้สาระ"
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอก็หยิบกระดาษใส่ถุงขนมไว้ที่เดิม เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยตามที่เธอลิสต์ไว้ในหัว มือทั้งสองข้างของเธอก็เต็มไปด้วยถุงข้าวของมากมายจนแทบจะลากพื้น ทำให้การปั่นจักรยานกลับหอจึงกลายเป็นภารกิจที่เรียกว่าทุลักทุเลขั้นสุดกว่าจะถึงที่หมาย
เธอจอดรถจักรยานไปที่เดิม พร้อมหอบหิ้วข้าวของเดินขึ้นไปเคาะประตูห้อง 305 อยู่สองสามครั้ง และไม่นานเพียงพอเพื่อนร่วมห้องป้ายแดงก็เดินมาเปิดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง หญิงสาวสบตาพะแพงแวบหนึ่งก่อนจะขยับตัวหลบให้เธอเข้าไปด้านในแล้วปิดประตูลง ดวงตากลมโตที่ลอดผ่านใต้เลนส์แว่นมองพะแพงที่กำลังวางถุงทั้งหมดลงบนโต๊ะกลางห้อง
“ยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม ฉันซื้อขนมมาฝากด้วยนะ”
หลังจากที่พะแพงวางถุงทั้งหมดลงแล้ว เธอหันมาพูดกับเพื่อนร่วมห้องด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร แต่เพียงพอมองถุงอาหารที่แทบเต็มโต๊ะด้วยสายตานิ่ง ๆ
“ไม่หิว”
เธอพูดเพียงแค่นั้นและทำท่าจะเดินกลับไปที่โต๊ะหนังสือของตัวเองอีกหน ซึ่งก็ไม่ต่างจากที่พะแพงคิดเอาไว้สักเท่าไหร่ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนเอื้อมคว้าข้อมือเพียงพอเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชิญชวนอีกครั้ง
“ฉันซื้อมาเยอะขนาดนี้เธอจะไม่ช่วยกินหน่อยเหรอ ฉันกินไม่หมดหรอกนะ”
เพียงพอหยุดเท้าก่อนจะใช้สายตามองไปที่ข้อมือตัวเองโดยไม่พูดอะไร แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้พะแพงรู้ตัวว่าทำเกินไปหน่อย ก่อนจะรีบปล่อยมือพร้อมพูดติดขำเพื่อทำลายบรรยากาศ
“มากินเถอะน่า ฉันไม่ใส่ยาพิษหรอก”
เพียงพอยืนเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ หญิงสาวมองพระแพงที่กำลังแยกถุงอาหาร เมื่อเห็นดังนั้นจึงเดินไปหยิบจานชามมาหลายใบแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม ทั้งคู่ช่วยกันแกะถุงเทอาหารใส่จาน แม้จะไม่ได้คุยอะไรกันมาก แต่บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงกว่าเดิมไม่น้อย
ครืด! ครืด!
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังจะตักอาหารกินกันนั้น จู่ ๆ มือถือของพะแพงที่วางไว้ข้าง ๆ ก็ดังขึ้น เธอเหลือบไปมองเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์แปลกก็ชั่งใจอยู่คู่หนึ่ง แต่เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ก็รีบเอื้อมมือไปหยิบมากดรับ
“ฮัลโหล.. อ๋อ ได้ค่ะ เดี๋ยวลงไปค่ะ”
เธอกรอกเสียงให้ปลายสายก่อนจะรีบวางแล้วหันมาหาเพียงพอ
“ฉันลงไปรับของก่อนนะ เธอกินก่อนเลย”
พะแพงกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงไปชั้นล่าง เพื่อรับน้ำที่เธอสั่งเอาไว้จากไรเดอร์ จ่ายเงินเสร็จแล้วก็รีบกลับขึ้นห้องทันที แต่เมื่อเปิดประตูเข้ามากลับพบว่าเพียงพอนั้นนั่งเฉย ๆ รอเธออยู่ก่อนแล้ว
“ฉันไม่รู้ว่าเธอชอบกินอะไรเลยซื้อมาเหมือนกัน เธอกินชาเขียวได้ไหม”
เธอพูดก่อนจะยื่นชาเขียวไปให้เพียงพอแก้วหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้พะแพงประหลาดใจก็คือ ทันทีที่เพียงพอเห็นชาเขียว แววตาที่เคยเย็นชาของเธอกลับดูเป็นประกายขึ้น
“กินได้”
เพียงพอตอบสั้น ๆ ก่อนจะดูดน้ำในแก้วนั้นอย่างอารมณ์ดีผิดกับคนก่อนหน้านี้ลิบลับ
“นี่เธอก็ชอบชาเขียวสินะ ดีเลย! อย่างน้อยเราก็มีอะไรที่ชอบเหมือนกัน”