LOGINทว่าความโกรธของคุณก้องเกียรติกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย มันยิ่งพุ่งสูงขึ้นเมื่อคิดว่าไอ้เด็กช่างเปื้อนฝุ่นคนนี้ได้ ‘ย่ำยี’ ผ้าขาวบริสุทธิ์ของครอบครัวเขาไปแล้วจริงๆ!
“แก... ไอ้แทนไท!”
คุณก้องเกียรติถลันเข้ามากระชากตัวเจ้าขวัญดึงไปไว้ด้านหลังของตัวเองทันที ราวกับเธอเป็นของขวัญที่ถูกสิ่งน่ารังเกียจแปดเปื้อน ผู้เป็นพ่อชี้หน้าแทนไทที่ยังคงคุกเข่าอยู่ด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความโกรธจัด นัยน์ตาแดงเกรี้ยวกราด
“คนอย่างมึงน่ะเหรอจะมารับผิดชอบลูกสาวกู!” เสียงทุ้มตวาดด่าประจานลั่นซอย
“เอาน้ำหน้าอะไรมารับผิดชอบ! มึงมันก็แค่ไอ้เด็กอันธพาลไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอน! คิดว่าการคุกเข่าแบบนี้มันจะชดใช้สิ่งที่มึงทำกับลูกสาวกูได้งั้นเหรอ!”
“คุณลุงครับ...”
“อย่ามาเรียกกูว่าคุณลุง!” คุณก้องเกียรติสวนกลับอย่างไร้เยื่อใย
“ลูกสาวกูมีอนาคต มีหมอพิชญ์ที่เพียบพร้อมรอแต่งงานด้วย! กูไม่มีวันยอมรับไอ้เด็กช่างเปื้อนฝุ่นอย่างมึงมาเป็นลูกเขยเด็ดขาด! ไสหัวไปให้พ้นหน้าบ้านกูเดี๋ยวนี้... ก่อนที่กูจะแจ้งตำรวจจับมึงข้อหากักขังข่มขืน!”
“พ่อ! พี่แทนไม่ได้ทำแบบนั้น! ขวัญ....”
“ขวัญ! ไม่ต้องพูด! เข้าบ้าน!”
คุณก้องเกียรติออกแรงกระชากแขนลูกสาวอย่างแรงโดยไม่ฟังเสียงค้านที่ยังพูดไม่จบ ร่างบางที่สั่นสะท้านถูกดึงให้ถอยร่นไปด้านหลังอย่างไม่ปรานี
เจ้าขวัญสะอื้นไห้จนตัวโยน สายตาพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองร่างสูงใหญ่ของแทนไทที่ยังคงคุกเข่าอยู่นิ่งๆ บนพื้นปูนแข็ง หัวใจของเธอเหมือนถูกกรีดเป็นชิ้นๆ ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับยอมคุกเข่าถูกพ่อแม่เธอต่อว่าด้วยถ้อยคำใจร้ายเพื่อปกป้องเธอ
“พี่แทน... ฮึก... คุณพ่ออย่าทำพี่แทนเลยนะคะ ขวัญขอร้อง...”
เจ้าขวัญพยายามจะเหนี่ยวรั้ง แต่กลับถูกแม่จับแขนไว้อีกข้างแล้วลากตัวเดินตรงไปยังประตูบ้าน
ทว่าก่อนที่บานประตูจะถูกปิดลง หมอพิชญ์ที่ยืนเงียบมาตลอดก็ก้าวขึ้นมาด้านหน้า เขาปรับสีหน้าให้ดูเจ็บปวดและแสนดีอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาคมฉายความหมองเศร้าและเห็นอกเห็นใจ ราวกับพระเอกผู้เสียสละในละครหลังข่าว
“คุณลุงครับ... คุณป้าครับ...” หมอพิชญ์เอ่ยเสียงพร่ามัว รอยยิ้มเศร้าๆ ระบายบนใบหน้า
“อย่าดุหรือต่อว่าน้องขวัญเลยครับ... ถึงเมื่อคืนน้องขวัญจะพลาดพลั้งไปเพราะความเท่าไม่ถึงการณ์ หรือโดนใครบังคับ... แต่ผม...”
หมอหนุ่มหยุดห้วงคำพูด เว้นจังหวะให้คุณก้องเกียรติและคุณรดาหันมามองด้วยความฉงน ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาพ่อแม่ของเจ้าขวัญตื้นตันจนพูดไม่ออก
“ผมไม่รังเกียจน้องขวัญเลยครับ... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมยินดีที่จะแต่งงานและรับผิดชอบดูแลน้องขวัญแทนเองครับ”
“หมอพิชญ์...”
คุณรดาครางชื่อหมอหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ น้ำตาเอ่อคลอด้วยความประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษ
“หมอช่างเป็นคนดีอะไรขนาดนี้... ยอมรับเด็กที่เปรอะเปื้อนแบบนี้ได้ยังไงกัน”
“ขวัญไม่ได้เปรอะเปื้อนครับคุณป้า ขวัญยังคงเป็นเจ้าหญิงของผมเสมอ...”
หมอพิชญ์เอ่ยเสียงนุ่มนวล ทว่าสายตาที่แอบปรายมองไปยังเจ้าขวัญกลับเต็มไปด้วยความถือสิทธิ์อย่างน่าขนลุก
เจ้าขวัญเบิกตากว้างด้วยความช็อก สะบัดหน้าหนีคำโกหกเลวร้ายนั่น แต่เสียงสลักลูกกรงประตูรั้วและบานประตูบ้านไม้แท่นใหญ่ก็ถูกคุณก้องเกียรติเหวี่ยงปิดลงอย่างแรง!
ปัง!!
เสียงประตูที่ปิดกระแทกใส่หน้า ราวกับเป็นกาลเวลาที่ตัดขาดโลกของเจ้าขวัญออกจากแทนไทโดยสิ้นเชิง
และในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่บานประตูจะปิดสนิท หมอพิชญ์ที่กำลังก้าวเท้าเดินตามเข้าบ้านไป ได้ค่อยๆ เหลียวเสี้ยวหน้ากลับมามองแทนไทที่ยังคงคุกเข่าอยู่หน้าประตูรั้ว...
ใบหน้าสุภาพบุรุษแสนดีเหือดหายไปในพริบตา เหลือเพียงมุมปากหยักที่กระตุกยิ้มเหยียดหยันอย่างผู้ชนะ และแววตาสมเพชเย้ยหยันส่งมาให้อสูรกายหนุ่มอย่างเปิดเผย
‘มึงแพ้กูแล้วไอ้เด็กช่าง... ต่อให้มึงได้ตัวมันไป แต่มันก็ต้องตกเป็นของกูอยู่ดี’
สายตาของหมอพิชญ์บอกชัดเช่นนั้น ก่อนที่ร่างของมันจะหายลับเข้าไปหลังบานประตูที่ล็อกแน่นหนา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและสายลมยามเช้าที่พัดผ่านร่างสูงใหญ่
แทนไทยังคงคุกเข่าอยู่นิ่งบนพื้นปูนเย็นชืด นัยน์ตาคมกริบสีเข้มขึ้นจ้องมองบานประตูที่ปิดสนิทด้วยความมืดมน มือหนาที่วางอยู่บนหน้าขาเกร็งขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แผลตรงมุมปากไหลซึมลงมาตามสันคางขจากการขบกัดริมฝีปากของเขาเพื่อข่มกลั้นอารมณ์ที่เดือดพล่าน เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดกายเลยสักนิด
หัวใจของเขามันชาและแหลกสลายไปตั้งแต่เห็นหยาดน้ำตาของเจ้าขวัญตอนถูกลากตัวไปแล้ว...
“หึ...”
เสียงแค่นหัวเราะสมเพชตัวเองดังขึ้นแผ่วเบาในลำคอ อสูรกายหนุ่มค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 189 เซนติเมตร สายตาคมกริบจ้องมองคฤหาสน์ตรงหน้าด้วยแววตาที่แปรรูปจากความเจ็บปวด... กลายเป็นไฟแค้นที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
พวกเขาคิดว่าเรื่องนี้จะจบลงง่ายๆ แค่นี้งั้นเหรอ? คิดว่ากั้นกำแพงบ้าน แล้วเอาคำว่า ‘เจ้าชาย’ มาบังหน้า จะหยุดอสูรกายอย่างเขาได้งั้นเหรอ?
‘อยากเล่นบทพระเอกแสนดีนักใช่ไหมไอ้หมอ... ได้! งั้นกูจะเล่นบทปีศาจลากมึงลงนรกให้ดู!’
ภายในบ้านหลังใหญ่ตึงเครียดขึ้นเมื่อผู้เป็นพ่อที่พึ่งจะปิดประตูเดินเข้ามา เจ้าขวัญยังคงก้มหน้านิ่งน้ำตาไหลพราก แต่ก็ยังไม่วายชะเง้อคอมองไปยังทางหน้าบ้านด้วยความเป็นห่วง
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกต้องอยู่กับหมอพิชญ์ตลอดเวลา! อย่าให้พ่อเห็นแกไปกับมันอีก! ไม่อย่างนั้นแกจะไม่ได้ก้าวขาออกจากบ้านแล้วอย่ามาหาว่าพ่อใจร้าย”
"หนูไม่... ฮึก... พ่อคะ ฟังขวัญก่อน!"
เจ้าขวัญร้องโวยวายทั้งน้ำตา เสียงหวานสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว ร่างบางพยายามจะก้าวถอยหลังหนีจากหมอพิชญ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่คุณรดากลับปราดเข้ามากดไหล่ลูกสาวไว้แน่น ใบหน้าของผู้เป็นแม่เต็มไปด้วยความเข็มงวดและไม่มีแววใจอ่อนเลยแม้แต่น้อย
“อย่ามาเถียงพ่อแกนะเจ้าขวัญ!” คุณรดาตวาดเสียงแข็ง
“รู้ไหมว่าหมอพิชญ์เขามีเมตตาและให้เกียรติแกขนาดไหน! ทำเรื่องงามหน้าไว้ขนาดนี้ ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเขาคงสะบัดตูดหนีไปนานแล้ว มีแต่หมอพิชญ์นี่แหละที่ยอมเสียสละมาช่วยปกป้องชื่อเสียงของแกกับครอบครัวเรา!”
คำว่า ‘ปกป้องชื่อเสียง’ ราวกับตบหน้าเจ้าขวัญอย่างแรง หญิงสาวสะอื้นไห้จนตัวโยน รู้สึกเหมือนกำลังโดนพ่อแม่ตัวเองผลักลงเหวทั้งเป็น... เหวที่มีเสือสิงห์กระทิงป่าในคราบเทพบุตรยืนรอขย้ำเธออยู่
หมอพิชญ์คลี่ยิ้มอบอุ่นละมุนละไมออกมาทันที ชายหนุ่มยกมือขึ้นไหว้นอบน้อมใส่คุณก้องเกียรติและคุณรดาด้วยท่วงท่าของลูกเขยแสนดีในฝัน
“ขอบพระคุณครับคุณลุง คุณป้า... ที่ไว้วางใจให้ผมได้ดูแลน้องขวัญ” เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ
“ผมสัญญาครับว่าจะไม่ทำให้คุณลุงคุณป้าผิดหวัง และจะคอยอยู่ดูแลน้องขวัญไม่ให้คลาดสายตา... จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพาตัวน้องไปทำเรื่องเสื่อมเสียได้อีกแล้วครับ”
ทว่าในเสี้ยววินาทีที่หมอพิชญ์หันกลับมามองเจ้าขวัญ... ดวงตาคมคายที่เคยอบอุ่นกลับส่องประกายวาวโรจน์ไปด้วยความถือสิทธิ์และชัยชนะอย่างปิดไม่มิด มุมปากหยักยกยิ้มกวนประสาทแผ่วเบาที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็น
‘สุดท้าย... เธอก็หนีพี่ไม่พ้นหรอกเจ้าขวัญ’ แววตาของเขาบอกชัดเช่นนั้น
“ขวัญปวดหัว... ขวัญจะขึ้นห้อง...”
เจ้าขวัญสะบัดตัวออกจากการจับกุมของผู้เป็นแม่ หญิงสาวกำมือแน่นจนเล็บแทบจะจีกลงไปในเนื้อ สติตระหนักรู้ของเธอแทบจะพังทลาย เธอไม่อาจทนมองหน้าชายหนุ่มผู้เสแสร้งคนนี้ได้อีกแม้แต่เสี้ยววินาที
“งั้นเดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่ห้องนะครับน้องขวัญ...” หมอพิชญ์เสนอตัวทันทีด้วยน้ำเสียงอาทร
“ไม่ต้อง!”
เจ้าขวัญตวาดสวนกลับเสียงสูง นัยน์ตากลมโตแดงก่ำจ้องมองหมอพิชญ์ด้วยความหวาดระแวงและเกลียดชัง
“อย่ามาแตะต้องตัวขวัญ!”
“เจ้าขวัญ! ทำไมพูดกับพี่เขาแบบนั้น!”คุณก้องเกียรติขึ้นเสียงตวาดอย่างหมดความอดทน“ขึ้นห้องไปซะ! แล้วอย่าให้พ่อเห็นว่าแกตระบัดสัตย์แอบติดต่อกับไอ้เด็กช่างนั่นอีก ไม่อย่างนั้นพ่อจะยึดโทรศัพท์แล้วย้ายแกไปเรียนต่างประเทศทันที!”เจ้าขวัญหมุนตัววิ่งร้องไห้ขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเองทันที หญิงสาวผลักประตูห้องเข้าไปแล้วกดล็อกกักขังตัวเองไว้ในความมืด ร่างบางทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าสะอื้นไห้อยู่ข้างเตียงด้วยความหมดหวังเธอเหลียวมองออกไปทางหน้าต่างห้องนอน... หน้าต่างที่มองออกไปเห็นบ้านหลังข้างๆบ้านของแทนไท...ภาพแผ่นหลังกว้างที่คุกเข่าบนพื้นปูน ภาพบาดแผลตรงมุมปาก และสายตาเจ็บปวดร้าวราญของอสูรกายหนุ่มที่ยอมรับความผิดทั้งหมดไว้คนเดียว วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเธอ หัวใจดวงน้อยบีบรัดจนปวดหนึบ เธอเพิ่งจะรู้ซึ้งในวันนี้เองว่า ชายหนุ่มคนที่เธอเคยตราหน้าว่าเป็น ‘ปีศาจ’ มาตลอดชีวิต... คือคนเดียวที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอจริงๆในขณะที่ ‘เจ้าชาย’ ที่เธอเคยหลงใหลและพ่อแม่ประเคนให้... กลับเป็นอสูรร้ายที่จ้องจะกลืนกินเธอทั้งตัวราวกับของเล่นและในเวลานั้นเอง... ที่ชั้นล่างของบ้าน หมอพิชญ์กำลังนั่งจิบชาพูดค
ทว่าความโกรธของคุณก้องเกียรติกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย มันยิ่งพุ่งสูงขึ้นเมื่อคิดว่าไอ้เด็กช่างเปื้อนฝุ่นคนนี้ได้ ‘ย่ำยี’ ผ้าขาวบริสุทธิ์ของครอบครัวเขาไปแล้วจริงๆ!“แก... ไอ้แทนไท!”คุณก้องเกียรติถลันเข้ามากระชากตัวเจ้าขวัญดึงไปไว้ด้านหลังของตัวเองทันที ราวกับเธอเป็นของขวัญที่ถูกสิ่งน่ารังเกียจแปดเปื้อน ผู้เป็นพ่อชี้หน้าแทนไทที่ยังคงคุกเข่าอยู่ด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความโกรธจัด นัยน์ตาแดงเกรี้ยวกราด“คนอย่างมึงน่ะเหรอจะมารับผิดชอบลูกสาวกู!” เสียงทุ้มตวาดด่าประจานลั่นซอย“เอาน้ำหน้าอะไรมารับผิดชอบ! มึงมันก็แค่ไอ้เด็กอันธพาลไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอน! คิดว่าการคุกเข่าแบบนี้มันจะชดใช้สิ่งที่มึงทำกับลูกสาวกูได้งั้นเหรอ!”“คุณลุงครับ...”“อย่ามาเรียกกูว่าคุณลุง!” คุณก้องเกียรติสวนกลับอย่างไร้เยื่อใย“ลูกสาวกูมีอนาคต มีหมอพิชญ์ที่เพียบพร้อมรอแต่งงานด้วย! กูไม่มีวันยอมรับไอ้เด็กช่างเปื้อนฝุ่นอย่างมึงมาเป็นลูกเขยเด็ดขาด! ไสหัวไปให้พ้นหน้าบ้านกูเดี๋ยวนี้... ก่อนที่กูจะแจ้งตำรวจจับมึงข้อหากักขังข่มขืน!”“พ่อ! พี่แทนไม่ได้ทำแบบนั้น! ขวัญ....”“ขวัญ! ไม่ต้องพูด! เข้าบ้าน!”คุณก
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านม่านชั้นนอกของห้องเพนท์เฮาส์หรู ทอดแผ่นแสงสีทองบางเบาลงบนเตียงกว้างหลังจากที่แทนไทอุ้มเธอมานอนบนเตียงนุ่มร่างระหงที่ขยับตัวแผ่วเบาเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดร้าวและเมื่อยล้าไปทั่วสรรพางค์กาย สัมผัสแรกที่รับรู้ได้คือความอบอุ่นแนบแน่นจากแผงอกแกร่งและแขนทรงพลังที่ตระกองกอดเอวคอดกิ่วของเธอไว้ตลอดทั้งคืนเจ้าขวัญค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ นัยน์ตากลมโตสบประสานเข้ากับสายตาคมกริบสีน้ำตาลอ่อนของแทนไทที่ลืมตามองเธออยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากหยักลึกที่มีรอยแผลตรงมุมปาก ทำให้หัวใจดวงน้อยของคนมองเต้นผิดจังหวะไปทันทีภาพความทรงจำอันร้อนแรงและลึกซึ้งในค่ำคืนที่ผ่านมาซัดกระหน่ำเข้ามาในหัวราวกับลูกคลื่นถึงสองรอบติดอย่างเร่าร้อน ใบหน้าหวานสุกปลั่งขึ้นสีเลือดฝาดร้อนผ่าวไปถึงใบหูด้วยความเขินอายเธอรีบซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างเพื่อซ่อนพวงแก้มแดงจัด แต่ทว่าฝ่ามือหนาลับเอื้อมมาประคองคางมนให้เงยขึ้นรับจุมพิตแผ่วเบาบนริมฝีปากกระจับอย่างหยอกเย้า“อรุณสวัสดิ์ ยัยเด็กขี้แย...” เสียงทุ้มห้าวที่เอ่ยกระซิบข้างหูนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเอ็นดู “เป็นยังไงบ้าง... ยั
“อ๊า! พ... พอแล้ว! อื้อ.. ฮื้อ!”แผ่นหลังเนียนละเอียดแอ่นลงไปเป็นผลทำให้บั้นท้ายกระดกรับแรงกระแทกของเขาพร้อมแรงตอดรัดทุกจังหวะ มือกำรั้งโซฟาแทบขาด ร่างระหงโยกสั่นไม่ต่างจากโซฟาเลยสักนิดแทนไทถึงกับหลุดคำสบถต่ำๆ ในลำคอเมื่อเห็นแผ่นหลังของเธอแอ่นโค้งรับสัมผัสอย่างไม่ตั้งใจ ท่าทางที่เหมือนกำลังพยายามดิ้นรนแต่กลับเป็นการยั่วเย้าให้เขากระแทกสวนเข้าไปลึกยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่ามือหนาที่กำข้อมือเธอไว้ออกแรงกดแน่นขึ้นจนเส้นเลือดบนแขนปูดโปนตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งเขาเร่งจังหวะเข้ากระแทกบั้นท้ายถี่รัวและหนักหน่วง ทุกครั้งที่เขากระแทกกายเข้าไปจนสุดลำ ความร้อนผ่าวจากภายในตัวเธอก็ยิ่งต้อนรับเขาอย่างเร่าร้อน แรงตอดรัดที่รุนแรงทำให้แทนไทต้องกัดฟันแน่นเพื่อคุมไม่ให้ตัวเองปลดปล่อยออกมาก่อนเวลาที่กำหนด“ปากบอกให้พอ... แต่ข้างในเธอมันกลับต้อนรับพี่ดีขนาดนี้เนี่ยนะ!?”“พี่แทน! มันลึก! อึก! อื้อ!”“ดูเธอสิ... ร้องเรียกหาพี่ออกมาขนาดนี้! ถ้าเธอเงียบล่ะก็... พี่จะกระแทกให้จุกกว่านี้จนเธอไม่มีแรงเดิน!"เขาลดใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกคลอเคลียอยู่ข้างแก้มแดงระเรื่อของเธอ ก่อนจะจงใจบดเบียดส่วนนั้นเข้า
แทนไทค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจากซอกคอระหง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูดุดันเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิท ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาเขายังคงแช่กายค้างไว้ภายในอย่างถือสิทธิ์ ไม่มีความคิดที่จะถอนตัวออกมาแม้แต่นิดเดียวราวกับจะซึมซับความสุขสมนี้ให้นานที่สุดหยาดเหงื่อเม็ดเล็กเกาะพราวตามกรอบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความเย้ยหยันเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นยิ้มอันตรายของ ‘นักล่า’ ที่เพิ่งจัดการเหยื่อจนหมอบราบคาบเขาเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาเพราะความเจ็บอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่ากลัวเมื่อเทียบกับการกระทำเมื่อครู่แทนไทโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากเกือบชิดใบหูเล็ก ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและสั่นพร่าที่ฟังดูมีอำนาจเหลือเกิน“พี่อยากให้เจ้าขวัญเป็นของพี่แบบถาวร... อยากให้ร่องรอยของพี่มันฝังอยู่ในตัวเธอ... ถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้นจริงๆ พี่ก็ยินดีจะรับผิดชอบขวัญไปตลอดชีวิต เข้าใจไหม หืม?”“ร... รับผิดชอบอะไรคะ... ในฐานะของเล่นลับๆของพี่น่ะเหรอ? หรือพี่น้องท้องชนกัน?”เจ้าขวัญเบือนหน้าหนี เพราะตลอดเว
แทนไทไม่รอคำตอบ เขาใช้จังหวะที่หัวใจเธอกำลังเต้นระรัวและร่างกายที่กำลังสั่นไหวตามแรงอารมณ์ที่ไม่รู้จัก ยิ่งเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั่วสรรพางค์กาย เขาปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่ขวางกั้นความสัมพันธ์ออกไปจนหมดสิ้นทั้งเธอและเขาก่อนจะแทรกกายเข้าหาช่องทางรักสีสดที่ปิดแน่นสนิท ไม่เคยผ่านมือชายใดนั้นอย่างถือวิสาสะ เขาเน้นย้ำความรู้สึกด้วยการขยับสะโพกเบียดบดเบาๆ เพื่อให้เธอรับรู้ถึงตัวตนของเขาที่พร้อมจะครอบครองทุกตารางนิ้วในคืนนี้“อ๊ะ! อื้อ!”เจ้าขวัญแอ่นกายรับสัมผัสสั่นระริก ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาฉายแววพึงพอใจอย่างเปิดเผย เขาขยับกายสอดแทรกเข้าไปลึกขึ้นทีละนิดๆ“เฮือก! พ... พี่แทน ขวัญเจ็บ! อึก...”แรงสะดุ้งสุดตัวของคนใต้ร่างทำให้แทนไทชะงักกึก ความอึดอัดความคับแน่นและร้อนผ่าวที่บีบรัดแก่นกายขนาด11นิ้วนั้นทำให้เขาแทบคลั่ง แต่เขาเลือกที่จะหยุดนิ่งกดสะโพกแช่ค้างไว้แบบนั้น ปล่อยให้ร่างกายของคุณปรับตัวเข้าหาตัวเขาในขณะที่มือหนาข้างหนึ่งละจากข้อมือของเธอมาลูบไล้ไปตามเส้นโค้งเว้าของเอวบาง ลากผ่านผิวเนียนละเอียดขึ้นมาจนถึงทรวงอกตึงซ่อนรูปที่กำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหอ







