LOGIN“เกลียดแค่ไหนก็หนีกูไม่พ้น” เขาตั้งใจเข้าหาเธอเพราะเป็นของเดิมพันในเกมส์ที่เล่นสนุกกับเพื่อน ส่วนเธอตกหลุมรักเขาอย่างหมดหัวใจ เมื่อบทสรุปความจริงคือเขาก็แค่ เอาเธอมาแทนที่แฟนเก่าเพื่อคั่นเวลา...
View More“ดูดิ วันนี้โชคเข้าข้างพวกเราว่ะ”
“หึ เข้า น่าจะเข้ามือเข้าตีนพวกกูพอดี มึงว่าไหมไอ้เมฆ”
“มาสองเสือกปากแจ๋ว”
“แจ๋วไหม ก็เอาตีนมึงมางัดดู”
โซ่มองที่กลุ่มตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว เขามีเรื่องจำเป็นต้องผ่านมาแถวนี้กับเพื่อนสนิทอย่างเมฆ แต่เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก คู่อริอีกสถานบันก็มาแถวนี้พอดี ที่สำคัญมันมาเป็นฝูง แต่เขามาแค่สองคน
“ไอ้เหี้ยโซ่!”
“ไงไอ้อาร์ท เรียกชื่อกู กลัวจำผิดตอนโดนกระทืบเหรอวะ”
“รอเหี้ยไร! กระทืบแม่ง”
เหล่านักเรียนนักศึกษาเริ่มถอยห่างจากบริเวณป้ายรถเมย์เมื่อได้ยินทั้งสองกลุ่มพูดท้าทายกัน ทุกคนรู้ดีว่าทั้งสองสถาบันไม่ถูกกันเจอกันเมื่อไหร่เป็นอันต้องมีเรื่องชกต่อย
โซ่และเมฆเดินเข้าใส่อย่างไม่กลัวทั้งที่มาแค่สองคน ด้วยความที่ทั้งคู่รู้ใจกันเดินหน้าไม่หยุด แต่ก็มีจังหวะที่พลาดท่าโดนสวนเช่นกัน สองคนสู้กับนับสิบยังไงก็ไม่มีทางไหว
“ไอ้โซ่! ต้องถอยว่ะ”
“เออ หาจังหวะ แยกย้าย”
ในตอนแรกโซ่จะไม่ยอมถอย แต่เมื่อหันมาเห็นเมฆที่คิ้วแตกเลือดไหลอาบลงมาที่ใบหน้า เขาก็จำใจต้องยอม หากแลกไปมากกว่านี้ก็มีแต่เสียเปรียบ
“เฮ้ย! หนีเหรอวะ ตามแม่ง!”
“หึ กูกลับมาแก้แน่”
เมื่อเห็นว่าเมฆแยกไปอีกทางโซ่ก็หลีกวิ่งเข้ามาในซอยเล็ก ๆ แถวนั้นเหมือนกัน เสียงคนทั้งตะโกนและวิ่งตามไล่หลังมา เขาจำเป็นต้องหาที่หลบไม่งั้นยังไงก็ไม่รอดตีนแน่
ตาคมหันไปเห็นผู้หญิงในชุดนักศึกษาคนหนึ่งกำลังยืนหันหลังเปิดประตูกำลังจะเข้าไปในห้องพักของเธอเอง
ตึก ตึก ตึก
“เธอ! ขอเข้าไปหลบข้างในหน่อยได้ไหม”
“...”
“ได้ไหม”
“อืม เข้ามาก่อนค่ะ”
พรึบ ปึง!
แขนแกร่งดันร่างบางเข้าไปด้านในและรีบปิดประตูทันที เขาหอบหายใจอย่างแรงเพราะวิ่งมาไกล โซ่แนบหูฟังที่ประตูห้องเสียงฝีเท้าคนวิ่งมาแถวนี้นับสิบคน
“กูเห็นมาวิ่งมาทางนี้ หามันให้เจอ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ยังไงต้องกระทืบแม่งให้จมตีน”
ตึก ตึก ตึก
“ไอ้สัด! พวกมึงเจอกูแน่”
พรึบ!
“เฮ้ย! จะทำอะไร”
แขนแกร่งที่ถูกจับทำให้เขาหันไปมอง ในตอนแรกไม่ทันได้สังเกตรูปร่างหน้าตาของเธอสักเท่าไร ใบหน้าหล่อมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตะลึง เธอสวยแบบสะอาดตาใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางน้อยมากแต่กลับดูสวยจนละสายตาไปไหนไม่ได้
“หน้านายมีแผล จะทำแผลให้”
“อืม”
โซ่ที่มองไปยังมือเล็กมันคืออุปกรณ์ในการทำแผล หัวใจแกร่งกระตุกวูบ ยัยเด็กนี่ดัดฟัน! เสียงในหัวเริ่มทำงาน น่ารักฉิบหาย
“นายนั่งลงก่อนได้ไหมคะ นายตัวสูงฉันไม่ถึง”
“ขาสั้น”
“อะไรนะคะ”
“เปล่า ให้นั่งตรงไหน”
โซ่มองสำรวจในห้องของเธอทุกอย่างถูกตกแต่งด้วยสีชมพูอ่อน ขัดหูขัดตาชายหนุ่มอย่างเขาไปเสียหมด
“ปลายเตียงก็ได้ค่ะ”
“ตัวฉันเลอะ เลือดจะเปื้อนที่นอนเธอ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวค่อยเปลี่ยน”
ร่างสูงของโซ่เดินลงไปหย่อนตัวนั่งปลายเตียงนอนสีชมพู เขาถอดเสื้อช็อปที่เปื้อนทั้งดินและฝุ่นออกไปวางข้างกาย หญิงสาวลากเก้าอี้เข้ามานั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา มือเล็กเปิดกล่องพยาบาลออกเธอใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ก่อนจะยื่นมาเช็ดรอบแผลที่โหนกแก้มของชายหนุ่มตรงหน้า
“...เธอ”
“คะ”
มือเล็กหยุดชะงักอยู่ครู่หนึ่งเพื่อรอฟังคนตรงหน้าพูดต่อ
เขาจ้องหน้าเธออยู่อย่างนั้นจนคนตัวเล็กเริ่มมีอาการเลิ่กลั่ก เพราะไม่เคยเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้ นอกจากน้องชายอย่าง ภูผา“ชื่ออะไร”
“ไลลาค่ะ นายล่ะ”
“โซ่ วิศกรรมเครื่องกล ปีสี่”
“ค่ะ”
ใบหน้าหล่องขมวดคิ้วยุ่งเพราะเขาแนะนำตัวไปหมดแล้ว แทนที่เธอจะแนะนำตัวเองกลับบ้างแต่เลือกที่จะตอบรับเขาสั้น ๆ เเต่ก็ยังดีที่บอกชื่อ
“ฉันขอนอนนี่ได้ไหม”
“ไม่ได้”
“ออกไปฉันโดนรุมกระทืบแน่”
“ฉันเป็นผู้หญิง ไม่สมควร”
ปากเล็กขยับพูดทั้งที่มือยังคงทำแผลให้โซ่ต่อ เธอมัวแต่
จดจ่อกับสิ่งที่ทำจึงไม่ได้สังเกตว่าถูกจับจ้องอยู่ทุกการกระทำ“ฉันฝากเสื้อช็อปไว้กับเธอได้ไหม เรียนมหาลัยเดียวกันเดี๋ยวไปเอาคืน ใส่ออกไปไม่ได้กลับแน่”
“ได้ค่ะ ฉันเรียนอักษรศาสตร์ ปีสาม”
“ขอช่องทางติดต่อหน่อยสิ จะได้บอกตอนไปเอาเสื้อ”
“...ค่ะ”
ไลลามองโทรศัพท์ในมือของโซ่เล็กน้อย ก่อนจะตอบรับเขาและหยิบมันมากดแอปพลิเคชันสีเขียวของตัวเองให้เขาไป
“ขอบใจ ฉันไปก่อน”
เมื่อทำแผลเสร็จโซ่ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาหลุบตามองร่างบางตรงหน้าเล็กน้อย เธอมีความสูงเกินอกเขาขึ้นมาเล็กน้อยตัวเล็กจัดฟันน่ารักสัด!
ไลลาไม่ได้พูดอะไรเธอเดินเอาอุปกรณ์ทำแผลไปเก็บ ก่อนจะหยิบเสื้อเขาขึ้นมาถือไว้เพราะจะเอาไปซักให้สภาพของมันเรียกว่าเละไปหมดถึงจะถูก
โซ่เองก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรว่าเธอจะเอาเสื้อเขาไปไหน ชายหนุ่มเลือกที่จะเอาสร้อยเกียร์ที่คอยัดไปไว้ในคอเสื้อ เขาเดินออกจากห้องไปในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์สีซีด
ใบหน้าหล่อยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันหลังและเดินกลับออกไป ไลลาเธอดูต่างไปจากคนอื่นที่เขาเคยเจอ เพราะทุกคนล้วนวิ่งเข้าหาเขา ไม่ต้องเอ่ยปากขอนอนด้วยพวกเธอก็แทบจะขอร้องให้เขาอยู่ต่อ แต่กลับกันไลลาเลือกที่จะไล่เขากลับ
“หึ แล้วเจอกัน ไลลา”
เมื่อถูกน้องแคร์จุ๊บ คนพี่ถึงกับรีบโดดลงจากแคร่ไม้ ทุกคนถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เด็กน้อยเขินสาวงั้นเหรอ “ป๊า!! มานี่” “โห เรียกใช้กูเหมือนเพื่อนเลย” ถึงจะบ่นอุบแต่ก็ยอมลุกตามไป นี่ถือเป็นครั้งแรกที่สิงขรเรียกว่าป๊า แต่อันที่จริงจะเรียกพ่อแบบบ้านคนไทยที่ไลลาใช้ก็ไม่ติดอะไรอยู่แล้ว “เอาไร” “ติม จะไปแบ่งน้อง” “เออ เข้าท่า ชอบเหรอวะ” “ชอบดิ มาก” สิงขรพูดไปก็ยิ้มไป มือเล็กรีบหยิบรับไอศกรีมในมือของโซ่แล้ววิ่งหนีออกไป ใบหน้าส่ายไปมาให้กับความทะเล้นของสิงขร ได้กูหมดเลยเหรอวะ “ให้” “โอ้! น่ารัก” “น้องแคร์แบ่งพี่สิงด้วยสิลูก” เจ้าใจยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูหลานชาย แม้จะแบ่งครึ่งได้แต่ก็ยื่นให้น้องทั้งหมด ร่างเล็กปีนขึ้นไปนั่งบนแคร่ข้างกัน ก่อนมือเล็กจะหักครึ่งและส่งให้ โซ่ที่เดินออกมาเห็นลูกชายถือไอกรีมพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เด็กน้อยไร้เดียงสา แม้จะเสียดายที่ไม่เท่ากันแต่ก็ยอมเสียสละให้น้อง “สิงขร ถ้าโตมาจะรักน้องแบบนี้ไหมเนี่ย” “ว่าไง ไอ้เปี๊ยก!” แผ่นดินหันไปถามเสียงเข้ม ทุกคนล้วนเงียบเสียง ราวกับกำลังรอฟังสิ่งที่เด็กน้อยจะพูดออกมา ดวงตาใสไร้เดียงสา หันไปมองร่างเล็กข้
ทุกวันไลลาจะตื่นแต่เช้า มาเตรียมอาหารให้โซ่ และอีกชุดเตรียมไปกินข้าวพร้อมเทียนหอมทุกวัน ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ล่วงเลยมาเดือนกว่าแล้ว “พี่โซ่ ไลลาเตรียมข้าวเช้าไว้ให้แล้ว วันนี้ไม่ต้องไปส่งนะ” “ไม่เอา พี่ไปส่ง” “พี่กลับมาดึก ไลลาอยากให้พัก” “ไม่ได้เหนื่อยครับ เห็นหน้าหนูทุกวันพี่หายเหนื่อยเลย” “ตามใจพี่ค่ะ แต่ว่าพรุ่งนี้เรากลับบ้านกันนะ เจ้าใจกับพี่แผ่นดินก็มา งานวันเกิดพ่อค่ะ” “ได้ครับ พี่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” โซ่หายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสบาย ๆ ออกมา ทุกวันนี้เขาต้องเข้าไปคุมที่ร้านกับเมฆสลับกัน เพราะสงครามเข้าไปวิ่งเล่นในที่แคบ ส่วนน่านก็คอยดูแลเมียที่ท้องเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นภาระหนักมาตกอยู่ที่โซ่ เพราะเมฆเมียทิ้ง มาดูงานก็เหมือนมาอาบเหล้าแล้วนอนตามนั้น ร่างบางขางไลลาเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลเหมือนเดิม ซึ่งเป็นภาพที่หมอและพยาบาลส่วนใหญ่ค่อนข้างคุ้นตา “สวัสดีค่ะ เทียนหอมเป็นไงบ้างคะ” “ดีค่ะ วันนี้หมออนุญาตให้ออกไปที่สวนได้ค่ะ” “ดีเลย ขอบคุณนะคะ” ไลลาเดินตรงไปยังสวนดอกไม้สำหรับให้คนไข้ได้ออกมา ร่างบางของเที
“เฮ๊ย!! พูดให้ชัดหน่อยสิวะ” ทุกคนในโต๊ะถึงกับใจหายใจคว่ำไปตาม ๆ กัน ส่วนน้องแคร์ตอนนี้ก็เคี้ยวไก่ในปากตุ้ย ๆ มือป้อมยื่นมาหยิกแก้มของสองขร ก่อนจะทำท่าทางขัดเขินยุกยิก “น่ารักกันจังเลย” “ใช่ไหม เจ้ไลลาต้องยกสิงขรให้น้องแคร์แล้วนะ” “พี่ไม่...” “ยกให้เลย” โซ่กับแผ่นดินถึงกับจ้องหน้ากัน โซ่ออกไปทางทะเล้นปั่นประสาทมากกว่า ส่วนอีกคนก็หายใจแรง “นี่ กินอีก นี่ไก่” “จ้ะ!” “ดูแลเก่งขนาดนี้ ผ่านไหมครับว่าที่พ่อตาไอ้สิง” “เดี๋ยวกูจะเป่ากระโหลกมึง หุบปาก!” “น่ากลัวสัด” “เงียบ พอเลยทั้งคู่!” ศึกระหว่างพ่อลูกหนึ่งหยุดลง เพราะเมียรักทั้งสองสั่ง แผ่นดินได้แต่นั่งหน้าหงิกงอ ปัญหาคือน้องแคร์ก็ดันไปชอบด้วย เมื่อกินข้าวกันเสร็จไลลาและโซ่ก็แยกตัวมาหาหม่าม้าที่บ้าน สิงขรพอได้อยู่กับโซ่มากขึ้น ก็ได้ทำอะไรตามประสาลูกชาย “สิง หลับเหรอ” “หึ” “สิงขรครับ แม่สอนว่าไง” “ยังไม่หลับ” โซ่ยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างพอใจ ดวงตาคบเหลือบมองกระจกมองหลัง สิงขรก็มองอยู่เช่นกัน แต่ตาขวาง เมื่อรถจอดโซ่ก็เดินไปเปิดประตู ปลดเข็มขัดนิรภัยออกให้ลูกชาย โซ่ห่วงเรื่องความปลอดภัยมาก แต่สิงขรไม่ยอมนั่งคา
โซ่และภูผาเดินลัดเลาะตามคันนามาเรื่อย ๆ ทั้งคู่ต่างมีใบหน้าหงิกงอพอสมควร สำหรับโซ่พ่อตาคงตั้งใจแกล้ง แต่ภูผาพ่อดันให้มาด้วย “ใช่เถียงนาข้างหน้าไหมวะ” “เออ” ทั้งสองคนเอาข้าวของมาวางบนเถียงนา บรรยากาศรอบ ๆ เงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและแมลงที่ส่งเสียงขับขาน โซ่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหวังจะส่งข้อความไปอ้อนเมีย แต่ก็ต้องหงุดหงิดกว่าเดิม เพราะตรงนี้ไม่มีสัญญาณ “มึงกลับมาครั้งนี้ แน่ใจไหมว่าจะไม่ทำพี่สาวกูเจ็บ” “กูจะใช้ทั้งชีวิตดูแลไลลากับไอ้สิงให้ดี มึงเชื่อใจกูอีกสักครั้งเถอะ” “...” ดวงตาคมของโซ่เหลือบไปมองยังปลายทุ่งนาไกล ๆ เงาคนยืนนิ่งอยู่ไม่ขยับ เขาไม่คิดจะเอ่ยทักหรืออะไร ถึงจะอยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็พอรู้เรื่องพวกนี้บ้าง “ไอ้ผา” “เออ เดี๋ยวมันก็มา” “เดี๋ยวมันก็มาห่าอะไร มึงรู้ไหมเนี่ยว่ากูจะพูดอะไร” “กูรู้ มันก็มาแบบนี้ประจำ” ภูผายังคงนั่งนิ่งพูดต่อ ดวงตาคมของโซ่ยังคงมองเงานั้นไม่วางตา และที่สำคัญมันกำลังมาอย่างที่ภูผาพูดไปจริง ๆ ใบหน้าหล่อยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทีของโซ่ เขานั่งนิ่งตาแข็ง นักเลงจริงไหมวะแค่นี้ก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี “เฝ้านาให้ลุงนายเ