로그인ก็คนมันชอบ ก็ไอ้ฉลามดุหัวโจกเเห่งอาชีวะคนนี้มันชอบเธอ จะให้ทำยังไง
더 보기“เค้าว่าช่วงนี้มีเด็กอาชีวะมาตีกันหน้ามหาลัยของเราบ่อยๆ ด้วยล่ะ”
“เอ้ะ น่ากลัวอ่ะ” ฉันทำสีหน้าหวาดหวั่นเมื่อได้ยินเพื่อนร่วมคณะที่มักจะเดินกลับด้วยกันบ่อยๆ โพล่งขึ้นมาในระหว่างที่เก็บกระเป๋าจากม้านั่ง เธอชื่อส้มหวาน เป็นผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ถึงแม้ว่าเธอจะชอบทำตัวเหมือนผู้ชายไม่เข้ากับชื่อหวานๆ นั่นก็ตาม “แต่ปกติเราก็กลับบ้านกันปลอดภัยดีนะ”
“แน่ล่ะ เธอเคยสนใจใครที่ไหน มันตีกันอยู่อีกซอยเธอจะเห็นได้ยังไงล่ะนิ้ง” พูดแล้วก็หยิกแก้มฉันแรงๆ อย่างกลั่นแกล้งจนฉันต้องร้องเสียงอ่อยอย่างเจ็บปวด
แต่ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องนั้น ฉันจะขอแนะนำตัวเองก่อนสักเล็กน้อยนะคะ
ฉันชื่อ ‘คะนิ้ง’ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปี 2 คณะอักษรศาสตร์ เป็นคนเรียบร้อยและสดใส แล้วก็มีเพื่อนอยู่ไม่กี่คนในที่นี่ ซึ่งในกลุ่มเพื่อนๆ เหล่านั้นก็มีแค่ส้มหวานเท่านั้นล่ะที่ฉันไว้ใจที่สุด
ประวัติของฉันไม่มีอะไรน่าสนใจมากหรอกค่ะ ฉันอยู่หอนอกกับส้มหวาน เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ใช้ชีวิตปกติเหมือนนักศึกษาทั่วๆ ไป
ใช่ค่ะ ฉันคือผู้หญิงปกติ
แต่... แต่ตอนนี้ชักเริ่มรู้สึกไม่ปกติเท่าไหร่แล้ว
“เธอชื่ออะไรวะ”
ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อเดินไปไม่กี่ก้าวก็ปะทะเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนขวางอยู่เกือบหน้าประตูของมหาวิทยาลัย เขาเป็นผู้ชายตัวสูงหน้าตาดุดัน ทำผมสีทองสว่าง ใส่เสื้อกล้ามสีดำและมีรอยสักเต็มทั้งสองแขน ท่าทางกร่างๆ เหมือนพวกอันธพาลหรืออะไรทำนองนั้นไม่มีผิดเลย
ให้ตายสิ
ตอนนี้ฉันกำลังจะกลับบ้าน แต่ดันมาเจอกับอะไรก็ไม่รู้
“เขาพูดกับใครอ่ะนิ้ง” ส้มหวานเอนตัวมากระซิบกระซาบกับฉัน ส่วนฉันก็สั่นหน้าหวือ ฉันไม่รู้อ่ะ เห็นเขามองหน้าฉันอยู่ แต่อาจมองเลยไปหาคนอื่นก็ได้
“อย่าไปสนใจเลย กลับบ้านกันเถอะส้ม” ฉันกระซิบกลับ แล้วตัดสินใจจูงมือส้มหวานเดินผ่านเขาไปโดยเว้นระยะห่างไว้ สงสัยเขาจะเรียกคนอื่นจริงๆ นั่นแหละ อาจจะมารับแฟนก็ได้ แต่ดูท่าทางกับลุคแบบนี้ผู้หญิงเขาน่าจะกลัวมากกว่านะเนี่ย
หมับ
แต่ทว่า
ฉันยังเดินไปไหนไม่ถึงสิบก้าวด้วยซ้ำ จู่ๆ ข้อมือก็ถูกคว้าและโดนกระชากอย่างแรง ฉันเซและหลุดมือจากส้มหวานไป แล้วหน้าก็ชนเข้ากับแผ่นอกของใครบางคนเต็มๆ
“จะ... เจ็บ” ฉันพึมพำแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วก็เห็นว่าเป็นผู้ชายคนนั้น คือเขากระชากฉันเข้ามาหา แถมยังใช้มืออีกข้างรั้งข้อมือฉันเอาไว้ด้วย นี่เราไม่เคยรู้จักกันเลยนะ เขามาทำแบบนี้กับคนที่ไม่รู้จักกันได้ยังไง “ปะ... ปล่อยนะ”
หากแต่เขาไม่ยอมฟังเสียงร้องของฉันเลย จู่ๆ ก็ดึงทึ้งฉันให้เดินตามไปหน้าตาเฉย ฉันมองส้มหวานที่ยืนอึ้งอยู่ พยายามจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่พอข้อมือถูกกำแน่นขึ้นก็เลยไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมาอีก
นะ... นี่เรากำลังถูกหาเรื่องเหรอ ฉันกำลังจะถูกเขาพาไปซ้อมเหมือนในข่าวสินะ
“ขึ้นมา”
ฉันเงยหน้ามองรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่ปรากฎอยู่ตรงหน้า อะไรเนี่ย จะถูกซ้อมไม่พอยังถูกลักพาตัวอีกเหรอ
“นะ... หนูจะกลับบ้าน”
“จะขึ้นมาดีๆ หรือจะให้ต้องใช้กำลัง!” ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ เขาก็ตะคอกใส่หน้า ตัวสั่นไปหมดในขณะที่ค่อยๆ นั่งลงบนเบาะหลัง แต่ยังไม่ทันได้หย่อนตัวลงร่างสูงก็ออกรถไปด้านหน้าอย่างแรงจนฉันร้องกรี๊ดแล้วกอดเอวเขาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ
อะ... อะไรเนี่ย น่ากลัวมากเลย เริ่มจะกลัวแล้วนะ
ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังขับไปที่ไหน มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่รถหยุดลงอย่างกะทันหัน ฉันได้กลิ่นบุหรี่และเสียงเซ็งแซ่ของกลุ่มคน พอลืมตาขึ้นอีกทีก็พบกับซอยที่คุ้นตา
เดี๋ยวนะ นี่มันซอยข้างมหาวิทยาลัยของฉันนี่
“เค้าว่าช่วงนี้มีเด็กอาชีวะมาตีกันหน้ามหาลัยของเราบ่อยๆ ด้วยล่ะ”
“แน่ล่ะ เธอเคยสนใจใครที่ไหน มันตีกันอยู่อีกซอยเธอจะเห็นได้ยังไงล่ะนิ้ง”
จู่ๆ คำพูดของส้มหวานก็ดังก้องขึ้นในสมอง
อีกซอย... เด็กอาชีวะ
งั้นก็แปลว่าเขา...!
หมับ
ฉันเบิกตากว้างเมื่อยังคิดไม่ทันจบดีจู่ๆ ทั้งตัวก็ถูกอุ้มแล้วยกสูงขึ้นจากเบาะรถมอเตอร์ไซค์ ฉันเห็นว่าคนอุ้มเป็นคนที่มีรอยสักเต็มทั้งสองแขนคนเมื่อกี้ หรือว่าเขาจะจับฉันทุ่มลงพื้นกันนะ?
กลัวจังเลย
“ตัวเบาว่ะ” ฉันได้ยินเสียงเขาพึมพำในลำคอ ในขณะที่ร่างสูงจะวางฉันลงอย่างเบามือ แต่เดี๋ยวนะ... เบามือเหรอ ไม่ทุ่มลงพื้นอย่างที่คิดด้วย “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจัดการไรเสร็จเราจะพาเธอไปส่งบ้าน”
จัดการอะไรเสร็จ พาไปส่งบ้านด้วย?
นะ... น่ากลัว!
“ไม่นะคะ หนูไม่ได้ทำอะไรให้คุณสักหน่อย” ฉันพูดเสียงสั่นแล้วถอยหลังไปอีกก้าว แต่ต่อมาก็ชนเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์ คราวนี้เลยเห็นพวกกลุ่มผู้ชายที่นั่งอยู่อีกทางหันมองมาทางนี้ มันเหมือนบ้านคูหาติดกันของคนไทยเชื้อสายจีนหรืออะไรสักอย่าง แถมชุดของพวกเขาก็ดูเหมือนชุดเด็กอาชีวะด้วย พวกเขาพูดอะไรกับผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน แต่ฉันไม่รับรู้แล้ว ฉันกลัวจนหูอื้อล่ะ “ปะ... ปล่อยหนูไปเถอะนะ หนูไม่เคยหาเรื่องใครก่อนเลย แล้วหนูก็มั่นใจว่าไม่เคยมีเรื่องกับคุณด้วย”
“หาเรื่อง?” เขาหันมาให้ความสนใจกับฉันพร้อมกับทวนคำพูดของฉันอย่างงงๆ “พูดไร”
“หนูอยากกลับบ้าน พาหนูกลับเถอะ หนูสัญญาว่าจะไม่แจ้งตำรวจ นะ... อุ้บ” ฉันเบิกตากว้างเมื่อยังพูดไม่ทันจบก็โดนผู้ชายตรงหน้าเอามือมาปิดปากไว้ราวกับจะตัดรำคาญ ก่อนที่คนตัวสูงที่มีสีหน้าหงุดหงิดจะเริ่มง้างหมัด
ขะ... เขาจะต่อยฉันนี่ ใช่มั้ย?
ฮะ ฮือ พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยหนูด้วย หนูต้องตาบวมไม่ก็ฟันหักไปมหาลัยพรุ่งนี้แน่ๆ หรือไม่หนูอาจจะต้องเขาโรงพยาบาลเพราะพวกของเขาเยอะเหลือเกิน หนูต้องตายแน่ๆ เลย ขอให้บุญที่เคยทำมาตั้งแต่ชาติที่แล้วรักษาและคุ้มครองหนูด้วย...
ปุบ
“เอาไป”
แต่แล้ว... ความคิดของฉันก็ถูกชะงักลงไปทั้งหมดเมื่อเห็นว่าทันทีหมัดของเขามาจ่ออยู่ตรงหน้า อะไรบางอย่างก็หล่นลงมาจากมือนั้นจนฉันรีบรับมันแทบไม่ทัน
แล้วมันก็คือ... โทรศัพท์?
โทรศัพท์ที่ไม่ได้ปิดหน้าจอ แถมยังมีเบอร์โทรแปะหราอยู่ด้วย
นี่มันอะไรกันเหรอ
“เบอร์เราเอง” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกใจ อะไรเนี่ย เขาไม่ต่อยฉันเหรอ? ก็เขาทำท่าเหมือนจะต่อยฉันนี่ “ดีจัง นึกว่าเธอจะปล่อยมันตกแตกซะแล้วว่ะ”
“คะ... คุณ” ฉันอึกอักนิดหน่อย “ไม่ต่อยหนูเหรอ”
“เฮ้ย ต่อยไม? เราไม่ได้จะหาเรื่องเธอ” เขาทำสีหน้าตกใจแล้วเริ่มเกาท้ายทอยอย่างเขินๆ แล้วฉันก็แปลกใจกับท่าทีนั้นมาก แต่... เดี๋ยวนะ เขาไม่ได้คิดที่จะหาเรื่องฉัน แต่เขาทำท่าจะต่อยฉันนะ แต่สรุปคือเขาไม่ได้จะต่อยเหรอ แต่เขาแค่จะให้โทรศัพท์ฉันไว้ให้ยืนจ้องเบอร์โทรแค่นี้ใช่มั้ย?
เอ่อ... ฉันงงนะ สรุปนี่มันยังไงกันแน่เนี่ย
“แล้ว... แล้วถ้าคุณไม่ได้จะหาเรื่อง แล้วคุณ...”
“ไม่รู้เหรอ เรากำลังจีบเธออยู่ไง”
“...!”
“คือเธอแม่งโคตรน่ารัก” ฉันเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ เขาก็พูดตรงๆ ออกมาพร้อมกับคว้าต้นแขนของฉันเอาไว้ข้างหนึ่งเพื่อกันไม่ให้ฉันเดินหนีไปไหน ก่อนที่ประโยคต่อมาของเขาจะทำให้ฉันเหวอ “เราชอบเธอว่ะ อยากได้เธอเป็นเมีย”
“อะ... อะไรนะ”
“ขี้เกียจพูดซ้ำ เอาเบอร์เธอมาดิ ไม่ให้ดีๆ เราต่อยด้วยปากนะเว้ย” แค่พูดไม่พอ เขาเริ่มเดินต้อนฉันจนติดกับรถมอเตอร์ไซค์ พอฉันเอนตัวหนีเขาก็เอนตาม จนหน้าของเขาใกล้ฉันมาก ฉันเห็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนรอยยิ้มของคนไม่ดีอยู่ในระยะใกล้ พอเขาเอนตัวลงมาอีกนิดฉันเอาเอามือที่ถือโทรศัพท์มาดันไว้ทันที
“อะ... ออกไปก่อนได้มั้ย” ฉันอ้อนวอนเมื่อเริ่มเมื่อยตัว แล้วเซไปเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายผละออกอย่างว่าง่าย แต่ก็ถูกร่างสูงกว่าช้อนเอวไว้ได้ ก่อนที่เขาจะดึงทั้งตัวฉันให้ถลาไปชนกับอกของเขาอย่างจัง
“ตัวเล็กจัง” ฉันได้ยินเขาพึมพำในขณะที่จะกอดฉันไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วเริ่มบีบบังคับ “จะกดเบอร์ได้ยัง”
“ปะ... ปล่อยก่อนสิ”
“ไม่ เดี๋ยวเธอหนีเราไปทำไง”
“ไม่หนีหรอก”
“แต่เราอยากกอดเธอไง อย่าหวงดิ” ฉันมองหน้าเขาด้วยสีหน้าจนปัญญา ที่ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงกับเขาดี พอจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาจู่ๆ ทั้งตัวก็ถูกอุ้ม แล้วร่างสูงก็เอนตัวลงนั่งที่เบาะมอเตอร์ไซค์ ละ... แล้วจับฉันเอนทับเบาะที่อยู่ตรงกลางระหว่างขาทั้งสองข้างของเขาด้วย “กดเบอร์ตรงนี้ จะดู”
อะ... อะไรของเขาเนี่ย ฉันอายนะ พวกของเขาตรงนั้นก็มองมาทางนี้เหมือนกัน แถมไม่รู้จักกันด้วย เขามากอดฉันได้ยังไง
“คือ... ฉันจำเบอร์ตัวเองไม่ได้” และเพราะว่ากลัวมากนั่นแหละ ฉันก็เลยตัดสินใจที่จะโกหก
“นิสัยไม่ดี ขี้โกหก” แต่เขาดันรู้อ่ะ “บอกแล้วไงว่าไม่ให้ดีๆ จะต่อยด้วยปาก...”
“โอเค โอเคค่ะ แค่ให้เบอร์ใช่มั้ยล่ะ” ฉันรีบโพล่งตัดบทเขาอย่างลนลานเมื่อเห็นว่าเขาจะพูดประโยคน่าอายนั่นออกมาอีกแล้ว ก่อนที่จะรีบกดเบอร์โทรศัพท์ลงอย่างร้อนรน พอเขาเริ่มหัวเราะในลำคอ ฉันก็รีบหันกลับไปส่งโทรศัพท์ให้เขาทันที “พอใจแล้วนะ”
“อืม” เขาคว้าโทรศัพท์กลับมา แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยฉัน ร่างสูงยังคงกอดเอวฉันไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็กดโทรศัพท์อยู่ข้างๆ ตัวฉันนี่เอง
มะ... เหมือนโดนกอดจากข้างหลังเลย น่ากลัวสุดๆ
“ปะ... ปล่อยสิ”
“ชื่อคะนิ้งใช่มั้ย?” แต่เขาไม่สนใจที่ฉันพูดเลย ร่างสูงโพล่งถามขึ้นมา แต่... เดี๋ยวนะ เขารู้จักชื่อฉันได้ยังไง “เราหาไลน์เธอจากเบอร์โทรศัพท์อ่ะ ชื่อน่ารักว่ะ”
อะ นี่เขา
“เอ่อ...”
“เรียกนิ้งนะ” เขาพูดแทรกขึ้นทันทีอย่างไม่คิดที่จะฟัง แล้วเอนหน้ามาซบที่ไหล่ของฉันพอฉันเอี้ยวตัวกลับมามอง เราสบตากันในระยะใกล้ แล้วฉันก็เบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ ก็โดนผู้ชายรุกใส่ได้รุนแรงขนาดนี้ “เราชื่อฉลามดุ เรียกพี่หลามก็ได้”
“...”
“หรือจะเรียกพี่คะพี่ขาเราก็ไม่ว่าหรอก”
อะไรของเขาเนี่ย!
หนูไม่ชอบพ่อ เพราะว่าพ่อไม่เหมือนแม่ที่อ่อนโยนใจดีกับหนูรู้สึกผิดที่พูดแบบนั้นกับพ่อ แต่เพราะพ่อไม่เคยเข้าใจเลยที่หนูมีแฟน เอาแต่ห้ามนู่นห้ามนี่ ถึงไม่ได้ถาม แต่ถ้ามีเบอร์พี่ธีแบบนี้ก็แปลว่าพ่อต้องตามมายุ่งกับชีวิตของหนูอยู่หนูรู้สึกว่าพ่อไม่เข้าใจหนูเอาเสียเลย“ไปอยู่ห้องพี่ก่อนก็ได้นะ” พี่ธีพูดขึ้นมาตอนที่หนูหนีออกมาเจอพี่เขาที่กำลังกลับอย่างเสียอารมณ์แล้วเราก็นั่งรถไปด้วยกัน แต่หนูไม่อยากกลับบ้านแล้วหนูสะอื้น มองพี่ธี แล้วสะอื้นหนักกว่าเดิม“... ทำยังไงดีคะพี่ธี”“ถึงบ้านพี่ก่อนเราค่อยคุยกันนะ” พี่ธีคลี่ยิ้ม ดูยังไงก็ไม่มีทางเป็นคนไม่ดีเลยจริงๆ“อื้อ”พี่ธีอยู่ห้องคนเดียว เขาบอกว่าเป็นหอพักของนักศึกษาหนูก็กลัวนะเพราะพ่อแม่เคยสอนว่าอย่าอยู่กับผู้ชายสองต่อสอง แต่เพราะหนูเชื่อใจพี่ธีมาก ก็เลยยอมตามเข้าไปก็พี่ธีเป็นคนดีนี่นา“ไหนๆ เราก็อยู่ด้วยกันสองต่อสองแล้ว” พี่ธีพูดกับหนูตอนที่เปิดไฟในห้อง เขาคว้าข้อมือหนูเข้ามา “พี่คงกอดหนูได้แล้ว”หมับ“พี่ธี...” หนูเรียกชื่อพี่เขา แล้วซุกหน้าลงกับไหล่ของร่างสูง ในใจมีแต่ความรู้สึกผิดต่อพ่อแม่ที่เต็มตื้นขึ้นมาในอก แต่หนูคงกลับบ้านไม่ได้แล้ว
พ่อ!หนูกรีดร้องในใจ“พ่อรีบเอาของแล้วรีบออกไปเลยนะ หนูอยากอยู่คนเดียว”“อะไร ไม่เห็นต้องไล่พ่อขนาดนั้น” พ่อแค่นหัวเราะ เขาเดินไปที่ห้องของตัวเองกับแม่ซึ่งอยู่ใกล้กับห้องนอนหนู ในใจหนูร้องออกมาว่าไม่นะ เดี๋ยวพ่อก็รู้สิหนูเดินตามพ่อเข้าไปในห้อง พยายามถามอะไรให้พ่อไม่สนใจอย่างอื่น“พ่อลืมกุญแจรถเหรอ ถ้าเข้ามาเอาในห้องอ่ะ”“ใช่ กุญแจมอไซค์น้าเพทหนูไง” พ่อหันมาตอบหนู “พ่อปล่อยแม่ไว้คนเดียวได้ไม่นานหรอกว่ะ เดี๋ยวก็ไป”“...”“ไม่ต้องไล่พ่อก็ได้”หนูรู้สึกสะอึกไปนิดหน่อยเมื่อพ่อพูดคำนั้น“อื้อ ค่ะ”“ร็อค พ่อมีเรื่องอยากถามลูก” อยู่ดีๆ พ่อก็โพล่งขึ้นมา หนูนิ่งไป มองหน้าพ่อที่คว้ากุญแจแล้วหันมามองหนู “ลูกเกลียดพ่อมากมั้ย”หนูชะงักไปเลย“... ฮะ”“ลูกมีไรที่ไม่ชอบบอกพ่อได้ พ่อจะเปลี่ยนให้ลูก” พ่อลูบคอตัวเองอย่างเขินๆ “บางทีพ่อก็รู้สึกว่าพ่อคงเป็นพ่อที่แย่ ลูกถึงไม่อยากคุยกับพ่อ”“...”“บางเรื่องพ่อก็ห่วงลูกนะ มันเป็นความรักในแบบของพ่อ”“...”“ห่ามหน่อยก็โทษทีละกันนะร็อค”หนูก้มหน้าลง ความรู้สึกผิดเต็มตื้นขึ้นมาในอกอย่างไม่รู้สึกตัว หนูเงยหน้าขึ้นมองพ่อ แล้วหนูก็เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นข
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด พี่ธีขอหนูคบจริงๆ ด้วยความรักเมื่อช่วง ม.6 ทำให้หนูไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนมากนัก เป็นความรักครั้งแรก เป็นความรักที่ต้องแอบพ่อแม่คบกัน พี่ธีที่เรียนอยู่มหาลัยปี 2 นั้นช่างดูดีน่ารัก ตอนเย็นเราแอบไปที่ร้านเค้กด้วยกันตลอด โดยที่มีน้าเพทเป็นคนรู้เรื่องนี้ เป็นความลับของหนูกับน้าเพทสองคนล่ะป็อบปี้เลิฟอะไรนั่นอ่ะไม่มีหรอก พี่ธีให้เกียรติ์หนูมาก หนูฝันไว้ว่าอยากแต่งงานมีลูกกับเขาแต่เหมือนว่าหลังๆ พ่อจะเริ่มระแคะระคายในท่าทางของหนู (เพราะหนูชอบคุยแชทบ่อยจนไม่มีใจจะอ่านหนังสือเรียน) จึงเริ่มจะเห็นว่าพ่อมารับมาส่งหนูแทนน้าเพท... น่าเบื่อที่สุดอ่ะหนูแทบเซ็งตอนที่เห็นเวฟคันเก่งของพ่อ และร่างสูงใหญ่ที่ดูดุดันของพ่อนั่งคร่อมเวฟกอดอกอยู่หน้ารั้วโรงเรียนจากบนตึกเรียนหนูพ่นลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย เฟล แล้วกดส่งข้อความไปหาพี่ธีอย่างใจสลายPlayngRock : พี่ธี วันนี้ไปไหนด้วยไม่ได้นะPlayngRock : พ่อมารับอ่ะพี่ธีไม่กดอ่าน ท่าทางจะกำลังเรียนในคลาสของมหาลัยอยู่มั้ง หนูทำหน้าบึ้งแล้วสะพายกระเป๋าเดินลงไปหาพ่อ“เอากระเป๋ามา” พ่อพูดกับหนู ยื่นมือใหญ่ๆ มารอรับกระเป๋าจากหนู“พ่อไม่ทำงานอ่
ผ่านไปสี่ปีพอหนูอายุสิบสี่หนูก็มีน้องตัวเล็กอีกสองคน แม่คลอดน้องมาตอนหนูอายุสิบเอ็ดขวบ เป็นเด็กผู้ชายทั้งคู่ น้องสองคนชื่อตะเข้กับกระทิง ไม่มีใครเป็นพี่หรือน้องเพราะอายุเท่ากันตอนนี้ก็สามขวบกันแล้ว เริ่มพูดได้แถมซนมากด้วยหนูไม่เคยนึกอิจฉาน้อง เพราะพออายุสิบสี่หนูก็ติดเพื่อน ติดเรียน เพราะหนูอยู่ ม.2 แล้วพ่ออยู่บ้านแต่ยังไงหนูก็ยังไม่ค่อยคุยกับพ่อ ไม่รู้สิ หนูไม่ค่อยสนิทกับพ่อ ยิ่งพอหนูโต ตอนนี้ก็เริ่มมีประจำเดือน ก็เหมือนหนูจะออกห่างพ่อเองเพราะเริ่มโตไม่สนิทและไม่ถูกกันมาตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้หนูก็ยังเชื่ออยู่ว่าพ่อไม่รักหนูเท่าเดิมแล้ว เพราะพ่อเริ่มหันมาเห่อน้องชายแทนแม่ยังดูแลหนูเหมือนเดิม แต่เพราะหนูโตแล้วแม่ก็เลยปล่อยให้ไปกับเพื่อนบ้างหนูติดเพื่อนมาก แล้วก็เริ่มอยากออกไปไหนเอง เพราะปกติน้าเพทจะเป็นคนไปรับไปส่งตลอดหนูสนิทกับน้าเพทเพราะน้าเพทเป็นคนตลกดี แถมยังสอนให้หนูรู้จักไปไหนด้วยการนั่งรถเมล์เองด้วยจะแปลกไปมั้ยที่หนูอายุสิบสี่แล้ว แต่ยังไปไหนไม่ค่อยถูกเลย แม่ปล่อยหนูก็จริงแต่ปล่อยให้ไปเดินเล่นกับเพื่อนแค่ที่สวนสาธารณะใกล้ๆ โรงเรียนตั้งแต่ที่หนูหายวันนั้นแม่ก็ดูจะไม่ค่อยใ
ผมที่ได้ฟังที่เจ๊เล่ามาทั้งหมดก็ตกใจว่ะ หลังจากที่ตัวเองเผลอปล่อยคำพูดไม่ดีใส่เพศแม่ไปหมดก็อกเอาจริงๆ ตอนแรกเจ๊กับผู้หญิงคนนั้นก็ตกใจไปสักพัก ก่อนที่เจ๊จะมาเล่าให้ผมฟังว่าเธอคือเมียผมที่กำลังท้องอยู่ เธอไม่ร้องไห้เลย มองหน้าผมเหมือนยังไม่เชื่อว่าผมจำเรื่องเธอไม่ได้เธอชื่อคะนิ้งหน้าตาน่ารักชิบหาย
ผมตีหน้าเซ็ง“หยุดร้องแล้วเนอะ” นิ้งพูดกับเจ๊หลังจากที่ไล่ผมออกมายืนนอกห้องแล้วกล่อมลูกกันเอง ผมแอบๆ เนียนเข้ามาดูข้างใน แต่ก็แอบเซ็งที่ลูกไม่ได้ดูดนมที่เต็มไปด้วยดีเอ็ชเอจากอกผมมันเป็นความคิดที่เหี้ยตรงไหนวะ“ขออุ้มลูกบ้าง”“ฉลามกลับไปนอนที่ห้องตัวเองได้แล้วนะ” นิ้งหันมาพูดกับผมที่ยื่นมือจะขอลูกย
ผมไปเซเว่น ซื้อนมมาให้ลูกไม่ได้อ่านในเน็ตด้วย เน็ตไม่มี เอาเป็นว่าครูพักลักจำไปก่อนลูกกินนมไรดีอ่ะ หนองโพ? โฟร์โมสต์?ชอบแบบไหนวะผมรู้แค่แอลลีนเป็นนมคนท้อง ที่ตอนนั้นซื้อให้นิ้งกินได้เพราะผมน่าจะศึกษามา แต่เพราะช่วงที่เธอท้องผมไม่ได้ดูแลเหี้ยอะไร แถมยังเข้าโรงบาลหลับไปหลายเดือน ฟื้นอีกทีตอนเธอคล
ผมอารมณ์ดีโคตร เลื่อนโทรศัพท์นอนดูรูปเด็กทารกทั้งคืนลูกสาวก็ดี ลูกชายก็ได้อ่ะ ขอให้ได้เหอะ เพศไหนผมก็จะสอนให้โตมาเหมือนผมอยู่ดี“ไปอาบน้ำได้แล้ว” นิ้งพูดกับผมที่นั่งเลื่อนดูรูปเด็กในมือถือ เธอเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันเตรียมจะนอน แต่ผมแม่งยังสภาพเดิม กดดูเด็กอยู่งั้นอ่ะ อยากให้แม่งหลุดออกมาจากจอจริงๆ“