เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่

เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่

last updateÚltima actualización : 2026-01-04
Idioma: Thai
goodnovel16goodnovel
No hay suficientes calificaciones
47Capítulos
734vistas
Leer
Agregar a biblioteca

Compartir:  

Reportar
Resumen
Catálogo
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP

เธอเก่ง เธอดุ เธอสวย เธอไม่เคยเกรงกลัวพร้อมชนกับทุกปัญหาเพื่อครอบครัวที่เธอรัก...

Ver más

Capítulo 1

บทนำ ที่มาที่ไป

           ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1611 ได้มีครอบครัวหนึ่งถูกไล่ล่าจากน้ำมือของมนุษย์ด้วยกันอย่างโหดร้าย ข้อหาที่พวกเขาตามล่าครอบครัวนี้เป็นเพราะคิดว่าครอบครัวนี้เป็นแม่มด

            ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวนี้ต่างเป็นคนดีและให้ความช่วยเหลือทุกคนในหมู่บ้านรวมถึงผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงเวลายากลำบากมาโดยตลอด

            “ฮือ ๆ ท่านแม่ ทำไมพวกเขาจะต้องทำกับเราแบบนี้ด้วย” เด็กหญิงตัวน้อยกอดเอวมารดาของตนเอาไว้แน่นกล่าวทั้งน้ำตาคลอหน่วย

            “เอริ ฟังแม่นะ ลูกจงอยู่แต่ในห้องนี้ อีกไม่นานแม่กับพ่อรวมถึงพี่ชายของลูกจะกลับมาจำไว้นะปิดปากของตัวเองให้แน่น ห้ามส่งเสียงร้องอย่างเด็ดขาด” หญิงสาวผมยาวหยักโศกสีน้ำตาลอ่อนปลอบโยนลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“แม่พูดจริงนะคะ แม่กับทุกคนจะต้องกลับมาหาหนู” เด็กหญิงผู้อยู่ในวัยสิบสามปีถามเสียงสะอื้น

            “แม่ไม่เคยผิดสัญญากับลูกใช่ไหมจ๊ะ” ในขณะที่คนเป็นแม่พูดอยู่นั้น เสียงจากการต่อสู้ด้านนอกก็เริ่มใกล้เข้ามา

            “เอริ!! รีบเข้าไป” ผู้เป็นแม่รีบหมุนตัวของเด็กหญิงก่อนที่เธอจะดันแผ่นหลังบางของบุตรตรีอันเป็นที่รักทั้งน้ำตา

            และยังไม่ทันที่เด็กหญิงจะได้เอื้อนเอ่ยอะไร ประตูบานใหญ่ก็ปิดลง

            “ในนามแห่งข้าผู้สืบทอดเชื้อสายมาจากท่านผู้เป็นดั่งผู้นำของพวกเรา บัดนี้ข้าขอเอ่ยวาจาแห่งคำภีร์ต้องห้ามโดยใช้เลือดจากมือของข้านี้เป็นเครื่องสังเวย

            จุดประสงค์ของข้าคือการวิงวอนร้องขอ ขอให้บุตรสาวอันเป็นที่รักของพวกเราอีกทั้งนางยังเป็นผู้สืบทอดแห่งท่านคนสุดท้ายจงปลอดภัย” จบถ้อยคำนี้ประตูบานใหญ่ก็เปล่งแสงประกายสีขาวจนสว่างไปทั่วทั้งบริเวณ

            แสงสีขาวนี้แทนที่จะอบอุ่นทว่ากลับร้อนแรงยิ่งกว่าแสงของดวงอาทิตย์อันร้อนระอุจึงทำให้ผู้ที่อยู่ด้านหลังประตูทั้งหมดถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าธุลีดินปลิวไปตามลม

            “เฮือก! ฝันร้ายอีกแล้ว ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่ แล้ว เอริคือใครทำไมฉันถึงต้องร้องไห้ทุกครั้งตลอดเลย” เด็กหญิงวัยไม่เกินสิบห้าปีพึมพำ

            “เสี่ยวเฉา เธอตื่นแล้วเหรอ ยังไม่เช้าเลยทำไมถึงไม่นอนต่อล่ะ” เด็กหญิงวัยไม่ห่างจากกันมากนักในบ้านเด็กกำพร้าถามขึ้นเมื่อเปิดเปลือกตาของตนแล้วเห็นว่าเพื่อนร่วมห้องนั่งห้อยขาลงข้างเตียง

            “ขอโทษที่ทำให้ตื่น เธอนอนต่อเถอะ ฉันจะไปทำงานแล้ว” เจ้าของชื่อพูดพลางวางเท้าลงบนพื้นกระเบื้องอันเย็นเยียบ

            ท้องฟ้าด้านนอกเรือนนอนในขณะนี้ยังคงมืดสนิทมีเพียงแสงไฟจากหลอดไฟให้ความสว่างอยู่เพียงไม่กี่ดวง

            เด็กหญิงเดินทอดน่องไปทางอาคารหลังหนึ่งที่มีป้ายเหนือบานประตูเขียนไว้ว่าโรงครัว

            “ป้าหม่าคะ หนูมาช่วย”

            “เสี่ยวเฉา ทำไมหนูตื่นเช้าจัง ไม่นอนต่ออีกสักหน่อยเป็นเด็กควรนอนให้มากเข้าไว้” หญิงร่างทวมใบหน้าอวบอูมพูดขึ้นอย่างเอ็นดู

            “ป้าหม่าคะ หากฉันนอนตื่นสายกว่านี้ เดี๋ยวก็ไม่ได้เคล็ดลับความอร่อยจากป้ากันพอดีฉันยังเรียนรู้มาไม่หมดเลย”

            “เธอนี่นับวันยิ่งปากหวาน เอาละในเมื่อตื่นแล้วก็มาช่วยป้าเตรียมทำอาหารเถอะ วันนี้ป้าจะทำโจ๊กปลา”

            “ได้เลยค่ะ” เด็กหญิงรีบพับแขนเสื้อตัวยาวของตน

            “ป้ามีมันเผาอยู่ตรงนั้น เธอกินก่อนสิ จะได้มีแรง” ผู้สูงวัยกว่าพยักพเยิดหน้าไปทางโต๊ะตัวหนึ่งที่มีถุงมันเผาอยู่ด้านใน

            “ป้ากินหรือยังคะ” เสี่ยวเฉามักถามออกไปเช่นนี้ทุกครั้ง

            “กินแล้วจ้ะ เธอรีบกินเถอะ หากใครมาเห็นเขาจะหาว่าป้าลำเอียง” หญิงแซ่หม่าพูดด้วยรอยยิ้ม

            “ขอบคุณค่ะป้า ถ้าเมื่อไหร่ฉันโตขึ้นและไปจากที่นี่ได้ ถึงตอนนั้นฉันจะมารับป้าไปอยู่ด้วยกันนะคะ” เด็กหญิงพูดไปด้วยใบหน้ามีความสุขหลังจากกัดมันเผาที่ยังคงมีไอความร้อนหลงเหลือ

            “ป้าจะรอนะ เสี่ยวเฉาของเราเป็นเด็กดี ไม่แน่ว่าอาจจะมีสักวันที่มีคนใจดีมารับหนูไปอยู่ด้วยก็ได้” ผู้พูดกล่าวอวยพรในระหว่างซอยขิงเพื่อใช้โรยหน้าโจ๊กหม้อใหญ่

            “ป้าอยากให้หนูไปจริง ๆ เหรอคะ หากว่าหนูไปแล้วใครจะมาช่วยป้าทำกับข้าวล่ะ ทุกวันนี้ป้าต้องตื่นตั้งแต่เช้า นอนก็ดึกกว่าพวกเราอีก” น้ำเสียงของคนพูดฟังดูหดหู่

            “หากว่าหนูจะมีอนาคตที่ดี ป้าก็ยินดีให้หนูจากไปจ้ะ ส่วนเรื่องงานที่นี่แม้ว่ามันจะเหนื่อยหรือว่าหนัก แต่ก็ยังคงเป็นงานที่ป้ารัก เมื่อไหร่ที่หนูมีเวลาก็แค่มาเยี่ยมป้าบ้างก็พอ” หญิงสูงวัยล้างมือก่อนที่จะวางมืออันแสนอบอุ่นลงบนศีรษะของคนตัวเล็ก

            “ขอบคุณค่ะป้าหม่า หากมีวันนั้นจริงหนูจะไม่ลืมป้าอย่างแน่นอน” เด็กหญิงนำมือของตนวางซ้อนทับกับมือของหญิงวัยกลางคนเอ่ยจากหัวใจ

            ช่วงสายของวันเดียวกัน ในวันนี้มีครอบครัวหนึ่งเป็นเศรษฐีมาจากในเมือง ครอบครัวนี้แม้ว่าจะมีลูกถึงสองคนแล้วก็ตามแต่เนื่องจากลูกสาวลูกชายต่างก็อายุมาก

            อีกทั้งยังไปอยู่ต่างเมือง ดังนั้นพวกเขาจึงได้มายังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้เพื่อหวังจะได้ลูกสาวคนเล็ก

            “คุณคะ พวกเราไปมาตั้งหลายที่ฉันก็ยังไม่เจอเด็กคนนั้นเลย และในเมืองแห่งนี้ก็เป็นสถานที่สุดท้ายแล้วด้วย” คนเป็นภรรยาพูดขึ้นอย่างร้อนใจ

            “ที่รัก หากว่าความฝันของคุณเป็นจริงยังไงซะเราก็ต้องเจอกับเด็กคนนั้นอย่างแน่นอนผมมั่นใจ”

            “แต่...ถ้าหากไม่เจอล่ะคะ” แม้หญิงสาวคนนี้จะมีอายุอยู่ในช่วงวัยกลางคนทว่าทั้งรูปร่างและหน้าตาของเธอก็ยังคงดูงดงาม

            “หากไม่เจอก็คิดว่าพวกเราไร้วาสนาดีไหมครับ อีกอย่างนี่มันปีอะไรแล้วที่เราจะมาเชื่อเรื่องเร้นลับแบบนั้น” คนเป็นสามีพูดขึ้นด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติหาได้หวาดวิตกใด ๆ ไม่

            “แต่คุณคะ ในฝันนั้นย้ำหนักหนาว่าหากพวกเราไม่เจอเด็กคนนั้นภายในปีนี้ครอบครัวของเราจะประสบกับหายนะอันใหญ่หลวง มันจะไม่เป็นไรจริงเหรอ” น้ำเสียงของผู้เป็นภรรยายังคงลังเล

            ในขณะที่สามีกำลังจะเอ่ยปากปลอบภรรยาของตนอีกครั้งก็พอดีกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อน

            “ขอโทษนะคะ ที่ปล่อยให้พวกคุณรอนาน ฉันพาเด็กตามลักษณะที่คุณทั้งสองต้องการมาแล้วค่ะ” หญิงวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าสถานที่แห่งนี้พูดขึ้นก่อนที่จะมีร่างผอมบางของเด็กหญิงคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากทางด้านหลัง

            “ใช่เธอนี่แหละค่ะ คุณคะฉันเจอแล้ว เด็กคนนี้แหละ” น้ำเสียงอันตื่นเต้นของคนตรงหน้าทำให้เสี่ยวเฉามองเธอด้วยความประหลาดใจ

            “ใจเย็นครับที่รัก” ผู้เป็นสามีนำมือของเธอมาลูบเพื่อปลอบประโลม “ฉันว่า คุณผู้ชายกับคุณนายลองสนทนากับเธอดูก่อนไหมคะ”

            “ได้ค่ะ” น้ำเสียงของคุณนายตระกูลหยางยังคงสั่นอย่างเห็นได้ชัด จนสามีต้องให้เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ

            “หนูน้อยเธอชื่ออะไรจ๊ะ อายุเท่าไหร่” น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคนผู้นี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ช่างคล้ายกับความฝันไม่มีผิด

            จึงทำให้เสี่ยวเฉาน้ำตาคลอหน่วยอย่างไม่รู้ตัว “แม่” ถ้อยคำนี้แม้จะแผ่วเบา กระนั้นคุณนายหยางก็ยังคงได้ยินอย่างชัดเจน

            “เสี่ยวเฉา นี่คือชื่อของหนูใช่ไหมจ๊ะ” คำถามอันอ่อนโยนของหญิงสูงวัยกว่าทำให้เสี่ยวเฉามองหล่อนอย่างประหลาดใจ

            “คุณรู้หรือคะ” เด็กหญิงย้อนถามด้วยความงุนงงทั้ง ๆ ที่ดวงตายังคงฉ่ำน้ำ

            “ใช่จ้ะ หนูอาจจะไม่เชื่อแต่ฉันเคยฝันถึงหนูและฝันถึงมานานมากแล้ว”

            ทั้งห้องตกอยู่ภายในความเงียบหลังประโยคนี้ของคุณนายผู้มีอำนาจและเงินทองเป็นหนึ่งในสามของเมืองจบลง

            “ที่รัก เสี่ยวเฉาตกใจหมดแล้ว คืออย่างนี้นะหนูน้อย เธออาจจะไม่เชื่อแต่ฉันจะเล่าให้เธอฟัง เรื่องมันเป็นอย่างนี้

ภรรยาของฉันฝันว่าตนเองได้ทำลูกหายไปและในความฝันนั้นก็ปรากฏว่าเป็นใบหน้าของเธอรวมถึงชื่อที่มีคนเรียก ดังนั้นเธอก็เลยดีใจมากไปหน่อยจึงได้บอกหนูแบบนั้น”

            “ถ้าอย่างนี้คุณก็หมายความว่าหนูอาจจะเป็นลูกสาวของคุณอย่างนั้นเหรอคะ”

            “ใช่จ้ะ แต่ถึงจะใช่หรือไม่พวกเราก็ตั้งใจที่จะรับหนูไปเลี้ยงหากว่าหนูเต็มใจและต้องการให้เราเป็นพ่อแม่” คำตอบของชายวัยกลางคนทำให้เด็กหญิงนิ่งตรึกตรองอยู่ครู่ใหญ่

            “หากว่าหนูไปกับพวกคุณ หนูยังจะได้เรียนหนังสืออยู่ไหมคะ” คำถามของเธอทำให้ผู้ใหญ่ภายในห้องยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

            “ได้เรียนสิจ๊ะ ไม่ว่าหนูอยากจะเรียนอะไร จะต้องการเรียนถึงไหนฉันยินดีจะส่งหนูให้ถึงที่สุด” หญิงวัยกลางคนผู้เป็นคุณนายตระกูลอันมั่งคั่งตอบรับเสียงหนัก

            “ถ้าอย่างนั้นหนูจะไปอยู่กับพวกคุณค่ะ”

            เมื่อเด็กหญิงพูดออกมาแบบนี้ คู่สามีภรรยาจึงได้ยิ้มให้กันอย่างดีใจระคนโล่งอก อีกทั้งเด็กหญิงตรงหน้าก็ดูเป็นเด็กสุภาพเรียบร้อย

            “ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้หนูก็เรียกพวกเราว่าพ่อแม่เถอะ เมื่อกลับถึงบ้านแม่จะแนะนำให้หนูได้รู้จักกับพี่ชายพี่สาว” คุณนายตระกูลหยางจับมือเด็กหญิงอย่างสนิทสนม

            “หนูมีพี่ด้วยเหรอคะ” ดวงตาของเธอเปล่งประกาย

            “ใช่จ้ะ แต่พี่ของหนูเขาทำงานอยู่ต่างเมืองกว่าจะได้เจอกันสักครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่เป็นไรเพราะพวกเขาเองก็ตื่นเต้นที่จะมีน้องสาวเหมือนกัน โดยเฉพาะพี่สาวของหนูเธอบอกว่าจะตัดชุดให้หนูเองเป็นพิเศษเชียวละ” ใบหน้าของผู้พูดเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            สิบสองปีต่อมา ในวันนี้เป็นวันเกิดครบรอบอายุยี่สิบห้าปีของเสี่ยวเฉา จากเด็กกำพร้าในวันวาน

            ตอนนี้เธอได้เติบโตเป็นสาวงามอีกทั้งยังเก่งกาจหากเป็นยุคโบราณก็คงจะต้องพูดว่าเก่งทั้งบุ๋นและบู๊

            ทั้งนี้เป็นเพราะพี่ชายของเธอนั้นเป็นห่วงน้องสาวคนเล็กและน้องสาวคนนี้เป็นคนเรียนรู้เร็วรวมถึงยังไม่เหมือนกับหญิงสาวผู้ร่ำรวยคนอื่น ดังนั้นเจ้าตัวจึงได้ให้น้องเรียนศิลปะป้องกันตัวทุกแขนงและอาวุธทุกประเภทเมื่อยิ่งเรียนพรสวรรค์ก็ยิ่งปรากฏ

            ดังนั้นภายในห้องใหญ่ของคฤหาสน์จึงเต็มไปด้วยถ้วยรางวัลของเสี่ยวเฉาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

            ส่วนคนเป็นพี่สาวเองก็รู้สึกพอใจเช่นกันที่น้องสาวของตนเก่งกาจด้านแฟชั่นไม่แพ้ตัวเอง ไม่เพียงแค่พวกพี่เท่านั้นที่รู้สึกภาคภูมิใจในตัวคนเป็นน้อง เพราะแม้แต่ความสามารถของพ่อแม่คุณหนูเล็กตระกูลหยางก็สืบทอดมาจนหมดสิ้น ทั้งทางด้านดนตรีและหัวทางธุรกิจ

            แต่แล้วครอบครัวอันอบอุ่นก็ถึงคราวประสบเคราะห์กรรม “แม่คะ พ่อคะ อย่าเพิ่งเดินทางตอนนี้เลยนะคะ ฉันเป็นห่วง” เสี่ยวเฉาพูดขึ้นในขณะใกล้วันเกิดของตน

            “ลูกคิดถึงพวกเราเหรอจ๊ะ” คนเป็นแม่ลูบผมยาวของบุตรสาวเอ่ยอย่างรักใคร่

            “ใช่ค่ะ หนูรู้สึกยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก เอาไว้ปีหน้าค่อยไปนะคะ ถึงเวลานั้นหนูจะไปด้วย” เธอยังคงอ้อนออดมารดาอยู่เช่นเดิม

            “ไม่ได้นะสิลูก พ่อนัดกับเพื่อนทางนั้นเอาไว้แล้วและที่สำคัญเรานัดคุยเรื่องงานกันด้วยหากว่าไม่ไปเราคงต้องสูญเสียเงินหลายสิบล้านทีเดียว” คำตอบของคนเป็นพ่อทำให้เสี่ยวเฉาได้แต่ทอดถอนใจ

            “คุณพ่อคะ เงินของเราก็มีมากแล้วนะคะทำไมพ่อต้องทำให้ตัวเองเหนื่อยอีก” น้ำเสียงอ่อนใจของคนเป็นลูกทำให้ชายวัยชรายกยิ้มอย่างเอ็นดู

            “พ่อทำงานมาตั้งแต่เด็ก หนูจะให้พ่ออยู่เฉย ๆ ไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าหลังจากการเดินทางครั้งนี้พ่อกับแม่จะอยู่เฉย ๆ ให้หนูเลี้ยงดีไหม”

            “พ่อพูดแล้วนะคะ มาเกี่ยวก้อยสัญญากัน” ผู้เป็นบิดายอมยกนิ้วเกี่ยวก้อยสัญญากับลูกสาวแต่โดยดี

            ยิ่งใกล้วันเดินทางของคนทั้งคู่ จิตใจของเสี่ยวเฉาก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุขเช่นกัน แต่เธอไม่รู้ว่าจะห้ามคนทั้งสองได้ยังไงจึงได้แต่ภาวนาขอให้พ่อแม่ปลอดภัย

            “ลูกรักวันนี้วันเกิดหนูนะจ๊ะ ยิ้มแย้มหน่อยพ่อกับแม่มีของขวัญให้ด้วยนะ”

            “ของขวัญที่ดีสำหรับหนูก็คือขอให้พวกเราอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทุกปีก็พอค่ะ รวมถึงพี่ชาย พี่สะใภ้ พี่สาว พี่เขย หลาน ๆ และป้าหม่าด้วย” คำพูดของหญิงสาวได้เรียกรอยยิ้มให้กับทุกคน

            “เอาเถอะ เราได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแน่นอน” พ่อผู้ชราพูดขึ้นโดยที่ไม่รู้ว่าอีกสองวันต่อมาเครื่องบินที่ตนกับภรรยานั่งจะเกิดเหตุร้าย

            หลังจากจัดการเรื่องงานศพของพวกเขาได้ครึ่งปี ป้าหม่าผู้มีโรคประจำตัวก็เกิดป่วยเพราะอาการกำเริบ

            “เสี่ยวเฉาของเราโตแล้วอีกทั้งยังเป็นเด็กดี ป้าไม่เสียใจเลยที่ได้อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ หากว่าไม่มีป้าอยู่แล้ว หนูสัญญากับป้านะว่าจะใช้ชีวิตของตนให้ดี จงใช้ชีวิตให้มีความสุข”

            น้ำตาของเสี่ยวเฉาหลั่งไหลราวทำนบแตก “ป้าหม่าต้องอยู่กับหนูด้วยสิคะ อย่าพูดแบบนี้ พ่อแม่ก็จากหนูไปแล้วป้าอย่าทิ้งหนูไปอีกคนเลยนะ” หญิงสาวกุมมือของหญิงวัยชราเอาไว้แน่นเอ่ยเสียงสะอื้น

            “น้องสาว อย่าทำแบบนี้ไม่อย่างนั้นป้าหม่าจะไปไม่สงบนะ” คนเป็นพี่ชายปลอบพลางนำมือบีบหัวไหล่ของหล่อนเพื่อให้กำลังใจ

            เสี่ยวเฉาเงยหน้ามองคนพูดก่อนจะหักห้ามความรู้สึกแล้วหันมาพูดกับหญิงชราด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตาอีกครั้ง

            “ป้าหม่าคะ ฉันขอโทษ ฉะ..ฉันจะให้สัญญากับป้าค่ะ” หญิงวัยชราแย้มยิ้มอย่างเป็นสุข จากนั้นอีกสามวันต่อมาดวงตาของป้าหม่าก็ปิดลงตลอดกาล

            ภาพเดิม เหตุการณ์เดิม ในวันที่เพิ่งจัดการงานศพของพ่อแม่วนกลับมาอีกครั้ง นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเสี่ยวเฉาก็ใช้ชีวิตตามที่ให้สัญญากับป้าหม่า แม้ว่าภายในใจจะรู้สึกเศร้าหมอง

            ทว่าในยามที่พบเจอหน้ากับญาติผู้พี่ที่เหลืออยู่ เธอก็จะยิ้มแย้มราวกับว่าตนสบายดี เพียงแต่เธอไม่คิดจะคบใครเท่านั้นเองจึงทำให้พี่ชายพี่สาวค่อนข้างเป็นห่วง

            และแล้วความสูญเสียก็กำลังจะเกิดขึ้นกับเธออีกครั้งเมื่อครอบครัวของพี่ชายติดโรคระบาดที่ยังไม่มียารักษา

            “ไม่จริงใช่ไหมคะ ทำไมพวกเราจะต้องเจออะไรแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วย” เสี่ยวเฉาฟูมฟายร้องไห้ราวคนเสียสติ

            “น้องเล็กใจเย็น ๆ นะ พี่เชื่อว่าหมอจะต้องหาวิธีรักษาโรคนี้ได้แน่” คนเป็นพี่สาวกอดน้องพร้อมพูดปลอบซึ่งก็เป็นการปลอบตนเองด้วยเช่นกัน

            ในค่ำคืนวันเดียวกันนั้น เสี่ยวเฉาร้องไห้จนหลับไป เจ้าอยากช่วยพวกเขาไหมล่ะ เสียงในความฝันเป็นเสียงแหบพร่าของหญิงชราที่เธอไม่เคยได้ยิน

            “อยากค่ะ คุณช่วยพวกเขาได้ไหม ฉันยินยอมแลกกับทุกอย่าง” “แน่ใจนะ เพราะชีวิตต้องแลกด้วยชีวิตและนี่มีถึงสี่ เจ้าคิดว่ายังไงล่ะ” น้ำเสียงแหบพร่านั้นย้อนถามขึ้นอีกครั้ง

            “ฉันยินดีค่ะ คุณเอาชีวิตของฉันไปได้เลย”

          “ชีวิตของเจ้าไม่มีประโยชน์สำหรับเรา แต่มีประโยชน์กับคนอื่น หากเจ้าบอกเช่นนี้เราจะส่งเจ้าไปที่นั่น เราหวังว่าคำสาปที่ติดตามเจ้ามานานจะหายไป”

            ประโยคหลังแม้ว่าจะแผ่วเบากระนั้นเสี่ยวเฉาก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน “คุณหมายความว่ายังไงคะ คำสาปอะไร”

          “เมื่อถึงเวลาเจ้าจะรู้เอง เราต้องไปแล้ว เจ้าเองก็ควรเตรียมตัวเอาไว้ด้วย สถานที่แห่งนั้นเป็นยุคแห่งความวุ่นวายเจ้าควรเตรียมสิ่งของเอาไว้ให้มากโดยเฉพาะสิ่งของที่เกี่ยวกับปัจจัยของการดำเนินชีวิต วิธีเก็บเจ้าก็แค่เอ่ยคำว่าเก็บของเหล่านั้นจะหายไป เจ้ามีเวลาทั้งหมดคือแค่เช้าวันพรุ่งนี้จนถึงเที่ยงคืน ส่วนเรื่องของพี่ชายเจ้าเขากับครอบครัวจะหายดีในไม่ช้า" หลังจากคำพูดอันยืดยาวนี้จบลงเสี่ยวเฉาก็ลืมตาตื่น

            ยังไม่ทันที่เธอจะคิดถึงความฝันเสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยก็ดังขึ้นเสียก่อน

            “น้องเล็ก พี่ชายใหญ่ พี่สะใภ้กับเจ้าหนึ่ง เจ้าสอง อาการดีขึ้นแล้วพวกเขาไม่ได้เป็นโรคระบาดหมอตรวจผิดไป ทั้งนี้เป็นเพราะอาการมันคล้ายกัน” น้ำเสียงของคนในสายเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี 

Expandir
Siguiente capítulo
Descargar

Último capítulo

Más capítulos
Sin comentarios
47 Capítulos
ตอนที่ 1 ฟื้น
           “พี่ใหญ่ตื่น ฮือ ๆ เถาเถากลัว” เสียงร้องไห้ดังขึ้นข้างหูของเด็กสาวคนหนึ่งผู้ซึ่งสลบไปเพราะถูกลูกเห็บตกใส่ศีรษะ            “เถาเถา มู่มู่ หนิงหนิง พวกลูกอยู่ไหน” เสียงตะโกนเรียกแข่งกับเสียงดังคล้ายประทัดถูกจุดช่วงปีใหม่ทำให้เด็กน้อยหยุดเสียงสะอื้นของตนลงเพื่อเงี่ยหูฟังให้แน่ใจ            “แม่ หนูอยู่ตรงนี้อยู่กับพี่ใหญ่” เมื่อหญิงสาวได้ยินเสียงของบุตรสาวคนเล็กเจ้าตัวก็พอใจชื้นขึ้น จึงได้รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งฝ่าทั้งหลังคาหญ้าและลูกเห็บสีขาวที่กำลังตกลงมาไปทางต้นเสียง            “เถาเถา ลูกเป็นอะไรไหม แล้วพี่ของลูกล่ะเป็นอะไรหรือเปล่า” คนเป็นแม่ถามขึ้นในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังมองหาหนทางช่วยเหลือเด็กทั้งคู่            “แม่ พี่ใหญ่เรียกไม่ตื่นเลย หนูกลัว”       
last updateÚltima actualización : 2025-12-13
Leer más
ตอนที่ 2 ขอทาน?
             เมื่อเด็กสาวลุกขึ้นได้เธอก็เดินออกมาตะโกนเรียกชื่อน้องชายพลางเดินตามหาอย่างไม่ลดละ            โชคดีที่กินยาแก้ปวดเข้าไปไม่อย่างนั้นเห็นทีว่าคงลุกไม่ขึ้น เธอคิด            “น้องรอง” เสี่ยวเฉาในร่างของเฉียนหนิงนำมือมาป้องปากตะโกนเรียกเขาแข่งกับเสียงลม            “พี่ใหญ่” เสียงคล้ายจะหมดแรงดังห่างจากจุดที่เธอยืนอยู่ไม่มาก            เสี่ยวเฉายืนนิ่งเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจและเมื่อแน่ใจว่าต้นเสียงมาจากทางไหนสองเท้าก็รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางนั้นเท่าที่สังขารจะอำนวย            “น้องรอง” เธอส่งเสียงเรียกอีกครั้ง            ครั้งนี้เจ้าตัวไม่ได้ยินเสียงตอบจากคนเป็นน
last updateÚltima actualización : 2025-12-13
Leer más
ตอนที่ 3 ถูกจับ
          “เสี่ยวหนิง เจ้าพอใจเงินจำนวนนี้หรือไม่ ว่ากันตามความเป็นจริงนะ ยุคนี้ใคร ๆ ต่างก็ต้องรัดเข็มขัด บางคนบางครอบครัวต่างต้องกินดินแทะรากไม้เพราะความอดยากจากสงคราม            จะมีใครมาสนใจเรื่องเครื่องประดับกัน สหายน้อยเจ้าเห็นด้วยหรือไม่ แล้วอีกอย่างแม้หยกของสหายจะเป็นของดีแต่ทว่ามันกลับไม่ใช่ของเก่าเงินจึงได้ไม่มากนัก”            เสี่ยวเฉามองชายชราตรงหน้าด้วยความเข้าใจแต่ใครจะคิดว่าแหวนหยกหนึ่งวงจากหยกหายากในยุคปัจจุบันที่มีราคาแพงลิ่วจะนำมาแลกเงินได้แค่ห้าหยวน            เฮ้อ! เอาเถอะได้แค่นี้ก็มากพอแล้ว ห้าหยวนสำหรับยุคนี้บางครอบครัวต้องอดออมถึงหลายปีทีเดียว เจ้าตัวคิดพลางทอดถอนใจ            “ขอบคุณท่านปู่ผู้ดูแลมากค่ะ เสี่ยวหนิงขอลาก่อน” เด็กหญิงผู้ถักผมเปียสองข้างสวมเสื้อบุนวมสีหม่นค้อมตัว &nb
last updateÚltima actualización : 2025-12-14
Leer más
ตอนที่ 4 กลับคืน
            “โอ๊ย!” ชายคนนั้นส่งเสียงร้อง “ขอโทษที ฉันเป็นคนขวัญอ่อนน่ะ หากรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากลมือมันก็เลยลั่น” น้ำเสียงของเสี่ยวเฉาทำให้ชายคนนี้รู้สึกขนลุก            “เด็ก ๆ พวกหนูหันหลังกลับไปก่อนนะ เอามืออุดหูเอาไว้ให้แน่นด้วยล่ะ”  เด็กชายหญิงต่างปฏิบัติตามพี่สาวผู้ใจดีอย่างเชื่อฟัง            ในขณะเดียวกันแผ่นโลหะสีเงินวาวก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มกดที่คอของโจรร้ายลึกมากขึ้น            “หากแกยังไม่อยาก....ก็บอกมาซะดี ๆ ว่าพวกแกมีกันทั้งหมดกี่คน ฉันขอเตือนเอาไว้ก่อนนะว่าอย่าตุกติก”            “สะ..สามคน” มันตอบเสียงสั่น            “มีอาวุธอะไรบ้าง” เสี่ยวเฉายังคงถามต่อ           
last updateÚltima actualización : 2025-12-14
Leer más
ตอนที่ 5 ปฐมบทแรกของเจ๊ใหญ่
            “แม่!” เมื่อเด็กหญิงที่พวกเขาดูแลเรียกหญิงสาวคนนั้นแบบนี้เหล่าทหารทั้งสามนายจึงได้ไม่ขวางนางฟู่            “หนิงหนิงของแม่ ลูกไปไหนมาแม่เป็นห่วงมากเลยรู้ไหม มะ..แม่คิดว่าจะไม่ได้เจอกับลูกอีกแล้ว” ลำแขนผอมบางของนางฟู่โอบกอดลูกสาวของตนเอาไว้แน่น            เสี่ยวเฉาสงสารผู้หญิงคนนี้จับใจ “แม่ ฉันกลับมาแล้ว แม่หยุดร้องไห้ก่อนนะคะ ลองมองดูตัวฉันให้ดีสิ เสี่ยวหนิงของแม่สบายดีไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนด้วยซ้ำไป”            เมื่อคนเป็นลูกพูดเช่นนี้นางฟู่จึงได้คลายวงแขนของตนออก หล่อนยกชายเสื้อขึ้นซับน้ำตาก่อนที่จะสำรวจลูกสาวไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า            “โชคดีจริง ๆ ที่ลูกปลอดภัยขอบคุณพระโพธิสัตว์” นางฟู่ยกมือประกบกันก้มหัวปลก ๆ ไปทางทิศตะวันออก        
last updateÚltima actualización : 2025-12-15
Leer más
ตอนที่ 6 ย้ายถิ่น
             เช้าวันต่อมา ในเช้าวันนี้นางฟู่ก็ยังคงรับหน้าที่ทำอาหารเหมือนเดิม แต่พิเศษตรงที่เธอได้ลูกสาวเข้ามาช่วยและยังรวมถึงเด็กน้อยอีกหลายคนไม่เว้นแม้แต่หลานชายของหมอตู้            “วันนี้พวกเราจะกินเกี๊ยวหมูกัน” เสี่ยวหนิงพูดขึ้นในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังนวดแป้ง            เด็ก ๆ พากันกลืนน้ำลาย ทว่า “พี่สาวพวกเรากินผักดองก็ได้ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อเนื้อหรอก” เสี่ยวหงพูดขึ้นก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงไอ            “ไม่เป็นไรหรอกใช้เงินไม่มาก พี่ว่าเจ้าไปพักเถอะอากาศในห้องครัวไม่ดีมีทั้งกลิ่นควันกลิ่นอาหาร เอาไว้พี่ทำเสร็จแล้วจะให้คนไปตาม เมื่อไหร่เจ้าหายดีค่อยมาช่วยดีไหม” เสี่ยวหนิงพูดด้วยรอยยิ้มบางให้คนตัวเล็กที่มีอายุมากกว่าน้องของตนไม่กี่ปี            “แต่..” เสี่ยวหงกำลังจะแย้ง  &n
last updateÚltima actualización : 2025-12-15
Leer más
ตอนที่ 7 เส้นทางการเป็นเจ๊นั้นไม่ง่าย
             คนเรือพวกนั้นต่างพากันมองไปที่กลุ่มของเสี่ยวหนิงวาววับเพราะคิดว่าญาติของคนพวกนี้น่าจะไม่มาแล้วนั่นเอง            “ข้าว่าญาติของพวกเจ้าไม่มาแล้วละ” คนเรือคนเดิมพูดขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะทำทีเป็นไม่สนใจกลุ่มของตู้เหวินกังที่มันมองว่าเป็นเหยื่อ            เสี่ยวหนิงหาได้สนใจท่าทางของมัน “ลุงตู้คะ ลุงมีผงยาสลบติดมาบ้างไหม” เด็กหญิงกระซิบถามเขาเสียงเบาตู้เหวินกังพยักหน้าให้หล่อนน้อย ๆ เป็นเชิงตอบรับ            “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ยาก พวกเราไปกันเถอะต่อให้รออยู่ตรงนี้พวกมันก็คงไม่ปล่อยเราอยู่ดี”            “อืม” ชายวัยกลางคนเองก็เห็นด้วย            ดังนั้นพวกเขาจึงได้แสร้งเดินไปถามคนถ่อเรือลำอื่นก่อนว่าแต่ละลำคิดราคาเท่าไร
last updateÚltima actualización : 2025-12-16
Leer más
ตอนที่ 8 รับปาก
            “นายท่าน คุณหนู ข้าขอแวะตำบลข้างหน้าได้หรือไม่สถานที่แห่งนั้นเป็นบ้านเกิดของข้ากับเมีย ข้าต้องการให้นางได้กลับคืนสู่บ้านเดิม” ชายหนุ่มผู้เป็นคนถ่อเรือคุกเข่าลงร้องขอต่อตู้เหวินกังกับเสี่ยวหนิง            “เจ้าไปเถอะ พวกเราเองก็จะได้หาที่พักบ้าง” ตู้เหวินกัง อนุญาตด้วยเห็นใจชะตากรรมของเขา            ดังนั้นคนถ่อเรือจึงได้แวะที่ท่าเรือเล็กแห่งหนึ่งข้างหมู่บ้านที่ตนเคยอาศัยอยู่            “ต้าโถว เจ้าอยู่กับคุณหนูนะ พ่อไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ” มือหยาบกร้านของเขาวางบนศีรษะของลูกน้อยกล่าวคล้ายอาวรณ์ยามเมื่อพวกเขาเดินขึ้นมาบนฝั่ง            “ฮับ” เด็กน้อยตอบรับอย่างเชื่อฟัง เนื่องจากที่เป็นแบบนี้เพราะเจ้าตัวต่างรู้สึกดีใจที่มีพี่น้องมากมายอีกทั้งเขายังได้กินของอร่อยที่พี่สาวแบ่งให้โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามบอ
last updateÚltima actualización : 2025-12-16
Leer más
ตอนที่ 9 พ่อ!!
            “เขาละ” ชายวัยกลางคนถามขึ้นทว่าเมื่อเจ้าตัวเห็นปฏิกิริยาของเด็กหญิงตู้เหวินกังก็ถอนหายใจอย่างหมองเศร้า            “ลุงตู้ ท่านช่วยหาที่ปลอดภัยให้แม่กับน้อง ๆ ของฉันอยู่ที่นี่ก่อนได้หรือเปล่าคะ”            คำพูดของเสี่ยวหนิงทำให้ชายวัยกลางคนรู้สึกประหลาดใจแกมสงสัย “ทำไม”            “ข้าได้ยินว่ามีคนแซ่หยางถูกจับทว่ายังไม่รู้รายละเอียด ดังนั้น..”            “ดังนั้นเจ้าก็เลยอยากจะไปสืบหาความจริง ว่าแต่คน แซ่หยางเป็นอะไรกับเจ้า” ตู้เหวินกังถามขึ้นด้วยความอยากรู้เนื่องจากเจ้าตัวไม่เคยถามถึงเรื่องพ่อของเด็ก ๆ จึงไม่รู้จักแซ่ของพวกเธอ            “ฉันไม่แน่ใจว่าจะเป็นพ่อหรือเปล่าค่ะ” เสี่ยวหนิงตอบอย่างลังเล    &
last updateÚltima actualización : 2025-12-17
Leer más
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status