เข้าสู่ระบบ“อ๊า ซี้ดดด”
เสียงทุ้มครางต่ำอย่างสะกดกลั้น เขากัดกรามแน่นจนนูนเ
--ผ่านไปหลายเดือน—ตั้งแต่กลับมาคบกันอีกครั้ง ดูเหมือนความรักของทั้งสองจะหวานชื่นราวกับข้าวใหม่ปลามัน เพราะจากคนที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเองอย่างภูผา กลับกลายเป็นคนรักที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของแฟนสาว ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เธอชอบ รายการโปรดที่เธอดู หรือแม้แต่จังหวะอารมณ์เล็ก ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเธอส่วนเอวาเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน จากที่เคยปากแข็ง ไม่ยอมแสดงความรู้สึก ก็เริ่มกล้าแสดงออกมากขึ้น รู้สึกไม่โอเคสิ่งไหนก็พูดออกมาตรง ๆ ไม่เก็บให้ถมทับความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้วพอเป็นแบบนี้ก็ยิ่งกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองมากยิ่งขึ้น อาจจะมีทะเลาะ แง่งอนกันบ้าง แต่ก็ทะเลาะกันเพื่อปรับความเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อเลิกราเหมือนเมื่อก่อน“อยู่นิ่ง ๆ ก่อน”“ก็วาเจ็บ! เบา ๆ มือหน่อยได้ไหม”เสียงหวานเอ็ดคนที่จับกลุ่มผมตัวเอง แล้วหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งบนโซฟาด้วยสายตาเขม้นอย่างไม่พอใจ ภูผาไหวไหล่ไม่สะทกแล้วจับร่างเล็กที่นั่งอยู่บนพื้นให้หันไปดังเดิม ก่อนจะก้มลงสนใจผมยาวสลวยในมือที่แบ่งเป็นสามส่วน แล้วเร
“อ๊า ซี้ดดด”เสียงทุ้มครางต่ำอย่างสะกดกลั้น เขากัดกรามแน่นจนนูนเป็นสันอย่างเห็นได้ชัด สายตาจ้องมองริมฝีปากเล็กที่กำลังครอบครองท่อนเอ็นอวบยาวราวกับเป็นเพียงแท่งไอศกรีมที่เธอดูดกินภูผาเลื่อนมือหนาจับศีรษะแล้วขย้ำเส้นผมยาวไว้แน่นก่อนจะกดใบหน้าสวยลงไปจนแก่นกายเข้าลึกไปถึงคอ เอวาเหลือกตาพลางกลั้นหายใจส่งเสียงอื้ออึงออกมาเมื่อภูผาไม่ปล่อยสักที มือเล็กตบเข้าที่หน้าขาแกร่งเบา ๆ อย่างบอกเป็นนัยว่าเธอหายใจไม่ออก เป็นแบบนั้นภูผาจึงยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ“เฮ้ออ พี่ผา!”เอวาละริมฝีปากจากท่อนเอ็นแล้วหันไปตวัดสายตาเอ็ดคนยกยิ้มกรุ่มกริ่มทันที“ก็มันเสียวนิครับ”“แต่วาจะตายแล้ว”“โหห~ จะตายคาKวยพี่เลยหรอ”ชายหนุ่มว่าพร้อมกระตุกมุมปากเล็กน้อยพลางเค้นหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะดันกายให้นั่งพิงกับหัวเตียงเก้าสิบองศา พอเห็นหญิงสาวทำหน้ามุ่ยแก้มป่องจึงเลื่อนมือหนาไปคว้าแขนเรียวแล้วกระตุกเข้าหาตัวเองอย่างแรง“มาเร็ว”เขาเอ่ยบอกน้ำเสียงออดอ้อนพร้อม
ภายในห้องกว้าง สองร่างเปลือยเปล่านอนแนบชิดกันบนเตียงขนาดใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยความเร่าร้อน ใบหน้าหล่อซุกไซร้ซอกคอระหงพลางขบเม้มเบา ๆ พร้อมสูดดมกลิ่นกายเข้าเต็มปอด ก่อนจะเลื่อนต่ำลงเรื่อย ๆ หยุดอยู่ที่เนินอวบ ริมฝีปากร้อนครอบงำเม็ดประทุมที่แข็งเป็นไตอย่างหื่นกระหายหญิงสาวผู้ถูกปรนเปรอบิดเร้าร่างกายด้วยความเสียวซ่าน เมื่อมือหนาข้างหนึ่งเลื่อนมาคลึงเนินสวาทพร้อมทั้งขยี้เม็ดเสียวจนเธอเผลอครางเสียงหลงไปหลายที“อ้า อื้ออ”สะโพกมนยกขึ้นสู้กับนิ้วมือที่พยายามสอดใส่เข้ามาในช่องทางรัก เอวาจับท่อนแขนแกร่งไว้แน่นเพื่อระบายความรู้สึกเสียดเสียวภายในกาย ไม่นานริมฝีปากร้อนก็ละออกจากยอดอกก่อนจะจูบซับต่ำลง ผ่านหน้าท้องแบนราบและมาหยุดที่เนินสาว“ดะ...เดี๋ยว”เอวารีบผงกศีรษะร้องห้ามเสียงหลงเมื่อเรียวขาของตัวเองถูกจับให้กางออกอีกทั้งยังยกพาดบ่าแกร่ง ภูผาเงยขึ้นมองหญิงสาวด้วยสายตาหวานเยิ้มก่อนจะเอียงใบหน้าเล็กน้อยอย่างตั้งคำถาม“มะ...ไม่มีอะไร”เอวาถอนหายใจออกเบา ๆ ก่อนจะยอมนอนราบอย่างไม่ม
“คบ...เรากลับมาคืนดีกันเถอะนะครับ”สายตาคมสอดประสานหญิงสาวที่รักพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปานจะหยด ขณะที่นิ้วโป้งหนาลูบวนแก้มใสของคนในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีก“พี่ไม่โกรธวาหรอ?”เอวาถามอย่างไปอย่างระมัดระวัง เพราะที่ผ่านมาเธอผลักไสภูผามาโดยตลอด“โกรธเรื่องอะไร?”“ก็...ที่วาทำตัวไม่น่ารัก”เอวาว่าอย่างกลัวความผิดพร้อมตวัดเรียวแขนเล็กโอบกอดเอวสอบไว้พลางขยับเข้าไปซบอกแกร่งอย่างออดอ้อน“ไม่โกรธแต่น้อยใจ”“หื้ม?”“พี่ก็ทำตัวไม่น่ารักเหมือนกันนิ”ต่างคนต่างทำตัวไม่น่ารัก ก็ถือสะว่าแฟร์ ๆ กันไป ภูผาเองก็ประชดประชัน ส่วนเอวาก็เฉยชาไร้ความรู้สึก เขาไม่เคยโกรธเอวาเลยสักครั้งเพราะรู้อยู่เต็มอกว่าต้นเหตุที่ทำให้เลิกกันเป็นเพราะตัวเขาเอง...หากก่อนหน้านี้ภูผาเอาใจใส่เธอสักนิด ให้ความสำคัญเธอบ้างไม่ใช่เอาแต่กินแต่เที่ยวแถมยังคิดถึงแต่ตัวเองไปวัน ๆ เรื่องทุกอย่างคงไม่บานปลายขนาดนี้ห
“วากลัวผี”เสียงหวานใสออดอ้อนเบาหวิวราวกับขนนกที่กำลังสะกิดใจของชายหนุ่มที่ยืนขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ อยู่ ๆ ก็มาอ้อน ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเธอไล่เขาอย่างหมูอย่างหมา“กลัวทำไม นี่ห้องเธอนะ” ภูผาเอ่ยย้ำอย่างไม่เข้าใจ ก็ห้องนี้เธออยู่คนเดียวมาตั้งนาน อยู่ ๆ ก็เกิดกลัวขึ้นมารึไง? ...“ก็มันกลัว”เอวาช้อนดวงตากลมสวยขึ้นสบกับดวงตาสีนิลฉายแววประหลาดใจ ก่อนจะเลื่อนมือบางมาจับมือหนาไว้แน่นพลางเขย่าเล็กน้อยอย่างออดอ้อน“เดี๋ยววาจะไปอาบน้ำ พี่อยู่รอจนกว่าวาจะอาบน้ำเสร็จได้ไหม?”“เธอเมาหรือไม่สบายตรงไหนรึเปล่าเอวา พี่ว่ามันแปลก ๆ”ภูผาส่ายศีรษะเล็กน้อยอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ในสมองกำลังตั้งคำถามว่า…นี่ใช่เอวาคนเดิมที่เขารู้จักจริง ๆ รึเปล่า ก่อนจะก้าวมายืนนิ่งอยู่ข้างร่างบาง แล้วค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ เธอทันทีมือหนาเอื้อมไปแตะหน้าผากมนเบา ๆ เพื่อตรวจดูว่าเธอไม่สบายรึเปล่าทว่ากลับพบว่าอุณหภูมิร่างกายก็เป็นปกติดี ไม่มีไข้ ไม่มีอาการเจ็บป่วยใด ๆ แล้วทำไม...เธ
“อ้อ...เหอะ! หวงพี่หรอ?”“เปล่า ไม่ได้หวงสักหน่อย”คนถูกจับได้ว่ามีใจรีบหันหน้าหนีแล้วตอบเสียงแข็งอย่างไม่ยอมรับความจริง ภูผายกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจพลางพยักหน้าเบา ๆ ราวกับเชื่อในสิ่งที่เธอพูด ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเอวา...ทั้งหึง ทั้งหวงตัวเอง ก็อาการของเธอแสดงชัดขนาดนี้ คนไม่หึงไม่หวงอะไรจะร้องไห้ตาบวมแบบนี้“แล้วมานั่งตรงนี้ทำไม?” ชายหนุ่มเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องในขณะที่ยังนั่งยอง ๆ อยู่ที่เดิมไม่ลุกไปไหน“รอรถมารับ”เอวาตอบกลับเสียงเรียบ ราวกับไม่เต็มใจจะเปิดปากพูด ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเองนั่นแหละ…ที่เป็นฝ่ายเฝ้ารอให้เขามาง้อแต่พอเจอหน้ากันจริง ๆ กลับกลายเป็นคนปากไม่ตรงกับใจไปสะอย่างนั้น“รถใคร?”“ก็แท็กซี่ วาจะกลับคอนโดแล้ว” เอวาหันมาเอ็ดภูผาอย่างไม่สบอารมณ์“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”ภูผาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะยื่น







