LOGIN“เจ้าขวัญ! ทำไมพูดกับพี่เขาแบบนั้น!”
คุณก้องเกียรติขึ้นเสียงตวาดอย่างหมดความอดทน
“ขึ้นห้องไปซะ! แล้วอย่าให้พ่อเห็นว่าแกตระบัดสัตย์แอบติดต่อกับไอ้เด็กช่างนั่นอีก ไม่อย่างนั้นพ่อจะยึดโทรศัพท์แล้วย้ายแกไปเรียนต่างประเทศทันที!”
เจ้าขวัญหมุนตัววิ่งร้องไห้ขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเองทันที หญิงสาวผลักประตูห้องเข้าไปแล้วกดล็อกกักขังตัวเองไว้ในความมืด ร่างบางทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าสะอื้นไห้อยู่ข้างเตียงด้วยความหมดหวัง
เธอเหลียวมองออกไปทางหน้าต่างห้องนอน... หน้าต่างที่มองออกไปเห็นบ้านหลังข้างๆ
บ้านของแทนไท...
ภาพแผ่นหลังกว้างที่คุกเข่าบนพื้นปูน ภาพบาดแผลตรงมุมปาก และสายตาเจ็บปวดร้าวราญของอสูรกายหนุ่มที่ยอมรับความผิดทั้งหมดไว้คนเดียว วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเธอ หัวใจดวงน้อยบีบรัดจนปวดหนึบ เธอเพิ่งจะรู้ซึ้งในวันนี้เองว่า ชายหนุ่มคนที่เธอเคยตราหน้าว่าเป็น ‘ปีศาจ’ มาตลอดชีวิต... คือคนเดียวที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอจริงๆ
ในขณะที่ ‘เจ้าชาย’ ที่เธอเคยหลงใหลและพ่อแม่ประเคนให้... กลับเป็นอสูรร้ายที่จ้องจะกลืนกินเธอทั้งตัวราวกับของเล่น
และในเวลานั้นเอง... ที่ชั้นล่างของบ้าน หมอพิชญ์กำลังนั่งจิบชาพูดคุยกับพ่อแม่ของเธอด้วยรอยยิ้ม สายตาคมมองขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านอย่างมีเลศนัย... เกมล่าเหยื่อของเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้ว
สายๆ ของวันนั้น เสียงพูดคุยที่ห้องรับแขกด้านล่างยังคงดังเล็ดลอดขึ้นมาให้ได้ยินเป็นระยะ คุณก้องเกียรติและคุณรดานั่งจิบชาคุยกับหมอพิชญ์ด้วยรอยยิ้มและท่าทีเอ็นดู ราวกับได้ลูกเขยในฝันมาอยู่ตรงหน้า ยิ่งเห็นหมอหนุ่มคอยแสดงความห่วงใยและนอบน้อม ผู้ใหญ่ทั้งสองก็ยิ่งวางใจจนหมดสิ้น
“หมอพิชญ์รออยู่ตรงนี้ทั้งคืน คงเหนื่อยแย่เลยนะคะ” คุณรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอาทร
“พอดีวันนี้ป้ากับคุณก้องเกียรติมีนัดคุยธุรกิจกับลูกค้ารายใหญ่ที่ต่างจังหวัดพอดี ต้องออกเดินทางช่วงสายๆ และคงกลับมาถึงดึกๆ นู่นเลยค่ะ”
“จริงครับหมอ...”
คุณก้องเกียรติเสริมขึ้น พร้อมกับหยิบพวงกุญแจสำรองพวงหนึ่งจากลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมายื่นส่งให้หมอหนุ่มตรงหน้า
“ลุงฝากดูแลเจ้าขวัญด้วยนะ นี่กุญแจสำรองห้องนอนของน้อง เผื่อยัยขวัญดื้อไม่ยอมเปิดประตูกินข้าวกินปลา... ลุงกับป้าเปิดทางให้แล้ว ปรับความเข้าใจกันให้ได้นะหมอนะ”
ความคิดของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ มีเพียงแค่อยากผูกมัดลูกสาวไว้กับผู้ชายที่เพียบพร้อม อนาคตไกลมีหน้าที่การงานเชิดหน้าชูตาอย่างหมอพิชญ์ หากมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ ก็จะได้ไม่เป็นขี้ปากใคร เพราะอย่างไรหมอพิชญ์ก็คือคนที่ครอบครัวเลือกให้ และพร้อมจะยกลูกสาวใส่ตะกร้าล้างน้ำประเคนให้โดยไร้ข้อสงสัย
“ขอบพระคุณมากครับคุณลุง คุณป้า...” หมอพิชญ์ยื่นมือไปรับพวงกุญแจสำรองมาถือไว้ด้วยรอยยิ้มย่อมนอบน้อม
“ผมจะดูแลน้องขวัญอย่างดีที่สุดครับ ไม่ต้องเป็นห่วงเลยนะครับ”
เพียงไม่นาน เสียงรถยนต์ของคุณก้องเกียรติก็สตาร์ตเครื่องและแล่นออกจากประตูรั้วบ้านไป ทิ้งให้คฤหาสน์หลังใหญ่ตกอยู่ในความเงียบสงบ มีเพียงแม่บ้านไม่กี่คนที่อยู่ออกไปทางเรือนรับรองด้านหลัง
หมอพิชญ์ยืนมองทอดสายตาตามท้ายรถของคุณก้องเกียรติจนลับตา รอยยิ้มสุภาพบุรุษแสนดีบนใบหน้าค่อยๆ สลายหายไป กลายเป็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเงียบงันจนน่าขนลุก หมอหนุ่มหมุนพวงกุญแจสำรองในมือเล่นเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันไดไปยังชั้นสองอย่างใจเย็น
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ค่อยๆ ก้าวตรงมาตามโถงทางเดินชั้นบน ทำเอาเจ้าขวัญที่นั่งกอดเข่าสะอื้นอยู่ข้างเตียงในห้องนอนสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวตัวสั่นระริกด้วยความหวาดผวา นัยน์ตากลมโตจ้องมองไปยังบานประตูห้องที่ล็อกแน่นหนาด้วยความตื่นตระหนก
เธอจำเสียงฝีเท้านี้ได้ดี... มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคุณพ่อหรือคุณแม่แน่ๆ
กริ๊ก...
เสียงพวงกุญแจกระทบกันดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง ตามด้วยเสียงลูกกุญแจที่ถูกเสียบเข้าไปในช่องล็อก
“ฮึก...!”
เจ้าขวัญยกมือขึ้นอุดปากตัวเองแน่น น้ำตาไหลทะลักออกจากสองเต้าตาด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด ร่างบางพยายามถอยร่นไปจนชิดหัวเตียง
แกร๊ก!
เสียงสลักประตูถูกปลดล็อกออกอย่างง่ายดาย บานประตูไม้หนาหนักค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงของหมอพิชญ์ในชุดทักซิโด้สีกรมท่าที่ยับย่นเล็กน้อย เขายืนพิงกรอบประตูพลางหมุนพวงกุญแจในมือเล่น สายตาคมกริบจ้องมองร่างสั่นเทาของเจ้าขวัญด้วยแววตาของผู้ชนะที่ไร้ซึ่งหน้ากากแสนดีอีกต่อไป
“คุณลุงกับคุณป้าออกไปทำงานข้างนอกกันหมดแล้วล่ะครับ... น้องขวัญ”
หมอพิชญ์เอ่ยเสียงนุ่มทว่าเย็นเยียบ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาในห้องก่อนจะเหวี่ยงประตูให้ปิดลง และกดล็อกสลักจากด้านในอย่างใจเย็น
“ไม่... อย่าเข้ามานะ!” เจ้าขวัญตวาดเสียงสั่นเครือ สองมือไขว่คว้าหาหมอนอิงยกขึ้นมากระชับแน่นแนบอก
“ออกไปจากห้องขวัญเดี๋ยวนี้!”
“จะให้ออกไปไหนล่ะครับ?”
หมอพิชญ์เหยียดยิ้มหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าหาเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม
“พ่อกับแม่ของน้องขวัญเป็นคนมอบกุญแจห้องนี้ให้พี่เองนะ... ท่านอยากให้พี่ขึ้นมา ‘ปรับความเข้าใจ’ กับขวัญ และคอยดูแลขวัญอย่างใกล้ชิดยังไงล่ะ”
หมอหนุ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกลวกๆ สายตาดุดันและเต็มไปด้วยตัณหาฉายชัดออกมาโดยไม่คิดจะซ่อนเร้นอีกต่อไป
“เมื่อคืนไอ้เด็กช่างนั่นมันมาขัดจังหวะพี่... แถมขวัญยังกล้าดื้อหนีพี่ไปกับมันอีก” หมอพิชญ์กดเสียงต่ำ ย่อตัวลงบนเตียงกดข่มร่างบางเอาไว้
“แต่คืนนี้... จะไม่มีใครหน้าไหนมาช่วยขวัญได้อีกแล้ว ขวัญเป็นของพี่! และพี่อยากจะรู้นักว่าเมื่อคืนมันทำได้ดีกว่าพี่หรือเปล่า!”
สิ้นคำประกาศกร้าว มือหนาของหมอพิชญ์ก็เอื้อมไปคว้าข้อเท้าเล็กของเจ้าขวัญไว้แน่น ก่อนจะออกแรงกระชากอย่างแรงจนร่างบางไถลลงมาแนบชิดกับตัวเขาที่ทาบทับลงมาทันที
“กรี๊ดดดด!!”
เจ้าขวัญกรีดร้องด้วยความตกใจ พยายามสะบัดขาและใช้สองมือดันอกแกร่งออกสุดแรง แต่หมอพิชญ์กลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้กับฟูกเตียงเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว
“ฮึก... ปล่อยนะ! ขวัญไม่ชอบแบบนี้! พี่พิชญ์อย่าทำแบบนี้กับขวัญ!”
“ไม่ชอบแบบนี้งั้นเหรอ?”
หมอพิชญ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะเย็นเยียบชวนขนลุก นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาด้วยความชอบใจ
“แล้วชอบแบบไหนล่ะครับ? ชอบแบบที่ไอ้เด็กช่างนั่นมันป่าเถื่อนใส่หรือไง!”
ยิ่งเห็นเหยื่อดิ้นรนและเบือนหน้าหนีด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณดิบในตัวหมอหนุ่มก็ยิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ความเจ็บปวดและอาการสะอื้นไห้ของคนใต้ร่างกลายเป็นน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงตัณหา หมอพิชญ์ก้มลงซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างหื่นกระหาย กดน้ำหนักตัวทับร่างระหงเอาไว้แน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก
มือหนาอีกข้างเปลี่ยนมาจับเข้าที่คอเสื้อยืดทรงโอเวอร์ไซส์ เสื้อของแทนไทที่เธออาบน้ำเปลี่ยนมาจากคอนโดของเขาก่อนจะออกแรงฉีกกระชากอย่างแรง
แคว่ก!!
เนื้อผ้าถูกฉีกขาดออกจากกันอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนและผิวขาวผ่อง ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของหมอพิชญ์ กลับเป็นรอยรักสีกุหลาบเข้มหลายจุดที่ประทับเด่นหราอยู่ตามซอกคอและเนินอก!
ภาพตรงหน้าทำให้สติของหมอหนุ่มขาดผึง ความโกรธแค้นและอารมณ์อยากเอาชนะพุ่งขึ้นสูงจนถึงขีดสุด
“เหี้ยเอ๊ย!”
หมอพิชญ์สบถออกมาด้วยความหงุดหงิด แววตาเต็มไปด้วยไฟแค้น
“มึงยอมให้มันทำขนาดนี้เลยเหรอเจ้าขวัญ! ไอ้เด็กวิศวะเปื้อนฝุ่นนั่นมันดีกว่าเด็กแพทย์อนาคตไกลอย่างกูตรงไหนวะ!!”
“กรี๊ดดดด! ฮือ... พี่แทน! ช่วยขวัญด้วย! พี่แทน!!”
“เจ้าขวัญ! ทำไมพูดกับพี่เขาแบบนั้น!”คุณก้องเกียรติขึ้นเสียงตวาดอย่างหมดความอดทน“ขึ้นห้องไปซะ! แล้วอย่าให้พ่อเห็นว่าแกตระบัดสัตย์แอบติดต่อกับไอ้เด็กช่างนั่นอีก ไม่อย่างนั้นพ่อจะยึดโทรศัพท์แล้วย้ายแกไปเรียนต่างประเทศทันที!”เจ้าขวัญหมุนตัววิ่งร้องไห้ขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเองทันที หญิงสาวผลักประตูห้องเข้าไปแล้วกดล็อกกักขังตัวเองไว้ในความมืด ร่างบางทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าสะอื้นไห้อยู่ข้างเตียงด้วยความหมดหวังเธอเหลียวมองออกไปทางหน้าต่างห้องนอน... หน้าต่างที่มองออกไปเห็นบ้านหลังข้างๆบ้านของแทนไท...ภาพแผ่นหลังกว้างที่คุกเข่าบนพื้นปูน ภาพบาดแผลตรงมุมปาก และสายตาเจ็บปวดร้าวราญของอสูรกายหนุ่มที่ยอมรับความผิดทั้งหมดไว้คนเดียว วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเธอ หัวใจดวงน้อยบีบรัดจนปวดหนึบ เธอเพิ่งจะรู้ซึ้งในวันนี้เองว่า ชายหนุ่มคนที่เธอเคยตราหน้าว่าเป็น ‘ปีศาจ’ มาตลอดชีวิต... คือคนเดียวที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอจริงๆในขณะที่ ‘เจ้าชาย’ ที่เธอเคยหลงใหลและพ่อแม่ประเคนให้... กลับเป็นอสูรร้ายที่จ้องจะกลืนกินเธอทั้งตัวราวกับของเล่นและในเวลานั้นเอง... ที่ชั้นล่างของบ้าน หมอพิชญ์กำลังนั่งจิบชาพูดค
ทว่าความโกรธของคุณก้องเกียรติกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย มันยิ่งพุ่งสูงขึ้นเมื่อคิดว่าไอ้เด็กช่างเปื้อนฝุ่นคนนี้ได้ ‘ย่ำยี’ ผ้าขาวบริสุทธิ์ของครอบครัวเขาไปแล้วจริงๆ!“แก... ไอ้แทนไท!”คุณก้องเกียรติถลันเข้ามากระชากตัวเจ้าขวัญดึงไปไว้ด้านหลังของตัวเองทันที ราวกับเธอเป็นของขวัญที่ถูกสิ่งน่ารังเกียจแปดเปื้อน ผู้เป็นพ่อชี้หน้าแทนไทที่ยังคงคุกเข่าอยู่ด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความโกรธจัด นัยน์ตาแดงเกรี้ยวกราด“คนอย่างมึงน่ะเหรอจะมารับผิดชอบลูกสาวกู!” เสียงทุ้มตวาดด่าประจานลั่นซอย“เอาน้ำหน้าอะไรมารับผิดชอบ! มึงมันก็แค่ไอ้เด็กอันธพาลไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอน! คิดว่าการคุกเข่าแบบนี้มันจะชดใช้สิ่งที่มึงทำกับลูกสาวกูได้งั้นเหรอ!”“คุณลุงครับ...”“อย่ามาเรียกกูว่าคุณลุง!” คุณก้องเกียรติสวนกลับอย่างไร้เยื่อใย“ลูกสาวกูมีอนาคต มีหมอพิชญ์ที่เพียบพร้อมรอแต่งงานด้วย! กูไม่มีวันยอมรับไอ้เด็กช่างเปื้อนฝุ่นอย่างมึงมาเป็นลูกเขยเด็ดขาด! ไสหัวไปให้พ้นหน้าบ้านกูเดี๋ยวนี้... ก่อนที่กูจะแจ้งตำรวจจับมึงข้อหากักขังข่มขืน!”“พ่อ! พี่แทนไม่ได้ทำแบบนั้น! ขวัญ....”“ขวัญ! ไม่ต้องพูด! เข้าบ้าน!”คุณก
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านม่านชั้นนอกของห้องเพนท์เฮาส์หรู ทอดแผ่นแสงสีทองบางเบาลงบนเตียงกว้างหลังจากที่แทนไทอุ้มเธอมานอนบนเตียงนุ่มร่างระหงที่ขยับตัวแผ่วเบาเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดร้าวและเมื่อยล้าไปทั่วสรรพางค์กาย สัมผัสแรกที่รับรู้ได้คือความอบอุ่นแนบแน่นจากแผงอกแกร่งและแขนทรงพลังที่ตระกองกอดเอวคอดกิ่วของเธอไว้ตลอดทั้งคืนเจ้าขวัญค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ นัยน์ตากลมโตสบประสานเข้ากับสายตาคมกริบสีน้ำตาลอ่อนของแทนไทที่ลืมตามองเธออยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากหยักลึกที่มีรอยแผลตรงมุมปาก ทำให้หัวใจดวงน้อยของคนมองเต้นผิดจังหวะไปทันทีภาพความทรงจำอันร้อนแรงและลึกซึ้งในค่ำคืนที่ผ่านมาซัดกระหน่ำเข้ามาในหัวราวกับลูกคลื่นถึงสองรอบติดอย่างเร่าร้อน ใบหน้าหวานสุกปลั่งขึ้นสีเลือดฝาดร้อนผ่าวไปถึงใบหูด้วยความเขินอายเธอรีบซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างเพื่อซ่อนพวงแก้มแดงจัด แต่ทว่าฝ่ามือหนาลับเอื้อมมาประคองคางมนให้เงยขึ้นรับจุมพิตแผ่วเบาบนริมฝีปากกระจับอย่างหยอกเย้า“อรุณสวัสดิ์ ยัยเด็กขี้แย...” เสียงทุ้มห้าวที่เอ่ยกระซิบข้างหูนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเอ็นดู “เป็นยังไงบ้าง... ยั
“อ๊า! พ... พอแล้ว! อื้อ.. ฮื้อ!”แผ่นหลังเนียนละเอียดแอ่นลงไปเป็นผลทำให้บั้นท้ายกระดกรับแรงกระแทกของเขาพร้อมแรงตอดรัดทุกจังหวะ มือกำรั้งโซฟาแทบขาด ร่างระหงโยกสั่นไม่ต่างจากโซฟาเลยสักนิดแทนไทถึงกับหลุดคำสบถต่ำๆ ในลำคอเมื่อเห็นแผ่นหลังของเธอแอ่นโค้งรับสัมผัสอย่างไม่ตั้งใจ ท่าทางที่เหมือนกำลังพยายามดิ้นรนแต่กลับเป็นการยั่วเย้าให้เขากระแทกสวนเข้าไปลึกยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่ามือหนาที่กำข้อมือเธอไว้ออกแรงกดแน่นขึ้นจนเส้นเลือดบนแขนปูดโปนตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งเขาเร่งจังหวะเข้ากระแทกบั้นท้ายถี่รัวและหนักหน่วง ทุกครั้งที่เขากระแทกกายเข้าไปจนสุดลำ ความร้อนผ่าวจากภายในตัวเธอก็ยิ่งต้อนรับเขาอย่างเร่าร้อน แรงตอดรัดที่รุนแรงทำให้แทนไทต้องกัดฟันแน่นเพื่อคุมไม่ให้ตัวเองปลดปล่อยออกมาก่อนเวลาที่กำหนด“ปากบอกให้พอ... แต่ข้างในเธอมันกลับต้อนรับพี่ดีขนาดนี้เนี่ยนะ!?”“พี่แทน! มันลึก! อึก! อื้อ!”“ดูเธอสิ... ร้องเรียกหาพี่ออกมาขนาดนี้! ถ้าเธอเงียบล่ะก็... พี่จะกระแทกให้จุกกว่านี้จนเธอไม่มีแรงเดิน!"เขาลดใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกคลอเคลียอยู่ข้างแก้มแดงระเรื่อของเธอ ก่อนจะจงใจบดเบียดส่วนนั้นเข้า
แทนไทค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจากซอกคอระหง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูดุดันเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิท ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาเขายังคงแช่กายค้างไว้ภายในอย่างถือสิทธิ์ ไม่มีความคิดที่จะถอนตัวออกมาแม้แต่นิดเดียวราวกับจะซึมซับความสุขสมนี้ให้นานที่สุดหยาดเหงื่อเม็ดเล็กเกาะพราวตามกรอบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความเย้ยหยันเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นยิ้มอันตรายของ ‘นักล่า’ ที่เพิ่งจัดการเหยื่อจนหมอบราบคาบเขาเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาเพราะความเจ็บอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่ากลัวเมื่อเทียบกับการกระทำเมื่อครู่แทนไทโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากเกือบชิดใบหูเล็ก ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและสั่นพร่าที่ฟังดูมีอำนาจเหลือเกิน“พี่อยากให้เจ้าขวัญเป็นของพี่แบบถาวร... อยากให้ร่องรอยของพี่มันฝังอยู่ในตัวเธอ... ถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้นจริงๆ พี่ก็ยินดีจะรับผิดชอบขวัญไปตลอดชีวิต เข้าใจไหม หืม?”“ร... รับผิดชอบอะไรคะ... ในฐานะของเล่นลับๆของพี่น่ะเหรอ? หรือพี่น้องท้องชนกัน?”เจ้าขวัญเบือนหน้าหนี เพราะตลอดเว
แทนไทไม่รอคำตอบ เขาใช้จังหวะที่หัวใจเธอกำลังเต้นระรัวและร่างกายที่กำลังสั่นไหวตามแรงอารมณ์ที่ไม่รู้จัก ยิ่งเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั่วสรรพางค์กาย เขาปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่ขวางกั้นความสัมพันธ์ออกไปจนหมดสิ้นทั้งเธอและเขาก่อนจะแทรกกายเข้าหาช่องทางรักสีสดที่ปิดแน่นสนิท ไม่เคยผ่านมือชายใดนั้นอย่างถือวิสาสะ เขาเน้นย้ำความรู้สึกด้วยการขยับสะโพกเบียดบดเบาๆ เพื่อให้เธอรับรู้ถึงตัวตนของเขาที่พร้อมจะครอบครองทุกตารางนิ้วในคืนนี้“อ๊ะ! อื้อ!”เจ้าขวัญแอ่นกายรับสัมผัสสั่นระริก ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาฉายแววพึงพอใจอย่างเปิดเผย เขาขยับกายสอดแทรกเข้าไปลึกขึ้นทีละนิดๆ“เฮือก! พ... พี่แทน ขวัญเจ็บ! อึก...”แรงสะดุ้งสุดตัวของคนใต้ร่างทำให้แทนไทชะงักกึก ความอึดอัดความคับแน่นและร้อนผ่าวที่บีบรัดแก่นกายขนาด11นิ้วนั้นทำให้เขาแทบคลั่ง แต่เขาเลือกที่จะหยุดนิ่งกดสะโพกแช่ค้างไว้แบบนั้น ปล่อยให้ร่างกายของคุณปรับตัวเข้าหาตัวเขาในขณะที่มือหนาข้างหนึ่งละจากข้อมือของเธอมาลูบไล้ไปตามเส้นโค้งเว้าของเอวบาง ลากผ่านผิวเนียนละเอียดขึ้นมาจนถึงทรวงอกตึงซ่อนรูปที่กำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหอ







