Se connecterริมท่าน้ำเต็มไปด้วยความโกลาหล ไฟไซเรนจากเจ้าหน้าที่หมุนเวียนเปลี่ยนสลับ แดงบ้างฟ้าบ้างย้อมบรรยากาศให้ตรึงเครียดมากขึ้นคูณสอง ยังไม่นับไทยมุงอีกเป็นร้อย ๆ ที่รายล้อมอยู่โดยรอบ ประโยชน์ไม่มีความดีไม่ปรากฎ ขอแค่ได้สอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเป็นพอ พาดหัวที่ว่าลูกสาวคนเดียวของท่าน ผอ. กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ก็เลยกลายเป็นประเด็นประจำวัน
.
"ต๊าย! แกดูสิน้ำไหลแรงขนาดนี้ไม่รอดแน่ ๆ ท่าน ผอ.แอนนาแกเลี้ยงลูกยังไงนะ ถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น"
.
"ผู้ชายน่ะสิ! แกไม่ได้ยินข่าวลือรึไงว่าหนูชะเอมน่ะคบผู้ชายซ้ำซ้อน! ลูกฉันกลับมาเล่าให้ฟังที่บ้านว่าเคยถูกเจ้าหล่อนยั่วเอาด้วย ดีที่ตาหนูไม่เล่นด้วย อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะฉันเนี่ยะเห็นกับตาตัวเอง วันก่อนไปเดินช็อปปิ้งที่ห้างยังแอบเห็นหนูเอมนะประกบปากจูบกับผู้ชายในตู้คาราโอเกะอ่ะแก!"
.
"ว๊ายยย! อกอีแป้นจะแตก! มีแม่เป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียน พ่อก็เป็นถึงนายกสภาเมือง แล้วทำไมแกไม่เข้าไปห้าม ปล่อยไว้แบบนั้นไม่ได้เชียว"
.
หญิงใหญ่วัยกลางคนมุ่ยหน้าไม่สบอารมณ์ เธอเบ้ปากมองบนแสยะยิ้มใส่คู่สนทนา
.
"แหม ๆ ๆ ก็จะให้ฉันห้ามได้ไงล่ะจ๊ะ ก็ผู้ชายที่นัวเนียกับเด็กอยู่น่ะมันคือ "ผัว" เธอน่ะสิ! โคแก้เขี้ยวหญ้าอ่อนสิมิว่า! แทนที่เธอจะไปบอกคนอื่นให้สั่งสอนลูก ฉันว่าเธอเอาเวลาไปเข้าคอสวิปัสนาแผ่เมตตาให้ผัวเธอดีกว่า"
.
"อร๊ายยย! ไม่จริ๊ง! ไม่จริง! ฉันไม่เชื่อ แกเอาอะไรมาพูดฉันรักสามีฉัน เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะทำเรื่องอย่างว่าไม่มีทางที่เขาจะหักหลังฉัน ไม่ ๆ ไม่จริงงง!"
.
.
จริงไม่จริงเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ก้านบัวบอกลึกตื้นชลธารมารยาทส่อสันดานชาติเชื้อ สองมนุษย์ป้าอาจจะมีเรื่องเขม่นกันมาแต่ชาติปางก่อน ชิงดีชิงเด่นลามปามมาจนถึงลูกผัว สบโอกาสก็เลยใช้เด็กสาว ม.ต้นเป็นเหยื่อล่อ คนตายพูดไม่ได้ใคร ๆ ก็รู้ และที่รู้คือตอนนี้พวกป้าแม่งโคตรจะขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่เลย
.
"ถอยไปครับ! ถอยไป! อย่ามุงครับ! บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องช่วยถอยไปหลังแนวเชือกด้วย กู้ภัยจะถอยรถ!"
เสียงตะโกนดังลั่นจากหัวหน้าหน่วยกู้ชีพเรียกสติให้กลับคืน บรรดาไทยมุงเริ่มถอยห่างออกไปโดยละม่อม แต่ก็มิวายส่งเสียงระเบ็งเซ็งแซ่พร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายทอดสดเหตุการณ์ Live สดลงในโลกโซเชียล
.
ผ่านไปไม่นานรถกระบะที่บรรทุกหลอดไฟสปอร์ตไลท์ดวงใหญ่ก็เข้าประจำจุด ด้วยความที่ตอนนี้เวลาก็ปาเข้าไปเกือบ 2 ทุ่มกว่าแล้ว บริเวณท่าน้ำจึงเป็นอะไรที่มืดมาก ตรงจุดเกิดเหตุที่มีคนพบว่าเด็กหญิงกระโดดลงไปเลยไม่ต้องพูดถึง
.
"ตรงไหน? ที่เด็กตกลงไป?"
หัวหน้าตวาดเสียงดุใส่ลูกน้อง
.
"ไม่เห็นครับ คนแจ้งแค่บอกว่ามีเด็กตกลงไป พอเรามาถึงปุ๊บเขาก็พุ่งพรวดลงน้ำไปเลย"
.
"เวรเอ๊ย! แล้วทำไมพวกแกไม่ตามลงไปวะ เป็นหน่วยกู้ภัยประจำเมืองแท้ ๆ !"
.
"อะ.. เอิ่ม.. ก็กะว่าจะทำอยู่หรอกครับแต่น้ำมันเชี่ยวมาก พวกเราเกรงว่าถ้าส่งชุดประดาน้ำลงไปก็คงจะไม่รอด ก็เลยแสตนบายด์รอหัวหน้าก่อน"
.
"อ่อนหัด! ไม่ได้เรื่อง! มาฉันจัดการเอง! ชิบหายไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้โว๊ย! ส่องไฟลงไปซิส่องแม่งมั่ว ๆ นั่นแหล่ะส่องไปทั่ว ๆ แล้วก็เอาเรือยางหลังรถลงมาด้วย ทีมประดาน้ำแบกถังออกซิเจนตามฉันลงเรือมาเลย! เร็วเข้า! นั่นน่ะลูกสาวนักการเมืองนะโว่ย!"
.
ใช้เวลาเพียงครู่เดียวด้วยทักษะสกิลที่ฝึกฝนกันมาแรมปี เจ้าหน้าที่จำนวนสี่นายก็ได้ลอยเรือยางออกไปจากฝั่ง ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่ให้กำลังใจอย่างลุ้นระทึก พวกเขาต้องทำงานแข่งกับเวลาเพราะถ้าหากผิดพลาดขึ้นมาท่าน สส. ผู้เป็นบิดาอาจสั่งปลดฟ้าผ่าเชือดทิ้งทั้งทีมได้ แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ตาม
.
เรือยางลอยวนในอ่างอยู่ครึ่งรอบ พวกเขาผูกเชือกเข้ากับลำตัวป้องกันกระแสน้ำพัด แล้วทันใดนั้นเอง! ระหว่างที่กำลังจะส่งมนุษย์กบคนแรกลงไป จู่ ๆ แพรยางที่นัั่งอยู่ก็เหมือนกับชนเข้ากับอะไรบางอย่างจากด้านล่าง เสียงดังปั๊ก! แรงสั่นสะเทือนขนาดมหึมาเกิดเป็นคลื่นน้ำลูกใหญ่ที่ซัดหัวเรือจนเกือบคว่ำ เสียงกรีดร้องกรี๊ดกร๊าดดังไกลมาจากชายฝั่ง พอตั้งสติได้หัวหน้าหน่วยจึงรีบสัั่งให้ลูกน้องดับเครื่องเรือก่อน
.
"เฮ่ยเมื่อกี้อะไรวะพวกเอ็ง! มีใครเห็นอะไรไหม? สระทำน้ำประปามีฉลามด้วยเหรอ?! "
.
"......"
ทุกคนนิ่งเงียบมองหน้ากันเหรอหรา
.
"ไปเอ็งอ่ะโดดลงไปดู ไหน ๆ ก็เตรียมพร้อมจะลงไปอยู่แล้วนี่ เห็นอะไรค่อยขึ้นมารายงาน!"
.
หันกลับมามองค้อนเล็กน้อย แต่แรงงานชั้นผู้น้อยรึจะปฏิเสธอะไรได้ เจ้าหน้าที่อาสาหนุ่มเสี่ยงตายกระโดดลงไปพร้อมกับถังออกซิเจนแล้วภาพที่เขาเห็นก็ไม่ใช่อื่นใด มันไม่ใช่ปลาตัวใหญ่หรือภูเขาน้ำแข็งที่ทิ่มแทงกาบเรือไททานิค หากแต่เป็นเธอ ชะเอม!
.
ร่างเปียกปอนอันไร้สติถูกอุ้มขึ้นเรือก่อนจะถูกส่งต่อมาที่ท่าน้ำ พวกเจ้าหน้าที่จับเธอนอนราบลงกับพื้นโป๊ะแล้วลงความเห็นกันว่าต้องรีบทำ CPR เป็นการด่วน เพราะตัวเธอเริ่มซีดแล้ว แต่ยังดีที่ม่านตายังคงตอบสนองอยู่ หัวหน้าหน่วยกับทีมประดาน้ำถอยล่นออกมาเปิดทางให้กับอีกทีมที่ชำนาญกว่า เสียงจ๊อกแจ๊กเซ็งแซ่ของพวกชาวเมืองเองก็มีแต่จะดังขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะถูกกั้นไว้ด้วยเชือก แต่ถึงกระนั้นก็หาได้มี ผอ.แอนนา กับ นายกจัสติน ปะปนอยู่เช่นเดิม
.
"เฮ้อ!"
"เชื่อเลยว่ะลูกสาวคนเดียวโดนหนักขนาดนี้ พ่อแม่มัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหน? หลังเชือกกั้นนั่นมันคือจำนวนคนกว่าค่อนเมืองเชียวนะ เป็นไปได้เหรอที่จะไม่รู้เรื่อง ฉันล่ะงงกับพวกมีหน้ามีตาในสังคมชะมัด?"
.
หัวหน้าคนเก่งรำพึงรำพันกับตัวเอง ระหว่างปาดสายตาไปยังกลุ่มไทยมุง พลางหันกลับมาเอาใจช่วยให้เด็กหญิงมีชีวิตรอดแต่ในเสี้ยวอึดใจต่อมานั้นเอง ดวงเนตรของแกก็ต้องขึงถมึงทึง! ใบหูผึ่ง! แว่วยินเสียงคนฮือฮายิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ทันทีที่ เจฟเฟอร์ บัตเจนแลนด์ ปรากฏกายขึ้นจากผิวน้ำ!
.
.
เนื้อตัวเปียกซกเดินโทง ๆ ไม่รู้สึกรู้สาราวกับคนไม่สนใจโลก ทั้งที่แท้จริงแล้วเขาคือฮีโร่ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ถ้าไม่ด้วยพละกำลังอันมหาศาลของเขาชะเอมคงตายไปแล้ว แต่ก็นะ! ถ้าไม่มีเรือยางของทีมกู้ชีพมาขวางเอาไว้ ไม่แน่บางทีป่านนี้ชะเอมอาจจะพุ่งทะลุผิวน้ำขึ้นไปบนฟ้า แล้วตกลงมาเป็นฝนดาวตกไปแล้วก็ได้
.
"คุณเป็นใคร? คุณใช่ไหมที่เป็นคนโทรแจ้งเหตุ?"
หัวหน้าถาม ระหว่างที่ร่างแกร่งป่ายปีนขึ้นมาบนโป๊ะ
.
เจฟเฟอร์ปัดอุ้งมืออันหวังดีของหัวหน้าทิ้ง เขายังคงนิ่งท่าทางหยิ่งยโสดังกล่าวสร้างความมึนงงจากคนทั่วทั้งบริเวณ
.
"เฮ้คุณ! นี่ผมกำลังถามคุณอยู่นะ คุณเป็นใครมาจากไหนผมไม่รู้! ผมไม่สนหรอกว่าคุณช่วยเด็กได้ยังไง! แต่อย่างน้อยก็ทิ้งที่อยู่เบอร์โทรไว้สักนิดเผื่อญาติเขาติดต่อมา อีกอย่างถ้าเด็กนั่นลืมตาตื่นขึ้นจะได้รู้ว่าใครเป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้"
.
"ไร้สาระ.. ไม่จำเป็น"
.
นับเป็นคำพูดที่เยือกเย็นซะยิ่งกว่ากระแสน้ำเชี่ยวที่อยู่เบื้องล่าง จบประโยคเจฟเฟอร์ บัตเจนแลนด์ก็เดินอาด ๆ ฝ่ากลุ่มคนนักช่วยชีวิตออกไปยังผิวถนน เขาทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความตึงเครียด ความตกใจ แม้กระทั่งความเป็นความตายของหนึ่งชีิวิตตรงหน้า ไม่ละคายเคืองแม้แต่รูขุมขน แต่แล้วความถวิลหาก็ตรงเข้าเล่นงาน วินาทีที่เจ้าตัวเดินไปถึงพาหนะส่วนตัวที่จอดไว้ริมฟุตบาท เขาก็ได้ตัดสินใจหันมามองชะเอมเป็นครั้งสุดท้าย เพราะต่อจากนี้ไปคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
.
"โชคดีนะอีหนู ลืมเขาให้ได้แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตเรามีค่ามากกว่า.. า.. า..!"
"......!"
"เฮ๊ย! อะไรวะ! นี่ยังไม่หายเงี่ยนอีกเหรอ!"
.
กรรมตามสนอง! ถึงคราวที่บุรุษปริศนาต้องตกตะลึงบ้าง จากระยะทางไกลมากกว่า 300 เมตร ด้วยเรติน่าเลนส์ที่ถูกดัดแปลงเข้ากับเทคโลยีสมาร์ทเทเลบิทขององค์กรลับ Parallel ทำให้ดวงตาของเจฟเฟอร์ปรับระยะโฟกัสได้มากกว่าคนปกติ ตาดำเขาคลี่ออกเป็นใบพัดแล้วสิ่งที่เขาเห็นก็คือ..
.
ฝ่ามือของเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยชีวิต ที่ขยำบี้หน้าอกเด็กสาวซะบวมเป่ง พวกเขาสลับกันสาวลิ้นดูดปากเธอจ๊วบจ๊าบจนเกิดอารมณ์ทางเพศ มิหนำซ้ำสาวเจ้าก็ยังเล่่นด้วย เธอเชยคางขึ้นออดอ้อนครือครางในลำคอพรั่นพรึงถึงแต่พี่แฟรงค์ ตวัดมือโอบไหล่ดึงตัวผู้ชายเข้าหาเหมือนเตรียมจะให้ท่าอีกสักครั้ง..
ระดับความตึงเครียดค่อย ๆ เสื่อมซาลงไปพ้องไปกับสิ่งน่ากลัวที่หายไปพร้อมกับสายฝน บัดนี้รอบบริเวณเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ทัศนียภาพมองเห็นเด่นชัดครบทุกองศา หมอกจาง ๆ กับไอเย็นปลิวหายไปหมดสิ้น สบโอกาสให้ทั้งทีมได้เข้าไปสำรวจแต่ก็ยังประมาทไม่ได้อยู่ดี หลังเห็นจะ ๆ แล้วเหมือนกันว่าข้างหน้านั้นคือเมือง!."มีเมืองอยู่บนเกาะเนี่ยะนะครับครู? ทำไมครูไม่เคยเห็นบอกพวกเราเลย?"อิมานิหัวหน้าทีมเกาหัวหยอย ๆ ของเขาแกร็ก ๆ พลันหลุบสายตามองบนใส่เบอร์แบโต้."ก็ครูจะไปรู้ได้ไงเล่า! หลังปะทะกับพวกไซบอร์กในตึกร้างกับพื้นดินที่เป็นกัมมันตรังสี พวกเธอยังคิดว่าเกาะ BPI นี้จะยังเป็นเกาะปกติอยู่อีกเหรอ? อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละแม้แต่พวกเราเองก็อาจตายได้ทุกวินาที!"คำพูดข่มขู่ไม่พูดเลยซะยังดีกว่า แต่เบอร์แบโต้ก็ต้องเอ่ยออกมาเพื่อเตือนให้ลูกศิษย์ได้ระมัดระวังตัว.มีตึกอาคารตั้งตระหง่านอยู่เยอะเกินไป สภาพพวกมันดูกึ่งเก่ากึ่งใหม่แล้วก็อุดมไปด้วยมุมยิงหากมีคนคิดจะซุ่ม เดชะบุญที่ก่อนหน้านี้ได้วิสุงวิสุงแปลงร่างเป็นนกพิราบและออกบินสำรวจจนทั่วพื้นที่ นั่นทำให้ทั้งตี้ค่อนข้างมั่นใจ เจ้าตัวเองก็พยักหน้าให้อุปมาว
เกิดเป็นภาพของการรวมตัวพร้อมหน้าของทีมเบอร์แบโต้อีกครั้ง หลังผ่านเรื่องร้ายเฉียดตายกันมาก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะแน่นแฟ้นมากขึ้น ความสัมพันธ์ของครูลูกศิษย์กลมเกลียวเป็นหนึ่ง จนส่งผลให้ภารกิจในการล่าลูกแก้วจากทีมอื่นเอามาเป็นของตัวเองดูจะเข้มข้น! ทั้งตี้ยังคงยืนกรานว่าจะไม่ปีนภูเขา พวกเขาจะไม่ใช้โควต้าเข้าเส้นชัยเพื่อรับพรหนึ่งข้อตามกติกา Survivor แต่จะแย่งลูกแก้วให้มากที่สุดและขจัดคู่แข่งทิ้งให้สิ้นซากเพื่อที่จะเป็นผู้ชนะ.มะยังภันเตที่เพิ่งกลายร่างคืนจากการเป็นต้นไม้จึงพูดขึ้น."นี่เราจะไปกันเลยเหรอครับครู เราจะไม่ลองพลังของลูกแก้วที่เหลืออีกลูกหนึ่งก่อนเหรอครับ? คือผมก็แค่สงสัยว่าทำไมเราถึงไม่ใช้โอกาสนี้ในการทดสอบขุมกำลังที่มีอยู่ทั้งหมดก่อน ที่จริงเราก็ไม่ได้รีบอะไรเลยนี่นา?"เด็กน้อยวัย 9 ขวบมุ่ยหน้ามองบนใส่ ตัวเขายังคงควันขึ้นโขมงพลางหลุบสายตาไปที่ลูกแก้วสีเงินที่อยู่ในมือเบอร์แบโต้."เอาน่า.. นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราหรือครูจะตัดสินใจ โควต้านี้ต้องตกเป็นของวิสุงวิสุงเขา ถ้าเขาไม่อยากลองเราก็ไปว่าเขาไม่ได้หรอก แต่ก่อนอื่นนายน่ะถอดลูกแก้วสีครามออกมาแล้วใช่ไหม? ส่งมานี่ฉันจะใส่มันไว้ที
"โอ้โห! อิติภิโสภัคคะวา อรหังสัมมา! มันอะไรกันครับเนี่ยะคุณครู! สาย LAN ที่ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ไอทีระรานตาเต็มไปหมดเลย มะยังภันเตไอ้เจ้าคุณปู่ต้นไม้!"วิสุงวิสุงถึงกับถอยร่นเข้ามาซุกหลังเบอร์แบโต้ นาทีนี้เขาเห็นเพื่อนในร่างพฤกษาเป็นภัยคุกคามไปแล้ว แต่ครานั้นก็ยังอยากรู้อยู่ดีว่าพลังของลูกแก้วสีครามจะทำอะไรได้บ้าง นอกจากปลอยสาย LAN กับหัวแจ็คออกมาเป็นหมื่น ๆ เส้น."อย่าดันครูสิไอ้หนู! ครูเองก็ไม่รู้แล้วว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก! นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ครูจะทำอะไรได้ เอาเป็นว่าพวกเราควรจะถอยขึ้นไปให้อยู่บนเนินที่สูงกว่านี้ ต้องอยู่ห่างจากดินกัมมันตรังสีนี้สักหน่อย! , ไป! , เร็ว! , ถอย!"ฉับพลันร่างหนาของครูผิวสีก็จับมือลูกศิษย์กระเถิบหนีขึ้นไปยังจุดที่ปลอดภัยขึ้น เป็นความจริงที่การแปลงร่างเป็นต้นไม้ของมะยังภันเตนั้นกินพื้นที่เป็นวงกว้าง รากในส่วนฐานล่างชอนไชมั่วซั่วไปหมด และในเมื่อพื้นดินเป็นกากกัมมันตรังสีมันก็เลยค่อนข้างที่จะไม่ปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมทีมคนอื่น."ครื้นนน! , ครื้นนน! , ครืดดด! , ครืดดด!"พูดไม่ได้เลยใช้การแกว่งเอนของลำต้นแทน ทว่าดูจากภาษากายแล้วเจตนาของลูกศิษย์ผู้สวมใส่ลูกแก้วส
เสียงร้องคำรามกึกก้องกัมปนาท ตัวก็อตซิลล่าอสูรร้ายจากบรรพกาลสะบัดคอปล่อยลำแสงแยงแผ่นฟ้า เนื้อตัวของอิมานิยังคงเป็นสีเขียวหยก แต่ทว่ากลับเป็นอะไหล่ต่อพ่วงนี่สิที่ได้รับอานิสงส์ของลูกแก้วสีเทาลูกใหม่ไปเต็ม ๆ ก็เลยเกิดเป็นภาพของก็อตซิลล่าสวมเกราะเหล็กที่ดูเท่โคตร ๆ สยายปีกทีฝุ่นกัมมันตรังสีนี่ฟุ้งตีเป็นพายุ! จนแทบจะกลายเป็นฆาตกรรมอำพรางก่อเซลล์มะเร็งใส่เพื่อนตัวเองไป."เฮ้! อิมานิลองยิงมิดไซส์ดูสักลูกได้ไหม! ลองปล่อยจรวดออกมาให้พวกเราดูหน่อย!"เสียงครูเบอร์แบโต้ป้องปากตะโกนอยู่เบื้องล่าง เขาเองก็อยู่ในภาพลักษณ์ซุกซนไม่ต่างจากเด็ก ๆ ในจิตใต้สำนึกคงคิดว่าตนเองกำลังเล่นหุ่นยนต์ประกอบร่างอยู่กระมัง ถึงได้หลับตาแผดเสียงฝ่ากระแสกากยูเรเนี่ยมออกมา."โคร่งงงงงง! , กรรรร! , กรรรร!"คำรามตอบรับเหมือนจะรู้ความ."ฉึกฉัก! , ฉึกฉัก! , กึกกัก! , ฟิ้งค์~!"หลังจากนั้นปีกเหล็กไฮคลาสก็สยายกว้างแผ่อานุภาพ เสียงกลไกเอี๊ยดอ๊าดลากยาวคำรามก้อง ระบบแมคคานิคกำลังทำงานพลันเห็นกลไกชิ้นส่วนต่าง ๆ เคลื่อนตัวประสานกันเป็นพลวัต!.ตามติดมาด้วยลำกระบอกมิดไซด์ที่เคลื่อนตัวหมุนหาทิศ มันแหงนเชิดขึ้นสู่เบื้องสูงพลันปล่อย
จบแล้วซึ่งทุกสรรพสิ่งความวอดวายแผ่ซ่านไปทุกพื้นที่ ไส้แตกม้ามกระจายทั้งยังโดนขย้ำด้วยคมเขี้ยวฉีกทึ้ง แม้แต่โต๊ะคอมและอุปกรณ์ PC ก็ยังกระจุยกระจายเกลื่อนกลาด เบอร์แบโต้ยืนมองลูกศิษย์สามคนด้วยแววตาว่างเปล่า เขากำลังอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์ตอนนี้ยังไง สัตว์ก็ยังเป็นสัตว์! และเพราะแปลงร่างเป็นเดรัจฉานพวกเด็ก ๆ จึงดูโหดร้ายจนน่าสยดสยอง!."ง่ำ! , ง่ำ! , ง่ำ! , ง่ำ! , ง่ำ! ""กรรรร! , กรรรร! , กรรรร!"ถ่างขากรรไกรงับร่างอันไร้วิญญาณสะบัด ๆ พลันขบกระชากอีกเป็นร้อย ๆ ครั้ง จนร่างของศัตรูวัยเดียวกันขาดเป็นหลายส่วน!.ณ ตอนนี้เบอร์แบโต้แยกไม่ออกแล้วว่าอันไหนเป็นศพเด็กหรือศพครู เศษชิ้นส่วนมันเละเทะผสมปนเปกันไปหมด สิ่งดีอย่างเดียวของเรื่องนี้คือหลังผ่านไปสักระยะ ร่างสรรพสัตว์สีมรกตทั้งสามก็เริ่มปล่อยควันออกมา! ลักษณะมันคล้ายกับไอน้ำและยิ่งจำนวนกลุ่มควันดังกล่าวมีมากเท่าไหร่ ร่างปุยขนสีมัทฉะใหญ่ยักษ์ก็จะเล็กลงเรื่อย ๆ ตามเป็นเงาตามตัว."เฮ้อ..อ..อ..อย่างน้อยก็ยังกลับคืนสู่สภาพเดิมได้เองล่ะนะ! ไม่หันมาแว้งกัดเราก็ถือว่าดีถมเถ! แต่จะดีกว่านี้มากถ้าพวกนายไม่เขมือบล
"โครมมมม! , โครมมมม! , โครมมมม!"เสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด เสียงระเบิดแผ่นดินสั่นไหวแม้แต่กระแสไฟจากเครื่องไดนาโมก็พัวพันแผ่อำนาจการทำลายล้างไปทั่ว.โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เบอร์แบโต้สนใจกลับไม่ใช่ผลลัพธ์จากการฆ่าเด็กของทีมฝ่ายตรงข้าม หากแต่เป็นการถล่มทอดตัวทางข้างและการกระเด็นกระดอนของแผ่นปูนซีเมนต์ ที่พังลงมาเป็นแนวสำหรับให้ย่างเหยียบซะมากกว่า."ได้การณ์ล่ะทีนี้! ฟลุ๊คชิบเป๋งแต่ก็เอาเถอะ! ทีนี้ก็เหลือแค่ไอ้ไซบอร์กตัวตรงกลางแล้ว! ไอ้หมอนี่มันอยู่บนเนินดินตรงหน้าเรานี่เอง แถมแผ่นปูนพวกนี้ก็ปูทางเป็นแนวให้เราได้วางเท้าโดยไม่โดนกากกัมมันตรังสีพอดี , งั้นก็ลุยแม่งเล๊ยยย!"."แกร๊กกก..ก..ก..ก..ก! , ครืดดดด!".ขณะจ้วงเท้ากระโดดย่ำเหยียบสิ่งกีดขวางไป หน้าจอมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First Person) ก็ถูกเปิดใช้งานไปพลางด้วย แล้วเบอร์แบโต้ก็เลือกใช้งานในสิ่งที่คนอ่านท่านไหนก็คงไม่คาดคิด อย่างการเปิดโหมดสลับด้านมอเตอร์พัดลม! เพื่อเปลี่ยนลม Drain ให้กลายเป็นลมเป่า!."ฟู่~! , ฟู่~! , ฟู่~!".ซึ่งไอ้สิ่งที่เป่าก็ไม่ใช่การเป่าลงพื้นเพื่อให้ตัวเองลอยละล่องอย่างไร้จุดหมายเหมือนครั้งโน้น หากแต่เป็นกา
ร่างเล็กตัวกระทัดรัดเดินต้วมเตี้ยมออกมาด้านหน้า เรนโบว์รีบหลับตาสีรุ้งลงโดยพลัน ด้วยเพราะแสงจากดวงตะวันที่สาดส่องลงมากกระทบ เธอจำเป็นต้องแหงนมองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าไม่เห็นก็มิอาจใช้พลัง แต่ก็ต้องโทษอันธการด้วยเหมือนกันที่ดันใช้เงาทิ่มศพไว้ซะสูง."อี๋.. แสบตาอ่ะ! พี่อันนะพี่อัน!"ยกมือจิ๋ว
สำเนียงเสียงเลือดหยดเบาดุจเข็มหล่น จังหวะการหยดแหมะของมันสอดคล้องกันกับการสำลอกของเรนโบว์ทีมีอยู่ต่อเนื่อง และนั่นเองที่ทำให้พวกพี่ ๆ หันหลังกลับมามอง สกายด์กับอันธการทั้งช็อคและตกใจ! ภาพของครูผู้เป็นดั่งพ่อแม่ทำกับน้องสาวคนสุดท้องช่างเป็นอะไรที่กรีดแทงความรู้สึก มันจุกอยู่ในอกครั้นจะพูดหรือซักถามเ
"อ๊าาา!.. อิ่มแว้ว! อร่อยจุงเบยย!".กางแขนสุดเหยียดล้มหงายท้องขาชี้ฟ้า พุงนี่กลมเป็นลูกนิมิตตามติดมาด้วยการกะพริบตาถี่รัวของสาวน้อยหุ่นจ้ำม่ำ."แจกความสดใสค่ะครูเฟอร์! รับไปเล๊ย!"."ปิ๊ง ๆ , ปิ๊ง ๆ , ปิ๊ง ๆ , ปิ๊ง ๆ ".ถ้าสมัยนี้มีพนักงานเก็บค่าไฟแต่ละเดือนเรนโบว์คงต้องจ่ายหนักสุด เธอเป็นเด็กที
สัญญาณพิกัดบอกตำแหน่งจากออนิวแทร็ปร้องโครมคราม ครูเฟอร์นันโดวิ่งตามมาในทิศทางนั้นด้วยความยากลำบาก เพราะต้องคอยประคองควยที่ดีดแข็งของตัวเองไปพลางด้วย พลังเสน่ห์มหารัญจวนของติช่าช่างร้ายกาจนัก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาขมิบหนังไข่ตัวเองไว้ป่านนี้ก็คงจะเสียท่าไปแล้ว."อั๊กกก.. อูยยย.. ยังเจ็บอยู่เลยเนี่ยะ.. ย







