Masukไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้สองเท้าของฉันก็ยืนอยู่หน้าหอพักของตัวเองแล้ว
ไม่รู้ว่าส้มหวานอยากจับคู่ฉันกับฉลามดุอะไรขนาดนั้น เธอพยายามผลักดันฉันให้ลงไปข้างล่างด้วยตัวเองให้ได้เลย ในขณะที่ตัวเองก็นอนเล่นโน๊ตบุ้คอย่างสบายใจ
ให้ตายสิ นี่ส้มไม่รู้เลยรึไงนะว่าฉันโดนเขาโกรธอยู่น่ะ
เขาอยู่นั่นแล้ว ตรงลานจอดรถข้างหน้าตึกใกล้ป้อมยามนี่เอง
ฉันเม้มริมฝีปาก ตัดสินใจยืนแอบอยู่ข้างๆ เสาข้างหน้าหออย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อทันทีที่ลงไปก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งกับรถมอเตอร์ไซค์ที่คุ้นเคย ฉลามดุสูบบุหรี่อีกแล้ว เขานั่งหันเสี้ยวหน้าด้านข้างมาทางที่ฉันยืนอยู่ ร่างสูงเสยผมขึ้น แล้วเริ่มพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างเงียบเชียบ
ฉันค่อยๆ โผล่หน้าออกไป แล้วก็เป็นจังหวะที่ร่างสูงหันมามองทางนี้พอดี
ทันทีที่เห็นเขาก็กวักมือเรียกฉันให้เดินเข้ามาหา แล้วทิ้งบุหรี่ลงกับพื้นในวินาทีนั้น
ฉันอึกอักนิดหน่อยเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะยังโกรธหรือน้อยใจฉันอยู่รึเปล่า แต่พอเดินเข้าไปใกล้ตัวร่างสูงที่นั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์แล้ว ข้อมือของฉันก็ถูกคว้าไปใกล้เขาอีกนิดอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อะ... ปล่อยนะ” ฉันตกใจและดันเขาออกทันที ในขณะที่เงยหน้ามองฉลามดุในความมืด มันมีแค่แสงไฟจากถนนข้างหน้าเท่านั้น ฉันก็เลยเห็นไม่ชัดว่าเขากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่
จนกระทั่งทั้งตัวของฉันถูกเขาโอบเข้ามาใกล้และถูกกอดเอาไว้แน่นโดยที่คนกระทำไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ
ฉันเบิกตากว้าง พยายามดันเขาออกอีกรอบแต่ก็ไม่เป็นผล เลยได้แต่พูดเสียงสั่นๆ ออกไปแทน “นะ... นี่”
“เราหนาว” แต่คำสั้นๆ ของเขากลับทำให้ฉันชะงักไปอย่างไม่เข้าใจ “แล้วก็น้อยใจนิดหน่อย”
นะ... น้อยใจ?
“...”
“เธอโกรธเรารึเปล่า... ที่วันนี้เราไม่ได้ไปรับ” ฉันนิ่งไปเมื่อได้ยินฉลามดุถาม และสั่นหน้าเบาๆ ในอ้อมแขนของเขา “แต่เราโกรธ”
เขาโกรธฉันเหรอ?
“โกรธเรื่องอะไรเหรอ” ฉันถามกลับไป แล้วร่างสูงก็ซุกใบหน้าลงมาที่ไหล่ของฉันจนสะดุ้งไปทั้งตัว เส้นผมแข็งๆ ของเขาคลอเคลียอยู่ที่ต้นคอจนฉันต้องหลับตาปี๋และหน้าร้อนวูบขึ้นมาด้วยความอาย
“ไม่มีเหตุผล” เขาตอบกลับเบาๆ แล้วกอดฉันแน่นขึ้นอีก “แค่เราชอบเธอมาก... ก็เลยโกรธมั้ง”
“ไม่เห็นเข้าใจเลย”
“หึ อย่าเข้าใจเราเลยว่ะเธอ” เขาคลายอ้อมกอดออก แล้วจับไหล่ของฉันเอาไว้แน่นในขณะที่มองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า “จะนอนแล้วไง?”
ฉันทำหน้างุนงงแล้วก้มลงมองชุดของตัวเอง เพิ่งรู้สึกตัวว่าใส่ชุดนอนลงมาหาเขาข้างล่าง มันเป็นชุดนอนแบบเดรสสีครีม แถมบางเบามากด้วย หน้าแดงไปหมดเมื่อรู้สึกตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมองฉลามดุที่เริ่มขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
“อย่าใส่ชุดนอนบางๆ แบบนี้ลงมารับผู้ชายคนไหนอีกเลยนะ” เขาพูดแบบนั้น แล้วมันก็ทำให้ฉันต้องก้มหน้างุดลงแทบจะทันที “แต่มารับเราได้”
“...”
“เมื่อกี้ที่กอดเธอ เหม็นบุหรี่มั้ย?” พอเห็นว่าฉันเงียบไป ฉลามดุก็ถามขึ้นมาอีกเหมือนพยายามหาเรื่องคุย ส่วนมือที่จับที่ไหล่ของฉันก็เริ่มเลื่อนลงมากุมมือของฉันเอาไว้อย่างหลวมๆ
“นะ... นิดหน่อย” ฉันตอบโดยไม่สบตากับเขา แล้วฉลามดุก็หัวเราะ
“ไม่บอกก่อน” เขาบีบมือฉันแน่นขึ้นข้างหนึ่ง ในขณะที่อีกข้างก็เลื่อนขึ้นมาปัดเส้นผมของฉันที่ตกลงมาปรกหน้าเพราะลมตอนกลางคืนมันค่อนข้างแรงให้อย่างลวกๆ “ไม่ชอบคนสูบบุหรี่?”
ฉันมองเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วตอบไปตามความจริง “อื้อ ไม่ชอบ”
“งั้นเดี๋ยวเราเลิกให้” ฉันเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำแบบนี้จากปากผู้ชายคนไหน เขาจะเลิกบุหรี่ให้ฉันเหรอ ทำไม? “ไม่ชอบอะไรอีก”
“...!”
“ถ้าเธอไม่ชอบ จะได้เลิกให้หมดเลย” เลือดบนใบหน้าของฉันสูบฉีดจนชาไปหมดเมื่อเขาพูดแบบนั้นด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมทั้งดึงตัวฉันให้ขยับเข้าไปใกล้ใบหน้าของเขาอีก และเพราะฉลามดุนั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์มันก็เลยดูเหมือนฉันสูงกว่าเล็กน้อย เส้นผมของฉันตกลงมาปรกหน้าของเขา ในขณะที่ร่างสูงจะฉีกยิ้ม “บอกแล้วว่าเพื่อเธอเราทำได้ทุกอย่าง”
“...”
“หนาวมั้ย เธอใส่เสื้อบางมากเลยว่ะ” เขาพูดอีก ย้ำอีกว่าชุดเดรสของฉันมันบางแค่ไหน ในขณะที่จะโอบเอวฉันเข้ามาใกล้เมื่อมีกลุ่มผู้ชายที่พักหอพักเดียวกันกับฉันเดินผ่านและนั่งจับกลุ่มกันตรงโต๊ะม้าหินอ่อนที่ไม่ไกลกันนัก พอฉันมองตามก็เห็นว่าพวกเขากำลังมองฉันด้วยแววตาจาบจ้วง ถึงแม้ว่าฉันจะยืนอยู่กับฉลามดุและถูกเขาโอบเอวอยู่ก็ตาม “... เธอไม่น่าเลือกหอพักนอกมหาลัยเลยนะ”
“หือ... อะไรนะ” ฉันหันไปมองเขาอย่างสงสัยเมื่อรู้สึกว่าร่างสูงพึมพำอะไรสักอย่างข้างๆ หู ก่อนที่ฉลามจะหันกลับมามองและไม่พูดอะไร ในขณะที่เลือกที่จะทำอะไรบางอย่าง
“นิ้ง ใส่นี่ไว้”
เขาถอดเสื้อฮู้ดด้านนอกที่ใส่อยู่แล้วสวมให้ฉัน
“อะ... ไม่หนาวสักหน่อย” ฉันท้วง ไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไรจนถูกร่างสูงช้อนตัวให้มานั่งตักเขาบนเบาะมอเตอร์ไซค์ หน้าของฉันเห่อร้อนขึ้นมาทันที
“ถ้าไม่ทำแบบนี้พวกมันก็ไม่เลิกมองเธอหรอก” เขาอธิบายทันทีเหมือนกลัวว่าฉันจะหนีเขาเพราะการกระทำที่อุกอาจแบบนี้ ฉันมองตามสายตาของร่างสูง แล้วก็เห็นว่าพวกผู้ชายกลุ่มนั้นหันกลับไป
อ๋อ เขากำลังช่วยฉันอยู่นี่เอง
แต่ดูเหมือนคนที่จะถึงเนื้อถึงตัวไม่ใช่แค่สายตา จะเป็นเขามากกว่านะ
“เอ่อ... ขอบคุณนะ” ฉันไม่รู้ว่าควรพูดคำนี้มั้ยกับสถานการณ์ที่ตัวเองตกเป็นรองแบบนี้ แต่พอพูดออกไป ฉลามดุก็เอื้อมมือข้างหนึ่งมารั้งเอวของฉันไว้ทันที
“ขอโทษนะนิ้ง” เขาพูดสั้นๆ แล้วฉันก็ทำสีหน้างุนงง
“เรื่องอะไรเหรอ”
“ที่ไม่ได้ไปส่งวันนี้” ฉันชะงักไป แล้วก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่กุมเข้าหากันเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี “เราโกรธ แต่พอเรารู้สึกตัว เราก็รีบมาที่นี่เลย ถึงเพื่อนเธอจะบอกว่าเธอโอเคดี เราก็อยากมาเจอหน้าให้แน่ใจกว่านี้”
“...”
“เราชอบเธอ และเราจะไม่ทำแล้ว ครั้งนี้ครั้งเดียว”
“...”
“เธอไม่โกรธนะ?”
“มะ... ไม่จ้ะ”
เพราะอย่างงั้น...
เพราะอย่างงั้นก็เลิกทำให้ฉันเขินจนทำตัวไม่ถูกขนาดนี้สักทีเถอะ
“ดีแล้ว เราก็ไม่คิดว่าเธอจะโกรธหรอก” เขาพูด และถึงจะไม่ได้หันกลับไปมองฉันก็พอจะรับรู้ได้ว่าเขากำลังยิ้มอยู่ “พรุ่งนี้มีเรียนมั้ย?”
“อะ... อื้อ มี” ฉันตอบอย่างตกใจเพราะเขาเอียงหน้าเข้ามาถามจากด้านข้าง มันใกล้มากจนฉันตั้งตัวไม่ทัน แล้วฉลามดุก็พยักหน้ารับรู้ เขาผละใบหน้าออกไปแล้วถามอีก
“กี่โมง”
“เที่ยงค่ะ เหมือนวันนี้” ฉันคิดว่าฉันเริ่มชินกับท่านั่งในตอนนี้แล้วก็เลยพูดออกมาแบบไม่ติดอ่างเหมือนเคย “ทำไมเหรอ?”
“เปล่า” เขาหัวเราะในลำคอ “แต่ถ้าตื่นทันจะโทรหา”
“...”
“จะได้ไปส่ง” ฉันก้มหน้าลงมองมือของตัวเองอีกครั้งเมื่อไปไม่เป็น เขาพูดแล้วก็มองไปทางผู้ชายตรงนั้นด้วย ดูเหมือนฉลามดุจะไม่ชอบพวกเขาเอามากๆ เลย
“แต่... แต่ส้ม”
“เพื่อนเราทำงานที่อู่ พรุ่งนี้เราก็มีเรียน เดี๋ยวจะเอารถเพื่อนไปส่งเธอก่อนไง” เหมือนเขาจะรู้ว่าฉันอยากจะถามอะไร ร่างสูงพูดตัดบทแบบไม่ให้ฉันแทรกขึ้นมาได้เลยอย่างไม่ทุกข์ร้อน แล้วก็ดูเหมือนจะไม่อยากให้ฉันปฏิเสธด้วย “โอเคนะ?”
ถึงไม่โอเคก็ต้องโอเคไม่ใช่เหรอ
“อื้อ”
“...”
“มาเร็วๆ นะ” ฉันรู้สึกว่าผู้ชายที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังชะงักไปหน่อยๆ ฉันก็แค่อยากแกล้งเขานิดหน่อยน่ะ ก็เขาชอบแกล้งฉันก่อนนี่นา อย่างที่ดึงมานั่งบนตักแบบนี้มันก็คือการแกล้งให้ฉันเขินไม่ใช่เหรอ
“เธอพูดว่าไงนะ” แต่พอเขาถามย้ำเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง ฉันก็รู้สึกว่าที่พูดไปน่ะเป็นอะไรที่คิดผิดสุดๆ เลย
“มะ... มาเร็วๆ นะ”
“...”
“หนูจะรอ”
คะนิ้งจ๋า เธอแกล้งเขามากเกินไปแล้ว
“พูดจริง?” เขาทวนอีก แล้วฉันก็หลับตาปี๋แล้วพยักหน้ารัวเร็ว ก่อนที่ร่างสูงจะหัวเราะเสียงดัง ในขณะที่จะคว้าเอวฉันแล้วดันให้ลุกขึ้นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
ฉันมองเขาอย่างงุนงง แล้วฉลามดุก็กอดคอฉันแล้วเดินผ่านกลุ่มพวกนั้นที่เหลือบมามองพวกเรานิดหน่อย เขาเบี่ยงด้านตัวเองไปทางพวกนั้น ในขณะที่จะดึงตัวฉันให้เบียดชิดเข้ากับตัวของเขาอย่างหวงแหน
“จะพาไปไหนอ่ะ” ฉันหน้าแดงไปหมดและถามขึ้นอย่างลนลานเมื่อถูกเขาลากให้เดินเข้ามาด้านในหอพัก ไม่มีใครเข้ามาห้ามเลย เพราะปกติเวลาคนนอกที่ไม่ใช่คนในหอพักเข้ามาจะถูกยามกันออกมาและต้องรับบัตรอนุญาตเข้าหอพักก่อน โดยจะต้องมีคนในหอพักที่รู้จักกันมายืนยันด้วย
แต่นี่เขาคงคิดว่ามากับฉันล่ะมั้ง ก็... ก็ฉลามดุเล่นกอดฉันหน้าหอซะขนาดนั้นนี่
“ดึกแล้ว” เขาตอบคำถามฉันสั้นๆ แล้วเบี่ยงตัวฉันให้ไปยืนข้างหน้า “พรุ่งนี้เธอมีเรียนเช้า เดี๋ยวนอนไม่พอ”
“เอ่อ... ไม่เช้านะ” ฉันท้วง ก็มันตั้งเที่ยงแน่ะ ฉันตื่นเจ็ดโมงครึ่งทุกวันอยู่แล้วอ่ะ
“แต่เช้าสำหรับเรา เรากลัวตื่นไม่ทัน” ฉันมองเขาแล้วกลั้นหัวเราะในเหตุผลนั้น แล้วก็เห็นรอยยิ้มจางๆ ของร่างสูงที่ปรากฎขึ้นที่มุมปากของเขา “เราก็แค่อยากมาส่งเธอ”
“...”
“ฝันดีนะนิ้ง” ฉันมองเขาแล้วพยักหน้าเบาๆ ฉลามดุจ้องหน้าฉันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะทำอะไรบางอย่าง
ร่างสูงเคลื่อนใบหน้าลงมาแล้วหอมแก้มฉันหนักๆ จากทางด้านซ้าย
“...!!” ฉันเบิกตากว้าง เอามือมาจับแก้มของตัวเองเอาไว้ ในขณะที่หน้าร้อนเห่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ฉันเห็นเขายิ้มกว้าง แล้วเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซต์ของตัวเองโดยที่ขับออกไปทันที
ฉันทรุดตัวนั่งลงกับโซฟารับแขกด้านในหอ แล้วก็เอามือมาปิดหน้าตัวเองที่ร้อนจัดจนเหมือนกาต้มน้ำเดือดๆ อย่างรวดเร็ว
ขะ... เขานี่มัน
ฉันยอมรับว่าช่วงนี้ฉันเอาแต่ใจกับเขามากแต่เพราะฉันไม่อยากให้ฉลามกลับไปทำงานในที่ที่มีผู้หญิงคนนั้นอีก ฉันเลยขอให้เขามาอยู่ที่ห้องด้วย แล้วฉันคิดว่าคืนนี้จะอยู่แต่กับเขาไม่ไปไหนเพราะฉันรู้สึกว่าตอนที่เธอจูบฉลาม ฉันเหมือนดูแลเขาไม่ดีเลย... ฉันไม่อยากให้ฉลามไปเป็นของคนอื่นฉลามเข้ามาในห้องพร้อมๆ กันกับฉัน เราสบตากันตอนนั้น แล้วฉันก็เห็นริมฝีปากของเขา ฉันสะอื้นออกมาอีก เพราะมันเจ็บจริงๆ ที่เห็นภาพนั้น ถึงฉลามจะไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม แล้วฉลามก็ไม่ผิด... แต่ฉันห้ามตัวเองไม่ให้เจ็บไม่ได้จริงๆฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ เขา เห็นว่าใบหน้าของฉลามมีรอยแดงที่ข้างแก้ม ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้เลยเผลอตบหน้าเขาไป แต่ก็ยั้งแรงไว้ได้ก่อนเพราะฉันรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นฝ่ายผิดอะไรเราผ่านอะไรมาด้วยกันมากแล้ว ฉันควรที่จะหนักแน่นสิ“... เราขอโทษที่ตบฉลามนะ” ฉันพูดกับเขา ลูบข้างแก้มของเขาเบาๆ จนฉลามที่จ้องหน้าฉันอยู่เลื่อนมือขึ้นมาบีบข้อมือฉันเบาๆ“ช่างเหอะ”“...”“นิ้งไม่โกรธก็ดีอยู่”ฉันสบตาเขากลับอีกครั้ง ก่อนที่จะค่อยๆ ขยับใบหน้าเข้าไปจนชิดกับเขา แล้วจูบเขาเบาๆฉันอยากลบสิ่งที่เธอทำออกไปฉลามรั้งเอวฉันไว้ เขาจูบฉันกล
“เข้า” เออ แล้วผมแม่งก็เป็นทาสเมียตัวจริง “มากอดหน่อย เมื่อกี้เธอทำเราเสียใจ”แต่ก็ต้องขอกำไรจากเมียนิดหน่อย“มะ... ไม่เอา”“เออ” ผมทำหน้าเซ็ง “ไม่เลิกบุหรี่ให้ล่ะ”“ไม่ได้นะ ฉลามสัญญากับเราไว้แล้ว จะเปลี่ยนคำได้ยังไงอ่ะ”“ได้ดิ นิ้งไม่ใช่เจ้าของชีวิตเรา” ผมย้อนเธอ แล้วยักคิ้วให้ “เราจะทำไรกับชีวิตเราก็ได้”“...”“เข้าใจปะ”“งั้นเราจะกลับห้องแล้ว” นิ้งใช้วิธีนั้นกับผม เธอกอดอกงอนเหมือนเด็กเอาแต่ใจ ผมหมั่นเขี้ยวชิบหาย เลยรั้งเอวเธอมาหอมแก้มหนักๆตัวหอมว่ะ เมียใครวะเนี่ย“เข้าเหอะ เลิกก็เลิก”“...”“อย่างอนดิ”นิ้งหันมามองหน้าผม เธอทำสีหน้าเหมือนผมขี้โกง แล้วหอมแก้มผมกลับเดี๋ยวนี้เธอชอบอ้อนงี้บ่อย ผมเลยโงหัวไม่ขึ้น ไปไหนไม่เคยรอด“... ไม่ได้งอนนะ” เธอพูดเสียงอ้อมแอ้ม แล้วมองหน้าผมด้วยสีหน้าอ้อนๆ “เราเป็นห่วงก็เลยให้ฉลามกินลูกอมแค่นั้นเอง”“...”“เราอยากให้ฉลามเข้าใจว่าเราเป็นห่วงอ่ะ เลยต้องบังคับฉลาม”“...”“... ฉลามโกรธเรารึเปล่า”ผมจ้องหน้าเธอนิ่ง ไม่ชอบวิธีที่เธอใช้ เพราะแม่งโคตรน่ารัก แม่งโคตรขี้อ้อน แค่พูดไรนิดๆ หน่อยๆ ผมก็อ่อนให้เธอง่ายๆ นิ้งก็เหมือนรู้ไง เธอเลยใช้วิธีนี้บ่อยๆ ทำ
[SALAMDU : SIDE]เดี๋ยวนี้เหมือนนิ้งคุมผมอยู่เลยว่ะ คิดงั้นปะ“ฉลามมารับเราช้าอีกแล้วนะวันนี้” ผมทำหน้าเซ็งตอนที่มารับเธอแล้วโดนเมียเหวี่ยงใส่ หลังๆ ตั้งแต่ที่อ้อนผมได้แล้วผมแพ้ทาง นิ้งก็ชอบทำตัวเป็นมนุษย์เมียกับผม ขี้บ่น โคตรขี้บ่น พอบ่นเสร็จก็ถึงมาอ้อนผมก็สู้ไม่ได้ดิ ใครจะกล้า“ก็รถแม่งติด” ผมอ้างว่างั้น แต่จริงๆ แวะดูดบุหรี่สองมวนก่อนมา เลยช้า“ไม่เชื่อหรอก... สูบบุหรี่อีกแล้วใช่มั้ย” เธอพูดแล้วตีปากผมเบาๆ รู้ได้ไงวะ โคตรเก่งอ่ะ “นิสัยไม่ดี เราบอกให้ลดลงตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมลด”“เฮ้ย นิ้ง เจ็บเนี่ย” ผมพูดแล้วดึงมือเธอออกเพราะนิ้งเล่นตีปากผมไม่หยุด เมนส์มาเหรอวะ แต่รู้สึกว่าเพิ่งจะหมดไปไม่ใช่ไง “ตีอยู่ได้”“เราจะโกรธแล้วนะ” เธอทำหน้ามุ่ยใส่ผม แล้วฟาดไหล่ผมเบาๆ อีกที “เรารออยู่ตั้งนาน มารับก็ช้า ยังจะโกหกอีก น่าตีๆ”“นิ้ง ตีอีกทีจะไม่ทนแล้วนะเว้ย” ผมพูดอย่างหงุดหงิด ช่วงนี้ชอบลงมือกับผมจังวะ เอะอะไรไม่พอใจก็ตี ตีแม่งเข้าไป คนนะเว้ยไม่ใช่ควาย จะเฆี่ยนไรทุกวัน“นะ... นิสัย” เธอว่าผม แล้วกอดอกอย่างน่ารัก“ขึ้นรถมา แล้วเลิกบ่น” ผมพูดแล้วพยักหน้าส่งไปทางเบาะหลัง ถ้าเล่นตัวไม่ยอมขึ้นอีกผมจะ
สุดท้าย...ฉันก็ยอมออกมากับฉลามจนได้ เพราะเขาอ้อนเก่งขึ้นมากเลย อ้อนจนฉันใจอ่อนเลยอ่ะ... ฉันแพ้ให้ฉลามทุกทีเลย“เดี๋ยวโกนหนวดแล้วเราโคตรหล่อ เชื่อดิ” เขาพูดอย่างเข้าข้างตัวเองตอนที่เข็นรถเข็นดูกับข้าวในห้างสรรพสินค้าไปพร้อมๆ กับฉัน แต่ก็เหมือนจะแกล้งกันด้วย “สาวรุมแน่”“...”“นิ้งต้องหึงเรา เชื่อปะ”“... เราก็จะหาแฟนใหม่เลยอ่ะ” ฉันแกล้งเขากลับไปบ้าง เพราะตั้งแต่ทะเลาะกันครั้งนั้นฉันก็ได้เรียนรู้แล้วว่าถ้าจะควบคุมฉลามให้เป็นเด็กดี ฉันก็ต้องกล้าที่จะต่อกรกับเขาบ้างฉลามชะงักไปทันที เขาหยุดเข็นรถกะทันหัน“ว่าไงนะ”“ก็ฉลามพูดเหมือนจะนอกใจเรานี่นา” ฉันหันกลับไปทำหน้าบูดใส่เขา “เราไม่ยอมให้ฉลามทำอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ”“...”“... เราจะมีแฟนใหม่ที่หล่อกว่าฉลามเลยด้วย”“เธอกล้าก็ลองมีดิ” เขาท้าฉัน สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไป จากเด็กดื้อกลายเป็นคนชอบพาลแบบก่อนหน้านี้ทันทีเลย “เราจะได้ต่อยมันให้”“หึงเราเหรอ” ฉันถามด้วยรอยยิ้ม แล้วฉลามก็เดาะลิ้น เขาท้าวแขนกับรถเข็นแล้วหันหน้าหนี“เฉยๆ อ่ะ”“... งั้นเราไปคุยกับแจ๊คอีกดีมั้ยนะ”“นิ้ง” ร่างสูงดันรถเข็นมาชนขาฉันเบาๆ ทันที เหมือนเขาไม่พอใจที่ฉันแกล้งเขาแบบนี
ผมไม่ได้คุยไรกับเจ๊มากกว่านั้น แต่ก็มาทำงานต่อ ช่วงนี้ผมทำไรก็มีแต่หน้านิ้งขึ้นมา ไม่ค่อยอยากสุงสิงกับใครนอกจากเมีย แบบนี้ไม่รู้จะเรียกไรแล้วว่ะนอกจากคำว่ากำลังอยู่ในช่วงหลงเมีย ผมหลงเธอหนักขึ้นทุกวัน ตั้งแต่โดนเธออ้อน ยันตอนนี้ที่เรากลับมาดีกันผมว่าผมกำลังจะรักเธอมากขึ้นกว่าเดิมแล้วเวลาผมรักใครมากๆ อารมณ์แม่งจะรุนแรงขึ้น ผมแม่งจะเป็นพวกหัวรุนแรง ถ้าเป็นสัตว์ก็คงเป็นกระทิง ผมพูดตรงๆ ว่าแค่ใครแตะของรักผม ผมก็จะพุ่งเข้าใส่แล้วชนแม่งให้ยับแล้วตอนนี้ผมก็กำลังเป็นอาการนี้อยู่เลยว่ะเออ ผมว่าผมกำลังเป็นจริงว่ะ เป็นหนักด้วยผมมารับนิ้งเหมือนปกติไงวันนี้ แต่ที่ไม่ปกติคือผมเห็นเธออยู่กับไอ้เด็กที่ชื่อว่าแจ๊คไรนั่น ผมรู้ว่านิ้งไม่มีไรกับมัน แต่มันดิจะคิดไรกับเธอมั้ยผมไม่ไว้ใจว่ะ แล้วผมก็โคตรไม่ชอบผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับเมียผม“นิ้ง” ผมไม่แคร์ว่าแม่งจะดูไม่ดีถ้าเข้าไปดึงเธอกลับตอนนี้ แต่พอไม่พอใจอะไรแม่งก็ขวางหูขวางตาผมไปหมดผมดึงแขนเธอออกมาจากที่นั่งอยู่กับมัน แล้วนิ้งก็เบิกตากว้างตอนที่หันมาเจอผมที่ยืนเดาะลิ้นแล้วจับข้อมือเธออยู่ผมจ้องหน้าไอ้แจ๊ค ไม่พูดอะไรแล้วลากเธอแล้วหยิบกระเป๋
“แน่ใจ?”ฉลามถามย้อนฉันกลับมา เขาเลิกคิ้ว ในขณะที่ฉันเองก็พยักหน้ารับฉันรู้สึกว่าตัวเองตอนนี้แปลกๆ ไป ฉันยังเป็นเหมือนเดิม ยังไม่พร้อมในเรื่องแบบนั้นเวลาที่เขาขอ แต่ในขณะเดียวกันฉันก็ต้องการเขาฉันอยากให้เขากอดฉัน... แล้วก็ต้องเป็นฉลามแค่คนเดียวด้วย“อื้อ”“นิ้งก็ชอบเป็นงี้” เขาพึมพำออกมา ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นมานั่งสบตากับฉันที่นั่งคร่อมเขาอยู่เกือบทั้งตัว แล้วปลายจมูกของเราทั้งคู่ก็ชนกันเบาๆ “ชอบทำงี้ทุกที”“...”“เธอคิดว่าเราจะทำแค่จูบเธอไง?”“... ก็ไม่ได้ทำแบบนั้นนี่นา” ฉันพูดทั้งๆ ที่เรายังอยู่ใกล้กันมากจนแลกลมหายใจให้กันได้ ฉลามสบตาฉันกลับ ก่อนที่เขาจะแตะริมฝีปากลงมาเบาๆฉันหลับตาลงตอนที่เขาคว้าไหล่ฉันยึดไว้ แล้วเราก็จูบกันอย่างลึกซึ้งจนฉลามผละออกไป ฉันก็มองเขาด้วยใบหน้าแดงๆ“เราทนไม่ไหวว่ะ” เขากระซิบกลับมา “ถอดเสื้อเธอออกได้ปะ”ฉันชะงักไป หน้าร้อนจนชาไปหมด แต่สุดท้ายก็พยักหน้าให้เขาทำได้ ฉลามก็เลยจูบปลายคางฉันหนักๆ ตอนที่ปลดกระดุมฉันที่เหลือออกลมหายใจของเขารดผิวฉันเบาๆ มันร้อนจนฉันสะดุ้งเลย“... อะ” ฉันกระตุกเบาๆ ตอนที่เขาเลื่อนใบหน้าลงมากดจูบหนักๆ ที่ต้นคอ แล้วยกตัวฉันขึ้น







