LOGIN“อ๊า! พ... พอแล้ว! อื้อ.. ฮื้อ!”
แผ่นหลังเนียนละเอียดแอ่นลงไปเป็นผลทำให้บั้นท้ายกระดกรับแรงกระแทกของเขาพร้อมแรงตอดรัดทุกจังหวะ มือกำรั้งโซฟาแทบขาด ร่างระหงโยกสั่นไม่ต่างจากโซฟาเลยสักนิด
แทนไทถึงกับหลุดคำสบถต่ำๆ ในลำคอเมื่อเห็นแผ่นหลังของเธอแอ่นโค้งรับสัมผัสอย่างไม่ตั้งใจ ท่าทางที่เหมือนกำลังพยายามดิ้นรนแต่กลับเป็นการยั่วเย้าให้เขากระแทกสวนเข้าไปลึกยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่า
มือหนาที่กำข้อมือเธอไว้ออกแรงกดแน่นขึ้นจนเส้นเลือดบนแขนปูดโปนตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง
เขาเร่งจังหวะเข้ากระแทกบั้นท้ายถี่รัวและหนักหน่วง ทุกครั้งที่เขากระแทกกายเข้าไปจนสุดลำ ความร้อนผ่าวจากภายในตัวเธอก็ยิ่งต้อนรับเขาอย่างเร่าร้อน แรงตอดรัดที่รุนแรงทำให้แทนไทต้องกัดฟันแน่นเพื่อคุมไม่ให้ตัวเองปลดปล่อยออกมาก่อนเวลาที่กำหนด
“ปากบอกให้พอ... แต่ข้างในเธอมันกลับต้อนรับพี่ดีขนาดนี้เนี่ยนะ!?”
“พี่แทน! มันลึก! อึก! อื้อ!”
“ดูเธอสิ... ร้องเรียกหาพี่ออกมาขนาดนี้! ถ้าเธอเงียบล่ะก็... พี่จะกระแทกให้จุกกว่านี้จนเธอไม่มีแรงเดิน!"
เขาลดใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกคลอเคลียอยู่ข้างแก้มแดงระเรื่อของเธอ ก่อนจะจงใจบดเบียดส่วนนั้นเข้าหาจุดกระสันรัวๆ จนร่างเล้กโยกสั่นคลอนไปตามแรงกระแทก
เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องนอนผสมปนเปไปกับเสียงหอบหายใจของแทนไทที่เริ่มขาดห้วง เขากำลังเสพติดความรุนแรงและเสียงครางของเธอจนแทบคลั่ง
“อ๊ายย! พี่แทน! แรงไปแล้วนะ! อ๊า!!”
เจ้าขวัญถึงกับกรีดร้องครางเสียงหลง เรียวขาสั่นระริก ร่างกายเกร็งสุดตัวภายในหดรัดถี่ยิบเพราะใกล้จะถึงฝั่งฝัน
เสียงกรีดร้องนั้นเหมือนเสียงดนตรีที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด แทนไทไม่ได้ยินคำขอร้องของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว ในหัวของเขามีเพียงภาพความงดงามที่กำลังสั่นไหวอยู่ใต้ร่าง
แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดจนเกือบมืดสนิทขณะจ้องมองร่างระหงที่กำลังบิดเร้าและเกร็งค้างเพราะใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง
เขาเพิ่มแรงกระแทกเข้าไปอีกเท่าตัว ร่างสูงใหญ่ถาโถมเข้าใส่บั้นท้ายมนอย่างต่อเนื่องไม่มียั้ง แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวตามจังหวะที่โหมกระหน่ำ เขาใช้มือที่ว่างอยู่บีบเค้นสะโพกมนจนขึ้นรอยมือแดงเถือก ราวกับต้องการจะตอกย้ำความเป็นเจ้าของให้ลึกซึ้งที่สุดเท่าที่จะทำได้
“จะเสร็จแล้วใช่ไหมเมียของพี่... ถ้าเธอแตกใส่พี่... พี่ก็จะไม่ยอมให้เธอหยุดแค่นี้แน่... เตรียมตัวไว้เลยว่าคืนนี้ยาวนานกว่าที่เธอคิด!”
เขากระแทกกายสวนเข้าไปอีกสามสี่ครั้งเน้นๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาครอบครองริมฝีปากอิ่มบดจูบอย่างเร่าร้อนและดุดัน
ลิ้นหนาเกี่ยวพันดูดดื่มรสหวานจากโพรงปากในจังหวะเดียวกับที่เขากระแทกกายครั้งสุดท้ายอย่างรุนแรงจนร่างกายของเธอเกร็งกระตุกและปลดปล่อยออกมาตามแรงอารมณ์ที่เขาสร้างขึ้น
แทนไทกัดฟันกรอดด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านไปทั้งกระดูกสันหลังก่อนจะขยับกายตอกย้ำร่องรอยแห่งความใคร่ไว้ภายในลึกสุดใจ
“อ๊ายยยย! พี่แทน! อย่าข้างในนะ!”
ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว
“ซี๊ดดด... แม่งเอ๊ย!... อ่าส์!”
เธียรคำรามลั่นในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งทะลุจุดสูงสุด ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะดูดกลืนวิญญาณ เขาไม่คิดจะถอนกายออกแม้แต่นิดเดียว ยิ่งเธอพยายามร้องห้าม เขากลับยิ่งกอดรัดเอวบางของเธอแน่นขึ้นจนร่างกายแทบจะหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
สะโพกสอบกระแทกเข้าหาจุดกระสันภายในเป็นจังหวะสุดท้ายอย่างหนักหน่วงและรุนแรง ร่างกายกำยำของเขากระตุกเกร็งก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำรักที่ร้อนผ่าวเข้าสู่ภายในตัวเธออย่างเต็มเหนี่ยวและไม่เหลือทิ้งไว้แม้แต่หยดเดียว
เขาโหมกายใส่เธอซ้ำๆ อีกสองสามครั้งเพื่อรีดเค้นทุกสัมผัสก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงทาบทับแผ่นหลังเล็กอย่างหมดแรง
“อึก... ฮึ่ม... เจ้าขวัญ...”
เขายังคงแช่กายไว้ภายในตัวเธออยู่อย่างนั้น ความอุ่นร้อนที่เขาส่งมอบให้ยังคงไหลรินอยู่ข้างใน เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของสูดดมกลิ่นแป้งเด็กที่เธอโปรดปรานสลับกับกลิ่นกายที่โชกโชนไปด้วยเหงื่อ
มือหนายังคงลูบไล้แผ่นหลังของเธอแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลมความตื่นเต้นที่เพิ่งจบลง แต่แววตายังคงแฝงไปด้วยความรู้สึกครอบครองที่น่าหวาดหวั่น
“พี่บอกแล้วไง... ว่าเธอเป็นของพี่... ต่อให้เธอร้องห้ามจนเสียงแหบแค่ไหน... พี่ก็ไม่มีวันปล่อยเธอไป”
เสียงลมหายใจหอบกระชั้นที่ค่อยๆ ปรับระดับเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร้องบอกถึงความเหนื่อยล้าของร่างระหงในอ้อมกอด แสงไฟวอร์มไลท์สลัวๆ จากมุมห้องสะท้อนคราบน้ำตาที่ยังคงเกาะพราวบนพวงแก้มเนียนใส
แทนไทขยับกายถอดถอนแก่นกายออกก่อนจะทิ้งตัวลงนอนขนาบข้าง ดึงรั้งร่างบางมากอดแนบอก เจ้าขวัญซบใบหน้าหวานลงกับแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกอย่างสับสนและอ่อนแรง
สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าเบาๆ คล้ายจะปลอบประโลม แต่ถ้อยคำคำรามแฝงความหวงแหนและถือสิทธิ์อย่างร้ายกาจนั้น กลับดังตอกย้ำลงในขั้วหัวใจของเธอซ้ำๆ
“พี่แทน...”
เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ริมฝีปากกระจับที่บวมเจ่อจากการถูกตักตวงความหวานสั่นระริก
หญิงสาวพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ปลายคางมนกลับถูกฝ่ามือร้อนผ่าวประคองให้หันกลับมารับจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากมน
“ห้ามหนีสายตาพี่...”
แทนไทกระซิบชิดริมฝีปาก นัยน์ตาคมกริบสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
“ตื่นมาตอนเช้า เธอก็ยังต้องลืมตามาเจอหน้าพี่... รู้ใช่ไหม?”
เขารวบร่างบางที่สั่นเทาเข้ามาแนบชิดอกยิ่งกว่าเดิม ดึงผ้าห่มผืนเล็กที่พาดอยู่บนพนักโซฟาขึ้นมาคลุมปกปิดเรือนร่างอรชรที่ไร้อาภรณ์
รอยสีกุหลาบเข้มจางๆ ที่ประทับอยู่ตามซอกคอและลาดไหล่เนียน เป็นดั่งตราบาปและพันธนาการที่อสูรกายหนุ่มประทับไว้ เพื่อประกาศกร้าวว่าเธอเป็นของเขาโดยสมบูรณ์ และไม่มีวันที่จะมีใคร... โดยเฉพาะไอ้หน้าจืดคนนั้น มาลบมันออกไปได้อีกแล้ว
เจ้าขวัญหลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาอุ่นๆ ร่วงไหลซึมผ่านแผ่นอกแกร่งของชายหนุ่ม เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะความเกลียดชัง แต่เป็นความกลัวและความสับสนตีรวนในอก... กลัวกับสิ่งที่จะต้องเผชิญในวันพรุ่งนี้ ทั้งเรื่องพ่อแม่ ทั้งเรื่องหมอพิชญ์ และกลัวหัวใจตัวเองที่ดันรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดในอ้อมกอดของชายคนที่เพิ่งจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว
“ไม่ต้องกลัว...”
เสียงทุ้มห้าวที่เคยดุดัน บัดนี้กลับอ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยเอ่ยกับใครแตกต่างจากการกระทำรุนแรงเมื่อครู่ มือหนาเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นออกจากกรอบหน้าหวาน
“เรื่องข้างนอกนั่น... พี่จะเป็นคนจัดการเองทั้งหมด ใครจะมองพี่เลว ใครจะด่าว่าพี่เป็นอันธพาลชั่วช้าแสนเลวยังไงพี่ไม่สนใจ... แต่พี่จะไม่ยอมให้ใครมาพาตัวเธอไปจากพี่อีกแล้ว”
คำมั่นสัญญาที่ดิบเถื่อนทว่าหนักแน่นดั่งสายน้ำใหญ่ ทำให้อารมณ์ไหวระริกในใจของเจ้าขวัญค่อยๆ สงบลง ชายหนุ่มโน้มตัวลงมากดจูบซ้ำๆ ที่มุมปากนุ่ม ลืมเลือนความเจ็บปวดจากบาดแผลของเขาเองจนสิ้น มีเพียงความอบอุ่นและความหลงใหลที่โอบล้อมคนในอ้อมกอดเอาไว้ตลอดทั้งคืน
จนกระทั่งลมหายใจของเจ้าขวัญเริ่มเป่ารดแผ่นอกเขาอย่างสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าลูกแมวน้อยหลับสนิทไปเพราะความเหนื่อยล้า
แทนไทค่อยๆ กระชับอ้อมแขนกอดร่างบางไว้แน่น นัยน์ตาคมกริบมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานโตที่มองเห็นแสงสีของเมืองหลวงยามค่ำคืน...
วันพรุ่งนี้ พายุลูกใหญ่คงจะพัดกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่สำหรับอสูรกายอย่างเขา ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เขาก็พร้อมจะปกป้องเจ้าหญิงในอ้อมกอดนี้ไว้ด้วยชีวิต
“เจ้าขวัญ! ทำไมพูดกับพี่เขาแบบนั้น!”คุณก้องเกียรติขึ้นเสียงตวาดอย่างหมดความอดทน“ขึ้นห้องไปซะ! แล้วอย่าให้พ่อเห็นว่าแกตระบัดสัตย์แอบติดต่อกับไอ้เด็กช่างนั่นอีก ไม่อย่างนั้นพ่อจะยึดโทรศัพท์แล้วย้ายแกไปเรียนต่างประเทศทันที!”เจ้าขวัญหมุนตัววิ่งร้องไห้ขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเองทันที หญิงสาวผลักประตูห้องเข้าไปแล้วกดล็อกกักขังตัวเองไว้ในความมืด ร่างบางทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าสะอื้นไห้อยู่ข้างเตียงด้วยความหมดหวังเธอเหลียวมองออกไปทางหน้าต่างห้องนอน... หน้าต่างที่มองออกไปเห็นบ้านหลังข้างๆบ้านของแทนไท...ภาพแผ่นหลังกว้างที่คุกเข่าบนพื้นปูน ภาพบาดแผลตรงมุมปาก และสายตาเจ็บปวดร้าวราญของอสูรกายหนุ่มที่ยอมรับความผิดทั้งหมดไว้คนเดียว วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเธอ หัวใจดวงน้อยบีบรัดจนปวดหนึบ เธอเพิ่งจะรู้ซึ้งในวันนี้เองว่า ชายหนุ่มคนที่เธอเคยตราหน้าว่าเป็น ‘ปีศาจ’ มาตลอดชีวิต... คือคนเดียวที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอจริงๆในขณะที่ ‘เจ้าชาย’ ที่เธอเคยหลงใหลและพ่อแม่ประเคนให้... กลับเป็นอสูรร้ายที่จ้องจะกลืนกินเธอทั้งตัวราวกับของเล่นและในเวลานั้นเอง... ที่ชั้นล่างของบ้าน หมอพิชญ์กำลังนั่งจิบชาพูดค
ทว่าความโกรธของคุณก้องเกียรติกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย มันยิ่งพุ่งสูงขึ้นเมื่อคิดว่าไอ้เด็กช่างเปื้อนฝุ่นคนนี้ได้ ‘ย่ำยี’ ผ้าขาวบริสุทธิ์ของครอบครัวเขาไปแล้วจริงๆ!“แก... ไอ้แทนไท!”คุณก้องเกียรติถลันเข้ามากระชากตัวเจ้าขวัญดึงไปไว้ด้านหลังของตัวเองทันที ราวกับเธอเป็นของขวัญที่ถูกสิ่งน่ารังเกียจแปดเปื้อน ผู้เป็นพ่อชี้หน้าแทนไทที่ยังคงคุกเข่าอยู่ด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความโกรธจัด นัยน์ตาแดงเกรี้ยวกราด“คนอย่างมึงน่ะเหรอจะมารับผิดชอบลูกสาวกู!” เสียงทุ้มตวาดด่าประจานลั่นซอย“เอาน้ำหน้าอะไรมารับผิดชอบ! มึงมันก็แค่ไอ้เด็กอันธพาลไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอน! คิดว่าการคุกเข่าแบบนี้มันจะชดใช้สิ่งที่มึงทำกับลูกสาวกูได้งั้นเหรอ!”“คุณลุงครับ...”“อย่ามาเรียกกูว่าคุณลุง!” คุณก้องเกียรติสวนกลับอย่างไร้เยื่อใย“ลูกสาวกูมีอนาคต มีหมอพิชญ์ที่เพียบพร้อมรอแต่งงานด้วย! กูไม่มีวันยอมรับไอ้เด็กช่างเปื้อนฝุ่นอย่างมึงมาเป็นลูกเขยเด็ดขาด! ไสหัวไปให้พ้นหน้าบ้านกูเดี๋ยวนี้... ก่อนที่กูจะแจ้งตำรวจจับมึงข้อหากักขังข่มขืน!”“พ่อ! พี่แทนไม่ได้ทำแบบนั้น! ขวัญ....”“ขวัญ! ไม่ต้องพูด! เข้าบ้าน!”คุณก
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านม่านชั้นนอกของห้องเพนท์เฮาส์หรู ทอดแผ่นแสงสีทองบางเบาลงบนเตียงกว้างหลังจากที่แทนไทอุ้มเธอมานอนบนเตียงนุ่มร่างระหงที่ขยับตัวแผ่วเบาเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดร้าวและเมื่อยล้าไปทั่วสรรพางค์กาย สัมผัสแรกที่รับรู้ได้คือความอบอุ่นแนบแน่นจากแผงอกแกร่งและแขนทรงพลังที่ตระกองกอดเอวคอดกิ่วของเธอไว้ตลอดทั้งคืนเจ้าขวัญค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ นัยน์ตากลมโตสบประสานเข้ากับสายตาคมกริบสีน้ำตาลอ่อนของแทนไทที่ลืมตามองเธออยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากหยักลึกที่มีรอยแผลตรงมุมปาก ทำให้หัวใจดวงน้อยของคนมองเต้นผิดจังหวะไปทันทีภาพความทรงจำอันร้อนแรงและลึกซึ้งในค่ำคืนที่ผ่านมาซัดกระหน่ำเข้ามาในหัวราวกับลูกคลื่นถึงสองรอบติดอย่างเร่าร้อน ใบหน้าหวานสุกปลั่งขึ้นสีเลือดฝาดร้อนผ่าวไปถึงใบหูด้วยความเขินอายเธอรีบซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างเพื่อซ่อนพวงแก้มแดงจัด แต่ทว่าฝ่ามือหนาลับเอื้อมมาประคองคางมนให้เงยขึ้นรับจุมพิตแผ่วเบาบนริมฝีปากกระจับอย่างหยอกเย้า“อรุณสวัสดิ์ ยัยเด็กขี้แย...” เสียงทุ้มห้าวที่เอ่ยกระซิบข้างหูนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเอ็นดู “เป็นยังไงบ้าง... ยั
“อ๊า! พ... พอแล้ว! อื้อ.. ฮื้อ!”แผ่นหลังเนียนละเอียดแอ่นลงไปเป็นผลทำให้บั้นท้ายกระดกรับแรงกระแทกของเขาพร้อมแรงตอดรัดทุกจังหวะ มือกำรั้งโซฟาแทบขาด ร่างระหงโยกสั่นไม่ต่างจากโซฟาเลยสักนิดแทนไทถึงกับหลุดคำสบถต่ำๆ ในลำคอเมื่อเห็นแผ่นหลังของเธอแอ่นโค้งรับสัมผัสอย่างไม่ตั้งใจ ท่าทางที่เหมือนกำลังพยายามดิ้นรนแต่กลับเป็นการยั่วเย้าให้เขากระแทกสวนเข้าไปลึกยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่ามือหนาที่กำข้อมือเธอไว้ออกแรงกดแน่นขึ้นจนเส้นเลือดบนแขนปูดโปนตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งเขาเร่งจังหวะเข้ากระแทกบั้นท้ายถี่รัวและหนักหน่วง ทุกครั้งที่เขากระแทกกายเข้าไปจนสุดลำ ความร้อนผ่าวจากภายในตัวเธอก็ยิ่งต้อนรับเขาอย่างเร่าร้อน แรงตอดรัดที่รุนแรงทำให้แทนไทต้องกัดฟันแน่นเพื่อคุมไม่ให้ตัวเองปลดปล่อยออกมาก่อนเวลาที่กำหนด“ปากบอกให้พอ... แต่ข้างในเธอมันกลับต้อนรับพี่ดีขนาดนี้เนี่ยนะ!?”“พี่แทน! มันลึก! อึก! อื้อ!”“ดูเธอสิ... ร้องเรียกหาพี่ออกมาขนาดนี้! ถ้าเธอเงียบล่ะก็... พี่จะกระแทกให้จุกกว่านี้จนเธอไม่มีแรงเดิน!"เขาลดใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกคลอเคลียอยู่ข้างแก้มแดงระเรื่อของเธอ ก่อนจะจงใจบดเบียดส่วนนั้นเข้า
แทนไทค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจากซอกคอระหง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูดุดันเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิท ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาเขายังคงแช่กายค้างไว้ภายในอย่างถือสิทธิ์ ไม่มีความคิดที่จะถอนตัวออกมาแม้แต่นิดเดียวราวกับจะซึมซับความสุขสมนี้ให้นานที่สุดหยาดเหงื่อเม็ดเล็กเกาะพราวตามกรอบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความเย้ยหยันเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นยิ้มอันตรายของ ‘นักล่า’ ที่เพิ่งจัดการเหยื่อจนหมอบราบคาบเขาเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาเพราะความเจ็บอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่ากลัวเมื่อเทียบกับการกระทำเมื่อครู่แทนไทโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากเกือบชิดใบหูเล็ก ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและสั่นพร่าที่ฟังดูมีอำนาจเหลือเกิน“พี่อยากให้เจ้าขวัญเป็นของพี่แบบถาวร... อยากให้ร่องรอยของพี่มันฝังอยู่ในตัวเธอ... ถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้นจริงๆ พี่ก็ยินดีจะรับผิดชอบขวัญไปตลอดชีวิต เข้าใจไหม หืม?”“ร... รับผิดชอบอะไรคะ... ในฐานะของเล่นลับๆของพี่น่ะเหรอ? หรือพี่น้องท้องชนกัน?”เจ้าขวัญเบือนหน้าหนี เพราะตลอดเว
แทนไทไม่รอคำตอบ เขาใช้จังหวะที่หัวใจเธอกำลังเต้นระรัวและร่างกายที่กำลังสั่นไหวตามแรงอารมณ์ที่ไม่รู้จัก ยิ่งเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั่วสรรพางค์กาย เขาปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่ขวางกั้นความสัมพันธ์ออกไปจนหมดสิ้นทั้งเธอและเขาก่อนจะแทรกกายเข้าหาช่องทางรักสีสดที่ปิดแน่นสนิท ไม่เคยผ่านมือชายใดนั้นอย่างถือวิสาสะ เขาเน้นย้ำความรู้สึกด้วยการขยับสะโพกเบียดบดเบาๆ เพื่อให้เธอรับรู้ถึงตัวตนของเขาที่พร้อมจะครอบครองทุกตารางนิ้วในคืนนี้“อ๊ะ! อื้อ!”เจ้าขวัญแอ่นกายรับสัมผัสสั่นระริก ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาฉายแววพึงพอใจอย่างเปิดเผย เขาขยับกายสอดแทรกเข้าไปลึกขึ้นทีละนิดๆ“เฮือก! พ... พี่แทน ขวัญเจ็บ! อึก...”แรงสะดุ้งสุดตัวของคนใต้ร่างทำให้แทนไทชะงักกึก ความอึดอัดความคับแน่นและร้อนผ่าวที่บีบรัดแก่นกายขนาด11นิ้วนั้นทำให้เขาแทบคลั่ง แต่เขาเลือกที่จะหยุดนิ่งกดสะโพกแช่ค้างไว้แบบนั้น ปล่อยให้ร่างกายของคุณปรับตัวเข้าหาตัวเขาในขณะที่มือหนาข้างหนึ่งละจากข้อมือของเธอมาลูบไล้ไปตามเส้นโค้งเว้าของเอวบาง ลากผ่านผิวเนียนละเอียดขึ้นมาจนถึงทรวงอกตึงซ่อนรูปที่กำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหอ







