Masukก็คนมันชอบ ก็ไอ้ฉลามดุหัวโจกเเห่งอาชีวะคนนี้มันชอบเธอ จะให้ทำยังไง
Lihat lebih banyakปีกว่าแล้วที่ผมอยู่แต่บ้านไม่ทำเหี้ยอะไรเวลาว่างๆ ผมก็ไปตามสืบว่าน้องขาวสวยหมวยน่ารักคนนั้นว่าชื่ออะไร เริ่มจากมาที่โรงพยาบาลทุกวัน (ทำทีเป็นเจ็บแผลทั้งที่หายดีแล้ว) แล้วก็ตามสืบดู ดูเหมือนว่าน้องจะเป็นลูกสาวของพยาบาลที่นี่น้องอยู่บ้านใกล้ๆ ผม เชื่อปะว่าผมตามไปถึงหน้าบ้านโดยที่น้องไม่รู้มาก่อน แล้วก็ได้รู้ว่าเราอยู่ซอยเดียวกันทำไมอยู่ใกล้กันขนาดนี้ผมถึงไม่เคยสนใจ?ผมนึกถึงรอยยิ้มแสนหวานบนใบหน้าเล็กจิ้มลิ้ม แล้วหยิบหมอนมาปิดหน้าตีส้นตีนเขินอยู่คนเดียวน่ารักขนาดนี้ ไอ้เข้ไม่ทนแล้วนะเว้ย“มึงจะไปไหนไอ้เข้”พ่อเบรกผมไว้ในวันต่อมาที่ผมจะไปหาน้อง ผมหันไปมองหน้าพ่ออย่างเซ็งๆ แล้วยักไหล่“เที่ยว”“มึงเที่ยวหลายวันล่ะ มานี่ มาดูที่ลงเรียนกับพ่อ” พ่อกวักมือเรียกผมให้เดินเข้ามาหา ผมกลอกตา ก่อนที่จะล้วงกระเป๋าแล้วเดินมาหาพ่ออย่างเหม็นเบื่อ “เรียนอาชีวะมั้ย พ่อก็เคยเรียน”“ไม่” ผมตอบอย่างจริงจัง “ไม่เรียนอะไรทั้งนั้นแหละ”“มึงนี่เหมือนใครวะ ไม่เรียน ไม่ไปทำงาน แล้วจะทำห่าไรกิน”“ก็ให้เมียเลี้ยงดิ” ผมเสนอแนวทาง“มึงต้องหัดดูแลเพศแม่มากกว่าให้เพศแม่มาดูแล อย่าดูถูกผู้หญิง ถ้าดูถูกผู้หญิงสักวันจะ
เป็นอย่างที่พ่อพูดไว้ เหมือนฟ้าสั่งมาผมทำงานโรงงานไม่ถึงเดือนจริงๆ เพราะพอทำตามเพื่อน ผมมันก็ไอ้ตัวอู้งาน โดดงานไปเที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆ ไม่มีวุฒิภาวะตามอายุที่โตขึ้น แต่พอดีเพื่อนมันได้บรรจุแล้ว แต่ผมเป็นพนักงานใหม่ผมเลยถูกไล่ออกผมมายืนอยู่ต่อหน้าพ่ออีกครั้งในวันนี้ เห็นพ่อมองมาด้วยแววตาเหมือนรู้ว่าแม่งจะจบแบบนี้ เหมือนรู้ดีอยู่แล้ว“มึงโดดงาน” พ่อพิพากษาผมเสียงเข้ม “เลยถูกเด้ง?”“เพื่อนผมก็โดดนะพ่อ” ผมแก้ตัวพัลวัน แต่เหมือนแก้ให้มันแย่กว่าเดิมมากกว่า“มึงรู้ใช่ไหม เราตกลงอะไรกันไว้”“ก็รู้”“...”“แต่ผมไม่อยากเรียน เรียนไปแล้วได้อะไรอะ ไม่เห็นได้ไรเลย” ผมย้อนถามพ่อ จริงปะ ผมเห็นไอ้พวกเรียนสูงๆ จบไปตกงานก็เยอะแยะ “ทีพ่อยังไม่เรียนเลย”ใช่ พ่อก็เรียนไม่จบอาชีวะเหมือนกัน แถมได้ข่าวว่าตอนนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากผมเลย“แล้วมึงทำงานได้ไหม ถามหน่อย”“...”“อย่าเอากูไปเทียบกับมึง กูผ่านอะไรมามาก กูทำงานตั้งแต่อายุสิบห้านะ” พ่อย้อนกลับมาอีก ผมเลยสะอึกแล้วพูดอะไรไม่ออก เพราะมันก็จริงของพ่อ “ถ้ามึงไม่ไปเรียนก็ต้องอยู่บ้าน”“...”“มึงอยู่ได้เหรอ วันๆ ไม่ทำอะไร”อยู่ได้ดิวะผมคิดในใจ ใครมันจะอยู่ไ
“พ่อว่าไงมั่งวะ”ไอ้กระทิงถามผมระหว่างที่กำลังซ้อนรถกลับบ้าน มันบอกน้องพลอยร้องไห้หนักมากหลังจากมันบอกเลิกไป แต่มันเจอคนใหม่แล้ว รอฟันอยู่เลยไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่หน้าหล่อไม่พอดันเหี้ยด้วย น้องผม“พ่อบอกกลับไปมึงเละเป็นขี้แน่”“เชี่ย”“กูล้อเล่น”“ไอ้เข้!” ไอ้กระทิงตะคอกใส่หูผม “กูกลัวนะเว้ย มึงอย่ามาล้อเล่นตอนนี้ดิ๊”“มึงจะกลัวพ่อทำไม พ่อแม่งไม่เห็นมีไรเลย”“มึงไม่เคยเห็นตอนพ่อโกรธ” ไอ้ทิงพูดกับผม มันมีท่าทางขนลุกขนพองสยองเกล้า “โคตรน่ากลัว กูจำได้เลยตอนตบหน้าพี่เพลง”“กูจำไม่เห็นได้” ผมพูดว่างั้น ที่มันบอกคือมันจำได้ตอนมันเจ็ดขวบไรสักอย่าง แต่ตอนนั้นผมแม่งลืมหมดล่ะว่าเคยมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง รู้แค่พ่อเคยเล่าว่าตอนเด็กๆ พี่สาวผมต่อต้านพ่อหนักมากแต่มาดูตอนนี้ดิ ย้ายไปอยู่กับผัว กลับมาทีไรพ่อแม่รักยังกะเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านรำคาญชิบ“พ่อไม่เคยตีเรา มึงจะกลัวไปทำเหี้ยอะไร”“แล้วถ้าพ่อตีอ่ะ” ผมนิ่งไป หันไปมองข้างหน้า แล้วฉีกยิ้มกว้าง“ก็เผาบุหรี่พ่อดิวะ เหมือนที่พ่อทำกับกูไง!”พ่อหลอกผม!“มึงนั่งเลยทั้งคู่” ทันทีที่ถึงบ้าน แทนที่พ่อจะเทศนาไอ้กระทิงแล้วปล่อยผมไปจอยตี้มหาวงศ์ต่อกับเพื่อนๆ แ
[พาร์ท : ตะเข้]“พ่อมึงจับได้ว่ามึงแอบดูดบุหรี่อีกแล้วดิ”เพื่อนผมทักผมหลังจากที่ผมมาเรียนตั้งแต่เช้าอย่างสุดเซ็ง แสดงอาการไม่พอใจกระแทกกระเป๋านักเรียนแบบแบนที่ไม่มีหนังสือเรียนอยู่ในนั้นนอกจากซองบุหรี่ที่ว่างเปล่าลงกับเก้าอี้อย่างแรง“เออดิ” ผมชูซองบุหรี่ที่โดนพ่อเผาทิ้งพร้อมขยะเมื่อเช้าให้พวกมันดูเป็นขวัญตา “ซองที่ห้า”“มึงสิบสี่แล้วนะเว้ย อย่าให้พ่อมาคุมชีวิตมึงได้” เพื่อนผมหัสวเราะกันร่วน อาจเพราะบ้านของพวกมันพ่อแม่แทบไม่มีเวลามานั่งห้ามอบายมุขพวกนี้ ผมเคยรู้สึกแย่กับบ้านแบบนั้น แต่ตอนนี้ชักเริ่มอยากมีพ่อแม่ที่ไม่ค่อยว่างมานั่งจับผิดผมแบบนี้บ้าง “แค่บุหรี่เอง ใครๆ ก็ดูดกัน”“เออ พ่อกูก็ดูด” ผมกระแทกตีนบนโต๊ะ เซ็งๆ เพราะวันนี้น้องชายฝาแฝดของตัวเองไม่มาโรงเรียนเพราะโดดเรียนไปอยู่กับเด็กที่บ้านของน้องคนนั้น (เห็นเปรยๆ ว่าผู้หญิงโทรมายั่วยวนบอกว่าพ่อแม่ไม่อยู่ทั้งวัน) ส่วนผมดิไม่มีเด็กอะไรทั้งนั้น“หรือมึงจะไปไถจากพวก ม.4 - ม.5 ละ ไอ้พวกนั้นก็ดูดกันไม่ต่าง เผลอๆ จะได้ LM ซองแดงมาดูดปุ๋ยๆ ขำๆ” เพื่อนผมกระซิบ “พวกนั้นมันกลัวเราจนขี้แทบแหก”“ไม่ถูกกับบุหรี่ลูกคุณหนูเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ขัดข้
ผมตีหน้าเซ็ง“หยุดร้องแล้วเนอะ” นิ้งพูดกับเจ๊หลังจากที่ไล่ผมออกมายืนนอกห้องแล้วกล่อมลูกกันเอง ผมแอบๆ เนียนเข้ามาดูข้างใน แต่ก็แอบเซ็งที่ลูกไม่ได้ดูดนมที่เต็มไปด้วยดีเอ็ชเอจากอกผมมันเป็นความคิดที่เหี้ยตรงไหนวะ“ขออุ้มลูกบ้าง”“ฉลามกลับไปนอนที่ห้องตัวเองได้แล้วนะ” นิ้งหันมาพูดกับผมที่ยื่นมือจะขอลูกย
นิ้งส่ายหน้าทันที เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เริ่มกลับมาทำตัวเป็นนิ้งคนเก่า ไม่หือไม่อือไรนอกจากเดินเหมือนหุ่นไปหยิบผ้า เธอโยนมาให้ แล้วผมก็รับไว้ได้ทันไรวะเนี่ยนิ้งหยิบหมอนแล้วโยนมาอีก ทีนี้แม่งเข้าหน้าผมเต็มๆ“อย่าบอกว่าจะให้นอนพื้น?” ผมไม่ได้ฉลาด แต่ก็ไม่ได้ควาย โยนมาขนาดนี้เป็นหมามันยังรู้ว่าไล่
“คนแม่งไม่ใช่ก็คือไม่ใช่มั้ง” ผมแม่งพูดไรออกไปไม่รู้ ก็คิดๆ อยู่ว่าก่อนหน้านั้นเราอยู่ด้วยกันมาก มากจนสักพักนิ้งทำตัวแปลกๆ เพราะเรียกร้องความสนใจผม เราเริ่มทำตัวให้เข้ากันได้ไปในทางที่ผิด แต่สุดท้ายแม่งก็ไปไม่รอดก็รู้สึกอยู่ว่าที่ผ่านมามันดูฝืนๆ แถมผมก็เอาแต่คิดเรื่องอย่างว่า ที่ว่างในสมองแทบไม่มี
[SALAMDU : SIDE]ผมแม่งก็คือควายก็แค่ไอ้เหี้ยที่ดีแต่ปาก ดีแต่พูดไรให้ตัวเองต้องเจ็บ“... ฉลามพูดคำว่าเลิกออกมาง่ายมากเลยนะ” นิ้งพูดออกมา เธอเม้มปาก “เราผิดเองที่เรางี่เง่า เราเอาแต่ใจ เราน่าเบื่อ”“...”“แต่เราไม่รู้แล้วว่าจะทำยังไงให้ฉลามมาสนใจเรา มาเอาใจใส่เราเหมือนเมื่อก่อน” เธอเริ่มพูดทุกความ