Masuk"พริ้ง หายไปไหนมา "
หวานถามเพื่อนสาวที่วิ่งหน้าตั้งกลับมาโดยไร้วี่แววของผู้ชายที่เธอเป็นคนสแกนและสั่งให้ไปลองจีบดู "กลับเถอะ" พริ้งพราวเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม เธอรีบหยิบกระเป๋าใบโปรดขึ้นมาสะพายไหล่ ส่วนมืออีกข้างที่ว่างก็ดึงแขนเพื่อนให้ลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความร้อนรนหันมองซ้ายขวาสลับกันด้วยความหวาดระแวง ในหัวก็คิดแต่ว่าเธอต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นล่ะก็..... ไอ้โรคจิตตามมาทันแน่!!!!! "อ้าว!! ไม่อยากฝึกแล้วเหรอ" "พอก่อน ไม่ฝึกแล้ว ฉันง่วง!!" คำตอบที่ออกมาทำหวานอดสงสัยไม่ได้ ระหว่างที่เธอกำลังมองตามแผ่นหลังพริ้งพราว อยู่ๆ เพื่อนสนิทอีกคนก็โทรมาปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาหัวใจ จะไม่ปลอบก็ไม่ได้ คุยนานอยู่พอสมควร พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที พริ้งพราวกับหนุ่มคนนั้นก็หายตัวไปทั้งคู่ ตอนแรกก็นึกว่าไปกันได้ดีถึงขนาดชวนกันออกไปหามุมเงียบๆ คุย แต่ที่ไหนได้ เหมือนจะมีบางอย่างทำให้พริ้งพราวรู้สึกไม่โอเคถึงขนาดที่หน้าสวยๆ นั้นบึ้งตึง พร้อมกับพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาตลอดเวลาที่ขับรถไปส่งเธอที่หอ "มีอะไรรึเปล่า" คำถามที่แฝงความเป็นห่วงนั้นทำเอาพริ้งพราวถึงกับชะงัก คือจะให้บอกตรงๆ ว่ามีเรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้น มันก็นะไม่รู้จะเริ่มต้นเล่ายังไง ไม่รู้ต้องโทษที่เธอเมา หรือเป็นที่เขาหล่อ เรื่องมันถึงได้เลยเถิดไปไกลถึงขั้น.... โอ้ย!!!! หยุดคิดเลยพริ้ง เธอต้องหยุดคิดเดี๋ยวนี้ หญิงสาวส่ายหน้าสลัดภาพของผู้ชายคนนั้นออกจากหัว ก่อนจะฝืนยิ้มแห้งๆ ออกมาพร้อมกับบอกว่า "ไม่มีอะไรหรอก พริ้งแค่ง่วงจริงๆ" "ถ้าไม่มีอะไรฉันก็รู้สึกเบาใจ แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะ เป็นไง ชื่ออะไร โอเคไหม ทำไมไม่เห็นแกเล่าอะไรให้ฉันฟังเลย" หวานถามรัวๆ ด้วยความอยากรู้และนั่นก็ทำเอาคนที่ขับรถอยู่ได้แต่ฝืนยิ้มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใจหนึ่งก็ไม่อยากโกหก ส่วนอีกใจหนึ่งก็อายเกินกว่าจะเล่า ผู้ชายคนนั้นทำเธอแปดเปื้อนแล้ว มุแงง~ อยากร้องไห้ ไอ้บ้าเอ้ย ไอ้หื่น ไอ้เลว ไอ้ๆๆๆ พริ้งพราวก่นด่าในใจ แต่ก็ยังคงเก็บสีหน้านั้นภายใต้รอยยิ้มที่เจื่อนเต็มทน "พริ้งไม่ค่อยได้คุยอ่ะ รู้สึกไม่ค่อยคลิ้กเท่าไหร่ แล้วอยู่ๆ ปวดฉี่ขึ้นมากะทันหันก็เลยแว่บไปเข้าห้องน้ำ พอดีเห็นหวานกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ก็เลยไม่ได้บอก" พูดจบก็เหล่มองเพื่อนสาวที่นั่งข้างๆ ใบหน้าสวยเฉี่ยวพยักหงึกๆ เหมือนเข้าใจ และนั่นก็ทำให้คนโกหกถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เรื่องนี้เธอจะให้ใครรู้ไม่ได้ มันน่าอายเกินไป และมันก็นะใช่เรื่องที่ควรป่าวประกาศให้ใครฟังซะที่ไหน ประจานตัวเองชัดๆ หลังจากส่งหวานเสร็จ พริ้งพราวก็ตรงดิ่งกลับคอนโดของตัวเองทันที เธอทิ้งตัวลงนอนที่เตียงอย่างคนหมดแรง พร้อมกับถอนหายใจยาวออกมาด้วยความเซง บททดสอบการบริหารเสน่ห์ล้มไม่เป็นท่า เป็นเพราะไอ้ผู้ชายคนนั้น ไอ้โรคจิต ไอ้ผู้ชายฉวยโอกาส หญิงสาวก่นด่าพลันเบะปากเมื่อใบหน้าหล่อๆ ชวนให้เคลิ้มนั้นผุดแว่บขึ้นมาในหัว เฮอะ!! ไอ้ผู้ชายเฮงซวยเอ้ย ในสมองมีแต่เรื่องอย่างว่า คิดแล้วก็โมโห ประสบการณ์เซ็กส์ครั้งแรกของเธอต้องมาจบลงด้วยนิ้วของไอ้คนที่เธอเองก็ยังจำไม่ได้แม้แต่ชื่อด้วยซ้ำ ไหนใครบอกว่ามันเสียว มันฟิน มันหวิว หวิวบ้าหวิวบออะไร ฉันคนหนึ่งล่ะไม่เห็นจะรู้สึกอย่างนั้นเลย ยกเว้นก็แต่ตอนถูก.... เดี๋ยวนะ!!!! นิ้วเรียวลูบไล้ริมฝีปากของตัวเองไปมา ก่อนจะสบถออกมาว่า "ไอ้เลว" ด้วยความโมโหจนหน้าแดงก่ำ สองมือทุบเข้าที่หมอนใบโตดัง "ปั่ก" เมื่ออยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าจูบแรกที่เก็บไว้เพื่อรอคนที่ใช่ถูกไอ้ผู้ชายฉวยโอกาสคนนั้นฉกไปแบบหน้าด้านๆ โมโหไหม เอาตรงๆ คือโมโหมาก!! แต่จะให้เธอไปตามหาตัวไอ้ผู้ชายคนนั้นให้มารับผิดชอบเหรอก็คง "ไม่" จบๆ กันไป ไม่ต้องรู้จักกันนี่แหละดีที่สุดแล้ว พริ้งพราวคิดและตั้งใจว่าจะลืมๆ ถ้าจะต้องจีบผู้ชายอีกเธอจะไม่ใช้เหล้าเป็นตัวช่วยแล้ว เพราะบอกเลยว่าเข็ดหนักมาก ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นก็ถือซะว่าให้มันผ่านไป เพราะถึงยังไงเธอก็ไม่ได้เกินเลยถึงขั้นพลาดนอนด้วยกัน หญิงสาวคิดให้กำลังใจตัวเองที่ใต้ตาหมอง แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดวันนั้นขึ้นทำให้เธอนอนไม่หลับไปหลายคืน แต่เอาน่ะคนมันต้องสตรอง ถือซะว่ามดกัดตรงนั้นก็แล้วกัน เธอคิดให้มันเป็นเรื่องตลก แต่อนิจจา..... มันไม่ตลกเลยสักนิด เมื่อผู้ชายคนที่เธอคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจออีก ตอนนี้กำลังยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้าของนิสิตนปีหนึ่งและกำลังแนะนำตัวเองพร้อมรอยยิ้มชวนฝันว่า..... "พี่ชื่อซัน" ซวยแล้วไง ซวยซ้ำซวยซ้อน มุแงง~ ซวยยิ่งกว่าซวย หญิงสาวมองตาค้าง รีบหดตัวให้ลีบเล็กอยู่หลังเพื่อนเมื่อเห็นหน้าของคนที่ทำให้เธอนอนไม่หลับ ใครจะไปคิดว่าไอ้ผู้ชายฉวยโอกาสคนนั้นจะเรียนอยู่มหาลัยเดียวกัน แย่ไปกว่านั้นคือดันเสือกเป็นรุ่นพี่ในคณะเธอด้วยนี่สิ!!! กรีดร้องหลายตลบ~ "อ้าวน้องคนนั้น...." เสียงทุ้มมาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ติดมุมปาก นิ้วหนาชี้มาที่คนตัวเล็ก ผมยาว ผิวขาว หน้าหมวย แน่นอนว่าเขาจำเธอได้ ไม่สิ!! วันนี้ที่เขามาก็เพราะเขาตั้งใจให้เธอเห็นเขาเต็มๆ สองตาต่างหาก ถือซะว่าเป็นการเอาคืนที่ตบหน้าเขาไปสองทีก็แล้วกัน "พี่เคยเจอเรามาก่อนไหม??""ทำไมต้องแต่งตัวหล่อขนาดนี้คะ"คนตัวเล็กทำหน้าไม่พอใจขณะมองแฟนตัวเองที่นับวันก็ยิ่งหล่อจนเธออดหึงไม่ได้ ถึงพี่ซันจะมีแฟนแล้วแต่ดีกรีความฮอต ความดัง ในหมู่สาวๆ นั้นไม่ได้น้อยลงเลย ขนาดว่าเธอเดินข้างๆ ก็ยังมองจนคอหันอ่ะคิดดูเฮลโหล~ เห็นฉันไหมฉันยืนตรงนี้ฉันนี่ล่ะแฟนของพี่ซันเฮ้อ!! เธออยากพูดอย่างนั้นทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงเข้ามาขอเบอร์ แต่ก็นะ...ทำไม่ได้ พี่ซันเป็นคนดังในคณะ การที่รุ่นน้องจะชื่นชอบ มันก็เป็นเรื่องปกติ แต่คือกรุณาช่วยให้เกียรติแฟนสาวที่ยืนหัวโด่ตรงนี้นิสสสสสนุงฉันไม่กัดทักฉันบ้างก็ได้...."พริ้งไม่ชอบเหรอ ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนให้ก็ได้นะครับ"คนที่ไม่รู้ตัวก้มมองการแต่งตัวของตัวเอง เสื้อตัวนี้พริ้งเป็นคนซื้อให้ เธอบอกว่าใส่แล้วดูดี เขาก็เลยตั้งใจหยิบมาใส่ แต่ดูท่าวันนี้แฟนของเขาจะอารมณ์ไม่ดี ก็เลยทำหน้างอตั้งแต่หัววัน"เฮ้อ!! ช่างเถอะค่ะ"พริ้งพราวถอนหายใจ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของพี่ซัน ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษเธอที่มีแฟนหล่อเอง"เป็นอะไรรึเปล่า"เสียงทุ้มถาม หน้าหล่อๆ โน้มลงมาใกล้ใบหน้าสวยที่หงิกงอ ก่อนจะหยิกเข้าที่แก้มนุ่มๆ นั้นให้ฉีกยิ้ม"บอกพี่ได้นะ....""บอกไปก
"มันจบแล้วพริ้ง""มันจบแล้ววววววว!!"หวานคร่ำครวญ หลังจากเกิดเรื่องขึ้นมากมายในวันนี้ พี่ไวท์ไม่พูดอะไรกับเธอเลย คงจะโกรธเธอมากแน่ๆ ก็นะสาเหตุมันมาจากความลัลล้าเกินเบอร์ แถมยังโอเว่อร์แอคติ้งจนเกินไป ชวนทำนู่นนี่นั่นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ พี่ไวท์หน้าซีด เธอก็ไม่ทันคิดว่าต้องให้พัก เอาแต่ดันทุรังทำทุกอย่างตามแผนการที่คิดไว้ว่าต้องสวย ต้องเริ่ด ต้องจบอย่างสวยหรู แล้วผลที่ได้เป็นไงล่ะมุแงง~พังพินาศ!!พี่ซันเป็นลมส่วนเธอก็นะ....โดนเมิน"พี่ไวท์คงเหนื่อยมั้งหวาน"พริ้งพราวให้กำลังใจเพื่อนสนิทที่ร้องไห้จนตาบวม เธอเองก็เดาความคิดหรือท่าทีของพี่ไวท์ไม่ออก ปกติพี่ไวท์เป็นคนขี้เล่น เฟรนด์ลี่ แต่วันนี้กลับปิดปากเงียบ เงียบซะจนเธอไม่กล้าชวนคุย ระหว่างทางกลับบรรยากาศค่อนข้างจะอึดอัด มีแต่พี่ซันที่พูดเป็นต่อยหอยอยู่คนเดียว ส่วนหวานก็นะ นั่งจ๋อย!! ไปสิคะ แต่อย่างว่า หวานก็คือหวาน ถึงจะร้องไห้ ถึงจะรู้สึกผิด แต่นั่นก็กินเวลาเพียงแค่วันเดียว เพราะวันถัดมาหวานผู้นั่งเศร้าก็กลับมาเริงร่า โอ้ลัลล้าดังเดิมก็คนมันสตรองอ่ะเนอะ.....จะมานั่งอมทุกข์ไปทำไมในเมื่อผู้ชายไม่ติดต่อมาเธอก็แค่มั่นหน้าติดต่อไปเอง~
"วันเสาร์มึงว่างป่าววะ"ซันถามเพื่อนสนิทที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาตักข้าวเข้าปาก คำถามชวนสงสัยนั้นดึงความสนใจของไวท์ให้เงยหน้าขึ้นจากจานข้าว เขาเลิกคิ้วมองหน้าคนถามอย่างไม่เชื่อหู "ไอ้ซันมึงกินอะไรผิดมา"ถามด้วยความแปลกใจ เพราะตั้งแต่ไอ้ซันมีแฟนมันก็ไม่เคยมีเวลาให้กับเพื่อนเลย เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนั้น เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนี้ วันทั้งวันได้ยินแต่ชื่อน้องพริ้งจนเขาหลอน ต้องบอกเตือนสติว่า มึงจะคลั่งรักกูไม่ว่า แต่ช่วยไปคลั่งไกลๆ ตีนกูด้วย กูหมั่นไส้ กูเหม็นความรัก วันๆ เรียกหาแต่น้องพริ้ง ไม่พอยังขยันส่งข้อความหากันรายงานตลอดว่าทำอะไร ที่ไหน กับใคร แบบละเอียดถี่ยิบ ดูก็รู้ว่าไอ้ซัน "เกียร์มัว" ของจริง พอเขาล้อว่า "กลัวเมีย" มันก็เถียงสุดชีวิตว่า "กูไม่ได้กลัวแต่กูแค่เกรงใจ"โอเค!! เอาที่สบายใจเลยครับคุณเพื่อนไวท์คิดพลางมองหน้าหล่อๆ ของซันที่นั่งอมยิ้ม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังแชทคุยกับใคร ก็นะ...อาการออกขนาดนั้น ใครจะไปคิดว่าคนอย่างไอ้ซันพอมีแฟนแล้วจะหลงแฟนติดแฟนขนาดนี้ "สรุปมึงกินอะไรผิดมา"ไวท์ถามซ้ำเมื่อซันเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์"ไอ้เหี้ย!! กูก็กินเหมือนมึงนั่นล่ะครับ""มึงจะชวนกูไปไ
"พริ้ง....ฟังพี่หน่อยได้ไหม"ปลายหางเสียงของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอน เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเป็นฝีมือของเกล ความไม่ชัดเจนของเขาทำให้พริ้งพราวต้องมามีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนกับเกล แต่มันก็มีข่าวลือ แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ความจริง เขาก็เลยเฉยๆ ไม่ใส่ใจ เพราะตัวเขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าให้ความสัมพันธ์กับเกลได้มากสุดถึงตรงไหนก็คนมันโสด!!ดังนั้นก็นะ....ช่างแม่ง!!ใครอยากคิดก็คิดไป ผมไม่ซีเรียส!! ผมไม่เคยคิดจะแก้ข่าว และผมยังมีหน้าปล่อยผ่านให้คนเข้าใจผิด เป็นไงล่ะ...ผลลัพธ์ที่ได้ ผมควรสมน้ำหน้าตัวเองไหม??สุดท้ายสิ่งที่เขาเคยคิดว่า "ช่างมัน!!" ตอนนี้กลับเป็นปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ มันเหมือนกับเชือกที่กำลังรัด ยิ่งเขาดิ้นก็ยิ่งหายใจไม่ออก ยิ่งพยายามแก้ให้คลายแต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำให้เชือกนั้นรัดตัวเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาคงไม่สน แต่ตอนนี้จะให้เขาทำเป็น "ไม่สน" ก็คงทำไม่ได้ ในเมื่อคนที่กำลังเข้าใจผิดอยู่คือพริ้งพราว ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นแฟนสาวทำหน้าบึ้ง ไม่พอยังลุกขึ้นเดินหนีเขาโดยไม่รอให้เดินมาถึงตัวเธอด้วยซ้ำนี่ไม่ใช่ครั้ง
อีดอก!!หวานสบถเสียงดังด้วยความโมโหเมื่อได้ยินเรื่องที่พริ้งพราวโทรมาเล่าให้ฟังตอนตีหนึ่ง ถึงจะไม่มีหลักฐาน แต่พวกเธอก็มั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นพี่เกลมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็นะ...เซ้นส์ผู้หญิงมันบอกว่า "ใช่" และคงไม่มีคำไหนอธิบายสิ่งที่พี่เกลทำได้ดีไปกว่าคำว่า "หมาหวงก้าง" ผู้ชายไม่รักก็คือไม่รัก จะมามั่นหน้ามั่นหอยทวงสิทธิ์คนรักเก่ามันก็ไม่ใช่ ดีนะที่พริ้งพราวรู้ตัวเร็ว ไม่อย่างนั้นคงได้ประสาทแดกตกเป็นเป้าโดนแกล้งจนถึงวันประกวดแน่ๆ"จะเอาคืนไหม"หวานถาม ใจนี่คือถ้าเพื่อนไม่ทำ กูนี่ล่ะจะเป็นคนทำเอง"แน่นอน"พริ้งพราวตอบ เธอเล่าแผนการในใจให้หวานฟังอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ซึ่งแน่นอนว่าแผนจะสำเร็จลุล่วงได้ก็ต้องขอยืมมือหวานด้วย คอมเม้นท์ด่าเธอก็เยอะ คอมเม้นท์ชมเธอก็มีไม่น้อย ซึ่งที่ชมๆ และโหวตๆ ให้เนี่ยก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น ก็ยังดี!! หญิงสาวคิดเพราะยิ่งมีคนให้ความสนใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีกับการที่จะกระชากหน้ากากของพี่เกลให้ทุกคนได้เห็นกันอย่างทั่วถึงไลฟ์สดมันก็ดีตรงนี้ตรงที่ไม่มีการตัดต่อ!!เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงโลกสวยที่วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ และเธอก็ไม่ได้ใจดีถึงขั้นจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไ
ครืด~ ครืด~อุ้ย รวดเร็วทันใจจังเลย จะรับหรือไม่รับดีน้า หวานคิดพลันระบายยิ้มเมื่อเห็นว่าใครโทรเข้ามาหาเธอ"อ่ะ!! รับก็ได้"มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่ปล่อยให้ดังจนอีกฝ่ายเริ่มหัวร้อน ก่อนจะกรอกเสียงหวานๆ ใสๆ ที่ไม่ได้เจือความสำนึกผิดอะไรในสิ่งที่ทำลงไปว่า"ดีใจจังที่พี่ไวท์โทรหา เริ่มคิดถึงหวานแล้วใช่ไหมคะเนี่ย""ลบเลยนะ"เสียงทุ้มสั่งทันที ไม่แม้แต่จะกล่าวทักทายให้คนปลายสายได้ชื่นใจ"แหมๆ กระแทกเสียงใส่ขนาดนี้ ไปแอบโกรธใครมาคะ"แกล้งถามยียวน มุมปากยกยิ้มจางๆ ถ้าไม่เล่นไม้นี้ มีหรือคนอย่างพี่ไวท์จะติดต่อมา"ยังไม่รู้ตัว??"ถามเสียงขุ่น ตอนนี้ inbox เขาแทบไหม้เพราะโพสต์ของเธอโพสต์เดียว ไม่พอยังโดนรุ่นพี่ในคณะเขม่นใส่เพราะหาว่าเขาโกหก"ไม่รู้ตัว แต่รู้ใจค่ะ"ได้โอกาสหยอดคำหวาน แต่อีกฝ่ายมีหรือจะเคลิ้ม เสียงถอนหายใจเล็ดรอดออกมาเบาๆ ก่อนจะบอกปลายเสียงด้วยน้ำเสียงติดรำคาญว่า"ชอบพี่เหรอ""แน่นอนค่ะ"ตอบอย่างชัดเจน ก็นะ...คนอย่างหวานเป็นประเภทซื่อตรงต่อหัวใจ รักใครชอบใครก็ยืดอกบอกไปตรงๆ มั่นหน้าว่าสวย ถึงผู้ชายจะจีบยาก แต่สุดท้ายก็จีบติด คิดไว้อย่างนั้น แต่ทว่า...ความมั่นใจที่มีเต็มร้อยตอนนี้ถ







