LOGIN
นั่นน้องพริ้งปีหนึ่งใช่ไหม สวยว่ะ
ดูปากเล็กๆ นั่นสิ ดึงดูดใจชะมัด ดูผิวน้องเขาสิ ขาววิ้งแสบตากูมาก โอ้ย..นี่สิถึงเรียกว่าสมบัติคณะตัวจริง นั่นคือสิ่งที่พริ้งพราวได้ยินมาตลอดตั้งแต่เข้ามาเรียนในคณะที่ผู้หญิงมีค่ามากกว่า "ทอง" และถ้าหากทองแท่งนั้นพกเอาความสวยสะกดสายตาเฉิดฉายออร่ามาด้วยแบบจัดเต็ม คำว่า "ทองเนื้อดี" ก็ยังถือว่าให้เกียรติความสวยของทองแท่งนั้นน้อยไป เพราะคำว่า "สมบัติคณะ" สิถือว่าคู่ควร ที่ฉันเกริ่นนำมาอย่างนี้ก็เพราะว่าฉันเป็นผู้หญิงที่โดนรุ่นพี่ทุกชั้นปีเทคะแนนเสียงโหวตให้แบบท่วมท้นถล่มทลายว่า "สวยบาดตาสุดๆ" ในบรรดารุ่นน้องเฟรชชี่ปีหนึ่ง ดังนั้นสายสะพายสีแดงขลิบทองเลอค่าที่ปักคำว่า "ดาวคณะวิศวะ" จึงตกมาเป็นของฉันที่ยืนยิ้มสวยๆ ด้วยความดีใจที่ในที่สุดก็ได้เป็นคนสวยเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นสักที ท้อไปก็หลายครั้ง ถอดใจไปก็หลายหน แต่สุดท้ายก็นะฮึดขึ้นมาได้เพราะคำว่า "อยากสวย" ความพยายามตลอดสามเดือนก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของเธอถือว่าได้ผล นี่คือรางวัลแห่งความเพียรที่เธอควรจะได้รับ กว่าจะอัพตัวเองให้สวยมงลงเป็นมิสเกียร์ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเธอเคยขี้เหร่มาก่อน การนั่งเงียบๆ ไร้เสียง ไร้ตัวตนอยู่มุมมืดหลังห้องคือเซฟโซนที่เธอรู้สึกสบายใจ ไปๆ มาๆ ก็ไร้ตัวตนในสายตาเพื่อนจริงๆ ตอนจบไม่มีใครจำเธอได้ด้วยซ้ำมั้ง แต่ช่างเถอะ ในเมื่อตอนนี้เธอเริ่มต้นใหม่แล้ว เธอก็จะทำในสิ่งที่อยากทำ ซึ่งเธอก็นะทำมันได้จริงๆ เธอมีตัวตน เธอถูกจับตามอง และเธอก็สวยจนคนมองเหลียวหลัง ใช่ค่ะ ฟังไม่ผิดหรอก!! อดีตที่เคยชอกช้ำเป็นแรงผลักดันให้หนอนหนังสือตัวเล็กๆ อย่างเธออยากสวย หลังจากตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือจนสอบติดแล้ว เธอก็ปฏิวัติตัวเองด้วยการโยนหนังสือเคมี ฟิสิกส์ คณิต บลา บลา บลา ที่กองท่วมหัวทิ้ง ไปอย่างไม่ใยดีพร้อมกับเชิดหน้าสลัดลุกค์เฉิ่มๆ ออกไปด้วยการเอาเงินเก็บไปสมัครเรียนคอร์สแต่งหน้าที่ต้องจองนานถึงข้ามปี หน้าต้องเป๊ะ หุ่นต้องได้ ความมั่นใจต้องมา เธอท่องสามคำนี้ก่อนออกมาจากหอทุกวัน ซึ่งไอ้คำว่า หน้าเป๊ะ หุ่นได้ นี่โอเค เธอคิดว่าทำได้อย่างดีไม่มีที่ติ แต่ไอ้ความมั่นใจ เฮ้อ!! บอกตามตรงว่า ทำยาก ก็นะคนมันเคยขี้เหร่ จะให้มั่นหน้ามันก็แอบยากนิดหนึ่ง และหลังจากสวยแล้วสิ่งที่อยากได้อยากมีเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ อีกอย่างก็คือ... แฟน!! ใช่ค่ะ ฉันไม่เคยมีแฟน เพราะคำว่า "ขี้เหร่" มันทำให้เธอถูกความกลัวขังไว้ รักใคร ชอบใคร ก็ได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้ามั่นหน้าออกตัวแรง เพราะรู้ว่าถึงสารภาพรักไปก็คงอกหัก ดังนั้นประสบการณ์ความรักที่ผ่านมาจึงเป็นศูนย์ เพราะเจียมตัวและหนังหน้าตัวเอง ไม่พอเธอยังตั้งมั่นอยู่ในสถานะ "คนแอบรัก" มาตลอดจนเคยชิน แค่ถูกคนรอบข้างถามว่าพริ้งมีแฟนไหม มันก็นะ เจ็บจี้ดไปถึงหัวใจ แต่ก็ปั้นหน้าตอบออกไปแบบยิ้มๆ เหมือนไม่แคร์ว่า "ไม่มี" ดังนั้นพอสวยใส มงลง ก็เลยคิดมโนในทุ่งลาเวนเดอร์เอาเองว่าความสวยจะนำพาให้ตัวเธอได้พานพบกับแฟนหนุ่มรูปหล่อ อ่อนโยน ใจดี มุ้งมิ้ง เอเวอรี่ติง ซึ่งที่จริงแล้วมันควรเป็นอย่างนั้น ถ้าเธอยืนอยู่เฉยๆ ไม่เสนอตัวเข้าประกวดดาวคณะก็คงไม่ต้องมาสะดุดเพราะความสวยที่โดดเด่นแทงเข้าตารุ่นพี่มากเกินไป จนถูกยกย่องเชิดชูให้เป็น "สมบัติคณะ" ไปแบบจำยอม ฉันควรดีใจใช่ไหม..... ขอบอกตรงนี้เลยว่า "ไม่ค่ะ" เพราะไอ้คำว่า "สมบัติคณะ" นี่ล่ะที่ทำให้เธอต้องมานั่งถอนหายใจออกมาด้วยความเซงวันละหลายๆ รอบ เพราะถึงเธอจะสวยเจิดกระแทกตาผู้ชายแค่ไหนแต่ฉายา "โหดสัสรัสเซีย" ของรุ่นพี่คณะวิศวะก็ทำให้ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าเสนอหน้าเข้ามาจีบ รุ่นพี่ที่แผ่รัศมีแสนดีกับเธอคนเดียว แต่แยกเขี้ยวใส่ผู้ชายทุกคน ทำให้เธอที่อยากจะดีดคำว่า "โสด" ให้พ้นตัวใจจะขาด ต้องมานั่งซึมปรับทุกข์กับเพื่อนสนิทที่พากันหัวเราะในความลำบากเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ฉันไม่ตลกด้วยไง!!!! "สวยเกินก็งี้!!!" "หวาน" เพื่อนสาวคนสนิทเอ่ยแซวคนที่นั่งทำหน้าเครียดอย่างขำๆ "ไม่ตลกเลยนะหวาน" พริ้งพราวตอบพร้อมกับเสียงถอนหายใจ ตอนนี้เพื่อนในกลุ่มเธอก็เริ่มทยอยมีฟง มีแฟนแซงหน้าไปหมดแล้ว จะมีก็แต่เธอที่หนีจากคำว่า "โสด" ไม่พ้น อ่อ....ส่วนน้ำหวานเพื่อนเธอคนนี้ ก็ถือว่าโสดนะ แต่โสดแบบตั้งใจ คนจีบเยอะแต่แค่ไม่เลือกใครสักคนมาเป็นตัวจริงเฉยๆ อย่างว่าคนมันมีเสน่ห์ แค่ปรายหางตามองเบาๆ ผู้ชายก็ตามหางมาเป็นพรวน "ถ้าไม่มีใครกล้ามาจีบแก....." หวานผุดรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะยื่นหน้าเหมือนคิดอะไรออกเข้ามาใกล้พริ้งพราวที่เหมือนจะตื่นเต้นไปกับคำแนะนำที่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเข้าท่าไหม แต่ก็นะยังดีกว่าต้องมานั่งโสดๆ รอผู้กลัาเข้ามาจีบ บางทีรอจนขึ้นปีสี่ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครกล้ามาเสนอตัวจีบเธอหรือเปล่า "อืม ไม่มีใครกล้ามาจีบเลย" พริ้งพราวสมทบคำพูดนั้นด้วยสีหน้าเซงๆ "มันจะยากอะไร แกก็จีบผู้ชายก่อนสิยะ" "บ้า!!!!! " พริ้งพราวโพล่งออกมาพร้อมกับตบแขนเพื่อนที่เสนอหนทางในการไขว่คว้าหาแฟนที่มันไม่ใช่แนวทางของเธอเอาซะเลย ก็นะตั้งแต่เกิดมาฉันเคยเดินหน้าเข้าไปจีบผู้ชายก่อนที่ไหน ประสบการณ์ความรักเป็นศูนย์ ถึงจะสวยแล้วแต่จะให้มั่นหน้าเสนอตัวไปจีบก่อนนี่นะ บอกเลยว่าไม่สามารถ "ถ้าแรดไม่เป็น เดี๋ยวฉันสอนเอง!! " หวานยักคิ้วให้พริ้งพราวที่ส่ายหน้าไปมา พร้อมกับยื่นโทรศัพท์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลฉบับ exclusive ให้ดู นี่มันลิสต์หนุ่มหล่อในมหาวิทยาลัยชัดๆ พริ้งพราวไล่ดูภาพของหนุ่มๆ ที่หวานเซฟไว้ซึ่งแต่ละคนขอบอกเลยว่าหล่อกระแทกตา หุ่นกระแทกใจแบบว่าไม่มีใครยอมกันเลย โห! งานดีเว่อร์ โดยเฉพาะ..... คนนี้!! ใช่ค่ะ ฉันเปลี่ยนใจในทันที จากที่ส่ายหัวไม่เห็นด้วย จากที่คิดว่าทำไม่ได้ ฉันฮึดสู้ขึ้นมาซะงั้น แฟนคนแรกของฉันต้องเป็นคนนี้เท่านั้น ฉันหันมายิ้มให้เพื่อนพร้อมกับยืนยันคำตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า "โอเค ฉันตกลง!! " "เปลี่ยนใจไวเชียวนะแก" "คนเรามันต้องมีการเริ่มต้น" พริ้งพราวตอบไปอย่างนั้นแก้เขิน การที่อยู่ๆ เธอเปลี่ยนใจก็เพราะว่า หนึ่งในลิสต์ที่หวานยื่นให้ดูนั้นมีผู้ชายที่บังเอิญหน้าตาหล่อตรงใจของเธอเข้าอย่างจัง แล้วมีหรือคนที่เกาะคานเหนียวแน่นอย่างเธอจะส่ายหน้าแล้วบอกว่าไม่เอา เฮ้ย!! นี่มันสมัยไหนแล้ว ในเมื่อมีอาจารย์แน่นทฤษฎีอย่างน้ำหวานมาช่วยติวให้ คนสวยเพียบพร้อมอย่างฉันยังจะต้องกลัวอะไรกับคำว่า "เริ่มต้น" ในการจีบผู้ชาย เอาเป็นว่า... ไม่ลองไม่รู้!!!!! หญิงสาวคิดพลันท่องคำว่า หน้าเป๊ะ หุ่นปัง คนสวยอย่างฉัน ต้องทำได้ เพื่อเสริมความมั่นใจ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบบอกเพื่อนสาวด้วยท่าทีเขินๆ อายๆ ว่า "งั้นก็เริ่มเลย ฉันพร้อมแล้ว""ทำไมต้องแต่งตัวหล่อขนาดนี้คะ"คนตัวเล็กทำหน้าไม่พอใจขณะมองแฟนตัวเองที่นับวันก็ยิ่งหล่อจนเธออดหึงไม่ได้ ถึงพี่ซันจะมีแฟนแล้วแต่ดีกรีความฮอต ความดัง ในหมู่สาวๆ นั้นไม่ได้น้อยลงเลย ขนาดว่าเธอเดินข้างๆ ก็ยังมองจนคอหันอ่ะคิดดูเฮลโหล~ เห็นฉันไหมฉันยืนตรงนี้ฉันนี่ล่ะแฟนของพี่ซันเฮ้อ!! เธออยากพูดอย่างนั้นทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงเข้ามาขอเบอร์ แต่ก็นะ...ทำไม่ได้ พี่ซันเป็นคนดังในคณะ การที่รุ่นน้องจะชื่นชอบ มันก็เป็นเรื่องปกติ แต่คือกรุณาช่วยให้เกียรติแฟนสาวที่ยืนหัวโด่ตรงนี้นิสสสสสนุงฉันไม่กัดทักฉันบ้างก็ได้...."พริ้งไม่ชอบเหรอ ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนให้ก็ได้นะครับ"คนที่ไม่รู้ตัวก้มมองการแต่งตัวของตัวเอง เสื้อตัวนี้พริ้งเป็นคนซื้อให้ เธอบอกว่าใส่แล้วดูดี เขาก็เลยตั้งใจหยิบมาใส่ แต่ดูท่าวันนี้แฟนของเขาจะอารมณ์ไม่ดี ก็เลยทำหน้างอตั้งแต่หัววัน"เฮ้อ!! ช่างเถอะค่ะ"พริ้งพราวถอนหายใจ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของพี่ซัน ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษเธอที่มีแฟนหล่อเอง"เป็นอะไรรึเปล่า"เสียงทุ้มถาม หน้าหล่อๆ โน้มลงมาใกล้ใบหน้าสวยที่หงิกงอ ก่อนจะหยิกเข้าที่แก้มนุ่มๆ นั้นให้ฉีกยิ้ม"บอกพี่ได้นะ....""บอกไปก
"มันจบแล้วพริ้ง""มันจบแล้ววววววว!!"หวานคร่ำครวญ หลังจากเกิดเรื่องขึ้นมากมายในวันนี้ พี่ไวท์ไม่พูดอะไรกับเธอเลย คงจะโกรธเธอมากแน่ๆ ก็นะสาเหตุมันมาจากความลัลล้าเกินเบอร์ แถมยังโอเว่อร์แอคติ้งจนเกินไป ชวนทำนู่นนี่นั่นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ พี่ไวท์หน้าซีด เธอก็ไม่ทันคิดว่าต้องให้พัก เอาแต่ดันทุรังทำทุกอย่างตามแผนการที่คิดไว้ว่าต้องสวย ต้องเริ่ด ต้องจบอย่างสวยหรู แล้วผลที่ได้เป็นไงล่ะมุแงง~พังพินาศ!!พี่ซันเป็นลมส่วนเธอก็นะ....โดนเมิน"พี่ไวท์คงเหนื่อยมั้งหวาน"พริ้งพราวให้กำลังใจเพื่อนสนิทที่ร้องไห้จนตาบวม เธอเองก็เดาความคิดหรือท่าทีของพี่ไวท์ไม่ออก ปกติพี่ไวท์เป็นคนขี้เล่น เฟรนด์ลี่ แต่วันนี้กลับปิดปากเงียบ เงียบซะจนเธอไม่กล้าชวนคุย ระหว่างทางกลับบรรยากาศค่อนข้างจะอึดอัด มีแต่พี่ซันที่พูดเป็นต่อยหอยอยู่คนเดียว ส่วนหวานก็นะ นั่งจ๋อย!! ไปสิคะ แต่อย่างว่า หวานก็คือหวาน ถึงจะร้องไห้ ถึงจะรู้สึกผิด แต่นั่นก็กินเวลาเพียงแค่วันเดียว เพราะวันถัดมาหวานผู้นั่งเศร้าก็กลับมาเริงร่า โอ้ลัลล้าดังเดิมก็คนมันสตรองอ่ะเนอะ.....จะมานั่งอมทุกข์ไปทำไมในเมื่อผู้ชายไม่ติดต่อมาเธอก็แค่มั่นหน้าติดต่อไปเอง~
"วันเสาร์มึงว่างป่าววะ"ซันถามเพื่อนสนิทที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาตักข้าวเข้าปาก คำถามชวนสงสัยนั้นดึงความสนใจของไวท์ให้เงยหน้าขึ้นจากจานข้าว เขาเลิกคิ้วมองหน้าคนถามอย่างไม่เชื่อหู "ไอ้ซันมึงกินอะไรผิดมา"ถามด้วยความแปลกใจ เพราะตั้งแต่ไอ้ซันมีแฟนมันก็ไม่เคยมีเวลาให้กับเพื่อนเลย เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนั้น เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนี้ วันทั้งวันได้ยินแต่ชื่อน้องพริ้งจนเขาหลอน ต้องบอกเตือนสติว่า มึงจะคลั่งรักกูไม่ว่า แต่ช่วยไปคลั่งไกลๆ ตีนกูด้วย กูหมั่นไส้ กูเหม็นความรัก วันๆ เรียกหาแต่น้องพริ้ง ไม่พอยังขยันส่งข้อความหากันรายงานตลอดว่าทำอะไร ที่ไหน กับใคร แบบละเอียดถี่ยิบ ดูก็รู้ว่าไอ้ซัน "เกียร์มัว" ของจริง พอเขาล้อว่า "กลัวเมีย" มันก็เถียงสุดชีวิตว่า "กูไม่ได้กลัวแต่กูแค่เกรงใจ"โอเค!! เอาที่สบายใจเลยครับคุณเพื่อนไวท์คิดพลางมองหน้าหล่อๆ ของซันที่นั่งอมยิ้ม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังแชทคุยกับใคร ก็นะ...อาการออกขนาดนั้น ใครจะไปคิดว่าคนอย่างไอ้ซันพอมีแฟนแล้วจะหลงแฟนติดแฟนขนาดนี้ "สรุปมึงกินอะไรผิดมา"ไวท์ถามซ้ำเมื่อซันเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์"ไอ้เหี้ย!! กูก็กินเหมือนมึงนั่นล่ะครับ""มึงจะชวนกูไปไ
"พริ้ง....ฟังพี่หน่อยได้ไหม"ปลายหางเสียงของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอน เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเป็นฝีมือของเกล ความไม่ชัดเจนของเขาทำให้พริ้งพราวต้องมามีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนกับเกล แต่มันก็มีข่าวลือ แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ความจริง เขาก็เลยเฉยๆ ไม่ใส่ใจ เพราะตัวเขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าให้ความสัมพันธ์กับเกลได้มากสุดถึงตรงไหนก็คนมันโสด!!ดังนั้นก็นะ....ช่างแม่ง!!ใครอยากคิดก็คิดไป ผมไม่ซีเรียส!! ผมไม่เคยคิดจะแก้ข่าว และผมยังมีหน้าปล่อยผ่านให้คนเข้าใจผิด เป็นไงล่ะ...ผลลัพธ์ที่ได้ ผมควรสมน้ำหน้าตัวเองไหม??สุดท้ายสิ่งที่เขาเคยคิดว่า "ช่างมัน!!" ตอนนี้กลับเป็นปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ มันเหมือนกับเชือกที่กำลังรัด ยิ่งเขาดิ้นก็ยิ่งหายใจไม่ออก ยิ่งพยายามแก้ให้คลายแต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำให้เชือกนั้นรัดตัวเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาคงไม่สน แต่ตอนนี้จะให้เขาทำเป็น "ไม่สน" ก็คงทำไม่ได้ ในเมื่อคนที่กำลังเข้าใจผิดอยู่คือพริ้งพราว ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นแฟนสาวทำหน้าบึ้ง ไม่พอยังลุกขึ้นเดินหนีเขาโดยไม่รอให้เดินมาถึงตัวเธอด้วยซ้ำนี่ไม่ใช่ครั้ง
อีดอก!!หวานสบถเสียงดังด้วยความโมโหเมื่อได้ยินเรื่องที่พริ้งพราวโทรมาเล่าให้ฟังตอนตีหนึ่ง ถึงจะไม่มีหลักฐาน แต่พวกเธอก็มั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นพี่เกลมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็นะ...เซ้นส์ผู้หญิงมันบอกว่า "ใช่" และคงไม่มีคำไหนอธิบายสิ่งที่พี่เกลทำได้ดีไปกว่าคำว่า "หมาหวงก้าง" ผู้ชายไม่รักก็คือไม่รัก จะมามั่นหน้ามั่นหอยทวงสิทธิ์คนรักเก่ามันก็ไม่ใช่ ดีนะที่พริ้งพราวรู้ตัวเร็ว ไม่อย่างนั้นคงได้ประสาทแดกตกเป็นเป้าโดนแกล้งจนถึงวันประกวดแน่ๆ"จะเอาคืนไหม"หวานถาม ใจนี่คือถ้าเพื่อนไม่ทำ กูนี่ล่ะจะเป็นคนทำเอง"แน่นอน"พริ้งพราวตอบ เธอเล่าแผนการในใจให้หวานฟังอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ซึ่งแน่นอนว่าแผนจะสำเร็จลุล่วงได้ก็ต้องขอยืมมือหวานด้วย คอมเม้นท์ด่าเธอก็เยอะ คอมเม้นท์ชมเธอก็มีไม่น้อย ซึ่งที่ชมๆ และโหวตๆ ให้เนี่ยก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น ก็ยังดี!! หญิงสาวคิดเพราะยิ่งมีคนให้ความสนใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีกับการที่จะกระชากหน้ากากของพี่เกลให้ทุกคนได้เห็นกันอย่างทั่วถึงไลฟ์สดมันก็ดีตรงนี้ตรงที่ไม่มีการตัดต่อ!!เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงโลกสวยที่วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ และเธอก็ไม่ได้ใจดีถึงขั้นจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไ
ครืด~ ครืด~อุ้ย รวดเร็วทันใจจังเลย จะรับหรือไม่รับดีน้า หวานคิดพลันระบายยิ้มเมื่อเห็นว่าใครโทรเข้ามาหาเธอ"อ่ะ!! รับก็ได้"มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่ปล่อยให้ดังจนอีกฝ่ายเริ่มหัวร้อน ก่อนจะกรอกเสียงหวานๆ ใสๆ ที่ไม่ได้เจือความสำนึกผิดอะไรในสิ่งที่ทำลงไปว่า"ดีใจจังที่พี่ไวท์โทรหา เริ่มคิดถึงหวานแล้วใช่ไหมคะเนี่ย""ลบเลยนะ"เสียงทุ้มสั่งทันที ไม่แม้แต่จะกล่าวทักทายให้คนปลายสายได้ชื่นใจ"แหมๆ กระแทกเสียงใส่ขนาดนี้ ไปแอบโกรธใครมาคะ"แกล้งถามยียวน มุมปากยกยิ้มจางๆ ถ้าไม่เล่นไม้นี้ มีหรือคนอย่างพี่ไวท์จะติดต่อมา"ยังไม่รู้ตัว??"ถามเสียงขุ่น ตอนนี้ inbox เขาแทบไหม้เพราะโพสต์ของเธอโพสต์เดียว ไม่พอยังโดนรุ่นพี่ในคณะเขม่นใส่เพราะหาว่าเขาโกหก"ไม่รู้ตัว แต่รู้ใจค่ะ"ได้โอกาสหยอดคำหวาน แต่อีกฝ่ายมีหรือจะเคลิ้ม เสียงถอนหายใจเล็ดรอดออกมาเบาๆ ก่อนจะบอกปลายเสียงด้วยน้ำเสียงติดรำคาญว่า"ชอบพี่เหรอ""แน่นอนค่ะ"ตอบอย่างชัดเจน ก็นะ...คนอย่างหวานเป็นประเภทซื่อตรงต่อหัวใจ รักใครชอบใครก็ยืดอกบอกไปตรงๆ มั่นหน้าว่าสวย ถึงผู้ชายจะจีบยาก แต่สุดท้ายก็จีบติด คิดไว้อย่างนั้น แต่ทว่า...ความมั่นใจที่มีเต็มร้อยตอนนี้ถ







