เดทที่แปลว่าสู้ชีวิต (1)--------------------สองสามวันมานี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองห่างไกลจากเขายังไงก็ไม่รู้เพราะตั้งแต่จันทร์เจ้ากลับมาทุกอย่างดูจะคึกคักโดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่ทุกคนต่างก็พากันทั้งอวยทั้งเชียร์งานโปรโมทของทางมหา'ลัยที่ควรจะเป็นหน้าที่ของดาวเดือนปีนี้ก็ถูกเธอปาดหน้าแถมยังลากเตย์ที่ไม่อยากทำไปร่วมด้วยฉันที่ได้เจอเขาน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยลงไปอีก เฮ้อ~ ทำไมถึงเป็นแบบนี้กันนะ เขาที่เก่งเรื่องปฏิเสธออกปานนั้นทำไมถึงยอมง่าย ๆเห็นแบบนี้ฉันก็เครียดเหมือนกันนะคะ กลัวใจของเขา... แต่ก็อย่างที่เห็นฉันทำอะไรไม่ได้เลยเช้านี้ทำสปาเก็ตตี้เบคอนผัดพริกแห้ง สลัด แล้วก็ซุปข้าวโพด จัดลงกล่องเตรียมออกจากบ้าน อ้อ! อาทิตย์หน้าพี่ชายของฉันจะมา เห็นว่าอยากจะเปิดตลาดสำหรับจำหน่ายผลไม้โดยเฉพาะฉันว่าก็ดีนะ ถึงเราจะกระจายส่งขายทั้งในและนอกประเทศแทบไม่พออยู่แล้วก็ต้องนึกถึงอนาคตขยายลู่ทางทำกินเพิ่มอีก ในส่วนนี้ป๋ากับพี่ชายเก่งอยู่แล้วแน่นอนว่าตัวของฉันเองก็ต้องพยายามด้วยเช่นกัน ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน ตลอดจนเรื่องความรักที่ยังคงอีกแสนยาวไกล สู้เขาสิวะอีหญิง!ทำได้ไหม?เราทำได้!ได้ไหม?ทำได้!!
คู่แข่งกลับมาแล้วนะคุณผู้ชม 100%------------------------------จันทร์เจ้าแม่สาวดาวมหา'ลัยเป็นผู้ผูกขาดบทสนทนาทั้งหมด ส่วนใหญ่ก็คุยเรื่องที่เจ้าตัวไปแลกเปลี่ยนมานั่นแหละ ใช้ชีวิตยังไง กินนอนยังไง มีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง บลา ๆ ๆขณะที่ฉันนั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยด้วยความหิวโหย ขนาบข้างด้วยเตย์และเธียรที่ก็เจริญอาหารไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเธียรที่เริ่มลามมาฉกฉวยเอาลูกชิ้นในถ้วยของฉันไป"เอ๊ะ!" จิกตาใส่สิคะนาทีนี้ เจ้านี่ก็ไม่มีสะทกสะท้านหัวเราะชอบใจพลางงับลูกชิ้นเข้าปาก"อื้ม อาหร่อยยยย" คนนิสัยไม่ดีทำหน้ากวน"เพื่อ? คุณพี่ทำเพื่ออะไรค่ะ""เพื่อความสนุกสิครับคุณน้อง" พูดแล้วก็หัวเราะปากกว้างทำให้ทั้งโต๊ะที่กำลังสนใจจันทร์เจ้าพูดอยู่นั้นหันมามองเราสองคนแทน"เดี๋ยวก็ได้ตีกันจริง" ทิศเหนือว่า"เธอดูเหมาะกับไอ้เธียรมากกว่าไอ้เตย์อีกนะ สดใส ๆ ไม่ควรมาจมปลักอยู่กับคนเย็นชา" เป็นหนึ่งแซวแต่เหมือนจะประชดอีกคนมากกว่า"กับตาบ้านี่ละไว้ในฐานที่เข้าใจดีกว่าค่ะ ยังไงเราก็รักเตย์ไม่เปลี่ยนแปลง จุ๊บ ๆ" ว่าแล้วก็หันไปจุ๊บลมใส่คนข้างกาย"ง่อววว เป็นไงเตย์ น่ารักป่ะ" พบพานถามเพื่อนตัวเอง ชงเข้มน่าให้รางวัลซะ
คู่แข่งกลับมาแล้วนะคุณผู้ชม (1)----------------------------เช้านี้มีความสุข...ตื่นมาเห็นเงินเดือนเข้าบัญชีแล้วดีใจ ได้มากกว่าตอนทำงานที่ร้านบะหมี่ของหม่าม้าซะอีก มากกว่าสามสี่เท่าเห็นจะได้ระยะเวลาหนึ่งเดือนจะว่าช้าก็ช้าจะว่าเร็วก็เร็ว แต่สำหรับฉันรู้สึกทั้งสองอย่างเลย เวลาอยู่กับเขาเวลามักผ่านไปเร็วจนใจหายแถมยังไม่มีอะไรคืบหน้าอีกต่างหาก ขณะเดียวกันเวลาเรียนกับทำงานเวลามันช่างผ่านไปช้าจนเหนื่อยหน่ายใจเข้าเดือนใหม่ก็หวังว่าเขาจะเปิดใจให้เรามากขึ้น และที่สำคัญฉันได้ข่าวมาว่าจันทร์เจ้า เนตรนรินทร์ ดาวมหา'ลัยคนนั้นน่ะกลับมาแล้วนะจ๊ะเขาพูดถึงกันทั้งมหา'ลัย ขนาดคนไม่เล่นโซเชียลอย่างฉันยังรู้ คู่จิ้นคู่จริงกลับมาทวงบัลลังก์บลา ๆ น่าเบื่อ...ช่างเถอะ! ฉันก็ทำในส่วนของตัวเองไป ถ้าเขาบอกว่าให้หยุดฉันถึงจะหยุดเช้านี้ทำอะไรให้พ่อยอดรักยอดดวงใจทาน อืม... ก็มีเส้นหมี่ไก่ฉีก เกี๊ยวห่อไข่นกกระทาทอด แล้วก็ซุปไก่ รับรองความอร่อยโดยเชฟยัยน้องกุ๋งกิ๋งเช่นเคยแว้นมอเตอร์ไซค์ฮ่างคู่ใจมายังคณะวิศวะเจ้าเก่าเจ้าเดิม มาจนคนทั้งคณะเขารู้กันหมดแล้วว่าอิฉันคนนี้ตามจีบ 'เตย์ ทมโภลี' อยู่ใจจริงก็ไม่อยากให้พ
เสาร์อาทิตย์เธอคืดถึงใคร (2)-----------------------ขอบคุณพระเจ้าที่อย่างน้อยก็ให้ชีวิตน้อย ๆ นี้ได้มีเวลาพักผ่อน...ฉันนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงไม่คิดลุกทำอะไร ไถการ์ตูนอ่านเพลิน ๆ เบื่อก็เปิดซีรีส์ ฟังเพลงวนไปแปลกที่ไม่รู้สึกหิวสักนิด"เตย์จะทำอะไรอยู่กันนะ อยากเจอจังเลย..."มีสิทธิ์แค่คิดถึงเฮ้อ~ ตอนบ่ายออกไปเดินเล่นแถวตลาดผ้าแก้เซ็งดีกว่า...นี่ขนาดหน้าฝนอากาศยังร้อนขนาดนี้ แล้วประเทศไทยจะมีหน้าหนาวให้เราได้เย็นฉ่ำบ้างไหมหนอคุณผู้ชมหาที่จอดรถได้ก็เดินลัดเลาะไปตามซอยต่าง ๆ ย่านนี้นอกจากจะขายผ้าแล้วยังเป็นย่านค้าปลีกและส่งที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯคนเยอะมากแต่มีหรือที่เราจะหวั่น เบียดเข้าไปสิคะ!จนในที่สุดก็ฝ่ามายังร้านประจำได้สำเร็จ เจ้าของร้านเป็นคนอินเดีย ใจดีเป็นกันเอง ไม่เคยยัดเยียดให้ซื้อและมักมีผ้าเนื้อดีลายใหม่ ๆ มาแนะนำเสมอ"อ้าว! ยัยน้องกุ๋งกิ๋ง" พูดไทยชัดมาก แล้วดูคำเรียกที่คุณลุงเขาเรียกฉันสิหัวเราะออกไปด้วยความตลกก่อนจะยกมือไหว้พร้อมเอ่ยทักทาย พอเห็นว่าฉันมาแกก็รีบสั่งให้ภรรยาไปยกเอาผ้ามานำเสนอแล้วแบบนี้จะไม่ให้หมดตัวได้ยังไงคุณน้าาาา ไอ้เรานอกจากคลั่งรักเตย์แล้ว
เสาร์อาทิตย์เธอคิดถึงใคร (1)--------------------------[ เตย์ ทมโภลี ]เหมือนจะไม่คาดหวังแต่ก็คาดหวังมากกว่าใครทั้งหมด"แกคิดว่าแค่นี้มันพอเหรอ" ผมมองผู้ให้กำเนิดที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าของท่านฉายชัดซึ่งความไม่พอใจอย่างว่าธุรกิจแค่นี้ทำกำไรไม่ได้มากหากแต่ก็เก็บได้เรื่อย ๆ อะไรที่เราคิดว่าดีมักจะปัดตกเสมอ"มีแพลนจะทำอย่างอื่นอีกหรือเปล่า ฉันให้เงินแกไปตั้งเท่าไร ใจคอจะลงทุนแค่นั้นเองหรือไง" น้ำเสียงไม่สบอารมณ์บรรยากาศอึดอัดแบบเดิม ๆ น้ำเสียงและสีหน้าแบบเดิม ๆ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นัยน์ตาแข็งขึงเต็มไปด้วยอคติคอยตั้งแง่หาข้อจับผิด"ยังไม่ได้คิดครับ""คิดซะแล้วเอามาเสนอ อย่าเอาแต่เล่นไปเรื่อย เรื่องเรียนก็ต้องนำหน้าคนอื่นเสมอ ที่ฉันอนุญาตให้แกเรียนสายนี้เพราะแม่แกขอ ไม่งั้นฉันไม่ยอมหรอกนะจำใส่หัวไว้ด้วย"พูดเรื่องนี้อีกแล้ว...ทุกคนยอมก้มหัวให้กับความเผด็จการของท่าน แต่ผมดันเป็นไอ้คนนอกคอกที่ไม่ชอบถูกบังคับ จึงไม่ถูกใจและไม่เป็นที่โปรดปราน"อยากแยกออกไปก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง ทุกอย่างต้องมั่นคงเพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับเข้ามาในตระกูลอีก เพราะฉันยังเห็นว่าแกเป็นลูกถึงได้ให้โอกาส"
กินอะไรก็ไม่อร่อยเท่ากินเธอ เอ้ย! กินกับเธอ (2)-------------------------------------20 : 30 น.ร้านกาแฟประจำการที่เคาน์เตอร์เรียบร้อย ในร้านยังไม่มีลูกค้าเข้าจึงใช้เวลานี้ตรวจเช็ควัตถุดิบต่าง ๆ ซึ่งเราไม่ต้องเตรียมอะไรเลย ทางร้านเตรียมไว้ให้ทั้งหมด เราแค่มีหน้าที่ทำตามออเดอร์เท่านั้น บอกเลยว่าโคตรเจ๋ง!เมนูวันนี้เป็นผัดกระเพราหมูหมึกกุ้งเลือกได้ตามใจชอบ แกงจืดสาหร่าย ยำวุ้นเส้น แล้วก็ชุดรวมของทอด นะคะคุณลูกค้าขาาาาเช็คของอะไรเสร็จก็มานั่งทบทวนบทเรียนระหว่างรอลูกค้าเข้าร้าน พาลทำให้คิดถึงเรื่องของเขาโดยไม่มีเหตุผล ด้วยความโลภที่อยากจะเข้าใกล้มากกว่านี้ "เฮ้อ~ คงมีโอกาสอยู่ละมั้ง ดูไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไร" ไอ้เรื่องเผื่อใจน่ะเตือนตัวเองตลอดนั่นแหละ ของแบบนี้มันแน่นอนซะที่ไหนกริ๊งงงงงงงงเฮือก!ตกใจเสียงโทรศัพท์ของร้าน ฉันรีบลุกไปยกหูรับสาย ผู้จัดการบอกว่าถ้าโทรศัพท์เครื่องนี้มีคนโทรเข้ามาให้สันนิษฐานเอาไว้ก่อนเลยว่าปลายสายคือเจ้าของคอนโด เขามักจะโทรมาสั่งอาหารในเวลานี้ เมื่อทำเสร็จให้เอาขึ้นไปส่งยังชั้นบนสุดอ่า...ตื่นเต้นยังไงก็ไม่รู้"สวัสดีค่ะ ร้านทีคอฟฟี่ยินดีให้บริการค่ะ"
กินอะไรก็ไม่อร่อยเท่ากินเธอ เอ้ย! กินกับเธอ (1)--------------------------------------ทำงานวันแรกค้นพบว่าไม่ได้สบายอย่างที่คิดนะคะคุณผู้ชม ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในวัยนักเรียนนักศึกษาที่ต้องทำงานส่งอาจารย์และอ่านหนังสือดึก ๆ ต่อให้มีร้านสะดวกซื้อพวกเขาก็ยังต้องการกินอาหารที่ปรุงสุกสดใหม่มากกว่าอาหารแช่แข็งอุ่นร้อน กว่าร้านจะไม่มีลูกค้าเข้าแล้วจริง ๆ ก็ปาไปตีสามกลับมาถึงบ้านตีห้าอย่าถามว่าได้นอนตอนไหน ไม่มีเวลาจ้ะ! เข้าครัวทำอาหารให้พ่อยอดรักยอดดวงใจต่อทันที ตอนนี้หกโมงเช้ากำลังจัดแฮมเบอร์เกอร์ลงกล่อง มีสลัดเบคอนแล้วก็นักเก็ตกับเฟรนช์ฟรายส์เพิ่มอีกอย่างละกล่องให้ไปด้วยต้องขอบคุณผู้สนับสนุนใจดีอย่างหม่าม้าที่ซื้อของมาใส่ไว้ในตู้เย็นให้ เพราะรู้ว่าลูกสาวคนนี้เงินไม่ค่อยมี แต่ก็ดันให้จีบผู้ชายเต็มที่ เอาเลยหม่าม้าเชียร์บ้านเงียบราวกับไม่มีใครอยู่ ที่เป็นแบบนี้เพราะหม่าม้าออกไปที่ร้านตั้งแต่ตีสาม เตรียมของขายเฉกเช่นทุกวันนั่นแหละ ส่วนป๋ากับพี่ชายอยู่บ้านสวนโน่นแน่ะ จะได้เจอกันแค่เดือนละครั้งทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็กลับขึ้นห้องไปอาบน้ำชำระร่างกาย วันนี้มีเรียนยาวถึงหกโมงเย็น เน้นแพทเทิร์นแ
อ้ายคนจนจำต้องทนทำงานหาเงิน----------------------วันนี้ฉันไม่มีเรียนแต่ก็ตั้งใจตื่นเช้ามาทำของอร่อยให้เขา เน้นเป็นเมนูของว่างซะส่วนใหญ่ไก่ทอดแป้งกรอบ ๆ ฟู ๆ ทานกับทาร์ทาร์ซอสเข้ากันดีเป็นที่สุดทำเสร็จก็จัดใส่กล่องแล้วขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจไปมหา'ลัย ตอนเช้าเป็นเวลาเดียวที่ไม่ต้องลุ้นว่าจะได้เจอเขาหรือไม่เพราะได้เจอแน่ ๆ ขอแค่กะเวลาให้ถูกมาจอดรถรออยู่ที่เดิม ข่าวว่าเข้าหน้าฝนอย่างเต็มรูปแบบแต่แดดจ้าจนน่าใจหายเลยล่ะคะคุณผู้ชม จะตกเมื่อไรโทรบอกด้วยแล้วกันระหว่างรอก็มีรถเลี้ยวเข้ามาจอดอยู่เรื่อย ๆ เท่าที่สังเกตไม่มีใครจอดตรงที่ของเขาเลยนะ ต้องบอกว่าที่ของทั้งแก๊งมากกว่า ที่จอดหกช่องว่างหมดเลยความอิทธิพลนี้นั้น...มันช่างน่ากลัวววว"อ้าว! เธอที่โรงอาหารวันนั้นหนิ" ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่ขี้เผือกซึ่งฉันจำได้นะจ๊ะ เดินเข้ามาทัก นี่ไม่ได้พูดอะไรทำเพียงแค่มองนิ่ง ๆ คอยดูสิต้องถามแน่ว่ามาทำอะไร หรือไม่ก็มาหา เตย์ ทมโภลี ใช่ไหม เป็นอะไรกัน บลา ๆ ๆ"มาหา เตย์ ทมโภลี เหรอ" น่ะ! ขาดคำซะที่ไหน "ใช่ มีอะไรกับเราหรือเปล่า""เปล่า เธอน่ารักดีเลยอยากรู้จัก"น่ารัก? มาเวย์สินะ เหอะ! ของมันแน่อยู่แล้วพ
อ้ายคนจนจำต้องทนทำงานหาเงิน-------------------------เมื่อวานจบลงตรงที่กินข้าวกลางวันกันเสร็จก็แยกย้าย น้ำตาจะไหลพ่อยอดรักยอดดวงใจเขาเย็นชาเหลือเกินฉะนั้นเช้านี้ ณ ที่เดิมฉันมารอเขาพร้อมกับปอเปี๊ยะแสนอร่อยที่ตื่นมาผัดไส้ห่อแป้งเองตั้งแต่ตีสี่เอิ่ม กับเรื่องเรียนเอ็งตั้งใจขนาดนี้ไหมกิ๋งงงงงอุ๊ย! นั่น ๆ เขามาแล้ว เวลาดีเวลาเดิม เจ็ดโมงครึ่งไม่ขาดไม่เกินยืนมองรถหรูที่ไม่ใช่คันเดียวกับเมื่อวานเลี้ยวเข้ามา คันสีขาวมุกของอีกเจ้าหนึ่ง ส่วนคันนี้เป็นสีดำของอีกเจ้าซึ่งเป็นซุปเปอร์คาร์สวยน่าทึ่งพอเห็นแบบนี้ก็ยิ่งเห็นถึงความต่างชั้น หันมองมอเตอร์ไซค์ฮ่างของตัวเองแล้วแก้มแดง เขิน ๆ อาย ๆ ยังไงก็ไม่รู้รถยนต์ราคาแพงจอดสนิทที่จุดเดิม ฉันไม่รอช้ารีบวิ่งไปหาทันทีที่เขาเปิดประตูลงมา"สวัสดีค่ะเตย์" ทักทายเสียงใสด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แค่เห็นหน้าหล่อ ๆ ก็ชื่นใจมีแรงกลับไปเรียนแล้วจ้า"ต้องทำแบบนี้ทุกวันด้วยเหรอ" เสียงทุ้มเอ่ยถาม ไล่สายตามองมานิ่ง ๆ ไม่รู้สึกอะไรกับฉันเลย"เพิ่งวันที่สองเองนะคะ ถ้าถามว่าจะทำแบบนี้ทุกวันเลยไหมก็ต้องขอตอบว่าใช่! เอานี่...วันนี้เป็นปอเปี๊ยะ" "ถ้าเอาไปทิ้งจะโกรธหรือเปล