LOGINและสุดท้ายมันก็จบลงที่ฉันต้องมานั่งทำแผลให้เขา
“แล้วไปทำยังไงให้โดนบาดได้ล่ะ”
ฉันถามเขาในขณะที่วางกล่องปฐมพยาบาลอยู่บนหน้าตัก เสียงไม่ค่อยสั่นเท่าไหร่แล้วเพราะตอนนี้ฉันนั่งห่างจากเขามาก เพิ่งเห็นว่าพอเอาแขนเสื้อขึ้นมาต้นแขนของฉลามดุจะเป็นแผลเหมือนโดนมีดบาดเป็นทางยาว เลือดไหลลงมาที่ปากแผลเล็กน้อย แต่ตอนที่เขาพูดกับเด็กพวกนั้นก็ไม่เห็นว่าเขาจะแสดงสีหน้าเจ็บปวดอะไรเลย
“ก็...” เขาเว้นวรรค แล้วกุมแผลตัวเองไว้ “ตอนนั้นโมโห”
“...”
“แล้วก็หวงเธอมากจนเลือดขึ้นหน้าไง” พูดด้วยน้ำเสียงเชิญชวนไม่พอ ยังช้อนตาขึ้นมองฉันด้วยสายตาออดอ้อนด้วย “เจ็บอ่ะเธอ”
“แล้ว...” ฉันหน้าแดง แล้วรีบหลบตาเขาทันที “แล้วทำไมตอนนั้นไม่บอกเด็กพวกนั้นไปล่ะ พวกเขาจะได้รับผิดชอบอะไรบ้าง”
“เราไม่อยากตัดอนาคตเด็ก” เขาตอบกลับมาทันทีด้วยสีหน้าจริงจัง “แล้วแผลมันก็ไม่ได้ใหญ่มาก พวกมันคงพกมาป้องกันตัว แต่ใช้ผิดวิธีไปหน่อย”
“...”
“มันยังเรียนอยู่ เราไม่อยากเอาเรื่อง”
ฉันมองเขาแล้วเงียบไป นึกเห็นด้วยในใจเลยเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ แล้วหยิบผ้าก็อซกับพวกอุปกรณ์สำหรับทำแผลสดออกมา แต่ก็นึกได้ว่าเขายังไม่ได้ล้างแผลเลย
“ปะ... ไปล้างแผลก่อนสิ” ฉันพูดกับเขาโดยไม่สบตาด้วย เเล้วร่างสูงก็มองกลับมาแทบจะทันที “เดี๋ยวก็ติดเชื้อหรอก”
“ล้างให้หน่อยดิ” ฉันหันกลับไปมองเขาแทบจะทันทีเมื่อฉลามดุโพล่งขึ้นมา อะ... อะไรนะ “แล้วก็มานั่งใกล้ๆ เราด้วย นั่งห่างแบบนั้นจะทำแผลได้ไง”
“เอ่อ...”
“เร็วดิ เจ็บแผลนะเนี่ย”
ฉันทำสีหน้าจนใจ ก่อนที่จะลุกไปนั่งข้างๆ เขาอย่างเสียไม่ได้ แล้วตัดสินใจเอากล่องปฐมพยาบาลวางกั้นระหว่างที่นั่งของเราไว้ ฉลามดุก้มลงมองมัน แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันด้วยสายตาละห้อย
ฉะ... ฉันจะไม่ใจอ่อนให้เขาหรอกนะ
“ที่นี่มีผ้ารึเปล่า” ฉันถามเขาเพื่อเปลี่ยนเรื่อง แล้วจู่ๆ ร่างสูงก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนต้องผงะถอยหลัง แล้วเขาก็หัวเราะพร้อมกับกระซิบเสียงหนักด้วยท่าทางเหมือนจงใจจะแกล้ง
“อยู่ในตู้เสื้อผ้าชั้นบนอ่ะ... ในห้องนอนเรา” เขาจ้องตาฉันด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ในขณะที่จะพูดต่อด้วยประโยคที่... “เดี๋ยวไปช่วยหยิบเป็นเพื่อน”
ที่...
“มะ... ไม่เอา จะไปเองค่ะ” ฉันผุดลุกขึ้นยืนทันทีด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แล้วรีบจ้ำอ้าวไปหยิบผ้าสะอาดที่อยู่ในห้องนอนของฉลามดุทันทีโดยมีเสียงหัวเราะเบาๆ ของเขาดังตามหลังมา ตู้เสื้อผ้าของเขาไม่ใหญ่และเตี้ยมากด้วย ห้องของเขาก็รกมาก และยิ่งไปกว่านั้นพอฉันเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออกมา
“... อะ!”
กะ... กองกางเกงบ็อกเซอร์ของเขาก็หล่นลงมาจนฉันต้องถอยหลังหนีไปตั้งหลักอย่างตกใจ
โอ้ย นี่เค้าไม่คิดที่จะจัดผ้าดีๆ บ้างเลยเหรอ พับแล้วก็ยัดๆ เข้าใส่ตู้แบบนี้เนี่ยมันลำบากคนเก็บนะ
แย่ที่สุดเลย ฮือ ฉันจะร้องไห้แล้วนะรู้มั้ย
ฉันคิดในใจอย่างวุ่นวายใจแล้วค่อยๆ หยิบกะ... กางเกงของเขามาพับเข้าตู้ด้วยใบหน้าที่ร้อนจัดไม่ต่างจากกาต้มน้ำเดือดๆ เลย ในขณะที่สายตาจะเหลือบไปเห็นผ้าสะอาดผืนเล็ก ฉันรีบคว้ามันมาอย่างระแวดระวังเพราะกลัวอะไรๆ ที่ไม่จรรโลงใจมันจะหล่นลงมาอีก แล้วปิดประตูตู้เสื้อผ้าอย่างเรียบร้อย
ฉันเดินออกไป สบตากับร่างสูงที่นั่งมองแผลที่แขนอยู่นิดหน่อย ตอนแรกเขาผิวปากเล่นด้วย แต่พอเขาเห็นฉัน สีหน้าของฉลามดุก็เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวเหมือนกับเจ็บปวดมากจริงๆ
แล้ว... ฉันรู้นะว่าเขาแกล้งน่ะ ก็เขาแสดงได้ไม่เนียนเลย
ฉันมุ่ยหน้าเล็กๆ แล้วเดินไปเปิดกาต้มน้ำ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาชามขนาดกลางโดยไม่คิดที่จะถามฉลามดุอีก แล้วมันก็มีจริงๆ ฉันคลี่ยิ้มบางๆ พร้อมกับหยิบออกมาจากชั้น รอจนน้ำอุ่นกำลังพอดีแล้วเปิดน้ำใส่ชาม เอาผ้ามาซับๆ แล้วบิดพอเปียกหมาดๆ ในขณะที่จะเดินยกชามไปหาเขาที่นั่งมองฉันอยู่อีกด้านหนึ่ง
ตอนเด็กๆ ฉันเคยทำแผลให้พี่ชายบ่อยๆ น่ะ ก็เลยชินไปแล้ว
เชื่อมั้ยคะ ฉันเคยฝันว่าอยากเป็นพยาบาลด้วยนะ แต่มันก็นานมากแล้วล่ะ ฉันไม่ได้หัวดีถึงขนาดจะไปเรียนสายนั้นได้ แถมยังซุ่มซ่ามเก่ง มือสั่นง่ายอีกต่างหาก
ส้มหวานบอกว่าฉันนิสัยเหมือนกระต่าย ขี้กลัว และมักเป็นเหยื่อของนักล่าและนายพรานเสมอ
ซึ่งก็อาจจะจริงก็ได้ เพราะคนตรงหน้าฉันไม่ต่างอะไรกับหมาป่าเลยสักนิด
ฉันคิดในใจเพลินๆ แล้วนั่งลงข้างๆ เขาโดยมีกล่องปฐมพยาบาลขั้นอยู่ตรงกลางเหมือนเดิม ร่างสูงมองตาฉันกลับ ในขณะที่ยื่นแขนให้อย่างรู้งาน “เบาๆ นะ เราเจ็บมากเลยว่ะ”
ฉันมองเขาพร้อมกับถอนหายใจ ทำไมต้องแกล้งเจ็บด้วยนะ
และเพราะไม่อยากพูดอะไร ฉันก็เลยหยิบผ้าออกมาแล้วซับไปที่แผลของเขาเบาๆ เพื่อเช็ดเลือดออกอย่างเงียบๆ สายตาของฉันจงใจจดจ่ออยู่แค่ที่แผลเขา เพราะรู้สึกตัวว่าฉลามดุเอาแต่จ้องหน้าฉันอยู่ตลอดเวลาจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา
ฉันซับมันไปเรื่อยๆ โดยตั้งใจว่าจะไม่สนใจเขาอีก จนกระทั่ง...
“ผมปิดหน้าหมดแล้ว” เสียงของฉลามดุดังขึ้นที่ข้างริมหู พร้อมกับมือเรียวที่ปัดหน้าม้าเเละปอยผมให้ฉันออกอย่างแผ่วเบา ฉันเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพราะเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองก้มหน้ามากเกินไปหน่อย แล้วก็ต้องตกใจที่ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ฉันมาก ตะ... ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ “กล้าสบตาเราแล้วเหรอ”
ฉลามดุพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับกระตุกยิ้ม ฉันมองริมฝีปากเขาที่ยกสูงขึ้น แล้วอยู่ดีๆ ก็หน้าร้อนขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ
“สะ... เสร็จแล้วล่ะ” ฉันผละมือออกจากแขนเขาทันที แล้วหยิบเบตาดีนออกมาพร้อมกับสำลี ชุบมันจนชุ่มนิดๆ แล้วเอามาแตะที่แผลเขาเบาๆ เลือดของเขาจางลงไปมากแล้วเพราะฉันซับมันออก แต่ก็ยังมีรอยอยู่
ฉันเผลอเอื้อมมือไปแตะมันเบาๆ แล้วพึมพำบอกฉลามดุอย่างลืมตัว
“สองวันต่อมาคุณต้องไปซื้อยาทาแก้แผลเป็นนะ เป็นรอยแบบนี้รู้สึกไม่ดีเลย...”
“นิ้งเป็นห่วงเราเหรอ”
ฉันชะงักทันทีเมื่อจู่ๆ เขาก็โพล่งแทรกขึ้นมา ก่อนที่จะรู้สึกตัว ก็เลยเผลอพูดออกไป “... ก็เป็นห่วงนิดหน่อย”
อะ... โอ้ย พูดออกไปแล้ว จะพูดออกไปทำไมนะนิ้ง
“เฮ้ย” ฉลามดุทำสีหน้าตกใจเหมือนเขาเองก็คิดไม่ถึง ก่อนที่ต่อมาร่างสูงจะฉีกยิ้มกว้าง “จริงดิ”
ฉันเงียบทันที
ฉันไม่น่าพูดเลย อุตส่าห์จะนั่งทำแผลเงียบๆ แต่ดันเผลอพูดเรื่อยเปื่อยไปซะแล้ว
“งั้น... ยาแก้แผลเป็นอะไรนั่นนิ้งก็ซื้อให้เราดิ” และพอเห็นว่าฉันเลือกที่จะเงียบ ฉลามดุก็เลยพูดขึ้นมาอีก แต่คราวนี้เหมือนเขาจะต่อรองฉันอีก “แล้วมาทำแผลให้เราทุกวันเลย... ได้มั้ย?”
“ทะ... ทำไมไม่ซื้อเองล่ะ” ฉันพูดด้วยสีหน้าเหวอๆ แล้วเขาก็เงียบไป
“ก็...” เขาเว้นคำให้ฉันรอฟัง แล้วจู่ๆ ก็ฉีกยิ้มออกมา “เราแค่อยากหาเรื่องอยู่กับนิ้งไง”
“...!”
“เป็นไปได้ก็อยากไปเก็บของเธอย้ายมาอยู่ด้วยกันเลย แต่ทำไม่ได้ไง ก็เลยต้องใช้วิธีนี้แหละ” ฉันอ้าปากค้าง ในขณะที่มือที่ถือเบตาดีนอยู่จะถูกมือหนาคว้าเอาไว้ แล้วร่างสูงก็ประสานมือลงมา “เราอยากอยู่กับเธอทุกวินาทีเลยรู้ตัวปะ”
“...!!”
“เอ้า ทำแผลต่อดิ เรารออยู่ ยังเจ็บอยู่เลย” เขาพูดตัดบทอย่างพอใจเมื่อเห็นฉันทำหน้าเอ๋อสุดๆ หลังจากที่ถูกเขาพูดด้วยประโยคนั้น แล้วก็บีบมือฉันแน่นขึ้นอีกต่างหาก ในขณะที่ฉันน่ะ...
อาการเขินฉันดีเลย์อีกแล้ว แต่ตอนนี้หน้ามันร้อนไปหมดเลย
และสุดท้ายฉันก็ไม่มีทางเลือก เลยต้องนั่งทำแผลให้เขาโดยไม่กล้าสบตาร่างสูงอยู่แบบนั้น ฉันไม่มองหน้าเขาเลยตอนที่พันผ้าก็อซรอบแผลให้เขา ถึงแม้ว่าจะรู้สึกตัวว่าฉลามดุจ้องหน้าฉันอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
“เสร็จแล้วล่ะ” ฉันพูดกับเขาหลังจากกลัดผ้าก็อซอย่างเรียบร้อย แต่แผลเขาค่อนข้างเล็กเลยคิดว่าที่ตัวเองทำมันเกินตัวไปหน่อย แต่ก็ดีแล้วล่ะ เพราะมันจะได้ไม่โดนฝุ่นข้างนอกจนอักเสบ
คิดได้แบบนั้นแล้วก็หยิบกล่องปฐมพยาบาลไปวางไว้ที่อื่น ในขณะที่จะเขยิบไปตั้งหลักในอีกสุดของขอบโซฟา
ฉลามดุสำรวจแผลของตัวเอง เขามองระยะห่างระหว่างที่นั่งของเรา แล้วจู่ๆ ร่างสูงก็ทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจขึ้นมา
“แต่เราเจ็บแผลนิดๆ อ่ะ” เขาทำสีหน้าเจ็บปวดในทันที แล้วมองฉันที่นั่งห่างเขามากด้วยสายตาอ้อนวอน “มาดูตรงนี้ให้หน่อย”
ที่ดูก็รู้ว่าแกล้งเจ็บชัดๆ เลย
“ไม่เอาแล้ว” ฉันปฏิเสธ แล้วตั้งท่าจะลุกขึ้น “หนูจะกลับบ้านแล้วนะ”
“รู้ทางกลับเหรอไง?” เขาถามกลับมาทันที แล้วฉันก็เหงื่อตกเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้
จะ... จริงด้วย นี่มันห้องของเขานี่นา
“มะ... ไม่รู้” ฉันก้มลงมองโทรศัพท์ แบตมันหมดน่ะ เพราะงั้นก็เลยโทรให้ส้มหวานมาหาไม่ได้ ตอนที่นั่งมาที่นี่ฉันก็ไม่ได้มองทางเลยเพราะเขาขับเร็วมากจนฉันกลัว และ... นี่มันค่อนข้างจะเป็นทางตันสุดๆ เลย “แล้วบ้านคุณอยู่ที่ไหนอ่ะ ไกลจากหอหนูมากรึเปล่า”
ฉันถามเขาอย่างเป็นกังวล ในขณะที่ร่างสูงจะมองหน้าฉันกลับ แล้วเขาก็ทำสีหน้าบางอย่าง... มันดูเหมือนเขากำลังมีความคิดอะไรอยู่ในหัว
“ไกลดิวะ ไกลมากเลย ขับไปกว่าจะถึงหอเธอวันนี้คงดึก มันอันตราย” ฉันอ้าปากค้างเมื่อเขาพูดแบบนั้นออกมาด้วยสีหน้าตายสนิทเหมือนกับว่ามันไม่ใช่เรื่องร้ายแรง “แต่เธอจะนอนค้างที่นี่ก็ได้”
“...!!”
ขะ... เขาพูดว่าอะไรนะ
“เสื้อเราก็มี หิวเดี๋ยวเราจะหาไรให้กิน นอนไม่หลับเดี๋ยวเราจะเล่นกีต้าร์กล่อม”
“...”
“มีครบกว่านี้ก็สิงห์คะนองนาแล้วครับ”
ฉันยอมรับว่าช่วงนี้ฉันเอาแต่ใจกับเขามากแต่เพราะฉันไม่อยากให้ฉลามกลับไปทำงานในที่ที่มีผู้หญิงคนนั้นอีก ฉันเลยขอให้เขามาอยู่ที่ห้องด้วย แล้วฉันคิดว่าคืนนี้จะอยู่แต่กับเขาไม่ไปไหนเพราะฉันรู้สึกว่าตอนที่เธอจูบฉลาม ฉันเหมือนดูแลเขาไม่ดีเลย... ฉันไม่อยากให้ฉลามไปเป็นของคนอื่นฉลามเข้ามาในห้องพร้อมๆ กันกับฉัน เราสบตากันตอนนั้น แล้วฉันก็เห็นริมฝีปากของเขา ฉันสะอื้นออกมาอีก เพราะมันเจ็บจริงๆ ที่เห็นภาพนั้น ถึงฉลามจะไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม แล้วฉลามก็ไม่ผิด... แต่ฉันห้ามตัวเองไม่ให้เจ็บไม่ได้จริงๆฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ เขา เห็นว่าใบหน้าของฉลามมีรอยแดงที่ข้างแก้ม ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้เลยเผลอตบหน้าเขาไป แต่ก็ยั้งแรงไว้ได้ก่อนเพราะฉันรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นฝ่ายผิดอะไรเราผ่านอะไรมาด้วยกันมากแล้ว ฉันควรที่จะหนักแน่นสิ“... เราขอโทษที่ตบฉลามนะ” ฉันพูดกับเขา ลูบข้างแก้มของเขาเบาๆ จนฉลามที่จ้องหน้าฉันอยู่เลื่อนมือขึ้นมาบีบข้อมือฉันเบาๆ“ช่างเหอะ”“...”“นิ้งไม่โกรธก็ดีอยู่”ฉันสบตาเขากลับอีกครั้ง ก่อนที่จะค่อยๆ ขยับใบหน้าเข้าไปจนชิดกับเขา แล้วจูบเขาเบาๆฉันอยากลบสิ่งที่เธอทำออกไปฉลามรั้งเอวฉันไว้ เขาจูบฉันกล
“เข้า” เออ แล้วผมแม่งก็เป็นทาสเมียตัวจริง “มากอดหน่อย เมื่อกี้เธอทำเราเสียใจ”แต่ก็ต้องขอกำไรจากเมียนิดหน่อย“มะ... ไม่เอา”“เออ” ผมทำหน้าเซ็ง “ไม่เลิกบุหรี่ให้ล่ะ”“ไม่ได้นะ ฉลามสัญญากับเราไว้แล้ว จะเปลี่ยนคำได้ยังไงอ่ะ”“ได้ดิ นิ้งไม่ใช่เจ้าของชีวิตเรา” ผมย้อนเธอ แล้วยักคิ้วให้ “เราจะทำไรกับชีวิตเราก็ได้”“...”“เข้าใจปะ”“งั้นเราจะกลับห้องแล้ว” นิ้งใช้วิธีนั้นกับผม เธอกอดอกงอนเหมือนเด็กเอาแต่ใจ ผมหมั่นเขี้ยวชิบหาย เลยรั้งเอวเธอมาหอมแก้มหนักๆตัวหอมว่ะ เมียใครวะเนี่ย“เข้าเหอะ เลิกก็เลิก”“...”“อย่างอนดิ”นิ้งหันมามองหน้าผม เธอทำสีหน้าเหมือนผมขี้โกง แล้วหอมแก้มผมกลับเดี๋ยวนี้เธอชอบอ้อนงี้บ่อย ผมเลยโงหัวไม่ขึ้น ไปไหนไม่เคยรอด“... ไม่ได้งอนนะ” เธอพูดเสียงอ้อมแอ้ม แล้วมองหน้าผมด้วยสีหน้าอ้อนๆ “เราเป็นห่วงก็เลยให้ฉลามกินลูกอมแค่นั้นเอง”“...”“เราอยากให้ฉลามเข้าใจว่าเราเป็นห่วงอ่ะ เลยต้องบังคับฉลาม”“...”“... ฉลามโกรธเรารึเปล่า”ผมจ้องหน้าเธอนิ่ง ไม่ชอบวิธีที่เธอใช้ เพราะแม่งโคตรน่ารัก แม่งโคตรขี้อ้อน แค่พูดไรนิดๆ หน่อยๆ ผมก็อ่อนให้เธอง่ายๆ นิ้งก็เหมือนรู้ไง เธอเลยใช้วิธีนี้บ่อยๆ ทำ
[SALAMDU : SIDE]เดี๋ยวนี้เหมือนนิ้งคุมผมอยู่เลยว่ะ คิดงั้นปะ“ฉลามมารับเราช้าอีกแล้วนะวันนี้” ผมทำหน้าเซ็งตอนที่มารับเธอแล้วโดนเมียเหวี่ยงใส่ หลังๆ ตั้งแต่ที่อ้อนผมได้แล้วผมแพ้ทาง นิ้งก็ชอบทำตัวเป็นมนุษย์เมียกับผม ขี้บ่น โคตรขี้บ่น พอบ่นเสร็จก็ถึงมาอ้อนผมก็สู้ไม่ได้ดิ ใครจะกล้า“ก็รถแม่งติด” ผมอ้างว่างั้น แต่จริงๆ แวะดูดบุหรี่สองมวนก่อนมา เลยช้า“ไม่เชื่อหรอก... สูบบุหรี่อีกแล้วใช่มั้ย” เธอพูดแล้วตีปากผมเบาๆ รู้ได้ไงวะ โคตรเก่งอ่ะ “นิสัยไม่ดี เราบอกให้ลดลงตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมลด”“เฮ้ย นิ้ง เจ็บเนี่ย” ผมพูดแล้วดึงมือเธอออกเพราะนิ้งเล่นตีปากผมไม่หยุด เมนส์มาเหรอวะ แต่รู้สึกว่าเพิ่งจะหมดไปไม่ใช่ไง “ตีอยู่ได้”“เราจะโกรธแล้วนะ” เธอทำหน้ามุ่ยใส่ผม แล้วฟาดไหล่ผมเบาๆ อีกที “เรารออยู่ตั้งนาน มารับก็ช้า ยังจะโกหกอีก น่าตีๆ”“นิ้ง ตีอีกทีจะไม่ทนแล้วนะเว้ย” ผมพูดอย่างหงุดหงิด ช่วงนี้ชอบลงมือกับผมจังวะ เอะอะไรไม่พอใจก็ตี ตีแม่งเข้าไป คนนะเว้ยไม่ใช่ควาย จะเฆี่ยนไรทุกวัน“นะ... นิสัย” เธอว่าผม แล้วกอดอกอย่างน่ารัก“ขึ้นรถมา แล้วเลิกบ่น” ผมพูดแล้วพยักหน้าส่งไปทางเบาะหลัง ถ้าเล่นตัวไม่ยอมขึ้นอีกผมจะ
สุดท้าย...ฉันก็ยอมออกมากับฉลามจนได้ เพราะเขาอ้อนเก่งขึ้นมากเลย อ้อนจนฉันใจอ่อนเลยอ่ะ... ฉันแพ้ให้ฉลามทุกทีเลย“เดี๋ยวโกนหนวดแล้วเราโคตรหล่อ เชื่อดิ” เขาพูดอย่างเข้าข้างตัวเองตอนที่เข็นรถเข็นดูกับข้าวในห้างสรรพสินค้าไปพร้อมๆ กับฉัน แต่ก็เหมือนจะแกล้งกันด้วย “สาวรุมแน่”“...”“นิ้งต้องหึงเรา เชื่อปะ”“... เราก็จะหาแฟนใหม่เลยอ่ะ” ฉันแกล้งเขากลับไปบ้าง เพราะตั้งแต่ทะเลาะกันครั้งนั้นฉันก็ได้เรียนรู้แล้วว่าถ้าจะควบคุมฉลามให้เป็นเด็กดี ฉันก็ต้องกล้าที่จะต่อกรกับเขาบ้างฉลามชะงักไปทันที เขาหยุดเข็นรถกะทันหัน“ว่าไงนะ”“ก็ฉลามพูดเหมือนจะนอกใจเรานี่นา” ฉันหันกลับไปทำหน้าบูดใส่เขา “เราไม่ยอมให้ฉลามทำอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ”“...”“... เราจะมีแฟนใหม่ที่หล่อกว่าฉลามเลยด้วย”“เธอกล้าก็ลองมีดิ” เขาท้าฉัน สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไป จากเด็กดื้อกลายเป็นคนชอบพาลแบบก่อนหน้านี้ทันทีเลย “เราจะได้ต่อยมันให้”“หึงเราเหรอ” ฉันถามด้วยรอยยิ้ม แล้วฉลามก็เดาะลิ้น เขาท้าวแขนกับรถเข็นแล้วหันหน้าหนี“เฉยๆ อ่ะ”“... งั้นเราไปคุยกับแจ๊คอีกดีมั้ยนะ”“นิ้ง” ร่างสูงดันรถเข็นมาชนขาฉันเบาๆ ทันที เหมือนเขาไม่พอใจที่ฉันแกล้งเขาแบบนี
ผมไม่ได้คุยไรกับเจ๊มากกว่านั้น แต่ก็มาทำงานต่อ ช่วงนี้ผมทำไรก็มีแต่หน้านิ้งขึ้นมา ไม่ค่อยอยากสุงสิงกับใครนอกจากเมีย แบบนี้ไม่รู้จะเรียกไรแล้วว่ะนอกจากคำว่ากำลังอยู่ในช่วงหลงเมีย ผมหลงเธอหนักขึ้นทุกวัน ตั้งแต่โดนเธออ้อน ยันตอนนี้ที่เรากลับมาดีกันผมว่าผมกำลังจะรักเธอมากขึ้นกว่าเดิมแล้วเวลาผมรักใครมากๆ อารมณ์แม่งจะรุนแรงขึ้น ผมแม่งจะเป็นพวกหัวรุนแรง ถ้าเป็นสัตว์ก็คงเป็นกระทิง ผมพูดตรงๆ ว่าแค่ใครแตะของรักผม ผมก็จะพุ่งเข้าใส่แล้วชนแม่งให้ยับแล้วตอนนี้ผมก็กำลังเป็นอาการนี้อยู่เลยว่ะเออ ผมว่าผมกำลังเป็นจริงว่ะ เป็นหนักด้วยผมมารับนิ้งเหมือนปกติไงวันนี้ แต่ที่ไม่ปกติคือผมเห็นเธออยู่กับไอ้เด็กที่ชื่อว่าแจ๊คไรนั่น ผมรู้ว่านิ้งไม่มีไรกับมัน แต่มันดิจะคิดไรกับเธอมั้ยผมไม่ไว้ใจว่ะ แล้วผมก็โคตรไม่ชอบผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับเมียผม“นิ้ง” ผมไม่แคร์ว่าแม่งจะดูไม่ดีถ้าเข้าไปดึงเธอกลับตอนนี้ แต่พอไม่พอใจอะไรแม่งก็ขวางหูขวางตาผมไปหมดผมดึงแขนเธอออกมาจากที่นั่งอยู่กับมัน แล้วนิ้งก็เบิกตากว้างตอนที่หันมาเจอผมที่ยืนเดาะลิ้นแล้วจับข้อมือเธออยู่ผมจ้องหน้าไอ้แจ๊ค ไม่พูดอะไรแล้วลากเธอแล้วหยิบกระเป๋
“แน่ใจ?”ฉลามถามย้อนฉันกลับมา เขาเลิกคิ้ว ในขณะที่ฉันเองก็พยักหน้ารับฉันรู้สึกว่าตัวเองตอนนี้แปลกๆ ไป ฉันยังเป็นเหมือนเดิม ยังไม่พร้อมในเรื่องแบบนั้นเวลาที่เขาขอ แต่ในขณะเดียวกันฉันก็ต้องการเขาฉันอยากให้เขากอดฉัน... แล้วก็ต้องเป็นฉลามแค่คนเดียวด้วย“อื้อ”“นิ้งก็ชอบเป็นงี้” เขาพึมพำออกมา ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นมานั่งสบตากับฉันที่นั่งคร่อมเขาอยู่เกือบทั้งตัว แล้วปลายจมูกของเราทั้งคู่ก็ชนกันเบาๆ “ชอบทำงี้ทุกที”“...”“เธอคิดว่าเราจะทำแค่จูบเธอไง?”“... ก็ไม่ได้ทำแบบนั้นนี่นา” ฉันพูดทั้งๆ ที่เรายังอยู่ใกล้กันมากจนแลกลมหายใจให้กันได้ ฉลามสบตาฉันกลับ ก่อนที่เขาจะแตะริมฝีปากลงมาเบาๆฉันหลับตาลงตอนที่เขาคว้าไหล่ฉันยึดไว้ แล้วเราก็จูบกันอย่างลึกซึ้งจนฉลามผละออกไป ฉันก็มองเขาด้วยใบหน้าแดงๆ“เราทนไม่ไหวว่ะ” เขากระซิบกลับมา “ถอดเสื้อเธอออกได้ปะ”ฉันชะงักไป หน้าร้อนจนชาไปหมด แต่สุดท้ายก็พยักหน้าให้เขาทำได้ ฉลามก็เลยจูบปลายคางฉันหนักๆ ตอนที่ปลดกระดุมฉันที่เหลือออกลมหายใจของเขารดผิวฉันเบาๆ มันร้อนจนฉันสะดุ้งเลย“... อะ” ฉันกระตุกเบาๆ ตอนที่เขาเลื่อนใบหน้าลงมากดจูบหนักๆ ที่ต้นคอ แล้วยกตัวฉันขึ้น







